“พาณิชย์” ส่งทีมให้ความรู้ผู้ผลิตอาหารสัตว์ตุรกี หวังเพิ่มยอดส่งออกมันสำปะหลังไทย

24th Apr 2018 General Information

“พาณิชย์” เข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหารสัตว์นานาชาติ 26 – 29 เม.ย. นี้ ส่งทีมนักวิชาการไปให้ความรู้แก่ผู้ผลิตอาหารสัตว์ในตุรกี หวังขยายตลาดส่งออกมันปะหลังอัดเม็ดจากไทย เผยเดือน ก.ย. จะจัดคณะไปนิวซีแลนด์เพื่อขายมันอีก ด้านราคาหัวมันสดล่าสุดเฉลี่ยอยู่ที่กิโล 3.05 บาท เกษตรกรยิ้มกันถ้วนหน้า

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า วันที่ 26 – 29 เม.ย. 2561 กรมฯ ได้ร่วมกับสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย เดินทางไปเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหารสัตว์นานาชาติ International Feed Congress and Exhibition – TUYEM ครั้งที่ 13 ที่เมืองอันทาเลีย ประเทศตุรกี เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์มันสำปะหลังและขยายตลาดผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทยให้แพร่หลายในตลาดตุรกีเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากตุรกีถือเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพในการรองรับมันสำปะหลังของไทยได้เป็นอย่างดี

“กรมฯ ได้เชิญ ผศ.ดร.เลอชาติ บุญเอก ซึ่งเป็นนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญการใช้มันสำปะหลังในสูตรอาหารสัตว์ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ไปให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้มันสำปะหลังในสูตรอาหารสัตว์เชิงลึกกับตลาดผู้ใช้มันสำปะหลังของตุรกี ซึ่งมั่นใจว่า เมื่อผู้ซื้อรับรู้ถึงคุณประโยชน์ของการใช้มันสำปะหลังในสูตรอาหารสัตว์แล้ว จะมีการนำเข้ามันสำปะหลังจากไทยเพิ่มขึ้น โดยน่าจะผลักดันให้เติบโตได้สูงถึง 4.5 ล้านตันต่อปี” นายอดุลย์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะดำเนินกิจกรรมขยายตลาดส่งออกมันสำปะหลัง เพื่อลดการพึ่งพาการส่งออกไปยังตลาดจีนเพียงตลาดเดียวต่อไป ซึ่งนอกเหนือจากตลาดตุรกีแล้ว ในช่วงเดือน ก.ย. 2561 กรมฯ จะร่วมกับสมาคมมันสำปะหลังที่เกี่ยวข้อง จัดกิจกรรมขยายตลาดมันสำปะหลังในประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้ามันสำปะหลังไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ที่มีศักยภาพอีกประเทศหนึ่ง โดยมั่นใจว่าจะขยายตลาดส่งออกมันสำปะหลังไปยังนิวซีแลนด์ได้เพิ่มขึ้น

นายอดุลย์ กล่าวว่า สำหรับราคาหัวมันสำปะหลังสดในปัจจุบันเชื้อแป้ง 25% เฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 3.05 บาท เป็นราคาที่เกษตรกรพอใจ และคุ้มกับต้นทุนการผลิต ซึ่งกรมฯ มั่นใจว่า ราคาจะยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะมาตรการที่กรมฯ ได้นำมาใช้ดำเนินการได้ผล โดยเฉพาะการขอความร่วมมือให้สมาคมที่เกี่ยวข้องอย่าขายตัดราคากัน ซึ่งผลจากความร่วมมือทำให้ราคาส่งออกทั้งระบบปรับตัวสูงขึ้น และส่งผลดีต่อราคารับซื้อหัวมันสดในประเทศ ขณะที่มาตรการดูแลการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน ก็ส่งผลดี สามารถป้องกันมันสำปะหลังที่ไม่มีคุณภาพที่จะเข้ามากระทบราคาในประเทศได้เป็นอย่างดี

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์