พาณิชย์ เพิ่มมาตรการเสริมข้าวโพด-มันสำปะหลัง ไม่ให้ราคาตกต่ำ

พาณิชย์ เพิ่มมาตรการบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์-มันสำปะหลัง ปี 60/61 เตรียมจับมือโรงงานอาหารสัตว์-เอทานอล ลงนามเอ็มโอยูซื้อผลผลิตจากเกษตรกรโดยตรง พร้อมเร่งหาตลาดส่งออก หวังรักษาเสถียรภาพราคาไม่ให้ตกต่ำ

วันที่ 16 ส.ค. 60 นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึง มาตรการบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ฤดูกาลผลิตปี 60/61 ที่จะเริ่มออกสู่ลาดตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ส.ค.นี้ เป็นต้นไปว่า ขณะนี้ กระทรวงพาณิชย์ ได้กำหนดมาตรการเพิ่มเติมสินค้าทั้ง 2 รายการ เพื่อทำให้เกษตรกรสามารถขายสินค้าได้ในราคาที่เป็นธรรม และรักษาเสถียรภาพราคาไม่ให้เกิดราคาตกต่ำได้ โดยในส่วนของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ได้กำหนดมาตรการบริหารจัดการการซื้อตลอดห่วงโซ่การผลิต โดยจะใช้โมเดล 3 ประสาน ระหว่างเกษตรกร ผู้รวบรวม (พ่อค้าคนกลาง) และโรงงานผลิตอาหารสัตว์โดยจะนำร่องที่จังหวัดนครราชสีมาเป็นแห่งแรก

สำหรับโมเดล 3 ประสานจะเริ่มที่โคราชก่อน โดยในเร็วๆ นี้ หจก.ตรงพานิช จะลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) รับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมล็ดแห้ง เบอร์ 2 ความชื้น 14.5% กิโลกรัม (กก.) ละ 8 บาท ร่วมกับสหกรณ์การเกษตรนิคมลำตะคอง ปริมาณ 10,000 ตัน และสหกรณ์การเกษตรปากช่อง 5,000 ตัน รวม 15,000 ตัน การดำเนินการเช่นนี้ จะทำให้มีผู้รับซื้อผลผลิตของเกษตรกรที่แน่นอน และขายได้ราคาตามที่กำหนด ไม่เกิดปัญหาราคาตกต่ำ และจะใช้โมเดลนี้กับทุกจังหวัดที่มีโรงงานอาหารสัตว์

นอกจากนี้ ยังจะส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์คุณภาพดี ที่ความชื้นไม่เกิน 14.5% โดยเมื่อเก็บเกี่ยวแล้วควรตากให้แห้ง และทยอยนำออกมาขาย เพื่อให้ขายได้ที่กิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า 8 บาท ตามราคาที่กระทรวงพาณิชย์ขอความร่วมมือให้โรงงานผลิตอาหารสัตว์ทั่วประเทศรับซื้อ ขณะเดียวกันจะเร่งหาตลาดส่งออก เช่น ฟิลิปปินส์ ที่เป็นลูกค้าเก่า และศรีลังกา ตลาดใหม่

ทั้งนี้ มาตรการเพิ่มเติมสำหรับมันสำปะหลัง จะมีมาตรการเชื่อมโยงตลาดล่วงหน้ากลุ่มเกษตรกรที่ผลิตมันเส้นสะอาดกับโรงงานเอทานอล เพื่อเพิ่มปริมาณการใช้มันสดในประเทศ โดยในช่วงปลายเดือน ส.ค.นี้ บริษัท ทรัพย์ทิพย์ เอทานอล จำกัด จะลงนามในเอ็มโอยู เพื่อรับซื้อมันสดจากสหกรณ์การเกษตรด่านขุนทดปีละ 10,000 ตัน และสหกรณ์การเกษตรเทพารักษ์ ปีละ 10,000 ตันเช่นกัน นอกจากนี้ จะเชื่อมโยงตลาดกับกลุ่มปศุสัตว์ เช่น โคเนื้อ โคนม และส่งเสริมการปลูกมันออร์แกนิก รองรับความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น รวมถึงส่งเสริมการแปรรูปมันเป็นสินค้าอื่นๆ ที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น เช่น อาหารเด็ก อาหารผู้สูงวัย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย และสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้กำหนดแนวทางความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน เพื่อไม่ให้ส่งออกมันเส้นในราคาต่ำเกินจริง หรือไม่ขายตัดราคากันเอง เพราะจะทำให้เกษตรกรเดือดร้อน จากการถูกกดราคารับซื้อหัวมันสด และยังทำให้ราคาหัวมันตกต่ำ รวมถึงต้องมีมาตรการลงโทษสำหรับคนทำผิดด้วย.
ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์