“สนธิรัตน์” พบ “เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด-มันสำปะหลัง” แนะเกษตรกรลดต้นทุน ช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

“สนธิรัตน์” พบ “เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด-มันสำปะหลัง” หลังมาตรการบริหารจัดการดันราคาข้าวโพดทะลุกก.ละ 9.50-9.60 บาท และมันสำปะหลัง กก.ละ 2.40-2.50 บาท เร่งแนะเกษตรกรลดต้นทุน ช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในโอกาสที่ได้พบกับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดและมันสำปะหลัง เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2561 เพื่อหารือถึงสถานการณ์ราคาและผลผลิตสินค้าเกษตรพืชไร่ โดยเกษตรกรแสดงความพอใจในนโยบายการดูแลของรัฐบาลที่ทำให้ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะราคาข้าวโพด อยู่ที่ กก. ละ 9.50-9.60 บาท สูงกว่าระดับราคาที่ขอความร่วมมือรับซื้อ ส่วนหัวมันสำปะหลังสด เชื้อแป้ง 25% กก.ละ 2.40-2.50 บาท ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

“สถานการณ์ภัยแล้งปีนี้ดาดว่าไมน่าจะส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรมากนัก เพราะสภาพอากาศดี น่าจะทำให้ผลผลิตสินค้าเกษตรออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ซึ่งกระทรวงฯ ได้มีการติดตามสถานการณ์ผลผลิตทางการเกษตรทุกรายการ และได้มีการทำแผนเตรียมความพร้อมรับมือไว้ล่วงหน้าแล้ว”

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ มั่นใจว่าปีนี้แนวโน้มราคาจะยังคงดีต่อเนื่อง ทั้งยังได้ให้คำแนะนำกับเกษตรกรให้ลดต้นทุน และเพิ่มปริมาณผลผลิตต่อไร่ ขอให้มองว่านโยบายการช่วยเหลือของรัฐบาลเป็นเพียงการเข้ามาช่วยบรรเทาไม่ได้ยั่งยืนตลอดไป หากเกษตรกรสามารถลดต้นทุนได้ ก็จะช่วยให้ราคาสินค้าเกษตรมีเสถียรภาพมากขึ้น

นายสนธิรัตน์กล่าวว่า มาตรการบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ได้ดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์รับซื้อข้าวโพดในราคาไม่ต่ำกว่า กก.ละ 8 บาท ความชื้น 14.5% กำหนดให้มีการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการที่รวบรวมและรับซื้อข้าวโพด กำหนดสัดส่วนการนำเข้าข้าวสาลีต่อการรับซื้อข้าวโพดในอัตรา 1 ต่อ 3 และพิจารณากำหนดระยะเวลาการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านให้สอดคล้องกับผลผลิตในประเทศ ซึ่งมาตรการเหล่านี้ จะมีพิจารณาทบทวนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่อไป

ส่วนมาตรการดูแลมันสำปะหลังที่รัฐบาลได้ดำเนินการ อาทิ การพัฒนาระบบน้ำหยด การให้สินเชื่อเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม การพัฒนาการแปรรูป การสนับสนุนเครื่องสับ และยังได้เพิ่มมาตรการให้ผู้รับซื้อ ผู้จำหน่าย ผู้ครอบครอง แจ้งปริมาณ สถานที่เก็บ การเชื่อมโยงตลาดให้กับเกษตรกร การเจรจากับต่างประเทศเพื่อขยายการส่งออกมันเส้นและมันเม็ด และการเข้มงวดการนำเข้ามันสำปะหลังที่ไม่มีคุณภาพจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งได้ส่งผลดีต่อราคามันสำปะหลังในประเทศให้ปรับตัวสูงขึ้น

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์