การประชุมคณะกรรมการสมาคมฯ นอกสถานที่ ณ ล้ง 1919

การประชุมคณะกรรมการสมาคมฯ นอกสถานที่ ณ ล้ง 1919

สมาคมฯ ได้จัดการประชุมคณะกรรมการสมาคมฯ ประจำเดือนธันวาคม 2560 นอกสถานที่ ณ ล้ง 1919 ในวันพุธที่ 13 ธันวาคม 2560 เวลา 14.00 น. และเข้าเยื่ยมชมสถานที่ประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีน ล้ง 1919

ในช่วงค่ำได้มีพิธีมอบโล่ยกย่องเชิดชูเกียรติให้แก่ ร.ต.ท. สุริยน ไรวา ในฐานะผู้ก่อตั้งและนายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย (ปี พ.ศ. 2506 – 2507) โดยมีคุณภัทรา ศิลาอ่อน และคุณประเวศวุฒิ ไรวา เป็นตัวแทนทายาทรับมอบโล่ พร้อมทั้งได้รับเกียรติจากคุณอมเรศ ศิลาอ่อน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมในพิธี และรับประทานอารหารร่วมกัน ณ ร้านอาหารนายห้าง

P601213-02 P601213-03 P601213-04 P601213-05 P601213-06 P601213-07 P601213-08 P601213-09 P601213-10 P601213-11 P601213-12 P601213-13 P601213-14 P601213-15 P601213-16 P601213-17

คันแรกของไทย เปิดตัว “แทรกเตอร์ไร้คนขับ” อัจฉริยะ นำร่องใช้ในไร่มันโคราช 4.0

คันแรกของไทย เปิดตัว “แทรกเตอร์ไร้คนขับ” อัจฉริยะ นำร่องใช้ในไร่มันโคราช 4.0

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา – รมช.พาณิชย์เปิดตัว “รถแทรกเตอร์ไร้คนขับ” คันแรกของไทยเพื่อพัฒนาการเกษตรไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0 นำร่องทดลองใช้ในไร่มันสำปะหลัง และนาข้าวที่โคราช

วันนี้ (8 ธ.ค.) ที่แปลงเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ตำบลหนองบัวศาลา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดโครงการแปลงเรียนรู้เกษตรอัจฉริยะ เทคโนโลยีอัจฉริยะ พัฒนาเกษตรไทย 4.0 พร้อมชมการสาธิตการใช้งานรถแทรกเตอร์ไร้คนขับคันแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างมหาวิทยาลัยฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA ในการพัฒนารถแทรกเตอร์ไร้คนขับเพื่อทดลองใช้ในการทำการเกษตร มันสำปะหลัง และนาข้าวในพื้นที่ประเทศ

มี นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเกษตรกร ให้การต้อนรับและร่วมงาน

สำหรับรถแทรกเตอร์ไร้คนขับเป็นระบบที่ดำเนินการงานเกษตรกรรมร่วมกัน โดย Robot tractor ทำงานโดยอัตโนมัติตามเส้นทางที่กำหนดไว้ล่วงหน้าในทุ่งนา และรถแทรกเตอร์ที่คนขับต้องประสานงานร่วมกันเพื่อทำงานควบคุมโดยใช้ tablet ที่มีการลงทะเบียนรูปร่างของทุ่งนา และขั้นตอนการทำงานไว้ล่วงหน้าด้วยดาวเทียมที่ถูกเรียกว่า GNSS ทำให้สามารถทำงานไปพร้อมกับตรวจสอบขั้นตอนและพิกัดของตัวเอง

นอกจากนี้ยังได้นำเทคโนโลยีด้านการสื่อสารและระบบข้อมูลมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในวงการเกษตรอย่างครบวงจร โดยใช้กับเครื่องจักรกลทางการเกษตร สามารถเก็บข้อมูลสภาพแวดล้อมการใช้งานแบบเรียลไทม์ โดยใช้จีพีเอส และอุปกรณ์สื่อสาร นำข้อมูลไปใช้เพื่อปรับสภาพแวดล้อมการทำงานให้เหมาะสมที่สุด หลีกเลี่ยงการเกิดความเสียหายของอุปกรณ์ สามารถเพิ่มผลผลิตในการวางแผนปฏิบัติงานและการเพาะปลูก โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์ ช่วยด้านการจัดการฟาร์มได้เป็นอย่างดี

นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นับเป็นก้าวแรกของการขับเคลื่อนการทำการเกษตรอัจฉริยะอย่างเป็นรูปธรรมในประเทศ ที่เกิดจากการบูรณาการดำเนินการและข้อมูลทางวิชาการ รวมถึงความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ และประเทศญี่ปุ่นในรูปแบบประชารัฐ สำหรับเป็นต้นแบบในการทำการเกษตรอัจฉริยะรองรับนโยบายประเทศไทย 4.0 เพื่อความยั่งยืนของภาคการเกษตรในอนาคต

P601212-02 P601212-03

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

ประกาศคณะกรรมการร่วมฯ เรื่อง ราคาส่งออกมันเส้น 16-31 ธ.ค. 60

ประกาศคณะกรรมการร่วมฯ เรื่อง ราคาส่งออกมันเส้น 16-31 ธ.ค. 60

คณะกรรมการร่วมดูแลการค้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย ประชุมเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2560 ได้มีมติขอความร่วมมือสมาชิกผู้ส่งออกมันเส้นไม่ควรขายต่ำกว่าราคาตันละ 205 เหรียญสหรัฐ เอฟ.โอ.บี. เกาะสีชัง

หมายเหตุ:

– ราคาส่งออกตันละ 205 เหรียญสหรัฐ เอฟ.โอ.บี. เกาะสีชัง คำนวณมาจากราคาหัวมันของเกษตรกรที่ 2.35 บาท/กก. เชื้อแป้ง 25% ณ จังหวัดนครราชสีมา
– ราคาส่งออกตันละ 205 เหรียญสหรัฐ เอฟ.โอ.บี. เกาะสีชัง เมื่อทอนเป็นราคาขายแอลกอฮอล์ ณ มณฑลซานตง และเจียงซู เฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 5,212 หยวน
– ปัจจุบันราคาขายแอลกอฮอล์ ณ มณฑลซานตง และเจียงซู เฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 6,020 หยวน

P601209-02 P601209-03 P601209-04

รมว. และ รมช. กระทรวงพาณิชย์คนใหม่

รมว. และ รมช. กระทรวงพาณิชย์คนใหม่

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงพาณิชย์ เนื่องในโอกาส เข้ารับตำแหน่งใหม่ พร้อมมอบนโยบายการปฏิบัติงานแก่ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพาณิชย์

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงพาณิชย์ เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ พร้อมมอบนโยบายการปฏิบัติงานแก่ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ ณ ห้องกิติยากรวรลักษณ์ ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันจันทร์ที่ 4 ธันวาคม 2560

P601204-01 P601204-03 P601204-04 P601204-05 P601204-06

4 สมาคมมันฯ พบปลัดพาณิชย์ ฟันธง ชาวไร่มันฯ ได้เฮราคาปีหน้าแน่นอน

4 สมาคมมันฯ พบปลัดพาณิชย์ ฟันธง ชาวไร่มันฯ ได้เฮราคาปีหน้าแน่นอน

4 สมาคมมันฯ พบปลัดพาณิชย์ ฟันธง ชาวไร่มันฯ ได้เฮราคาปีหน้าแน่นอน พาณิชย์จับมือกองทัพภาค 1-2 จัดระเบียบนำเข้ามันเพื่อนบ้าน เตรียมบังคับใช้ประกาศนำเข้ามันฉบับใหม่

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 นายสุกิจ หวั่งหลี ประธานกรรมการ มูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ได้นำคณะผู้บริหารของ 4 สมาคมมันสำปะหลัง ได้แก่ สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย มาหารือถึงสถานการณ์การผลิต การค้ามันสำปะหลังของไทย รวมถึงมาตรการและแนวทางในการกำกับดูแลมันสำปะหลังปี 2560/61 ที่กำลังออกสู่ตลาดอยู่ในขณะนี้

“สถานการณ์ปัจจุบันมีความต้องการมากกว่าปริมาณผลผลิตที่มีในตลาด ทำให้ราคามันสำปะหลังเพิ่มสูงขึ้นทั้งระบบ โดยปัจจุบันราคาหัวมันสด เชื้อแป้ง 25% ณ จังหวัดนครราชสีมา อยู่ที่ 2.20 บาท/ก.ก. ราคามันเส้นอยู่ที่ 5.90-6.20 บาท/ก.ก. และราคามันเส้นส่งออกอยู่ที่ 195-200 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน ทั้งนี้ เนื่องจากเกษตรกรหันไปปลูกพืชชนิดอื่นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า เช่น อ้อยและข้าวโพด รวมถึงบางพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมทำให้ผลผลิตเสียหาย ทำให้ภาคเอกชนประเมินกันว่าผลผลิตมันสำปะหลังอาจลดต่ำกว่า 28 ล้านตัน”

สำหรับภาคส่งออก แนวโน้มการส่งออก ยังคงสดใส โดยเฉพาะในตลาดจีน เนื่องจากรัฐบาลจีนมีนโยบายเพิ่มการใช้เอทานอลในน้ำมันเชื้อเพลิง (E10) ภายในปี 2563 เพื่อส่งเสริมมาตรการลดมลพิษ ซึ่งจะส่งผลให้มีความต้องการใช้เอทานอลเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 ล้านตัน ในปี 2563 จากปัจจุบันที่มีความต้องการใช้ เพียง 2.6 ล้านตัน ทำให้คาดการณ์ว่า จีนจะมีความต้องการนำเข้ามันสำปะหลังเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเอทานอล

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าปัจจุบันราคามันสำปะหลังอยู่ในเกณฑ์ดี กระทรวงพาณิชย์ก็ไม่นิ่งนอนใจ ได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านการผลิตและการตลาดมันสำปะหลัง จำนวน 14 มาตรการด้วยกัน อาทิ โครงการพักชำระหนี้ต้นเงินและดอกเบี้ยให้สมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร ที่ปลูกมันสำปะหลัง โครงการสนับสนุนเครื่องสับมันสำปะหลังให้กับสถาบันเกษตรกรเพื่อเพิ่มมูลค่า โครงการกำกับดูแลการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน เป็นต้น

นอกจากนี้ยังได้ ดำเนินการแก้ไขปัญหามันเส้นด้อยคุณภาพเข้าสู่ประเทศ โดยจัดทำความร่วมมือระหว่างไทย-กัมพูชา ในการยกระดับมาตรฐานมันเส้นที่นำเข้าให้เป็นที่ยอมรับร่วมกัน ซึ่งฝ่ายกัมพูชาแสดงท่าทีตอบรับ และเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีเนื่องจากจะช่วยผลักดันราคามันสำปะหลังในภูมิภาคให้สูงขึ้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติในหลักการร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. …. โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการออกเป็นประกาศกระทรวงพาณิชย์ เพื่อบังคับใช้ต่อไป

“กระทรวงพาณิชย์ได้ขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กองทัพภาคที่ 1 กองทัพภาคที่ 2 ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี และจังหวัดที่ติดกับชายแดนกัมพูชาและสปป.ลาว ในการกำกับดูแลการนำเข้ามันสำปะหลังให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้นขอให้พี่น้องชาวเกษตรกร เชื่อมั่นได้ว่าจะจำหน่ายผลผลิตมันสำปะหลังได้ในราคาที่เป็นธรรม และสอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดที่กำลังสดใสอยู่ในขณะนี้” นางนันทวัลย์กล่าว

สำหรับโครงการสนับสนุนเครื่องสับมันสำปะหลังให้วิสาหกิจชุมชน จำนวน 500 เครื่อง กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ขายได้ราคาดีจากการทำมันเส้นสะอาด โดยขอความร่วมมือทางจังหวัด คัดเลือกจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ผลิตมันสำปะหลังและจดทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร ที่มีศักยภาพและมีความพร้อมในการให้บริการแก่สมาชิก ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแหล่งเพาะปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศ และสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569

ในช่วงเดือน มกราคม – กันยายน 2560 ไทยส่งออกมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์ฯ ปริมาณรวม 8.117 ล้านตัน มูลค่า 68.782 พันล้านบาท โดยมีการนำเข้าวัตถุดิบจากประเทศเพื่อนบ้าน ปริมาณ 2.530 ล้านตัน มูลค่า 11.375 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 เล็กน้อย

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ประกาศคณะกรรมการร่วมฯ เรื่อง ราคาส่งออกมันเส้น 1-15 ธ.ค. 60

ประกาศคณะกรรมการร่วมฯ เรื่อง ราคาส่งออกมันเส้น 1-15 ธ.ค. 60

คณะกรรมการร่วมดูแลการค้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย ประชุมเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 ได้มีมติขอความร่วมมือสมาชิกผู้ส่งออกมันเส้นไม่ควรขายต่ำกว่าราคาตันละ 200 เหรียญสหรัฐ เอฟ.โอ.บี. เกาะสีชัง

หมายเหตุ:

– ราคาส่งออกตันละ 200 เหรียญสหรัฐ เอฟ.โอ.บี. เกาะสีชัง คำนวณมาจากราคาหัวมันของเกษตรกรที่ 2.20 บาท/กก. เชื้อแป้ง 25% ณ จังหวัดนครราชสีมา
– ราคาส่งออกตันละ 200 เหรียญสหรัฐ เอฟ.โอ.บี. เกาะสีชัง เมื่อทอนเป็นราคาขายแอลกอฮอล์ ณ มณฑลซานตง และเจียงซู เฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 5,132 หยวน
– ปัจจุบันราคาขายแอลกอฮอล์ ณ มณฑลซานตง และเจียงซู เฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 5,540 หยวน

P601124-02 P601124-03 P601124-04

ร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรอง

ร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรอง

เรื่อง ร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. ….

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติในหลักการร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. …. และให้ส่งคณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่เสนอคณะรัฐมนตรีตรวจพิจารณาโดยด่วน โดยให้รับความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปประกอบการพิจารณาด้วยแล้วดำเนินการต่อไปได้ และมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์รับความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย

สาระสำคัญของร่างประกาศ
1. ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2555

2. ให้ประกาศนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป
3. กำหนดให้มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองแสดงต่อกรมศุลกากรประกอบการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ดังนี้

3.1 หนังสือรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary Certificate : P/C) ที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานอื่นที่มีอำนาจออกหนังสือรับรองของประเทศผู้ผลิตหรือผู้ส่งออก โดยผู้นำเข้าต้องแสดงหนังสือรับรองต่อด่านตรวจพืชเพื่อตรวจสอบก่อนนำมาแสดงต่อกรมศุลกากร

3.2 หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin : C/O) ที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานอื่นที่มีอำนาจออกหนังสือรับรองของประเทศผู้ผลิต

3.3 สำหรับผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังต้องมีหนังสือรับรองมาตรฐานสินค้า ที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานอื่นที่มีอำนาจออกหนังสือรับรองของประเทศผู้ส่งออก ซึ่งคุณภาพสินค้าที่รับรองต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานสินค้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดตามกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานสินค้าขาออก

4. กำหนดให้มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นสินค้าที่ต้องนำเข้าทางด่านตรวจพืชตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนด และต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ดังนี้

4.1 ต้องได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้ามันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และต้องแจ้งการนำเข้าต่อกรมการค้าต่างประเทศหรือหน่วยงานอื่นที่กรมการค้าต่างประเทศมอบหมาย ก่อนนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกำหนด โดยนำใบแจ้งการนำเข้าดังกล่าวแสดงต่อกรมศุลกากรประกอบการนำเข้ามาในราชอาณาจักร

4.2 ต้องเก็บมันสำปะหลังหรือผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่นำเข้าไว้ในสถานที่เฉพาะแยกจากสถานที่เก็บมันสำปะหลังหรือผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่รับซื้อภายในประเทศ

4.3 ต้องรายงานการนำเข้าตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกำหนด

4.4 ต้องพร้อมให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปในสถานที่เก็บหรือยานพาหนะที่บรรทุกมันสำปะหลังหรือผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เพื่อตรวจสอบปริมาณที่นำเข้า ปริมาณที่จำหน่ายจ่ายโอน รายชื่อ และที่อยู่ของผู้รับปลายทาง รวมทั้งตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานสินค้าโดยการชักตัวอย่างในปริมาณที่สมควร ทั้งนี้ ตามมาตรา 17 (1) แห่งพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558

–ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560–

รมว.พาณิชย์ พอใจราคามันสำปะหลังสูงขึ้น เร่งขยายตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง

รมว.พาณิชย์ พอใจราคามันสำปะหลังสูงขึ้น เร่งขยายตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ พอใจผลการดำเนิน 14 มาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านการผลิตและการตลาดมันสำปะหลัง เพื่อแก้ไขปัญหาราคามันสำปะหลัง หลังราคาปรับตัวสูงขึ้น เร่งขยายตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง

“ฝากไปยังพี่น้องเกษตรกรและผู้ประกอบการมันสำปะหลังของไทยว่าอนาคตมันสำปะหลังไทยมีอนาคตที่สดใส รัฐบาลให้ความสำคัญโดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์และจะดูแลเป็นพิเศษขอให้พี่น้องเกษตรกรช่วยกันรักษาคุณภาพ เพราะเป็นปัจจัยสำคัญและถือเป็นจุดแข็งของมันสำปะหลังไทยเมื่อเทียบกับมันสำปะหลังของชาติอื่น…เป็นที่น่ายินดีว่าภายหลังการดำเนินมาตรการดังกล่าวทำให้ในปัจจุบันราคามันสำปะหลังของไทยมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นางอภิรดี กล่าว

รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับผลผลิตมันสำปะหลังฤดูการผลิต 2560/61 ซึ่งผลผลิตได้เริ่มทยอยออกสู่ตลาดไปตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา กระทรวงฯ ได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านการผลิตและการตลาดมันสำปะหลังรวม 14 มาตรการ อาทิ 1) โครงการพักชำระหนี้ต้นเงินและดอกเบี้ยให้สมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลัง 2) โครงการสนับสนุนเครื่องสับมันสำปะหลังให้กับสถาบันเกษตรกรเพื่อเพิ่มมูลค่า 3) โครงการสนับสนุนเครื่องสับมันสำปะหลังขนาดเล็กให้วิสาหกิจชุมชน 4) โครงการสนับสนุนเครื่องชั่งน้ำหนักรถบรรทุกให้ด่านที่มีการนำเข้ามันสำปะหลัง 5) โครงการกำกับดูแลการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน 6) โครงการแปรรูปมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์สู่อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และ 7) โครงการยกระดับคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด (มันเส้นสะอาด) เป็นต้น

รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า นอกจากจะให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการการเก็บเกี่ยวให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแล้ว กระทรวงฯ ยังให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีช่วงเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตช่วงเดียวกับไทยมิให้ส่งผลกระทบต่อราคามันสำปะหลังในประเทศ โดยที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่กวดขันการกระทำผิดกฎหมาย เช่น การขนย้ายหัวมันสดไม่ตรงตามที่ได้ขออนุญาตไว้ การบรรทุกมันสำปะหลังเกินน้ำหนักที่ได้รับอนุญาต ซึ่งที่ผ่านมาก็สามารถจับผู้ที่กระทำความ ผิดและส่งดำเนินคดีไปได้หลายจังหวัด เช่น กำแพงเพชร และสุรินทร์ เป็นต้น

ส่วนการขยายตลาดต่างประเทศนั้น กระทรวงฯ ได้ดำเนินการหาตลาดใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดก็ได้ส่งคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์เดินทางร่วมกับคณะผู้แทนภาคเอกชน จำนวน 3 สมาคม ได้แก่ สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทยเยือนประเทศตุรกี เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ส่งออกและผู้นำเข้ารวมถึงเปิดช่องทางและโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ซึ่งประเทศตุรกีถือได้ว่าเป็นตลาดใหม่สำหรับมันสำปะหลังชนิดอัดเม็ด (Tapioca pellet) ทั้งนี้ ในปัจจุบันราคาข้าวโพดในประเทศตุรกีมีราคาสูงขึ้นมากทำให้มีความต้องการที่จะนำเข้ามันสำปะหลังเพื่อมาทดแทนข้าวโพดเพิ่มสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ประกอบกับประเทศตุรกีเองมีประชากรที่บริโภคเนื้อสัตว์มากกว่า 80 ล้านคน จึงคาดว่าจะมีปริมาณการนำเข้าวัตถุดิบที่ใช้ทำเป็นอาหารสัตว์จากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยทั้ง 3 สมาคมการค้ามันสำปะหลังได้มีการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ซื้อขายสินค้ามันสำปะหลังอัดเม็ดกับผู้นำเข้าตุรกี รวมจำนวน 3 ฉบับ ปริมาณรวม 900,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท นอกเหนือจากตลาดประเทศตุรกีแล้ว กระทรวงพาณิชย์ยังได้นำผู้ประกอบการแป้งมันสำปะหลัง จำนวน 20 ราย เดินทางไปเจรจาขยายตลาดสินค้าแป้งมันสำปะหลัง ณ ประเทศเกาหลีใต้อีกด้วย โดยได้คำสั่งซื้อทันทีประมาณ 10 ล้านบาท และคำสั่งซื้อที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายใน 1 ปี อีกว่า 168 ล้านบาท

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์

พาณิชย์เร่งเดินหน้าดันราคามันสำปะหลัง

พาณิชย์เร่งเดินหน้าดันราคามันสำปะหลัง

“อธิบดีกรมการค้าภายใน” เร่งเดินหน้าตามโนบายมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง หวังผลักดันราคาให้สูงขึ้น

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) คาดการณ์ผลผลิตมันสำปะหลังปี 2560/2561 มีประมาณ 28.57 ล้านตัน ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 7.69 เนื่องจากเกษตรกรบางพื้นที่ปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า ปัจจุบันราคาหัวมันสดที่เกษตรกรขายเชื้อแป้ง 25% กก.ละ 1.90 – 2.05 บาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีราคา กก.ละ 1.75 บาท และคาดว่าราคายังคงมีแนวโน้มดี เนื่องจากเป็นต้นฤดูการเก็บเกี่ยว ผลผลิตยังออกสู่ตลาดน้อย ขณะนี้ออกสู่ตลาดร้อยละ 5.41 และจะออกสู่ตลาดมากช่วงเดือน มกราคม – เมษายน 2561

ทั้งนี้ จากปัญหาเกษตรกรอำเภอโนนสุวรรณ จังหวัดบุรีรัมย์ ขายมันสำปะหลัง กก.ละ 1.50 บาท นั้น พาณิชย์จังหวัดได้มีการลงพื้นที่ติดตามปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำได้ข้อเท็จจริงว่าจังหวัดบุรีรัมย์มีพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลัง 300,000 ไร่ ผลผลิตประมาณ 1.2 ล้านตัน ผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณร้อยละ 5 ราคามันสำปะหลังในพื้นที่ตั้งแต่ผลผลิตออกสู่ตลาดราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 ราคาหัวมันสด (คละ) กก.ละ 1.80 – 1.85 บาท (เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน กก.ละ 0.20 บาท) ราคาหัวมันสดเชื้อแป้ง 25% กก.ละ 2.25 บาท (เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน กก.ละ 0.40 บาท) ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรพึงพอใจ โดยอัตราเชื้อแป้งเฉลี่ยร้อยละ 25 – 26 (อายุ 8 – 9 เดือน)

สำหรับมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2560/2561 โดยคณะรัฐมนตรีอนุมัติแนวทางการบริหารจัดการมันสำปะหลังปี 2560/2561 จำนวน 14 โครงการ วงเงิน 551.659 ล้านบาท เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2560 โดยมีโครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่สำคัญ เช่น การดูแลหนี้สินเดิมด้วยการพักชำระหนี้และลดดอกเบี้ยให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรสำหรับในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาด การยกระดับมาตรฐานการผลิตและการแปรรูป และสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินให้เกษตรกร นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์เตรียมแผนสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับมันสำปะหลัง โดยจะผลักดันให้มีการทำมันเส้นคุณภาพดีและมันเส้นสะอาด โดยดำเนินโครงการสนับสนุนเครื่องสับมันสำปะหลังให้วิสาหกิจชุมชน การสร้างโอกาสทางการค้าและพัฒนาผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และยังเตรียมมาตรการดูแลการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อราคาภายในประเทศ

อย่างไรก็ตาม สำนักงานพาณิชย์จังหวัดได้มีการประชาสัมพันธ์มาตรการแนวทางบริหารจัดการมันสำปะหลังให้เกษตรกรและผู้ที่เกี่ยวข้องทราบในจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดที่เป็นแหล่งเพาะปลูกมันสำปะหลังอย่างต่อเนื่อง และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์ยังเชื่อมโยงตลาดมันเส้นสะอาดระหว่างกลุ่มเกษตรกร/สหกรณ์การเกษตรโนนสุวรรณกับฟาร์มสุกร บริษัท อาร์เอ็มซี ฟาร์ม จำกัด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ ปริมาณมันเส้นสะอาด 10,000 ตัน ในราคานำตลาดอีกด้วย

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ