เข็น 4 มาตรการอุ้มมันสำปะหลัง งัด‘สีคิ้วโมเดล’สู้-เร่งแสวงหาตลาดใหม่แนวหน้า

เข็น 4 มาตรการอุ้มมันสำปะหลัง งัด‘สีคิ้วโมเดล’สู้-เร่งแสวงหาตลาดใหม่แนวหน้า

นายศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคารับซื้อหัวมันสำปะหลังสด ปีการผลิต 2558/59 จ.นครราชสีมา ได้เกิดปัญหามันสำปะหลังราคาลดลง และเกษตรกรยังไม่เข้าร่วมโครงการ เนื่องจากวงเงินสินเชื่อ 50,000 บาทต่อราย ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายในครัวเรือน คณะอนุกรรมการบริหารการผลิตกลุ่มสินค้ามันสำปะหลังและปาล์มน้ำมัน จึงหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการ ก่อนได้ข้อสรุปมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน 4 ด้าน ประกอบด้วย

กระทรวงเกษตรฯ ยืนยันประเทศไทยไม่เคยพบโรคใบด่าง แต่ต้องมีมาตราป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง

กระทรวงเกษตรฯ ยืนยันประเทศไทยไม่เคยพบโรคใบด่าง แต่ต้องมีมาตราป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง

พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร มีมาตรการในการเฝ้าระวังโรคระบาดต่าง ๆ ที่จะสร้างความเสียหายให้กับเกษตรกร ซึ่งในปัจจุบันได้เกิดโรคใบด่างระบาดอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยในที่แรกเกิดขึ้นที่ประเทศแอฟริกา อินเดีย ศรีลังกา ล่าสุดที่กัมพูชา จากการนำต้นพันธุ์มาจากศรีลังกา ซึ่งการระบาดดังกล่าวอาจจะมีผลกระทบต่อการเพาะปลูกมันสำปะหลังของประเทศไทย และจะทำให้เกิดความเสียหายต่อเกษตรกรได้ โดยในประเทศไทยไม่เคยเกิดโรคระบาดนี้มาก่อน และขอยืนยันว่าสาเหตุการเกิดโรคดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีมาตรการป้องกันไว้อย่างชัดเจน

พณ. โชว์แผนรับมือสินค้าเกษตรตามฤดูกาล ป้องผลผลิตล้นตลาด-ราคาตก

พณ. โชว์แผนรับมือสินค้าเกษตรตามฤดูกาล ป้องผลผลิตล้นตลาด-ราคาตก

ก.พาณิชย์ ติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตรสำคัญตามฤดูกาล ทั้งมันสำปะหลัง หอมแดง กระเทียม และผลไม้ พร้อมโชว์แผนรับมือ ป้องกันปัญหาผลผลิตล้นตลาด-ราคาตกต่ำ พร้อมจับตาสินค้าที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น

28th Feb 2016 Uncategorized

สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย
ชั้น 20 อาคารสาทรธานี 2 เลขที่ 92/58
ถนนสาทรเหนือ เขตบางรัก กทม 10500

โทรศัพท์ 0 2234 4724
อีเมลล์ ttta@loginfo.co.th
เว็บไซต์ www.ttta-tapioca.org

  • social-icon_01
  • social-icon_03
  • social-icon_05

โคราชเร่งแก้เชื้อรากินหัวมันสำปะหลัง แนะพบเจอเผาทิ้งทันที สกัดก่อนลุกลาม

28th Feb 2016 Uncategorized

เมื่อวันที่12 มกราคม นายวุฒินันท์ ศักดิ์กระโทก เกษตรอำเภอเสิงสาง เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังในเขต อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ร้องเรียนว่าขณะนี้มีการระบาดของเชื้อราไพท็อปในไร่มันสำปะหลัง ซึ่งขณะนี้ ได้มีการตรวจวินิจฉัย โดยกรมวิชาการเกษตร พบสาเหตุของโรคเกิดจากเชื้อราไฟท็อปธอรา เกิดจากการเป็นเชื้อราในดิน และเหง้ามัน ที่สามารถอยู่ได้ข้ามฤดู ซึ่งสามารถสร้างสปอร์ที่ว่ายน้ำได้ จึงแพร่ระบาดในหน้าฝนได้อย่างรวดเร็ว โดยที่ผ่านมา จะพบได้ในมันสำปะหลังตั้งแต่อายุ 3 เดือนขึ้นไป โดยเชื้อจะเข้าสู่โคนต้นก่อน ทำให้เกิดอาการบวมพองและมีปุ่มรากที่โคนต้นเหนือผิวดิน จากนั้นเชื้อจะลามลงไปที่รากและก้านขั้วหัวมัน

ส่วนอาการเหนือดินสังเกตได้จากใบเริ่มซีดเหลือง จากนั้นใบล่างเริ่มแสดงอาการเหี่ยวและแห้งคาต้น เมื่อถอนต้นรากและหัวเน่า แต่ลำต้นยังเป็นปกติ เกษตรกรจึงตัดต้นไปขายเป็นท่อนพันธุ์ จึงทำให้เชื้อสามารถแพร่ขยายได้ในวงกว้าง โดยเฉพาะพื้นที่ อ.เสิงสาง ถือเป็นแหล่งผลิตท่อนพันธุ์มันสำปะหลังที่สำคัญของประเทศ ยิ่งทำให้เชื้อสามารถกระจายโรคไปสู่แหล่งปลูกจังหวัดอื่นๆ และประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจากการลงพื้นที่สำรวจ พบปัจจัยการระบาดมาจากใช้พันธุ์ ซึ่งอ่อนแอต่อโรค ดินระบายน้ำไม่ดี การปลูกมันระยะชิดเกินไป รวมทั้งเมื่อขุดมันไปขาย มีการทิ้งเหง้าเป็นโรคไว้ในแปลง จึงกลายเป็นแหล่งสะสมโรค และการระบาดจะเกิดมากกับมันสำปะหลังพันธุ์ 89, ระยอง 11, ห้วยบง 60 และเกษตรศาสตร์ 50 แต่พันธุ์ระยอง 72 ที่ปลูกในแหล่งระบาดกลับไม่แสดงอาการของโรคให้เห็น

นายวุฒินันท์เปิดเผยอีกว่า สำหรับมาตรการป้องกัน ควรปลูกพืชหมุนเวียนที่ไม่ใช่พืชอาศัยของเชื้อราไฟท็อปธอรา เช่น ข้าวโพด อ้อย หากต้องการปลูกมัน ควรปรับฤดูปลูกไปช่วงฤดูแล้ง เพื่อเก็บเกี่ยวได้ทันก่อนฝนตกชุก หลังเก็บเกี่ยว เก็บเหง้า ตอ และต้นมันสำปะหลังออกจากแปลง และเผาเพื่อฆ่าเชื้อ ไถระเบิดดินดานเพื่อให้ดินระบายน้ำดีควรปลูกแบบยกร่องตามแนวลาดเอียง เพื่อให้น้ำไหลออกได้เร็ว ไม่ขังในช่วงฤดูฝน ใช้พันธุ์ทนทานต่อโรค ใช้ท่อนพันธุ์สะอาดจากแหล่งที่ไม่เป็นโรค หรือก่อนปลูก สามารถแช่พร้อมกับสารป้องกันกำจัดเพลี้ยแป้ง และไม่ควรใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก เพราะทำให้ดินสะสมความชื้นมากเอื้อต่อการเจริญของเชื้อรา และไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป จะทำให้ต้นเป็นโรคได้ง่าย

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน

28th Feb 2016 Uncategorized

พาณิชย์ชี้ปัญหามันสำปะหลังราคาตก เพราะถูกของเพื่อนบ้านเข้ามาตีตลาด เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจเข้มสกัดการลักลอบนำเข้า พร้อมจัดมาตรการดูแลเกษตรกรสนับสนุนการแปรรูป เพิ่มมูลค่าสินค้า เพื่อดึงราคามันสำปะหลังในประเทศให้สูงขึ้น

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำว่า ราคามันสำปะหลังที่อ่อนตัวลงเพราะมีการลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน จึงสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมการค้าต่างประเทศ กรมศุลกากร หน่วยงานความมั่นคงที่ดูแลในเรื่องของการลักลอบให้เข้มข้น รวมถึงควบคุมการนำเข้า นำหนักรถบรรทุกที่จุดตรวจฝั่งไทยเพิ่ม เพื่อให้รู้น้ำหนักนำเข้าที่แท้จริง และกระทรวง จะทำหนังสือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด และขอความร่วมมือกระทรวงมหาดไทยในการช่วยกำกับดูแลเรื่องดังกล่าว

“ปกติหัวมันสดมีการนำเข้าอยู่แล้วเพราะไทยผลิตได้ 31 ล้านตัน แต่มีความต้องการใช้ถึง 40 ล้านตันหรือมีการนำเข้าปีละ 9-10 ล้านตัน แต่ตอนนี้มีการลักลอบนำเข้า เช่น บรรทุกมันเกินจากปกติ ซึ่งรถบรรทุกของไทยบรรทุกได้ 21 ตัน หากเป็นรถพ่วงบรรทุกได้ 30 ตัน แต่ก็มีการลักลอบบรรทุกเกินกว่าที่กำหนด เพราะน้ำหนักรถบรรทุกของเพื่อนบ้านเฉลี่ยที่คันละ 50 ตัน ส่งผลกระทบต่อตลาดและราคามันสำปะหลังของไทยตอนนี้รวมถึงอาจส่งผลไปถึงเรื่องโรคพืชต่างๆ ด้วย สำหรับปีนี้มองว่าผลผลิตจะอยู่ที่ 28 ล้านตันหัวมันสด จากปัญหาภัยแล้ง คาดว่าราคาน่าจะดีขึ้น”

นอกจากนี้ยังได้หารือถึงการกำกับมาตรฐานการส่งออกมันสำปะหลังให้เข้มงวดขึ้น รวมถึงส่งเสริมขยายการผลิต ให้นำมันสำปะหลัง ไปแปรรูปมากขึ้นเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า เช่น แป้งมัน ขนม อาหารว่าง เชื่อว่าจะช่วยดึงราคามันสำปะหลังในประเทศได้

ขณะเดียวกันเกษตรกรต้องการให้กรมการค้าภายในกำกับดูแลการรับซื้อมันสำปะหลังตามเปอร์เซ็นต์แป้งให้เห็นผลมากขึ้น ซึ่งส่วนนี้มีประกาศของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ(กกร.) ควบคุมอยู่ และกระทรวงจะประสานงานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการช่วยเรื่องการผลิตมันสำปะหลังในระยะยาว เพื่อช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์แป้ง โดยราคามันสำปะหลังเชื้อแป้ง 25% ราคา 2.10 บาทต่อกก. หากเชื้อแป้งต่ำกว่า 25% ราคาก็จะลดลงมา ก่อนหน้าราคามันสำปะหลังเชื้อแป้ง 25% อยู่ที่ 2.25-2.40 บาทต่อกก. ต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 1.90 บาทต่อกก.

พร้อมกันนี้ยังหารือถึงรายละเอียดมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ภายหลังที่คณะรัฐมนตรีมีมติเพิ่มวงเงินสินเชื่อเพื่อชะลอการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง ในระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่ 1 มกราคม 2559-30 เมษายน 2559 โดยให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการกู้ได้ต่อรายไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 4% และมาตรการในการให้เงินกู้กับกลุ่มสหกรณ์ที่จะรับซื้อหัวมันสำปะหลังจากเกษตรกรและนำไปแปรรูป ซึ่งจะทำให้มีมูลค่าเพิ่มจาก กก.ละ 2 บาท เป็น กก.ละ 6.50 บาท ปริมาณ 500,000 ตัน โดยจะไปหารือกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์) เพื่อขออนุมัตินำเงินส่วนแรกมาใช้ ซึ่งจะเป็นอีกวิธีที่ผลักดันราคาให้สูงขึ้นเป็นการเสริมกับมาตรการให้กู้เพื่อให้เกษตรกรชะลอการขุดหัวมัน

นอกจากนี้ยังมีโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลังในระบบน้ำหยด เป้าหมายเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกมันสำปะหลัง 20,000 ราย วงเงินกู้รายละไม่เกิน 230,000 บาท เพื่อให้มีรายได้และมีผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น โดยได้ลงพื้นที่เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับเกษตรในการช่วยเหลือการเพาะปลูกมันสำปะหลังในปีการผลิต 2558/59

ด้านการส่งออกนั้นอยู่ระหว่างเตรียมแผนด้านการตลาดเพื่อการส่งออกแป้งมันสำปะหลังไปยังตลาดยุโรปและญี่ปุ่น รวมทั้งจะศึกษาและพัฒนาแปรรูปสินค้ามันสำปะหลัง เพื่อเจาะตลาดกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สินค้าที่จะพัฒนาที่ใช้มันสำปะหลังในการผลิตก็คือกลุ่มพลาสติก ส่วนมันเส้นยังมี จีน เป็นตลาดส่งออกสำคัญ ขณะที่แป้งมัน ตลาดส่งออกที่สำคัญคือ อินโดนีเซีย ไต้หวัน และจีน

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า