บุญชัย ศรีชัยยงพานิช มั่นใจส่งออก “มันสำปะหลัง” ฟื้น

03rd Nov 2017 General Information

สัมภาษณ์

ภาพการค้าการส่งออกสินค้ามันสำปะหลังของไทยในปี 2560 ถึง 2561 เริ่มมีสัญญาณและทิศทางที่ดีขึ้น ภายหลังจากประเทศผู้นำเข้าหลักอย่างจีน เริ่มมีการนำเข้ามันสำปะหลังมากขึ้น ขณะที่สินค้าจำพวกแป้งมัน มันอัดเม็ดเริ่มมีตลาดใหม่เข้ามา ส่งผลให้การส่งออกมันสำปะหลังไทยดีขึ้นตามลำดับ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้มีโอกาส สัมภาษณ์พิเศษ “บุญชัย ศรีชัยยงพานิช” นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทยคนใหม่ ถึงแนวโน้มและทิศทางมันสำปะหลังไทย

Q : การส่งออกมันสำปะหลัง

ภาพการส่งออกมันสำปะหลังไทยทั้งปี 2560 ประเมินการส่งออกไว้ที่ 6.5 ล้านตันเฉพาะมันเส้น ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่การส่งออกทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 6.3 ล้านตัน ล่าสุดการส่งออกมันเส้น ณ เดือนกรกฎาคม 2560 มีปริมาณ 484,364 ตัน มันอัดเม็ด ปริมาณ 11,260 ตัน และ แป้งมัน ปริมาณ 301,006 ตัน ขณะที่การส่งออกมันสำปะหลังในช่วงโค้งสุดท้าย

หากดูจากความต้องการนำเข้าของจีน ยังคงมีความต้องการนำเข้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปผลิตเอทานอล ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรดี จึงเชื่อว่าภาพรวมการส่งออกทั้งปีน่าจะขยายตัวไปในทิศทางที่ดี แต่หากดูจากปริมาณผลผลิตภายในประเทศแล้ว อาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการในตลาดโลก เนื่องจากผลผลิตที่กำลังจะออกสู่ตลาดในฤดูกาลผลิต 2560/61 น่าจะออกมาล่าช้า และ คาดว่าอาจจะลดลงประมาณ 10% เหลือ 28 ล้านตันจากปกติผลผลิตจะออกมาประมาณ 30 ล้านตัน

Q : ทิศทางราคาของมันสำปะหลัง

คาดการณ์ไว้ว่าราคามันสำปะหลังโดยเฉพาะหัวมันสด อาจจะยังไม่ปรับลง เนื่องจากผลผลิตน้อย และความต้องการมันสำปะหลังในตลาดยังมีมาก เกษตรกรน่าจะขายได้ราคาดี ประมาณ 2 บาทกว่าต่อกิโลกรัม ขณะที่ต้นทุนของการเพาะปลูกมันสำปะหลังของเกษตรกรอยู่ที่ 1-2 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งขึ้นอยู่กับการเพาะปลูกของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ด้วย

ส่วนทิศทางราคามันสำปะหลังเส้นในตลาดโลกปัจจุบันอยู่ที่ 190 เหรียญสหรัฐต่อตัน เพิ่มขึ้นจากเดิมอยู่ที่ 150 เหรียญสหรัฐต่อตัน เพราะสต๊อกผลผลิตเราน้อยลง แต่เพื่อให้เกษตรกรขายมันสำปะหลังได้ราคา สมาคมฯยังมองว่า ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลด้วย โดยเฉพาะประเด็นของการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อไม่ให้กระทบผลผลิตภายในประเทศ ต้องดูแลให้ถูกต้อง และสิ่งที่สำคัญ คือ การรักษาคุณสินค้าโดยเฉพาะสินค้านำเข้า ต้องมีคุณภาพเพื่อการส่งออก ถูกต้องตามมาตรฐานที่ประเทศไทยกำหนด เพราะที่ผ่านมามันสำปะหลังที่มีการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้รับการดูแลอย่างเข้มงวดมากนัก

Q : แนวโน้มตลาดส่งออกโค้งสุดท้าย

ตอนนี้กระทรวงพาณิชย์นำผู้ส่งออกไปศึกษาและดูตลาดมันเม็ดที่ตุรกี ซึ่งล่าสุดมีการส่งออกแล้ว 20,000 ตัน และคาดว่าความต้องการนำเข้ามันอัดเม็ด จากประเทศไทยน่าจะเพิ่มขึ้น ถ้าราคามันอัดเม็ดของไทยยังสามารถแข่งขันได้ ถือเป็นการไปเริ่มเปิดตลาดใหม่ให้กับสินค้ามันสำปะหลัง เนื่องจากที่ผ่านมา ไทยยังไม่เคยมีการส่งออกไปตุรกีเลย

นอกจากนี้ ทางผู้ส่งออกและกระทรวงพาณิชย์ ยังมีแนวทางพัฒนาสูตรอาหารสัตว์ให้กับโรงงานตุรกีด้วย หากมีความเข้าใจว่าการใช้วัตถุดิบจากมันอัดเม็ดให้คุณค่าทางอาหารอย่างไร เชื่อว่าน่าจะมีการนำเข้าเพิ่มขึ้น

ส่วนตลาดหลักอย่างจีนยังคงต้องรักษาตลาดไว้ โดยจีนมีทิศทางการนำเข้ามันจากไทยเพิ่มขึ้น เนื่องจากนโยบายพึ่งพิงผลผลิตภายในประเทศเริ่มผ่อนผันลง ความต้องการที่จะเร่งผลิตเอทานอลมากขึ้น จีนจึงน่าจะนำเข้าเพิ่มขึ้น

Q : สถานการณ์การแข่งขัน

สถานการณ์คู่แข่งอย่างเวียดนาม โดยเฉพาะตลาดแป้งมัน ไม่ได้กังวล เนื่องจากกำลังการผลิตยังจำกัด ส่วนมันเส้นประเทศไทยยังเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1

Q : ผู้ส่งออกไทยตัดราคากันเอง

ปัญหาการแข่งขันตัดราคากันเองภายใน ทาง 3 สมาคมมันสำปะหลังมีข้อตกลงขอความร่วมมือไม่ให้ส่งออกในราคาที่ต่ำเกินไป หรือตัดราคากันเอง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับภาพรวมการส่งออกมันสำปะหลังของไทย

โดยสมาคมได้ประกาศราคาแนะนำตั้งแต่เดือนกันยายน 2560 เป็นต้นมา ขอความร่วมมือผู้ส่งออกไม่ให้ขายราคาต่ำกว่าราคาแนะนำ 176 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งจะมีการปรับราคาแนะนำขึ้นลงตามราคาตลาด ณ เวลานั้น ล่าสุดสมาคมฯ ประกาศราคาแนะนำ 187 เหรียญสหรัฐต่อตัน

หลังขอความร่วมมือยังไม่มีผู้ส่งออก หรือสมาชิกรายใดส่งออกในราคาที่ต่ำกว่าราคาแนะนำไว้ ถือว่าสมาชิกทุกสมาคมให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามีผู้ส่งออกไม่ให้ความร่วมมือ ทางสมาคมฯจะมีมาตรการดูแลขั้นแรกจะส่งหนังสือตักเตือน หากยังพบการกระทำอีกจะเรียกผู้ส่งออกรายนั้นมาตักเตือน และขั้นสุดท้ายจะพิจารณาให้ออกจากการเป็นสมาชิก ส่วนนโยบายอื่นๆ อยู่ระหว่างการพิจารณา อีกครั้งภายหลังจากการลงพื้นที่สำรวจผลผลิตทั้งประเทศในเร็วๆ นี้

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์