กรมการค้าภายใน เตรียมหารือธนาคารพาณิชย์ หามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการแป้งมัน-ลานมัน

กรมการค้าภายใน เตรียมหารือธนาคารพาณิชย์ หามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการแป้งมัน ลานมัน พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการแก๊สโซฮอล์ ในการดูดซับปริมาณแป้งมันออกจาดตลาด ขณะที่ ขอความร่วมมือ สคร. ต่างประเทศ จัดเจรจาการค้ามันสำปะหลัง

นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมการค้าภายในเตรียมหารือธนาคารพาณิชย์ ในการหามาตรการช่วยเหลือ เรื่องของวงเงินสินเชื้อ รวมถึงมาตรการชดเชยดอกเบี้ย ให้กับผู้ประกอบการแป้งมันสำปะหลัง ลานมัน เพื่อส่งเสริมเรื่องของสภาพคล่องในการดำเนินการ เนื่องจากได้มีการรับซื้อมันสำปะหลังเข้ามาเก็บไว้ในสต๊อกเป็นจำนวนมาก อยากในการจัดการ อีกทั้ง ขอความร่วมมือผู้ประกอบการแก๊สโซฮอล์ ในการรับซื้อแผ้งมันสำปะหลังเพิ่มขึ้น ในการดูดซับแป้งมันสำปะหลังในตลาด เบื้องต้นผู้ประกอบการได้ที่จะดูดซับปริมาณแป้งมันสำปะหลังในตลาด

อย่างไรก็ดี สำหรับมาตรการสิ้นเชื้อและการชดเชยดอกเบี้ย คงต้องหารือกับทางธนาคารว่าจะสามารถช่วยเหลือได้อย่างไรบ้าง หากต้องใช้งบประมาณจากรัฐบาลก็อาจจะต้องเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป นอกจากนี้การขอความร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ เรื่องของกฎหมายหลักประกันธุรกิจ ก็จะเป็นช่องทางหนึ่งให้ผู้ประกอบการนำมันสำปะลหลังเป็นหลักประกันในการขยายวงเงินได้อีกช่องทางในการเพิ่มสภาพคล่อง

ส่วนกรณีขอความร่วมมือผู้ประกอบการแก๊สโซฮอล์ในการดูดูซับปริมาณแป้งมันในตลาด เบื้องต้นผู้ประกอบการรับที่จะช่วยเหลือ เพราะปัจจุบันกำลังการผลิตเพียง 50% เท่านั้น ซึ่งยังสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้มากขึ้น ซึ่งก็คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ทันที ทั้งนี้ มาตรการที่หารือเป็นมาตรการเพิ่มเติมจากที่ ครม. เห็นชอบไปก่อนหน้านี้ สำหรับมาตรการที่ ครม. ได้อนุมัติแนวทางการบริหารจัดการมันสำปะหลังแบบครบวงจร ปี 2559/60 จำนวน 4 โครงการ ก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย 1.โครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง 3% ต่อปี รายละไม่เกิน 80,000 บาท คาดว่าจะมีเกษตรกรเข้าร่วม 310,000 ราย

2.โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกด้วยระบบน้ำหยด โดย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส. ) คิดอัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี 3. โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่ม และ4.โครงการยกระดับมาตรฐานการผลิตและแปรรูปมันสำปะหลัง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการดูซับมันสำปะหลังออกจากตลาดในช่วงที่ผลผลิตออกมากในช่วงเดือนธันวาคม 2559-มกราคม 2560 ที่คาดว่าจะออกมาปริมาณ 5-6 ล้านตัน จากผลผลิตทั้งปี 2559 อยู่ที่ 32 ล้านตัน และจะออกมากสุดในช่วง มกราคม-เมษายน 2560 ปริมาณ 20 ล้านตัน

นางสาววิบูลย์ลักษณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ราคามันสำปะหลังที่ตกลงมาในขณะนี้ เป็นผลกระทบมาจากปัจจัยเรื่องของภัยแล้งกระทบยต่อเชื้อแป้งลดลง การลดการนำเข้ามันสำปะหลังของจีน และการกดราคาแป้งมันในตลาดโลก จากปี 2558 จากที่มีการขายอยู่ในตลาดโลกอยู่ที่ 400 เหรียญสหรัฐต่อตัน ปี 2559 ลดลงมาอยู่ที่ 200-300 เหรียญสหสรัฐต่อตัน ส่งผลต่อราคามันสำปะหลังภายในประเทศอย่างมาก ดังนั้น เพื่อแก้ไขราคาตกนอกจากมาตรการในการช่วยเหลือภายในประเทศแล้ว

สำหรับมาตการด้านต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ก็จะหาตลาดอื่นๆเพิ่มขึ้น เช่น อินเดีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และยุโรป เพื่อส่งออกมันเส้น แป้งมันไปในตลาดดังกล่าวให้มากขึ้น อีกทั้ง ยังหารือร่วมกับทูตพาณิชย์ ที่เป็นประเทศผู้ใช้มัน เพื่อดึงผู้ประกอบการจากทั่วโลกมาร่วมงานจับคู่เจรจาธุรกิจกับโรงแป้งของไทยด้วย อีกทั้ง จะขยายความต้องการใช้มันสำปะหลังในประเทศ โดยการนำมันสำปะหลังมาแปรรูปเป็นผลิตภันฑ์อื่นๆเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า เช่น การทำขนมจากมันสำปะหลัง ลูกชิ้น ไส้กรอก ซอสมะเขือเทศ รวมถึงการนำไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมพลังงาน เช่น การผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลัง

ส่วนราคามันขณะนี้ หัวมันสด ความชื้น 25% อยู่ที่ 1.7-2 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งต่ำกว่าราคาในปีก่อนที่ราคาอยู่ที่ 2.30 บาทต่อกิโลกรัม ขณะนี้ ราคามันสดคุณภาพไม่ตรงมาตรฐานราคายู่ที่ 1.21 บาทต่อกิโลกรัม ลดลงจากราคาเดิมเดือนที่แล้วที่มีราคา 1.25 บาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ