โรคใบด่างมันสำปะหลังลามไทย แจ้งด่านตอ.คุมเข้ม-ราคาหัวมันพุ่ง3บ.

โรคใบด่างมันสำปะหลังลามไทย แจ้งด่านตอ.คุมเข้ม-ราคาหัวมันพุ่ง3บ.

“วิกฤตโรคใบด่าง” ลามหนักข้ามประเทศจากกัมพูชา-เวียดนามเข้าไทยแล้ว “เอกชน” ชี้ออร์เดอร์พุ่งแต่หวั่นชอร์ตซัพพลายมันสำปะหลัง ดันราคาหัวมันสดดีดทะลุ กก.ละ 3 บาท ด้าน ก.เกษตรฯร่อนหนังสือเตือนผู้ว่าฯ คุมเข้ม 12 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชาเสี่ยง

แหล่งข่าวจากวงการค้ามันสำปะหลังเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ปัญหาโรคใบด่างในมันสำปะหลังจากเชื้อไวรัส หรือ Cassava Mosaic Virus ได้แพร่เข้าสู่ประเทศไทยแล้ว โดยพบเชื้อนี้ในมันสำปะหลังที่ปลูกบริเวณ จ.ปราจีนบุรี ในพื้นที่ 18 ไร่ ซึ่งขณะนี้ได้รับการตรวจสอบจากห้องปฏิบัติการโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว ส่งผลให้มีการเร่งออกหนังสือเตือนเกษตรกรให้ระมัดระวัง เพราะโรคนี้มีแมลงหวี่เป็นพาหะนำโรค ทำให้เกิดการแพร่เชื้อได้รวดเร็ว และไม่สามารถรักษาได้ จะต้องขุดและเผาทำลายเท่านั้น โดยในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ ทางกรมวิชาการเกษตรจะจัดประชุมเรื่องเฝ้าระวังโรคนี้

ด้านนายธำรงค์เดช อินทนิเวศน์ อนุกรรมการแป้งมันสำปะหลัง สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย กล่าวว่า ขณะนี้โรคใบด่างยังไม่ได้ระบาดเข้าประเทศไทย แต่มีการระบาดในประเทศเวียดนามตอนใต้ 12 จังหวัด และประเทศกัมพูชาเกือบทั้งหมด ยกเว้น จ.อุดรมีชัยที่มีพรมแดนติดกับไทย อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าไทยจะสามารถป้องกันการระบาดได้ เพราะขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการออกหนังสือแจ้งเตือนไปยังจังหวัดตามแนวชายแดน ห้ามไม่ให้มีการนำเข้าท่อนพันธุ์มันจากประเทศเพื่อนบ้าน และเฝ้าระวังการขนย้ายมันสำปะหลังข้ามแดน เพราะอาจมีเชื้อปนมาในเหง้ามันได้

“ผลจากปัญหาดังกล่าวทำให้ผลผลิตมันเวียดนามลดลงเหลือ 7-8 ล้านตัน จากเดิม 12 ล้านตัน ส่วนกัมพูชาคาดว่าจะมีไม่ถึง 10 ล้านตัน จากเดิม 13 ล้านตัน ทำให้ผู้ส่งออกจากเวียดนามหันมาซื้อไทย เพื่อนำไปส่งออกกระทบเป็นลูกโซ่ เพราะไทยเองถึงจะได้รับออร์เดอร์แต่อาจชอร์ตซัพพลายมันสำปะหลังได้ เพราะปัจจุบันไทยผลิตได้ 29.9 ล้านตัน แต่ต้องการใช้ 40 ล้านตัน แต่ละปีจึงต้องนำเข้าหัวมันจากประเทศเพื่อนบ้าน หากชอร์ตซัพพลายโรงแป้งจะได้รับผลกระทบสูงสุด เพราะปัจจุบันโรงแป้งใช้ผลผลิตปีละ 26-27 ล้านตัน มากกว่าอุตสาหกรรมอื่นทั้งอาหารสัตว์ เอทานอล มันเส้นรวมกัน ทำให้ปีนี้การส่งออกในส่วนของแป้งมันอาจจะลดลงเหลือ 3.5-3.6 ล้านตัน จากปีก่อน 4.2 ล้านตัน”

อย่างไรก็ตาม จากปรากฏการณ์นี้ส่งผลให้ราคามันสำปะหลังสดปรับขึ้นไปเป็น กก.ละ 3 บาท จากปีก่อน 2.50 บาท ราคาแป้งมันในประเทศ กก.ละ 15 บาท จากปีก่อน 11-13 บาท และราคาส่งออกปรับขึ้นไปเป็น 510 เหรียญสหรัฐ จากปีก่อน 400 เหรียญสหรัฐ

“ขณะนี้เมื่อเกษตรกรเห็นราคาดีมาก ก็จะเร่งขุดหัวมันอ่อนอายุ 6-7 เดือนมาขาย จากปกติต้องขุดหลัง 8 เดือนไป (เชื้อแป้งน้อย) แต่เกรงว่ารายใดพบเชื้อก็อาจไม่แจ้งภาครัฐ แต่ขุดมาขายให้โรงงานเพราะราคาดี ซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้โรคนี้แพร่ลุกลามไป ดังนั้น ภาครัฐโดยกระทรวงเกษตรฯจะต้องลงไปดูอย่างเข้มงวด เพราะโรคนี้จะต้องเผาทำลายทิ้งเท่านั้น”

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2561 นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาการแทนปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีหนังสือด่วนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ประสานงานกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด ด่านศุลกากร ด่านตรวจพืช คณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนงานนโยบายและการแก้ไขปัญหาภาคการเกษตรระดับจังหวัด คณะกรรมการทำงานปฏิบัติการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและแก้ไขปัญหาการเกษตรระดับอำเภอ เฝ้าระวังตรวจสอบปราบปรามการลักลอบนำเข้าท่อนพันธุ์และส่วนใดส่วนหนึ่งของมันสำปะหลังในช่องทางแนวชายแดนตามอำนาจหน้าที่และกฎหมาย โดยเน้นพื้นที่เป้าหมายเป็นจังหวัดตามแนวชายแดนติดต่อกับกัมพูชา โดยโฟกัสไปยัง 12 จังหวัด คือ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี ตราด เลย หนองคาย นครพนม มุกดาหาร และอำนาจเจริญ

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

ประกาศคณะกรรมการร่วมฯ เรื่อง ราคาส่งออกมันเส้น ครั้งที่ 27 (1-15 ต.ค. 61)

ประกาศคณะกรรมการร่วมฯ เรื่อง ราคาส่งออกมันเส้น ครั้งที่ 27 (1-15 ต.ค. 61)

คณะกรรมการร่วมดูแลการค้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย ประชุมเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2561 ได้พิจารณาจากสถานการณ์มันสำปะหลังทั้งใน และต่างประเทศ จึงขอความร่วมมือจากผู้ส่งออกมันเส้นซื้อขายโดยคำนึงถึงต้นทุนเกษตรกรไทย เพื่อเป็นการรักษาเสถียรภาพของสภาวะตลาดมันสำปะหลังในภาพรวมเพื่อประโยชน์ต่อเกษตรกร และการพัฒนาอุตสาหกรรมมันสำปะหลังของประเทศต่อไป

หมายเหตุ:
– ราคาหัวมัน ณ ปัจจุบัน อยู่ที่ 2.85 – 3.05 บาท/กก. ณ จังหวัดนครราชสีมา
– ณ ปัจจุบัน ลานมันหยุดการผลิตมันเส้น เนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝน ประกอบกับหัวมันสดมีราคาสูงทำให้ต้นทุนการผลิตมันเส้นเกินกว่าราคาตลาด
– ปริมาณผลผลิตหัวมันเข้าสู่โรงงานแป้งน้อยกว่าปกติเมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
– สถานการณ์ราคาแอลกอฮอล์ในประเทศจีนมีการปรับตัวขึ้น อยู่ที่ระดับราคา 5,530 หยวน/ตัน

P610926-02 P610926-03

เตรียมพร้อมรับมือโรคไวรัส ใบด่างมันสำปะหลัง ไม่ให้เล็ดลอดเข้าไทย

เตรียมพร้อมรับมือโรคไวรัส ใบด่างมันสำปะหลัง ไม่ให้เล็ดลอดเข้าไทย

โรคไวรัสใบด่างมันสำปะหลังอาจยังไม่ใช่โรคระบาด ที่เกิดขึ้นและสร้างความเสียหายให้กับเกษตรกร ผู้ปลูกมันสำปะหลังในประเทศไทย แต่ขณะนี้มีข้อมูลว่าพบแพร่ระบาดอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านคือ เวียดนาม และกัมพูชา ดังนั้น ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้โรคนี้เข้ามาระบาดในประเทศและสร้างความเสียหายต่อผลผลิตของเกษตรกร ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจได้ในอนาคต

โรคไวรัสใบด่างมันสำปะหลัง หรือ cassava mosaic disease (CMD) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส cassava mosaic virus เป็นไวรัสในกลุ่ม Begomovirus วงศ์ Geminiviridae มีต้นกำเนิดมาจากประเทศในแถบแอฟริกา ต่อมาปี 2559 พบการระบาดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศกัมพูชา โดยจำแนกได้ว่าเป็นเชื้อไวรัสสายพันธุ์ Sri Lankan cassava mosaic virus (SLCMV) โรคชนิดนี้สามารถแพร่ระบาดได้โดยท่อนพันธุ์ และแมลงหวี่ขาวยาสูบ (Bemisia tabaci (Gennadius))(Hemiptera : Aleyrodidae) ซึ่งพืชที่แมลงหวี่ขาวยาสูบชอบอาศัยนั้นมีอยู่หลายชนิด เช่น กะเพรา โหระพา ผักชีฝรั่งพืชตระกูลพริก มะเขือ มันฝรั่ง และพืชตระกูลแตง ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลของการเป็นพืชอาศัยได้ของเชื้อไวรัส SLCMV กับพืชดังกล่าว แต่มีรายงานเกี่ยวกับพืชอาศัยอื่นๆ ของเชื้อไวรัสชนิดนี้ว่าสามารถอาศัยและเพิ่มปริมาณได้ในพืช เช่น พืชตระกูลถั่ว ได้แก่ ชุมเห็ดเล็ก กระถิน ถั่วเหลือง พืชน้ำมัน ได้แก่ ละหุ่ง สบู่ดำ

นายประสงค์ ประไพตระกูล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า หากโรคไวรัสใบด่างมันสำปะหลังเข้ามาในประเทศไทยได้ จะสร้างความเสียหายต่อผลผลิตมันสำปะหลังที่ลดลงได้มากถึง 80-100% โดยมันสำปะหลังที่เป็นโรคดังกล่าวจะแสดงอาการใบด่างเหลือง ใบเสีย รูปทรง ลดรูป และยอดที่แตกใหม่จะแสดงอาการด่างเหลืองรุนแรง ลำต้นแคระแกร็น ไม่เจริญเติบโต หรือมีการเจริญเติบโตน้อย ทำให้ไม่มีการสร้างหัวมันสำปะหลัง ข้อสังเกตหากอาการใบด่างเหลือง หดลดรูป เกิดเฉพาะที่ใบยอด แสดงว่าการระบาดเกิดจากแมลงหวี่ขาวยาสูบเป็นพาหะนำโรคหากพบอาการผิดปกติทั้งต้นตั้งแต่ใบอ่อนจนใบแก่ แสดงว่าเกิดจากการนำท่อนพันธุ์ที่เป็นโรคมาปลูก ที่สำคัญโรคนี้ไม่มียาหรือสารเคมีชนิดใดที่จะป้องกันกำจัดได้

ข้อมูลจากกรมวิชาการเกษตร ยืนยันว่าปัจจุบัน ไม่พบการระบาดในประเทศไทย แต่มีรายงานว่าพบ การระบาดในประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งเริ่มพบการระบาดในปี 2559 ที่จังหวัด รัตนคีรี ประเทศกัมพูชา เป็นที่แรกในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีระยะห่างจากประเทศไทยประมาณ 700 กิโลเมตร ต่อมาปี 2560 ระบาดไปที่ จังหวัดเต็ยนิญ (Tay Ninh) ของประเทศเวียดนาม พร้อมแพร่ระบาดไปอีกหลายจังหวัดในประเทศกัมพูชาและล่าสุด ปี 2561 พบที่จังหวัด อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ซึ่งมีระยะทางห่างจากชายแดนไทยที่อำเภอ ภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ เพียง 30-40 กิโลเมตร ซึ่งใกล้กับแหล่งปลูก มันสำปะหลังสำคัญในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้เตรียมความพร้อมรับมือโรคไวรัสใบด่างมันสำปะหลังไม่ให้เข้ามาระบาดในประเทศไทย โดยจัดทำแนวทางการเฝ้าระวังและป้องกันการระบาดของโรคไวรัสใบด่างมันสำปะหลัง เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร สมาชิกศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ผู้นำชุมชน และเกษตรกร โดยเฉพาะในพื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดนให้ทราบถึงลักษณะอาการและความสำคัญของโรค ส่งเสริมให้ใช้ท่อนพันธุ์สะอาด และให้หมั่นสำรวจติดตามสถานการณ์ในแปลงมันสำปะหลังอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ โดยหากพบต้นมันสำปะหลังแสดงอาการคล้ายโรคใบด่างให้รีบแจ้งสำนักงานเกษตรอำเภอหรือสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้าน พร้อมเก็บตัวอย่างส่งกรมวิชาการเกษตรเพื่อยืนยันความเป็นโรค และลงพื้นที่แก้ไขปัญหาโดยทันที ควบคู่ไปกับมาตรการทางกฎหมายที่กรมวิชาการเกษตรดำเนินการภายใต้กฎหมาย พ.ร.บ.กักพืช ที่ห้ามนำเข้าท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง คุมเข้มการลักลอบนำเข้าท่อนพันธุ์มันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน

สำหรับมาตรการป้องกันในกรณีที่เกิดการระบาดเข้ามาในประเทศไทย กรมส่งเสริมการเกษตรได้ร่วมหารือกับกรมวิชาการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหามาตรการและแนวทางป้องกันการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ประกาศคณะกรรมการร่วมฯ เรื่อง ราคาส่งออกมันเส้น ครั้งที่ 26 (16-30 ก.ย. 61)

ประกาศคณะกรรมการร่วมฯ เรื่อง ราคาส่งออกมันเส้น ครั้งที่ 26 (16-30 ก.ย. 61)

คณะกรรมการร่วมดูแลการค้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย ประชุมเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2561 ได้พิจารณาจากสถานการณ์มันสำปะหลังทั้งใน และต่างประเทศ จึงขอความร่วมมือจากผู้ส่งออกมันเส้นซื้อขายโดยคำนึงถึงต้นทุนเกษตรกรไทย เพื่อเป็นการรักษาเสถียรภาพของสภาวะตลาดมันสำปะหลังในภาพรวมเพื่อประโยชน์ต่อเกษตรกร และการพัฒนาอุตสาหกรรมมันสำปะหลังของประเทศต่อไป

หมายเหตุ:
– ราคาหัวมัน ณ ปัจจุบัน อยู่ที่ 2.80 – 3.05 บาท/กก.ณ จังหวัดนครราชสีมา
– ณ ปัจจุบัน ลานมันหยุดการผลิตมันเส้น เนื่องจากปริมาณผลผลิตหัวมันสดที่ออกสู่ตลาดมีปริมาณไม่เพียงพอ และเข้าสู่ฤดูฝน
– ปริมาณผลผลิตหัวมันเข้าสู่โรงงานแป้งน้อยกว่าปกติเมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
– สถานการณ์ราคาแอลกอฮอล์ในประเทศจีนมีการปรับตัว อยู่ที่ระดับราคา 5,449 หยวน/ตัน ซึ่งราคาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับครั้งที่ผ่านมา

P610907-02P610907-03

ประกาศคณะกรรมการร่วมฯ เรื่อง ราคาส่งออกมันเส้น ครั้งที่ 25 (1-15 ก.ย. 61)

ประกาศคณะกรรมการร่วมฯ เรื่อง ราคาส่งออกมันเส้น ครั้งที่ 25 (1-15 ก.ย. 61)

คณะกรรมการร่วมดูแลการค้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย ประชุมเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2561 ได้พิจารณาจากสถานการณ์มันสำปะหลังทั้งใน และต่างประเทศ จึงขอความร่วมมือจากผู้ส่งออกมันเส้นซื้อขายโดยคำนึงถึงต้นทุนเกษตรกรไทย เพื่อเป็นการรักษาเสถียรภาพของสภาวะตลาดมันสำปะหลังในภาพรวม เพื่อประโยชน์ต่อเกษตรกร และการพัฒนาอุตสาหกรรมมันสำปะหลังของประเทศต่อไป

หมายเหตุ:
– ราคาหัวมัน ณ ปัจจุบัน อยู่ที่ 2.80 – 3.00 บาท/กก. ณ จังหวัดนครราชสีมา
– ณ ปัจจุบัน ลานมันหยุดการผลิตมันเส้น เนื่องจากปริมาณผลผลิตหัวมันสดที่ออกสู่ตลาดมีปริมาณไม่เพียงพอ และเข้าสู่ฤดูฝน
– ปริมาณผลผลิตหัวมันเข้าสู่โรงงานแป้งน้อยกว่าปกติ เมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
– สถานการณ์ราคาแอลกอฮอล์ในประเทศจีนมีการปรับตัว อยู่ที่ระดับราคา 5,439 หยวน/ตัน ซึ่งราคาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับครั้งที่ผ่านมา

P610824-02P610824-03

ประกาศคณะกรรมการร่วมฯ เรื่อง ราคาส่งออกมันเส้น ครั้งที่ 24 (16-31 ส.ค. 61)

ประกาศคณะกรรมการร่วมฯ เรื่อง ราคาส่งออกมันเส้น ครั้งที่ 24 (16-31 ส.ค. 61)

คณะกรรมการร่วมดูแลการค้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย ประชุมเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2561 ได้พิจารณาจากสถานการณ์มันสำปะหลังทั้งใน และต่างประเทศ จึงขอความร่วมมือจากผู้ส่งออกมันเส้นซื้อขายโดยคำนึงถึงต้นทุนเกษตรกรไทย เพื่อเป็นการรักษาเสถียรภาพของสภาวะตลาดมันสำปะหลังในภาพรวม เพื่อประโยชน์ต่อเกษตรกร และการพัฒนาอุตสาหกรรมมันสำปะหลังของประเทศต่อไป

หมายเหตุ:
– ราคาหัวมัน ณ ปัจจุบัน อยู่ที่ 2.80 – 3.00 บาท/กก. ณ จังหวัดนครราชสีมา
– ณ ปัจจุบัน ลานมันหยุดการผลิตมันเส้น เนื่องจากปริมาณผลผลิตหัวมันสดที่ออกสู่ตลาดมีปริมาณไม่เพียงพอ และเข้าสู่ฤดูฝน
– สถานการณ์ราคาแอลกอฮอล์ในประเทศจีนที่มีการปรับตัวสูงขึ้น อยู่ที่ระดับราคา 5,478 หยวน/ตัน

P610810-02P610810-03

ประกาศคณะกรรมการร่วมฯ เรื่อง ราคาส่งออกมันเส้น ครั้งที่ 23 (1-15 ส.ค. 61)

ประกาศคณะกรรมการร่วมฯ เรื่อง ราคาส่งออกมันเส้น ครั้งที่ 23 (1-15 ส.ค. 61)

คณะกรรมการร่วมดูแลการค้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย ประชุมเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2561 ได้พิจารณาจากสถานการณ์มันสำปะหลังทั้งใน และต่างประเทศ จึงขอความร่วมมือจากผู้ส่งออกมันเส้นซื้อขายโดยคำนึงถึงต้นทุนเกษตรกรไทย เพื่อเป็นการรักษาเสถียรภาพของสภาวะตลาดมันสำปะหลังในภาพรวม เพื่อประโยชน์ต่อเกษตรกร และการพัฒนาอุตสาหกรรมมันสำปะหลังของประเทศต่อไป

หมายเหตุ:
– ราคาหัวมัน ณ ปัจจุบัน อยู่ที่ 2.75 – 3.00 บาท/กก. ณ จังหวัดนครราชสีมา
– ณ ปัจจุบัน ลานมันหยุดการผลิตมันเส้น เนื่องจากปริมาณผลผลิตหัวมันสดที่ออกสู่ตลาดมีปริมาณไม่เพียงพอ และเข้าสู่ฤดูฝน
– สถานการณ์ราคาแอลกอฮอล์ในประเทศจีนที่มีการปรับตัวสูงขึ้น อยู่ที่ระดับราคา 5,455 หยวน/ตัน

P610725-02 P610725-03

เกษตรฯ สั่งเฝ้าระวังโรคพุ่มแจ้ ภัยเงียบถล่มมันสำปะหลัง เตือนหมั่นสำรวจทั่วแปลง ย้ำถ้าพบรีบแจ้ง’เจ้าหน้าที่’

เกษตรฯ สั่งเฝ้าระวังโรคพุ่มแจ้ ภัยเงียบถล่มมันสำปะหลัง เตือนหมั่นสำรวจทั่วแปลง ย้ำถ้าพบรีบแจ้ง’เจ้าหน้าที่’

“กรมส่งเสริมการเกษตร” เตือนชาวไร่มันสำปะหลัง ระวังโรคพุ่มแจ้ภัยเงียบทำลายผลผลิต แนะหมั่นตรวจแปลงป้องกันการแพร่ระบาดในวงกว้าง

นางจิระนุช ชาญณรงค์กุล ผู้อำนวยการ กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยถึงสถานการณ์การระบาดของศัตรูพืชในมันสำปะหลังว่า จากการติดตามสถานการณ์ศัตรูพืชในแปลงมันสำปะหลังบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก พบมันสำปะหลังแสดงอาการคล้ายโรคพุ่มแจ้ในหลายจังหวัด โดยจังหวัดที่พบค่อนข้างมากคือ จังหวัดกำแพงเพชร สระแก้ว ชลบุรี และมุกดาหาร ซึ่งโรคพุ่มแจ้ของมันสำปะหลัง ลักษณะคล้ายกับการทำลายของเพลี้ยแป้ง คือ ใบยอดมันสำปะหลังจะหยิกงอ แคระแกร็น และแตกเป็นฝอยค่อนข้างมาก หากเป็นโรค พุ่มแจ้จะทำลายผลผลิตในไร่มันสำปะหลังเสียหายกว่า 70% ขณะนี้กรมส่งเสริมการเกษตร ได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อแจ้งเตือนภัยให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่เสี่ยงได้เตรียมการรับมืออย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป

ด้าน นางสาวสุมนา สิมาสฤษฏ์ ผู้อำนวยการ กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กล่าวว่า โรคพุ่มแจ้มันสำปะหลัง เกิดจากเชื้อไฟโตพลาสมา มีเพลี้ยจักจั่นเป็นแมลงพาหะของโรค และมีต้นวัชพืชสาบม่วงที่เป็นพืชอาศัย หากเชื้อเพิ่มปริมาณมากจะเข้าไปอุดตันท่อลำเลียงอาหารของพืช ทำให้ส่วนยอดแคระแกร็น พืชจะแตกตาข้างมาเพื่อความ อยู่รอด ยอดมีลักษณะเป็นพุ่ม ใบเล็กลงสีเหลือง กรณีระบาดรุนแรงมันสำปะหลังจะยืนต้นตาย สังเกตบริเวณท่ออาหารใต้เปลือกลำต้นหรือหัวเปลี่ยนเป็นเส้นสีน้ำตาลดำ เนื่องจากโรคพุ่มแจ้แพร่ระบาดโดยท่อนพันธุ์และแมลงพาหะ ถ้าเกษตรกรขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคพุ่มแจ้ ไม่ได้สังเกตอาการของโรคหรือโรคแสดงอาการที่ไม่ชัดเจน อาจมีการนำต้นมันที่มีเชื้อสาเหตุโรคนี้ไปขายเป็นท่อนพันธุ์ ทำให้โรคเกิดการกระจายไปยังแหล่งปลูกมันสำปะหลังเป็นการแพร่เชื้อสาเหตุไปยังแหล่งปลูกมันโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร ได้เร่งถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกรรู้จักกับโรคพุ่มแจ้ และแนวทางป้องกันกำจัด ตลอดจนแนะนำให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากเชื้อสาเหตุโรคสามารถเข้าทำลายต้นมันสำปะหลังได้ทุกฤดูกาลเมื่อต้นอ่อนแอ หากพบอาการดังกล่าวให้แจ้งสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน และขุดต้นมันที่แสดงอาการไปเผาทำลายนอกแปลง แล้วปลูกใหม่ด้วยท่อนพันธุ์จากแหล่งปลอดโรค ซึ่งกรมวิชาการเกษตรแนะนำให้สังเกตท่อนพันธุ์ที่คาดว่าอาจจะเป็นโรค จากการแตกตาข้างว่ามีมากแค่ไหน ปกติท่อนพันธุ์จะแตกตาเฉพาะที่บริเวณยอดด้านบนแค่ 2-3 ตา ถ้ามีการแตกตามากบริเวณกลางท่อนพันธุ์ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจติดเชื้อ นอกจากนั้นแนะนำให้กำจัดเพลี้ยจักจั่นแมลงพาหะ รวมทั้งกำจัดวัชพืชทั้งในและโดยรอบแปลง โดยเฉพาะต้นสาบม่วง แหล่งที่อยู่อาศัยของเชื้อก่อโรคพุ่มแจ้ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการระบาดและจำกัดพื้นที่การระบาดของโรคพุ่มแจ้ไม่ให้ขยายวงกว้าง

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า