“เกษตร”เร่งสกัดโรคใบด่างมันสำปะหลังระบาดหนัก

“เกษตร”เร่งสกัดโรคใบด่างมันสำปะหลังระบาดหนัก

เกษตรฯ เร่งสกัดโรคใบด่างมันฯ เตรียมชง ครม. เห็นชอบกรอบชดเชยและมาตรการฟื้นฟู ภายในกลางเดือน ส.ค. สศก. พร้อมจัดทีมลงพื้นที่ทั่วประเทศ ติดตาม ประเมินความเสียหาย วิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจทุกมิติ

4 ส.ค.63/ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีเกษตรฯ ลุยแก้ปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลัง สั่งติดตามการระบาดทุกพื้นที่ เตรียมเสนอ ครม. เห็นชอบกรอบชดเชย และมาตรการฟื้นฟู ภายในกลางเดือนสิงหาคมนี้ ด้าน สศก. พร้อมบูรณาการ จัดทีมลุยสำรวจทั่วประเทศ รวบรวมและประเมินความเสียหาย รวมถึงวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจทุกมิติ จัดเตรียมรายงานผ่าน Dashboard เชิงแผนที่ หรือ mapping ให้เข้าใจง่าย เพื่อประโยชน์ในการติดตามและเฝ้าระวังอย่างแม่นยำ

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงผลประชุมการแก้ไขปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลัง โดยมี ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน เมื่อวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม 2563 ว่า ปัจจุบัน ไทยมีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังมากกว่า 8 ล้านไร่ ซึ่งสถานการณ์การระบาดโรคใบด่างมันสำปะหลังพบว่า ขณะนี้มีการขยายวงกว้างมากขึ้น จาก 45,000 ไร่ ใน 11 จังหวัด เป็น 350,000 ไร่ ใน 25 จังหวัด ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เน้นย้ำในการแก้ปัญหาดังกล่าว และได้มอบหมายปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นกำกับ ผู้ดูแล การดำเนินการแก้ไขปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลัง และมอบหมาย กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และหน่วยงานเกี่ยวข้อง เสนอโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลัง ตลอดจนมาตรการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการชดเชยและเยียวยาเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ได้เน้นย้ำว่าการดำเนินการหามาตรฐานป้องกันและกำจัดโรคใบด่างมันสำปะหลัง จะต้องมีความชัดเจน ลดขั้นตอนให้กระชับ โดยเฉพาะขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยและยืนยันโรค และการพิจารณาจากคณะกรรมการต่างๆ ในระดับพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหา อย่างทันท่วงที สามารถดำเนินการทำลาย และจ่ายเงินให้เกษตรกรได้อย่างรวดเร็ว พร้อมเสนอณะรัฐมนตรีพิจารณาภายในกลางเดือนสิงหาคม 2563

สำหรับกรอบการให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรค จะได้รับเงินชดเชย 3,000 บาท/ไร่ และค่าทำลาย 2,160 บาท/ไร่ รวมเป็น 5,160 บาท/ไร่

นอกจากนี้ ยังเตรียมมาตรการฟื้นฟูหลังจากการทำลาย โดยกรมวิชาการ กรมส่งเสริมการเกษตร จะประสานความร่วมมือเร่งดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ หาพื้นที่ที่เหมาะสมในการผลิตท่อนมันฯ คุณภาพ ปราศจากโรค เพื่อใช้ในการปลูกขยายพันธุ์ ในพื้นที่เป้าหมาย 30,000 ไร่ เพื่อขยายต่อให้เกษตรกรปลูกทดแทนพื้นที่ปลูกมันฯ ที่ได้ทำลายไป

อย่างไรก็ตาม สศก. ในฐานะผู้จัดทำข้อมูล จะบูรณาการร่วมทุกหน่วยงาน โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1-12 ศูนย์ประเมินผล ศูนย์สารสนเทศการเกษตร จะทำการสำรวจ ติดตาม รายงานข้อมูลพื้นที่ระบาดฯ และประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมถึงศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ (NABC) จะดำเนินการจัดทำรายงานพื้นที่ระบาดผ่าน Dashboardในรูปแบบเชิงแผนที่เพื่อให้สามารถติดตามสถานการณ์และการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เข้าใจง่าย

พร้อมทั้งวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจ และเสนอแนะมาตรการต่างๆ เพื่อรองรับกับผลกระทบที่ส่งผลกับความต้องการใช้มันสำปะหลังในประเทศทั้งใช้เพื่อบริโภค อาหารสัตว์ และอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ

ทั้งนี้ อยากขอความร่วมมือเกษตรกร หากรพบหรือสงสัยการระบาดโรคใบด่างมันฯ สามารถติดต่อผู้นำชุมชน หรือหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อตรวจสอบและหาแนวทางการยับยั้งการระบาดโดยเร็วต่อไป

ภัคข์ประภัส สุกใส รายงาน
สำนักข่าวเดอะไทยเพรส

การประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562

การประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562

สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย ได้จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 และการแลกเปลี่ยนข้อมูลการค้า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563 ณ ห้องประชุมสมาคมฯ

รมว.พาณิชย์ เคาะประกันรายได้มันสำปะหลังปี 63/64 พร้อมมาตรการสินเชื่อ เตรียมเสนอครม.สัปดาห์หน้า

รมว.พาณิชย์ เคาะประกันรายได้มันสำปะหลังปี 63/64 พร้อมมาตรการสินเชื่อ เตรียมเสนอครม.สัปดาห์หน้า

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) ซึ่งมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน เห็นชอบในหลักการให้มีโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2563/64

โดยราคาและปริมาณประกันรายได้เท่ากับปีที่ผ่านมาคือ มันสำปะหลัง เชื้อแป้ง 25% กก.ละ 2.50 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 100 ตัน ต้องไม่ซ้ำแปลง โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้

  1. ต้องขึ้นทะเบียนเพาะปลูกปี 63/64 ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.63 ถึง 31 มี.ค.64 กับกรมส่งเสริมการเกษตร
  2. ต้องเป็นเกษตรกรผู้ผลิตมันสำปะหลังด้วยตนเองและกรรมสิทธิ์เป็นของเกษตรกร
  3. แจ้งระยะเวลาเก็บเกี่ยวกับกรมส่งเสริมการเกษตรนับจากวันที่เพาะปลูกไม่น้อยกว่า 8 เดือน
  4. การกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิง ระหว่างวันที่ 1 ธ.ค.63 ถึง 30 พ.ย.64 ประกาศเกณฑ์กลางอ้างอิงทุกวันที่ 1 ของเดือน ระยะเวลา 12 เดือน

โดยโครงการดังกล่าวในงวดแรกครอบคลุมเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนและแจ้งเพาะปลูกตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.63 คาดว่าจะเก็บเกี่ยวก่อนวันที่ 1 ธ.ค.63 สำหรับการประกาศราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงงวดสุดท้ายครอบคลุมเกษตรกรที่ระบุวันเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.64 เป็นต้นไป ซึ่งจะนำเข้าเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบมาตรการคู่ขนานโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2563/64 จำนวน 4 โครงการ ได้แก่

  1. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลัง โดยเป็นการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือ เกษตรกรในการเพิ่มผลิตภาพการผลิต (Productivity) และคุณภาพของผลผลิต เป้าหมาย 5,000 รายๆ ละไม่เกิน 230,000 บาท วงเงินกู้รวม 1,150 ล้านบาท งบประมาณ 69 ล้านบาท
  2. โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร โดยสนับสนุนสินเชื่อแก่สถาบันเกษตรกรนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการรวบรวมหรือรับซื้อหัวมันสำปะหลังสด มันสำปะหลังเส้น เพื่อจำหน่ายต่อ และ/หรือแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม วงเงินสินเชื่อ 1,500 ล้านบาท งบประมาณ 45 ล้านบาท
  3. โครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต็อกมันสำปะหลัง สนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการแปรรูปมันสำปะหลัง (ลานมัน/โรงแป้ง) ที่เข้าร่วมโครงการเก็บสต็อก ในรูปแบบมันเส้น/แป้งมัน ระยะเวลา 60 – 180 วัน เป้าหมายวงเงินสินเชื่อ 15,000 ล้านบาท งบประมาณชดเชยดอกเบี้ย 225 ล้านบาท โดยใช้งบประมาณกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร
  4. การบริหารจัดการการนำเข้าส่งออก และเข้มงวดการกำกับดูแลการนำเข้าและส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังให้เป็นไปตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด

ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบการขอขยายพื้นที่ดำเนินโครงการป้องกันและกำจัดโรคใบด่างมันสำปะหลังให้ครอบคลุมทุกจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง เนื่องจากการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังมีแนวโน้มแพร่ระบาดไปยังหลายพื้นที่ จากพื้นที่ดำเนินโครงการ 11 จังหวัด ปัจจุบันเพิ่มเป็น 22 จังหวัด โดยเพิ่ม 11 จังหวัด ทำให้การดำเนินโครงการไม่สามารถตัดวงจรการระบาดของโรคได้จำเป็นต้องทำให้ครอบคลุมพื้นที่ปลูกทุกจังหวัด พร้อมกันนี้ห็นชอบการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ปี พ.ศ.2563-2567 โดยให้อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เป็นประธานอนุกรรมการ ในส่วนขององค์ประกอบให้คณะกรรมการไปหารือกันต่อไป

ที่มา :  อินโฟเควสท์

4 สมาคมมันสำปะหลังร้องรัฐ ตั้งศูนย์บริหารจัดการโรคใบด่าง

4 สมาคมมันสำปะหลังร้องรัฐ ตั้งศูนย์บริหารจัดการโรคใบด่าง

4 สมาคมมันสำปะหลังร้องตั้งศูนย์บริหารจัดการโรคใบด่าง ใช้มาตรการแบบเดียวกับการป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 สกัดการเคลื่อนย้ายท่อนพันธุ์ วอนพาณิชย์- เกษตรตรจริงจังแก้ปัญหา เหตุระบาดตั้งแต่ปี61 ผลผลิตลดวูบ ไม่พอใช้ในประเทศ-ส่งออก สะเทือนอุตสาหกรรมมันทั้งระบบ หวั่นขาดทุน- จนต้องเลิกจ้างพนักงาน

นายบุญชัย ศรีชัยยงพานิช นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย กล่าวว่า สมาคมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการค้ามันสำปะหลัง 4 สมาคม ประกอบด้วย สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทยสมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทยสมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย และสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือต้องการให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แก้ไขปัญหาอย่างจริงจังในหลายมาตรการเพื่อสกัดการระบาดของโรคใบด่าง ด้วยการตั้งศูนย์บริหารจัดการโรคใบด่าง โดยมีมาตรการแบบเดียวกับการป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19

ทั้งนี้ ภาคเอกชนมีความวิตกกังวลต่อสถานการณ์ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังที่เริ่มแพร่ระบาดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามายังประเทศไทยตั้งแต่ปี2561 และปัจจุบัน ได้ลุกลามขยายวงกว้างไปยังพื้นที่จังหวัดต่างๆที่เป็นแหล่งเพาะปลูกสำคัญเช่นนครราชสีมา สระแก้ว บุรีรัมย์สุรินทร์ ศรีสะเกษ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา เป็นต้น โดยสมาคมได้ยื่นหนังสือเรียกร้องต่อนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะที่มีกฎหมายในมือในการป้องกันและสกัดการระบาดของโรคได้ โดยท่อนพันธุ์เป็นสินค้าควบคุมที่กระทรวงพาณิชย์สามารถออกประกาศห้ามการเคลื่อนย้ายได้ หรือหากจะเคลื่อนย้ายต้องมีเอกสารอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่กระทรวงเกษตรฯ ก็มีกฎหมายเรื่องของการกักกันโรคพืช โดยทั้งสองหน่วยงานต้องปฎิบัติงานร่วมกันในทิศทางเดียวกันแต่ที่ผ่านมาในระดับพื้นที่กลับยังมีความสับสน ปล่อยให้มีการเคลื่อนย้ายท่อนพันธุ์ ซื้อขายกันอย่างอิสระ ทำให้การระบาดของโรคกระจายไปอย่างรวดเร็ว

นายบุญชัย กล่าวว่า จากการที่ไม่มีมีมาตรการออกมาอย่างชัดเจน และไม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ทำให้มีการระบาดไปแล้วไม่น้อยกว่า 70,000 ไร่ในพื้นที่ 18 จังหวัดและยังมีพื้นที่เพาะปลูกอีกเป็นจำนวนมากที่รอการสำรวจจากพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 8,000,000 ไร่ใน 50 จังหวัด การแพร่ระบาดในขณะนี้กำลังรุนแรงเพิ่มมากขึ้นจากพื้นที่การทำลายกว่า 30,000 ไร่ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นหากไม่สามารถควบคุมโรคได้เกษตรกรจำนวนกว่า 600,000 ครัวเรือนจะสูญเสียหาย 80 – 100% ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยที่เคยนำรายได้เข้าสู่ประเทศปีละไม่น้อยกว่า 100,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ผลิตมันสำปะหลังของไทยผลผลิตปี 2562/63 ประมาณ 20-22 ล้านตัน จากที่คาดไว้ 28 ล้านตัน ส่วนผลผลิตปี 2563/64 คาดว่าจะไม่ถึง 20 ล้านตันเนื่องจากการระบาดของโรคทำให้ผลผลิตต่อไร่ลดลงกว่า 80-100% เช่น ผลผลิตจากเดิมต่อไร่จากเดิมที่ไม่มีการระบาดอยู่ที่ 3 ตัน หลังการระบาดจะเหลือแค่ 1 ตัน และเปอร์เซนต์แป้งก็ต่ำไม่ถึง 10% จากที่เคยเฉลี่ยที่ 20-25% เป็นต้น

“4สมาคมจึงขอให้รัฐบาลหามาตรการหยุดการแพร่ระบาดด้วยการเร่งสำรวจข้อมูลโรคใบด่างให้ครอบคลุมพื้นที่ทุกจังหวัดเมื่อพบแปลงที่เป็นโรคขอให้รีบทำลายทุกแปลงโดยหน่วยงานราชการและเร่งหามาตรการเพื่อช่วยเยียวยาให้กับเกษตรกรผู้รับผลกระทบโดยเร็วรวมทั้งการเปลี่ยนพืชปลูกที่ตลาดมีความต้องการเพื่อตัดวงจรโรคเช่นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์การสนับสนุนต้น พันธุ์ปลอดโรคเพื่อปลูกในช่วงเวลาที่เหมาะสม”

พร้อมกันนี้ทั้ง 4 สมาคม ขอให้รัฐส่งเสริมให้เกษตรกรให้ความร่วมมือคือมันสำรวจแปลงตนเองอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยทุกสองสัปดาห์เมื่อพบต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรคใบด่างให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เกษตรตำบลเกษตรอำเภออาสาสมัครเกษตรประจำบ้านหรือกำนันผู้ใหญ่บ้านทุกพื้นที่ทันทีเพื่อถอนทำลายและตามข้อแนะนำของเจ้าหน้าที่หน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการป้องกันและกำจัดโรครวมทั้งใช้ต้นพันธุ์ปลอดโรคจากแปลงของตนเองและแปลงที่เชื่อถือได้ในพื้นที่ที่ยังไม่มีการระบาด ไม่นำต้นพันธุ์ที่เป็นโรคไปปลูกต่อ หลีกเลี่ยงการใช้ต้นพันธุ์จากแหล่งที่พบการแพร่ระบาดไม่ซื้อท่อนพันธุ์ทางสื่อออนไลน์ต่างๆหรือช่องทางพัสดุไปรษณีย์เพราะเสี่ยงต่อการได้รับท่อนพันธุ์ที่เป็นโรค และเกิดการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสไปยังที่ต่างๆอย่างรวดเร็ว และใช้ท่อนพันธุ์ที่ทนทานต่อโรคใบด่างได้แก่เกษตรศาส 50 ห้วยบง 60 และระยอง 1 ซึ่งหน่วยงานราชการรับรองและต้านทานโรคมากกว่าเลิกใช้ท่อนพันธุ์ อ่อนแอต้านโรคต่ำได้แก่พันธุ์ 89 และระยอง 11 ก็จะทำให้โรคระบาดรุนแรงและรวดเร็วเช่นโรคใบด่าง รากเน่าหัวเน่าและพุ่มแจ้ นอกจากนี้ภาครัฐควรเร่งจ่ายเงินชดเชยรายได้ให้เกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังที่ไม่สามารถปลูกมันได้เนื่องจากพื้นที่มีการระบาดของโรคเพราะขณะนี้หลายพื้นที่เกษตรกรยังคงเพาะปลูกอย่างต่อเนื่องเพราะไม่มีรายได้มาใช้จ่ายในครัวเรือน

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

ยกเลิกงาน World Tapioca Conference 2020

ยกเลิกงาน World Tapioca Conference 2020

ยกเลิกงานประชุมมันสำปะหลังโลก ปี 2563

สมาคมฯ ได้รับแจ้งจากกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) กระทรวงพาณิชย์ จึงได้ยกเลิกการจัดงานประชุมมันสำปะหลังโลก งวดปี 2563 ที่จัดขึ้นในประเทศไทยในปี 2563

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

通知
尊敬的各位同行业友人

公会接到泰国商业部对外贸易厅的通知,根据COVID-19疫情爆发持续的情况, 商务部决定取消2020年在泰国举办的世界木薯会议,不便之处, 敬请谅解!

特此通知!

泰国木薯贸易公会
二零二零年六月八日

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

World Tapioca Conference 2020 which will be held this year has been cancelled

The Thai Tapioca Trade Association was notified from the Department of Foreign Trade, Ministry of Commerce that the World Tapioca Conference 2020 which will be held this year has been cancelled due to the ongoing pandemic of COVID-19.

Please kindly be informed accordingly.

“พาณิชย์”จ่ายส่วนต่างมันงวด 7 เพิ่มเป็นกิโลละ 40 สตางค์ หลังราคาตกจากภัยแล้ง ส่งไปจีนลด

“พาณิชย์”จ่ายส่วนต่างมันงวด 7 เพิ่มเป็นกิโลละ 40 สตางค์ หลังราคาตกจากภัยแล้ง ส่งไปจีนลด

“พาณิชย์”เคาะจ่ายส่วนต่างโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง งวดที่ 7 ในอัตรากิโลละ 40 สตางค์ ให้กับเกษตรกรที่แจ้งเก็บเกี่ยว 1-31 พ.ค.63 เผยยอดจ่ายชดเชยสูงขึ้น เหตุเจอภัยแล้ง ผลผลิตคุณภาพไม่ดี และส่งออกไปจีนได้ลดลง จากพิษโควิด-19 “วิชัย”แจ้งเกษตรกร ทำเรื่องขอรับการสนับสนุนเครื่องสับมัน เพื่อเพิ่มคุณภาพ ยืดระยะเวลาขอได้จนถึงสิ้นก.ย.63

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ได้เห็นชอบการกำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2562/63 งวดที่ 7 โดยจะชดเชยส่วนต่างให้กับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรและระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่ 1-31 พ.ค.2563 ในราคากิโลกรัม (กก.) ละ 0.40 บาท ซึ่งเป็นส่วนต่างจากราคาเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ 2.50 บาทต่อกก. โดยราคาตลาดหัวมันสำปะหลังสดเชื้อแป้ง 25% ขณะนี้เฉลี่ยอยู่ที่กก.ละ 2.10 บาท

ทั้งนี้ การจ่ายเงินส่วนต่างงวดที่ 7 ถือว่าจ่ายสูงสุด นับตั้งแต่มีการจ่ายเงินชดเชยมา โดยงวดที่ 1 จ่ายที่ 23 สตางค์ งวดที่ 2 จ่าย 26 สตางค์ งวดที่ 3 จ่าย 27 สตางค์ งวดที่ 4 จ่าย 32 สตางค์ งวดที่ 5 จ่าย 31 สตางค์ และงวดที่ 6 จ่าย 39 สตางค์ เนื่องจากมันสำปะหลังได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตคุณภาพไม่ดี และไม่สามารถส่งออกมันสำปะหลังไปจีนได้ในช่วงที่เกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19

สำหรับราคาตลาดเพื่อใช้ในการคำนวณส่วนต่าง ได้คำนวณจากราคาในแหล่งผลิตสำคัญใน 4 ภูมิภาค 8 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี อุดรธานี กำแพงเพชร ชลบุรี กาญจนบุรี ย้อนหลัง 30 วัน

โดยการจ่ายเงินส่วนต่างจะจ่ายทุกวันที่ 1 ของเดือน เป็นเวลา 12 เดือน นับจากการจ่ายงวดแรกในวันที่ 1 ธ.ค.2562 ที่ผ่านมา ซึ่งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะจ่ายเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง โดยเกษตรกร 1 ครัวเรือน จะใช้สิทธิได้ 1 ครั้ง โดยการคำนวณผลผลิต ที่จะได้รับการชดเชย ได้ใช้ปริมาณผลผลิตต่อไร่ย้อนหลัง 3 ปี (2559/60 2560/61 และ 2561/62) ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ซึ่งเท่ากับ 3,527 กก. คูณด้วยจำนวนไร่ตามที่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้ แต่ไม่เกินครัวเรือนละ 100 ตัน

โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) ได้มีมติเห็นชอบการดำเนินโครงการ เมื่อวันที่ 11 พ.ย.2562 และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบวันที่ 12 พ.ย.2562 มีกรอบวงเงินดำเนินการ 9,671 ล้านบาท เพื่อประกันรายได้มันสำปะหลังกก.ละ 2.50 บาท เชื้อแป้ง 25% ให้สิทธิไม่เกินครัวเรือนละ 100 ตัน และล่าสุด เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2563 ที่ผ่านมา ครม. ได้เห็นชอบจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้อีก 458.974 ล้านบาท หลังจากวงเงินเดิมที่เคยอนุมัติไว้ไม่เพียงพอ

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร (คบท.) ได้ขยายระยะเวลาสนับสนุนเครื่องสับมันสำปะหลังขนาดเล็กเพื่อเพิ่มศักยภาพการแปรรูปมันสำปะหลัง ให้กับเกษตรกรผ่านสหกรณ์ และวิสาหกิจชุมชน ออกไปจนถึงเดือนก.ย.2563 โดยจะสนับสนุนกลุ่มละ 15,000 บาท เพื่อซื้อเครื่องสับมัน สามารถยื่นเรื่องได้ผ่านสำนักงานพาณิชย์จังหวัด มีเป้าหมายสนับสนุน 700 เครื่อง จากปัจจุบันสนับสนุนไปแล้ว 300 เครื่อง

ที่มา : Commerce News Agency

ชัยภูมิเจ๋งผุด “ร.ร.มันสำปะหลัง” แห่งแรกในไทย

ชัยภูมิเจ๋งผุด “ร.ร.มันสำปะหลัง” แห่งแรกในไทย

ชัยภูมิ ผุดโรงเรียนมันสำปะหลังแห่งแรกของประเทศ เล็งเป็นศูนย์เรียนรู้ ติวเข้มนักเรียนในพื้นที่ที่ไม่ได้เรียนต่อ สานต่ออาชีพบรรพบุรุษ เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการ จังหวัดชัยภูมิ ได้เป็นประธานงานแถลงข่าวและลงนามบันทึก ความเข้าใจ(MOU) ว่าด้วยความร่วมมือโครงการ “โรงเรียนร่วมพัฒนา” (MOU – Partnership School Project)- โรงเรียนมันสำปะหลัง โดยบริษัท สยาม ควอลิตี้ สตาร์ช จำกัด ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 3 โดยได้คัดเลือกโรงเรียนชุมชนบ้านหนองแวง (คุรุราษฎร์อุปถัมภ์) อำเภอบำเหน็จณรงค์ เป็นพื้นที่การดำเนินโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) ในมิติ “โรงเรียนมันสำปะหลัง”

สำหรับพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ,นายราชันย์ ซุ้นหั้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ และนายสุชาติ อยู่เจริญ นายอำเภอบำเหน็จณรงค์ เป็นสักขีพยานในการลงนามร่วมกันระหว่าง นายวีระสิทธิ์ มหัทธนาคุณ,นายบรรลุ ศิริเพชร จาก บริษัท สยาม ควอลิตี้ สตาร์ช จำกัด,นายอภิชาต หวั่งหลี จากมูลนิธิทองพูล หวั่งหลี,นายสมเกียรติ แถวไธสง ศึกษาธิการจังหวัดชัยภูมิ,นายนิวัฒน์ แก้วเพชร ผอ.สพป.ชัยภูมิ เขต 3,นายสมศักดิ์ แก้วเพชร ผอ.โรงเรียนชุมชนบ้านหนองแวง (คุรุราษฏร์อุปถัมภ์), นายอนันต์ พึขุนทด ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาร.ร.ชุมชนบ้านหนองแวง (คุรุราษฎร์อุปถัมภ์) และนายธีรวัจน์ ธรรมโสภารัตน์ นายก อบต.บ้านเพชร อ.บำเหน็จณรงค์ ซึ่งมีนายนิมิตร ฤทธิ์ไธสง รอง ผอ.สพป.ชัยภูมิ เขต 3,นางโชติกา ชาลีรินทร์ ผอ.กลุ่มนิเทศฯ,นางวรรณภา ภู่ดัด ผอ.กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา และคณะบุคลากรในสังกัด เข้าร่วมในพิธีลงนามฯ ณ ห้องประชุมพญาแล ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ

โครงการความร่วมมือครั้งนี้ บริษัทสยาม ควอลิตี้ สตาร์ชฯ จะสร้างโรงเรียนให้เป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องมันสำปะหลัง โดยจะดำเนินการสร้างศูนย์ฯเป็นแปลงสาธิตให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริงเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ในการเพิ่มผลผลิตต่อไร่และผลผลิตมีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งจังหวัดชัยภูมิประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำไร่มันสำปะหลัง ขณะที่นักเรียนส่วนหนึ่งที่ไม่ได้เรียนต่อจะประกอบอาชีพเกษตรกรโดยเฉพาะการทำไร่มันสำปะหลังซึ่งผู้ปกครองได้ทำมาโดยตลอดแต่ประสบปัญหาผลผลิตต่อไร่ต่ำเพราะใช้การเพาะปลูกแบบดั้งเดิม การมีโครงการนี้จะตอบโจทย์ ทำให้มีคุณภาพชีวิต และรายได้ที่เพิ่มขึ้น

ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในปี 2562 ประเทศไทยมีเนื้อที่เพาะปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศ 8.82 ล้านไร่ มีพื้นที่เก็บเกี่ยว 8.66 ล้านไร่ โดยจังหวัดชัยภูมิมีเนื้อที่เพาะปลูก 629,570 ไร่ มีพื้นที่เก็บเกี่ยว 605,111 ไร่ ผลผลิตประมาณ 2.16 ล้านตัน

ที่มา: หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

สถิติการส่งออกมันเส้นและมันอัดเม็ด – รายบริษัท

27th เม.ย. 2020 Uncategorized

สถิติการส่งออกมันเส้นและมันอัดเม็ด – รายบริษัท ปี 2563

20-01 การส่งออกมันเส้น-มันอัดเม็ด (ม.ค.63)
20-02 การส่งออกมันเส้น-มันอัดเม็ด (ก.พ.63)
20-03 การส่งออกมันเส้น-มันอัดเม็ด (มี.ค.63)

 

 

 

TTTA News

23rd เม.ย. 2020 Uncategorized

TTTA New 2020

ฉบับภาษาอังกฤษ ฉบับภาษาไทย
TTTA News No.01-2020-(EN) TTTA News No.01-2020-(TH)
TTTA News No.02-2020-(EN) TTTA News No.02-2020-(TH)
TTTA News No.03-2020-(EN) TTTA News No.03-2020-(TH)
TTTA News No.04-2020-(EN) TTTA News No.04-2020-(TH)
TTTA News No.05-2020-(EN) TTTA News No.05-2020-(TH)
TTTA News No.06-2020-(EN) TTTA News No.06-2020-(TH)
TTTA News No.07-2020-(EN) TTTA News No.07-2020-(TH)
TTTA News No.08-2020-(EN) TTTA News No.08-2020-(TH)
TTTA News No.09-2020-(EN) TTTA News No.09-2020-(TH)
TTTA News No.10-2020-(EN) TTTA News No.10-2020-(TH)
TTTA News No.11-2020-(EN) TTTA News No.11-2020-(TH)
TTTA News No.12-2020-(EN) TTTA News No.12-2020-(TH)
TTTA News No.13-2020-(EN) TTTA News No.13-2020-(TH)

 

 

 

 

Recent Posts