รัฐเร่งมาตรการช่วยเหลือชาวไร่มันสำปะหลัง

รัฐเร่งมาตรการช่วยเหลือชาวไร่มันสำปะหลัง

ครม.เพิ่มมาตรการช่วยเหลือชาวไร่มันสำปะหลัง หลังราคาตกต่ำต่อเนื่อง เร่งปล่อยสินเชื่อสร้างมูลค่าสินค้าให้เร็วขึ้นจาก 1 ธันวาคมเลื่อนเป็น 15 ตุลาคมปีนี้

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการมันสำปะหลังเพิ่มเติมของปี 2559/60 หลังจากได้อนุมัติแนวทางการบริหารจัดการมันสำปะหลังไปแล้ว 4 มาตรการ แต่ว่าหลังจากคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำหลัง (นบมส.) ได้พิจารณาพบว่าขณะนี้ราคามันสำปะหลังในประเทศและต่างประเทศมีแนวโน้มตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง จึงเห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการเพิ่มเติม

สำหรับมาตรการแรก ให้เลื่อนระยะเวลการดำเนินโครงการ 3 โครงการที่ ครม.ได้อนุมัติไว้คือ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลังในระบบน้ำหยด โครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตและการแปรรูปมันสำปะหลัง โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร จากของเดิมจะเริ่มดำเนินโครงการในวันที่ 1 ธันวาคม 2559 เป็นเลื่อนมาเป็นวันที่ 15 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไปเพื่อให้สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้เร็วขึ้น

มาตรการโครงการพักชำระหนี้ต้นเงินและลดดอกเบี้ยให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เพื่อบรรเทาภาระหนี้สินและลดต้นทุนในการประกอบอาชีพของเกษตรกร ซึ่งเป็นลูกค้าของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีเป้าหมายคือเกษตรกรที่เป็นลูกค้า ธ.ก.ส.ที่มีหนี้เงินกู้วัตถุประสงค์เพื่อการผลิตมันสำปะหลัง ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2559 รายละไม่เกิน 5 แสนบาท ทั้งหมดมีจำนวนประมาณ 5 แสนราย เป็นเงินกู้ทั้งหมดประมาณ 4 หมื่นล้านบาท ดังนั้น มาตรการนี้จะเป็นภาระของรัฐประมาณ 1,200 ล้านบาท

ส่วนโครงการเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินที่จำเป็นในครัวเรือนและเป็นการแก้ปัญหาการก่อหนี้นอกระบบไปในตัว โดยที่ทาง ธ.ก.ส.จะคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.5 ต่อเดือนหรือปีละ 6% วงเงินกู้รายละไม่เกิน 2 หมื่นบาท ระยะเวลาจ่ายเงินกู้ตั้งแต่ เดือน พ.ย. 59 – 31 มี.ค. 60 มีระยะเวลการชำระหนี้ไม่เกิน 12 เดือนนับตั้งแต่วันที่ทำสัญญา

ที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รมว.พาณิชย์สั่งติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตรสำคัญอย่างใกล้ชิดในพื้นที่น้ำท่วม

รมว.พาณิชย์สั่งติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตรสำคัญอย่างใกล้ชิดในพื้นที่น้ำท่วม

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์มันสำปะหลังอย่างใกล้ชิด รวมทั้งตรวจสอบการซื้อ-ขายหัวมันสด ณ โรงแป้งและลานมันทุกแห่งให้มีการปิดป้ายแสดงราคารับซื้ออย่างชัดเจนให้เป็นไปตามประกาศ กกร. อย่างเคร่งครัด และตรวจสอบเครื่องชั่ง เครื่องวัดเปอร์เซนต์เชื้อแป้งไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบทางการค้า

โดยพาณิชย์จังหวัด ได้ออกติดตามสถานการณ์การรับซื้อมันสำปะหลังของจังหวัด อาทิ จังหวัดกาฬสินธุ์ ปริมาณการรับซื้อหัวมันสดของโรงแป้งทั้ง 8 แห่งยังเต็มกำลังการผลิตเฉลี่ยวันละประมาณ 6500-7000 ตัน โดยมันที่เข้าสู่โรงแป้งในขณะนี้ส่วนใหญ่เป็นมันในจังหวัดประมาณ 70% อีกประมาณ 30% เป็นมันจากจังหวัดใกล้เคียง (อุดรธานี สกลนคร และมุกดาหาร) ราคารับซื้อเฉลี่ย หัวมันสดเชื้อแป้ง 25% กก.ละ 1.25-1.45 บาท (เพิ่ม-ลด%ละ 0.05 บาท) เชื้อแป้งโดยเฉลี่ยในขณะนี้ 23-26%

สำหรับสถานการณ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยังคงให้พาณิชย์จังหวัดจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังจากที่ กรมการค้าภายใน ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ให้รับซื้อเมล็ดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ ทั้งนี้ปริมาณผลผลิตข้าวโพดภายในประเทศยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจากความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในการผลิต 5.6-6 ล้านตันต่อปี ในสัดส่วนการใช้ข้าวโพดในอาหารสัตว์ประมาณ 60-65% แต่ผลผลิตข้าวโพดในประเทศมีเพียง 4.5 ล้านตันต่อปี ที่เหลือยังต้องนำเข้า

นางอภิรดี กล่าวต่อว่า ตัวเองยังมีความกังวลต่อสถานการณ์สินค้าเกษตรโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งจากรายงานของสำนักงานพาณิชย์จังหวัด สถานการณ์น้ำหลากท่วมในครั้งนี้ กระทบต่อพื้นที่เกษตรในวงแคบ ๆ เฉพาะในที่ลุ่มริมน้ำ และท่วมในระยะสั้น จึงคาดว่าพื้นเกษตรสามารถฟื้นตัวได้หลังน้ำลด ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดในพื้นที่น้ำท่วม และพื้นที่เฝ้าระวัง ได้ออกตรวจสอบสถานการณ์ทางการค้าและสำรวจความเสียหายของพื้นที่ทางการเกษตรอย่างใกล้ชิด โดยติดตามสถานการณ์สินค้าจำเป็นต่อการครองชีพในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย ดูแลมิให้เกิดการกักตุน ไม่ให้มีการฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค และป้องกันมิให้เกิดภาวะขาดแคลนสินค้า ทั้งในช่วงที่เกิดอุทกภัยและหลังเกิดอุทกภัย จัดหาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด เพื่อช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรที่ประสบภัย

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

“หัวมัน” ราคาต่ำสุดรอบ 20 ปี ชาวไร่เดือด-กระทุ้งรัฐจ่ายไร่ละ 1,000 บาท

“หัวมัน” ราคาต่ำสุดรอบ 20 ปี ชาวไร่เดือด-กระทุ้งรัฐจ่ายไร่ละ 1,000 บาท

สถานการณ์ราคาหัวมันสำปะหลัง ปีการผลิต 2558/2559 ช่วงโค้งสุดท้ายที่ลดลงเหลือ กก.ละ 1.20-1.30 บาท ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 20 ปีนับจากปี 2539 ที่ราคาเคยอยู่ที่ กก.ละ 0.80 บาท ทำให้เกษตรกรขาดทุนอย่างน้อย กก.ละ 0.90 บาท ส่งผลให้ชาวไร่มันออกมาเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์กำหนดมาตรการดูแลอย่างเร่งด่วน

เดือดร้อนถึงคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) ซึ่ง นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจาก นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ให้ดูแล รวมทั้ง "กรมการค้าภายใน" ต้องรีบชงมาตรการเสริม 2 มาตรการ คือ การพักชำระหนี้ให้เกษตรกร 2 ปี โดยรัฐบาลจ่ายชดเชยดอกเบี้ย 3% ให้คิดเป็นวงเงิน 1,200 ล้านบาท และมาตรการให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ปล่อยสินเชื่อใหม่ให้เกษตรกร 5 แสนราย รายละ 20,000 บาท ดอกเบี้ย 0.5% ต่อปี คาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายใน 15 ตุลาคม 2559 เพื่อเสริม 4 มาตรการเดิม

P590927-02

โซนนิ่งพื้นที่นาข้าวหนุนเกษตรกรปลูกมัน

พิจารณาโครงสร้างการผลิตมันสำปะหลังในแต่ละปีพบว่า ไทยมีผลผลิตมันสำปะหลัง 31-32 ล้านตัน "น้อยกว่า" ปริมาณความต้องการใช้ 40 ล้านตันต่อปี ทำให้ต้องนำเข้าจากเพื่อนบ้าน 800,000-1,000,000 ตันต่อปีซึ่งไม่น่าเป็นเหตุผลที่ทำให้มันสำปะหลังราคาตก

แหล่งข่าวในวงการมันสำปะหลังตั้งข้อสังเกตว่า ราคามันสำปะหลังที่ลดลงอย่างผิดปกติมาจาก 2-3 สาเหตุ คือ 1) ผลพวงจากการใช้มาตรการโซนนิ่งสินค้าเกษตรกรเมื่อปี 2557 ที่ภาครัฐสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ข้าวโพด และอ้อยให้ปรับเปลี่ยนพื้นที่่มาปลูกมันสำปะหลังแทน เพราะรายได้เฉลี่ยต่อไร่จากการปลูกมันสำปะหลัง 4,141 บาทสูงกว่าการปลูกข้าว 271 บาท

หากยังจำได้ นโยบายปรับพื้นที่ (โซนนิ่ง) ระบุว่า หากเปลี่ยนนาดอน 2 ล้านไร่มาปลูกมันฯ จะช่วยเกษตรกรมีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 15 เท่า หรือราว 7,740 ล้านบาทต่อปี แต่หลังจากโซนนิ่งแล้วก็ไม่มีการติดตาม จนผลผลิตมันสำปะหลังจำนวนมากมาโผล่ในปีนี้

2) เมื่อปี 2558 ที่ผ่านมาเป็นปีที่เกิดภัยแล้งรุนแรง ส่งผลให้การปลูกมันปีการผลิต 2558/2559 ต้องเลื่อนออกไปจากปกติ ชาวไร่จะขุดหมดไปตั้งแต่เดือนพฤษภาคม เป็นขุดช้าจนถึงเดือนกันยายน ผลผลิตปี 2558/2559 ก็ยังไม่หมด ขณะที่ผลผลิตมันปี 2559/2560 ก็กำลังจะตามออกมาในเดือนตุลาคมนี้

ชาวไร่มันเจอเคราะห์ซ้ำกรรมซัด

นอกจากนี้ ยังเจอแจ็กพอตซ้ำเนื่องจากฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ทำให้ต้องเร่งขุดเพื่อหนีฝนอีก ส่งผลให้คุณภาพเปอร์เซ็นต์แป้งลดลงจากเกณฑ์ 25% เหลือ 21-22% ทำให้ราคาร่วงลงอีก

3) กลไกตลาดผิดปกติกล่าวคือ เกษตรกรจะต้องขายมันให้ลานมันและโรงแป้ง เพื่อนำไปแปรรูปเป็นมันเส้น และแป้งมันสำหรับส่งออก แต่ช่วงนี้ "ผู้ซื้อ" น้อยราย เพราะเมื่อฝนตกหนักลานมันไม่สามารถตากมันได้ ต้องหยุดซื้อ เกษตรกรหมดทางเลือกจึงต้องขนหัวมันไปขายให้กับโรงแป้ง ซึ่งเปิดทำการเพียง 50% หรือประมาณ 45 โรงจากทั่วประเทศ ผลต่อเนื่องตามมา คือ

"โรงแป้ง" แบกสต๊อกมากจนรับไม่ไหว จึงต้องไปเร่งส่งออกให้เร็วที่สุด นำมาสู่ปัญหาการตัดราคากันเอง ทำให้ราคาส่งออกเอฟโอบีแป้งมันลดลงจากตันละ 335-350 เหลือตันละ 290 เหรียญสหรัฐ ต่ำสุดในรอบหลายปีเช่นเดียวกัน และคิดทอนกลับเป็นราคาแป้งจะเหลือ กก.ละ 9 บาท จากเคยขายได้ 12-13 บาท ทำให้ราคาหัวมันเหลือเพียง กก.ละ 1.40 บาท ปรากฏการณ์นี้เริ่มจากกลุ่มโรงแป้งในพื้นที่ที่ยังมีผลผลิตปี 2558/2559 ค้างอยู่ เช่น จ.กาฬสินธุ์ มหาสารคาม เลย อุดรธานี และขอนแก่น และลามไปยังโรงแป้งในพื้นที่อื่นต้องลดราคาลงตามซ้ำร้ายตลาดส่งออกหลักอย่างจีนซึ่งมีสัดส่วนกว่า 90% มีนโยบาย "ลด" การนำเข้ามันเส้นจากไทย หันไปใช้สต๊อกข้าวโพดที่รัฐบาลให้การสนับสนุนเกษตรกรแทน โดยคาดการณ์ว่าปีนี้จีนจะระบายสต๊อกข้าวโพด 50 ล้านตันจากทั้งหมด 250 ล้านตัน

4 สมาคมมันเสียงแตก

เหตุผลทั้งหมดนี้ทำให้ "สมาคมโรงแป้งมันสำปะหลังไทย" ถูกผลักเป็นจำเลยกดราคามัน และไม่สามารถเข้าร่วมกับ 3 สมาคมมันสำปะหลัง ซึ่งนำโดยนางสุรีย์ ยอดประจง นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย นายนิยม จุฬาเสรีกุล นายกสมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย และ นายสมบูรณ์ วัฒนวาณิชย์กุล นายกสมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มมาตรการแก้ไขปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำอย่างเร่งด่วนได้

สาระสำคัญของแถลงการณ์นั้นเสนอให้รัฐออกมาตรการเร่งด่วน ช่วยเหลือสนับสนุนเงินให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน 3 แสนครัวเรือน ไร่ละ 1,000 บาท เป็นวงเงิน 8,600 ล้านบาท ให้เกษตรกรมีเงินใช้จ่ายเพื่อจะได้ชะลอการขุดมันออกไป 50-60 วัน ด้วยหวังว่าจะดึงจังหวะรอให้หมดฝน แล้ว "ลานมัน" กลับมาช่วยซื้อและช่วยให้ผลผลิตหัวมันมีคุณภาพมากขึ้น พร้อมทั้งขอให้ภาครัฐเพิ่มความเข้มข้นในการควบคุมเรื่องการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเสนอให้กำหนดโควตาและให้ผู้นำเข้ามานำเข้ามาเพื่อส่งออก ซึ่งจะช่วยลดซัพพลายส่วนเกินได้

นายธีระชาติ เสยกระโทก ผู้ประสานงานสมาพันธ์ชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทยกล่าวว่า ในพื้นที่เกษตรกรไม่สามารถชุนนุมประท้วงได้เหมือนในอดีต กลไกการแก้ไขปัญหาจึงมีการหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละพื้นที่ เพื่อขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการลานมันช่วยเข้ารับซื้อหัวมัน (เปอร์เซ็นต์แป้ง 25%) จากเกษตรกรในราคา กก.ละ 2.10 บาท ขณะที่ผู้ประกอบการโรงแป้งในพื้นที่ยืนยันว่า ไม่สามารถรับซื้อในราคาดังกล่าวได้ เพราะขณะนี้การส่งออกแป้งประสบปัญหาด้านราคา อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลผลิตมันสำปะหลังปีนี้ยัง เหลืออยู่ 10% เท่านั้น หากกระทรวงพาณิชย์มีมาตรการชัดเจนน่าจะช่วยยกระดับราคาขึ้นได้

ขยายตลาด-ดูแลโซนนิ่ง

สำหรับมาตรการแก้ไขปัญหาเชิงรุก "นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง" ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะภาคเอกชนออกไปเจรจาเพื่อขยายตลาดส่งออก 3 แห่ง คือ อินเดีย ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ช่วง 26-30 กันยายนนี้ ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อการขยายตลาดส่งออกใหม่ ลดการพึ่งพาการส่งออกตลาดจีนได้ในอนาคต ขณะเดียวกันได้นำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น จ.สระแก้ว เพื่อขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลการลักลอบนำเข้ามันเส้น

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายยังกังวลว่าปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้นหลังจากใช้มาตรการโซนนิ่งภาคการเกษตรจะยังมีต่อเนื่องจนถึงปีการผลิต 2559/60 ดังนั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดกลไกการติดตามข้อมูลให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการราคาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

จ่อทุ่ม 1.2 พันล.ช่วยผู้ปลูกมันฯ ชงครม.พักชำระหนี้ / ปล่อยกู้ 5 แสนราย

จ่อทุ่ม 1.2 พันล.ช่วยผู้ปลูกมันฯ ชงครม.พักชำระหนี้ / ปล่อยกู้ 5 แสนราย

คณะกรรมการการมันสำปะหลัง เตรียมของบครม. 1,200 ล้าน ดูแลเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง พร้อมเสนอ ครม.อนุมัติ 4 แนวทางดูแลมันสำปะหลังเพิ่มเติม

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) มีมติให้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่มงบประมาณช่วยเหลือดูแลเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง 1,200 ล้านบาท พร้อมจะเสนอให้ครม.รับทราบและอนุมัติมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร 4 ข้อ คือ

1.การช่วยพักชำระหนี้เงินต้นให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เป็นระยะเวลา 24 เดือน วงเงิน 1,200 ล้านบาท ครอบคลุมเกษตรกร 5 แสนราย ซึ่ง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะชดเชยดอกเบี้ยให้ 1.5% และรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ 1.5%

2.ให้ ธ.ก.ส. ปล่อยกู้ ให้สินเชื่อเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เพื่อนำมาใช้จ่ายฉุกเฉิน และเพิ่มสภาพคล่อง จำนวน 5 แสนราย รายละไม่เกิน 20,000 บาท ในอัตราดอกเบี้ย 0.5%,

3.ให้หน่วยงานต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเข้ามันสำปะหลัง ทำงานอย่างเข้มงวดมากขึ้น เช่นการตรวจสอบเชื้อไวรัส การลักลอบนำเข้า เป็นต้น และ

4.การดึงมันสำปะหลังออกสู่ตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สค.) จะร่วมมือกัน นำผู้ประกอบการ ผู้นำเข้าจากต่างประเทศ มาทำแมทชิ่ง หรือการเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไทย เพื่อกระจายมันสำปะหลังไปยังประเทศที่มีความต้องการใช้มัน เช่น อินเดีย

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ในการประชุม นบมส. ได้เห็นชอบร่วมกันที่จะเพิ่มมาตรการดูแลสินค้ามันสำปะหลัง และช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังเพิ่มเติมจากเดิม เพราะมองว่ามาตรการเดิมอาจยังไม่เพียงพอ ซึ่งจะเสนอ ครม. ให้รับทราบและอนุมัติในสัปดาห์หน้า สำหรับสิ่งที่จะเสนอ ครม.เพิ่มเติม เช่น การพักชำระหนี้เงินต้นให้เกษตรกร แต่เกษตรกรยังต้องมีการจ่ายดอกเบี้ยคืน ธ.ก.ส. และการให้เข้มงวดเรื่องการนำเข้ามันสำปะหลังมากขึ้น เพราะมันสำปะหลังมีการนำเข้าทั้งปี ซึ่งเป็นการนำเข้าหัวมันสด จึงอาจเกิดปัญหาด้านสุขอนามัยมีการติดเชื้อได้ ดังนั้น การนำเข้าอาจต้องให้จำกัดการเข้าได้เฉพาะด่านถาวรที่มีศักยภาพ มีทีมที่สามารถตรวจสอบสุขอนามัยได้เท่านั้น ไม่ให้นำเข้าด่านอื่นๆ และหากนำเข้ามาผ่านด่านที่ไม่ได้รับอนุญาตก็จะถือว่าเป็นการลักลอบนำเข้าที่ผิดกฎหมาย ขณะเดียวกันจะดูแลสินค้าเกษตร ทั้ง ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด

“ทั้งนี้ได้มีการเสนอในที่ประชุม นบมส. ให้ใช้มาตรการดูแลเกษตรกร โดยวิธีการชะลอการขุดมันสำปะหลังแต่ที่ประชุมไม่เห็นด้วย เพราะในปีก่อนก็ใช้มาตรการดังกล่าวแล้ว และทำให้เกิดหนี้เสียจำนวนมากแถมยังตรวจสอบยาก ดังนั้น จึงไม่อนุมัติแนวทางดังกล่าว”น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ กล่าว

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

พณ.จ่อชงครม.พักหนี้ชาวไร่มัน ชะลอนำเข้าข้าวสาลี พยุงราคาข้าวโพด

พณ.จ่อชงครม.พักหนี้ชาวไร่มัน ชะลอนำเข้าข้าวสาลี พยุงราคาข้าวโพด

พาณิชย์ สั่งโรงงานอาหารสัตว์ ซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศไม่ต่ำกว่ากก.ละ 8 บาท และชะลอนำเข้าข้าวสาลี หวังดึงไม่ให้ราคาข้าวโพดตกต่ำ ในช่วงที่ผลผลิตออกมากตั้งแต่พ.ย.-ธ.ค.นี้ ขณะเดียวกัน จี้ผู้ประกอบการมันสำปะหลัง ซื้อหัวมันสดโลละ 1.90 บาท เตรียมชง ครม. พักหนี้ชาวไร่มัน

เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 59 นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า การเตรียมรับมือผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูกาลผลิตปี 59/60 ที่จะออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือน พ.ย.นี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาตกต่ำนั้นทางเราได้ขอความร่วมมือโรงงานอาหารสัตว์ ให้รับซื้อเมล็ดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศในราคาไม่ต่ำกว่าปีก่อน หรือกิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า 8 บาท ที่ความชื้น 14.5% โดยเมื่อทอนเป็นราคาที่เกษตรกรขายแบบฝักจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 3.80-4.00 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรอยู่ได้

‘ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศจะออกมากตั้งแต่เดือน พ.ย.-ธ.ค. ปีนี้มีประมาณ 4 ล้านตัน ไม่เพียงพอต่อความต้องการอยู่แล้ว เพราะโรงงานอาหารสัตว์ใช้ปีละประมาณ 7-8 ล้านตัน แต่เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาลดลงในช่วงผลผลิตออกมาก กรมฯ ได้ขอความร่วมมือโรงงานรับซื้อไม่ต่ำกว่ากก.ละ 8 บาท ที่ความชื้น 14.5%’

ทั้งนี้หากโรงงานใดซื้อราคาต่ำกว่าที่ขอความร่วมมือไว้ ให้เกษตรกรแจ้งมาได้ที่กรมฯ จะดำเนินการแก้ปัญหาให้ เช่น อาจจะกำหนดเป็นราคาแนะนำ ที่โรงงานจะต้องรับซื้อ หรือกำหนดมาตรการอื่นๆ ต่อไป คาดว่าราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ น่าจะปรับสูงขึ้นในช่วงปลายฤดู ซึ่งปีที่ผ่านมา ราคาปรับขึ้นไปได้ถึงกิโลกรัมละ 9 บาท พร้อมกันนั้น ยังได้ขอความร่วมมือให้โรงงานอาหารสัตว์ ชะลอการนำเข้าข้าวสาลีออกไปก่อน โดยให้นำเข้าได้ในช่วงที่ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ออกหมด หรือประมาณช่วงเดือน ก.พ.เป็นต้นไป เพื่อไม่ให้กระทบกับราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

นางสาววิบูลย์ลักษณ์ กล่าวว่า ส่วนการแก้ปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำนั้นได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการมันสำปะหลังให้รับซื้อหัวมันสดจากเกษตรกรกิโลกรัมละ 1.90 บาท ซึ่งผู้ประกอบการโรงงานมันเส้น และเอทานอล รับปากจะให้ความร่วมมือ เพราะราคาส่งออกมันเส้นของไทยดีมาก แต่ขอให้เกษตรกรอย่าเพิ่งเร่งรีบขุดหัวมัน เพราะจะได้คุณภาพต่ำ และเชื้อแป้งไม่ได้ตามมาตรฐานที่ 25%

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) ที่มีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ เป็นประธาน เมื่อวันที่ 22 ก.ย.นี้ ได้อนุมัติมาตรการพักชำระหนี้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง โดยมีเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 560,000-600,000 ครัวเรือน คาดจะใช้เงินงบประมาณ 1,400 ล้านบาท รวมถึงยังมีมาตรการชดเชยดอกเบี้ยให้เกษตรกร เพื่อชะลอการขุดหัวมัน ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีเงินไปใช้จ่ายในช่วงที่ยังขายผลผลิตไม่ได้ ซึ่งจะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในสัปดาห์หน้า

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

เสียงครวญจากไร่

เสียงครวญจากไร่

กลายเป็นประเด็นที่ถูกเมินมาหลายปีจากกระทรวงพาณิชย์ กรณีปล่อยให้นำเข้าข้าวสาลีและกากข้าวโพดเหลือจากการทำเอทานอล (DDGS) มาผลิตอาหารสัตว์มากเกินไป นกระทบต่อเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไทย

กลางปีที่ผ่านมา ผู้ได้รับผลกระทบอดรนทนไม่ไหวจัดเวทีระดมความคิดเห็นผ่านสภาเกษตรกรแห่งชาติ นำข้อเสนอยื่นต่อนายกรัฐมนตรีไป ไม่ได้มีรีแอ็กชั่นใดๆ ตอบกลับจากกระทรวงพาณิชย์ แถมยังปล่อยให้นำเข้ากันได้แบบเสรีแบบไม่มีลิมิต ปล่อยให้เกษตรกรต้องร้องเพลงรอเคล้าน้ำตาต่อไป

ทั้งที่ภัยแล้งอันแสนสาหัสที่ผ่านมา เกษตรกรหลงดีใจตั้งความหวัง ช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดคงได้ขายของสักที สุดท้ายกลไกตลาดเป๋ไม่เป็นท่า ผลผลิตมีน้อยแต่กลับราคาถูก…แม้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์จะยังมีความต้องการ แต่กลับถูกแทนที่ด้วยข้าวสาลีนำเข้าและ DDGS แบบอันลิมิเต็ดนี่ยังไม่รวมการนำเข้ารำข้าวสาลีอัดเม็ดจากอินโดนีเซีย ที่มีถี่ขึ้นในระยะหลัง แทนที่จะใช้รำข้าวสารไทย

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 1 กก.ยังไม่พอซื้อไข่ไก่ 1 ฟอง ส่วนมันสำปะหลังบางแห่งเหลือกิโลละไม่ถึงบาท

ด้วยเหตุนี้วันก่อนเวทีสัมมนา “ฝ่าวิกฤติปัญหาเสถียรภาพราคาสินค้าพืชเศรษฐกิจหลักของไทย” โดยสภาเกษตรฯ จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมาอีกครั้ง…หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ส่งตัวแทนระดับหัวเข้าร่วมตลอดงาน

ยกเว้นหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์…พูดเสร็จ หนีกลับ ทั้งที่เป็นคู่กรณีโดยตรง

งานนี้เดือดถึงขนาดเรียกร้องให้ท่านผู้นำใช้อำนาจ ม.44 ปลด รมว.พาณิชย์ แถมออกอาการครั่นเนื้อครั่นตัวอยากแสดงพลัง…ยิ่งยกเลิกพลเรือนขึ้นศาลทหารแล้ว อะไรก็เกิดขึ้น ถ้าเหลืออดจริงๆ

เกษตรกรคาใจ เหตุใดไม่มีใครกล้ายุ่งเรื่องนำเข้าตรงนี้เลย หรือมีอะไรจุกที่คอระดับบิ๊กกระทรวง ตั้งแต่ระดับหัวหน้า อธิบดี ยันรัฐมนตรี

ฤาดวงตาท่านเห็นหน้าอันสิ้นหวังของเกษตรกร แต่มือยังคงพาดห้อยลงใต้โต๊ะ เก็บอะไรเข้ากระเป๋ารึเปล่า…เขาแค่ตั้งข้อสงสัยไปงั้นๆ.

สะ–เล–เต

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

เอกชน 31 รายแห่ประมูลมันเส้นเสื่อม

เอกชน 31 รายแห่ประมูลมันเส้นเสื่อม

นายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 กันยายน กรมการค้าต่างประเทศได้เปิดให้ผู้ประกอบการยื่นซองเสนอราคาประมูลมันสำปะหลังเส้นในสต๊อกรัฐบาล ซึ่งเป็นล็อตสุดท้ายที่เก็บสต๊อกคงค้างมาตั้งแต่โครงการรับจำนำมันสำปะหลัง ปี 2551/2552 จนถึงปี 2555/2556 ปริมาณรวม 344,554.444 ตัน ตามความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) ซึ่งมีนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์เป็นประธาน

ทั้งนี้ ในการประมูลแยกเป็น 2 ส่วน คือ การประมูลมันสำปะหลังสู่ภาคอุตสาหกรรม ครั้งที่ 1/2559 มีผู้ยื่นซองเสนอราคา 24 ราย จากที่ผ่านคุณสมบัติ 30 ราย คิดเป็นปริมาณเสนอซื้อ 216,000 ตัน จากปริมาณที่เปิดประมูลทั้งหมด 226,745 ตัน โดยให้ราคาเสนอซื้อต่ำสุดที่ กก.ละ 0.10 บาท สูงสุด กก.ละ 1.60 บาท และการประมูลเป็นการทั่วไป ครั้งที่ 1/2559 มีผู้ยื่นเสนอราคา 5 ราย จากที่ผ่านคุณสมบัติ 11 ราย คิดเป็นปริมาณ 28,000 ตัน จากทั้งหมดที่เปิดประมูลปริมาณ 117,809 ตัน โดยราคาที่เสนอซื้อราคา กก.ละ 1.20-2.00 บาท ซึ่งหลังจากนี้ผู้เสนอราคาสูงสุดในแต่ละคลังยังอยู่ระหว่างการให้ราคาเพิ่มได้อีกครั้ง จนกว่าจะมีผู้ชนะด้วยราคาสูงสุด

“การประมูลครั้งนี้มีผู้เสนอซื้อคึกคักเป็นที่น่าพอ หลังจากนี้จะสรุปราคาที่เสนอซื้อ และในวันที่ 15 กันยายนนี้ คณะทำงานระบายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังคงเหลือในสต๊อกของรัฐบาล จะประชุมเพื่อกำหนดราคาฟลอไพรซ์ ซึ่งจะพิจารณาจากราคาตลาดย้อนหลัง 15 วัน และหักค่าเสื่อมราคาของมันสำปะหลังในแต่ละปี จากนั้นจะนำผลสรุปเสนอประธานนบมส. จะพิจารณา หากเปรียบเทียบแล้วราคาเสนอซื้อต่ำกว่าราคาฟลอไพรซ์ แต่หากเทียบกับค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาแล้วมากกว่าก็อาจจะขายก็ได้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาขายขึ้นอยู่กับระดับนโยบาย”

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

กรมการค้าภายใน เตรียมหารือธนาคารพาณิชย์ หามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการแป้งมัน-ลานมัน

กรมการค้าภายใน เตรียมหารือธนาคารพาณิชย์ หามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการแป้งมัน-ลานมัน

กรมการค้าภายใน เตรียมหารือธนาคารพาณิชย์ หามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการแป้งมัน ลานมัน พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการแก๊สโซฮอล์ ในการดูดซับปริมาณแป้งมันออกจาดตลาด ขณะที่ ขอความร่วมมือ สคร. ต่างประเทศ จัดเจรจาการค้ามันสำปะหลัง

นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมการค้าภายในเตรียมหารือธนาคารพาณิชย์ ในการหามาตรการช่วยเหลือ เรื่องของวงเงินสินเชื้อ รวมถึงมาตรการชดเชยดอกเบี้ย ให้กับผู้ประกอบการแป้งมันสำปะหลัง ลานมัน เพื่อส่งเสริมเรื่องของสภาพคล่องในการดำเนินการ เนื่องจากได้มีการรับซื้อมันสำปะหลังเข้ามาเก็บไว้ในสต๊อกเป็นจำนวนมาก อยากในการจัดการ อีกทั้ง ขอความร่วมมือผู้ประกอบการแก๊สโซฮอล์ ในการรับซื้อแผ้งมันสำปะหลังเพิ่มขึ้น ในการดูดซับแป้งมันสำปะหลังในตลาด เบื้องต้นผู้ประกอบการได้ที่จะดูดซับปริมาณแป้งมันสำปะหลังในตลาด

อย่างไรก็ดี สำหรับมาตรการสิ้นเชื้อและการชดเชยดอกเบี้ย คงต้องหารือกับทางธนาคารว่าจะสามารถช่วยเหลือได้อย่างไรบ้าง หากต้องใช้งบประมาณจากรัฐบาลก็อาจจะต้องเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป นอกจากนี้การขอความร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ เรื่องของกฎหมายหลักประกันธุรกิจ ก็จะเป็นช่องทางหนึ่งให้ผู้ประกอบการนำมันสำปะลหลังเป็นหลักประกันในการขยายวงเงินได้อีกช่องทางในการเพิ่มสภาพคล่อง

ส่วนกรณีขอความร่วมมือผู้ประกอบการแก๊สโซฮอล์ในการดูดูซับปริมาณแป้งมันในตลาด เบื้องต้นผู้ประกอบการรับที่จะช่วยเหลือ เพราะปัจจุบันกำลังการผลิตเพียง 50% เท่านั้น ซึ่งยังสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้มากขึ้น ซึ่งก็คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ทันที ทั้งนี้ มาตรการที่หารือเป็นมาตรการเพิ่มเติมจากที่ ครม. เห็นชอบไปก่อนหน้านี้ สำหรับมาตรการที่ ครม. ได้อนุมัติแนวทางการบริหารจัดการมันสำปะหลังแบบครบวงจร ปี 2559/60 จำนวน 4 โครงการ ก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย 1.โครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง 3% ต่อปี รายละไม่เกิน 80,000 บาท คาดว่าจะมีเกษตรกรเข้าร่วม 310,000 ราย

2.โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกด้วยระบบน้ำหยด โดย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส. ) คิดอัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี 3. โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่ม และ4.โครงการยกระดับมาตรฐานการผลิตและแปรรูปมันสำปะหลัง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการดูซับมันสำปะหลังออกจากตลาดในช่วงที่ผลผลิตออกมากในช่วงเดือนธันวาคม 2559-มกราคม 2560 ที่คาดว่าจะออกมาปริมาณ 5-6 ล้านตัน จากผลผลิตทั้งปี 2559 อยู่ที่ 32 ล้านตัน และจะออกมากสุดในช่วง มกราคม-เมษายน 2560 ปริมาณ 20 ล้านตัน

นางสาววิบูลย์ลักษณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ราคามันสำปะหลังที่ตกลงมาในขณะนี้ เป็นผลกระทบมาจากปัจจัยเรื่องของภัยแล้งกระทบยต่อเชื้อแป้งลดลง การลดการนำเข้ามันสำปะหลังของจีน และการกดราคาแป้งมันในตลาดโลก จากปี 2558 จากที่มีการขายอยู่ในตลาดโลกอยู่ที่ 400 เหรียญสหรัฐต่อตัน ปี 2559 ลดลงมาอยู่ที่ 200-300 เหรียญสหสรัฐต่อตัน ส่งผลต่อราคามันสำปะหลังภายในประเทศอย่างมาก ดังนั้น เพื่อแก้ไขราคาตกนอกจากมาตรการในการช่วยเหลือภายในประเทศแล้ว

สำหรับมาตการด้านต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ก็จะหาตลาดอื่นๆเพิ่มขึ้น เช่น อินเดีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และยุโรป เพื่อส่งออกมันเส้น แป้งมันไปในตลาดดังกล่าวให้มากขึ้น อีกทั้ง ยังหารือร่วมกับทูตพาณิชย์ ที่เป็นประเทศผู้ใช้มัน เพื่อดึงผู้ประกอบการจากทั่วโลกมาร่วมงานจับคู่เจรจาธุรกิจกับโรงแป้งของไทยด้วย อีกทั้ง จะขยายความต้องการใช้มันสำปะหลังในประเทศ โดยการนำมันสำปะหลังมาแปรรูปเป็นผลิตภันฑ์อื่นๆเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า เช่น การทำขนมจากมันสำปะหลัง ลูกชิ้น ไส้กรอก ซอสมะเขือเทศ รวมถึงการนำไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมพลังงาน เช่น การผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลัง

ส่วนราคามันขณะนี้ หัวมันสด ความชื้น 25% อยู่ที่ 1.7-2 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งต่ำกว่าราคาในปีก่อนที่ราคาอยู่ที่ 2.30 บาทต่อกิโลกรัม ขณะนี้ ราคามันสดคุณภาพไม่ตรงมาตรฐานราคายู่ที่ 1.21 บาทต่อกิโลกรัม ลดลงจากราคาเดิมเดือนที่แล้วที่มีราคา 1.25 บาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

เปิดประมูลมันสำปะหลัง 3.44 แสนตัน โละสต๊อกรัฐบาลลดภาระค่าจัดเก็บ

เปิดประมูลมันสำปะหลัง 3.44 แสนตัน โละสต๊อกรัฐบาลลดภาระค่าจัดเก็บ

พาณิชย์ เปิดประมูลมันสำปะหลังในสต๊อกรัฐบาล 3.44 แสนตัน ครั้งแรกในปี 2559 หวังลดภาระจัดเก็บเดือนละ 50 ล้านบาท เปิดซองเคาะราคา 13 กันยายนนี้ ยืนยันไม่กระทบตลาด

นายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะทำงานระบายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังคงเหลือในสต๊อกของรัฐบาล เปิดเผยว่า กรมได้ทำการเปิดประมูลการจำหน่ายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังในสต๊อกของรัฐบาล รวมทั้งสิ้น 344,554 ตัน โดยแบ่งเป็นระบายเป็นการทั่วไป ครั้งที่ 1/2559 ปริมาณ 117,809 ตัน และระบายเข้าสู่อุตสาหกรรม ครั้งที่ 1/2559 ปริมาณ 226,745 ตัน ซึ่งเป็นมันสำปะหลังจากโครงการรับจำนำมันสำปะหลัง ปีการผลิต 2551/52 2554/55 และ 2555/56 ใน 59 คลัง 16 จังหวัด

โดยจะเปิดให้เอกชนที่สนใจเข้าดูคลังในวันที่ 1-8 กันยายนและให้ยื่นซองเอกสารคุณสมบัติ ในวันที่ 9 กันยายน และเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาซื้อและเปิดซองเสนอราคาซื้อวันที่ 13 กันยายน ซึ่งการประมูลรอบนี้มีเงื่อนไขกำหนดราคาขั้นต่ำ เช่นเดียวกับการประมูลข้าว และเปิดกว้างให้ คนทั่วไป นิติบุคคล รัฐวิสาหกิจสถาบันเกษตรกรที่ประกอบกิจการค้ามันสำปะหลังหรือผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังหรือสินค้าเกษตรเข้าร่วม ทั้งนี้ผู้ประมูลมันสำปะหลังเข้าสู่อุตสาหกรรมจะต้องแจ้งวัตถุประสงค์และประเภทอุตสาหกรรมที่จะนำไปใช้และรับรองว่าจะไม่นำเข้าสู่ตลาดและการค้าปกติ โดยองค์การคลังสินค้า (อคส.) จะเข้ามาดูแลและควบคุมหลังการระบาย

“การระบายมันสำปะหลังในช่วงนี้จะเป็นมันเส้นทั้งหมด และมันสำปะหลังที่ระบายสู่อุตสาหกรรม จะไม่เข้าสู่การบริโภคของคนและสัตว์ แต่จะไปยังภาคอุตสาหกรรม เช่น เชื้อเพลิงและปุ๋ย อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการระบายมันสำปะหลังช่วงนี้จะไม่ส่งผลกระทบกับตลาดมันสำปะหลัง เพราะไม่ได้เป็นช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาด และจะเริ่มออกสู่ตลาดในเดือนพฤศจิกายน อีกทั้งยังหวังว่าการระบายมันสำปะหลังครั้งนี้จะช่วยลดภาระการจัดเก็บมันสำปะหลังของรัฐที่ต้องมีภาระจ่ายเดือนละ 50 ล้านบาท เพราะมันสำปะหลังทั้งหมดที่นำออกมาจำหน่ายจะเป็นการโละสต๊อกมันทั้งหมดในสต๊อกรัฐ จึงหวังว่าการเปิดประมูลรอบนี้จะสามารถระบายมันสำปะหลังได้หมด”

สำหรับสถานการณ์ราคามันสำปะหลังในเดือนกันยายนราคาหัวมันสดราคาอยู่ที่ 1.20-1.30 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) ซึ่งราคาลดลงจาก 1.40 บาทต่อกก.ในเดือนสิงหาคม ส่วนราคามันเส้นขณะนี้ราคา5.60-5.90 บาทต่อกก. ส่วนการส่งออกมันสำปะหลังนั้น ยังคงส่งออกได้ปกติ แม้จะได้รับผลกระทบจากกรณีที่จีนลดการนำเข้ามันสำปะหลังเพราะหันไปใช้ข้าวโพดทดแทนบ้าง แต่ก็กระทบไม่มาก

โดยในปี 2558 ไทยส่งออกมันสำปะหลังประมาณ 11.6 ล้านตัน ในจำนวนนี้ส่งออกไปจีน 7 ล้านตัน อย่างไรก็ตามในการดูแลมันสำปะหลังในช่วงที่มันสำปะหลังจะออกสู่ตลาดนั้นกรมได้หาตลาดเพิ่มเติมรองรับผลผลิตมันสำปะหลังล๊อตใหม่ที่จะออก และในเดือนกันยายนนี้จะนำคณะผู้แทนภาครัฐและเอกชนไปขยายตลาดผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เป็นต้น

สำหรับการชี้แจงรายละเอียดการเปิดประมูลมันสำปะหลังในสต๊อกรัฐครั้งนี้มีผู้ประกอบกิจการค้ามันสำปะหลัง และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง รวมทั้งผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม ให้ความสนใจรับฟังประมาณ 20 กว่าราย

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

พาณิชย์ เปิดระบายมันสำปะหลัง 3.44 แสนตัน ชี้แจงทีโออาร์ 5 ก.ย.นี้

พาณิชย์ เปิดระบายมันสำปะหลัง 3.44 แสนตัน ชี้แจงทีโออาร์ 5 ก.ย.นี้

พาณิชย์ เตรียมเปิดระบายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังสต็อกรัฐ ครั้งที่ 1 ปี 59 รวม 3.44 แสนตัน นัดชี้แจงทีโออาร์ 5 ก.ย.นี้ ก่อนเปิดให้ยื่นซองคุณสมบัติ 9 ก.ย. ยื่นซองเสนอราคา 13 ก.ย.

วันที่ 2 ก.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงพาณิชย์ออกประกาศหลักเกณฑ์ เงื่อนไข (ทีโออาร์) การระบายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังในสต็อกของรัฐเป็นการทั่วไป และเข้าสู่อุตสาหกรรม ครั้งที่ 1/59 รวม 344,554 ตัน แบ่งเป็น การประมูลทั่วไป 117,809 ตัน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง จากโครงการแทรกแซงราคาปี 54/55 และปี 55/56 และเข้าสู่อุตสาหกรรม อีก 226,745 ตัน จากโครงการแทรกแซงราคาปี 51/52, ปี 54/55 และปี 55/56 โดยจะเปิดให้ผู้สนใจยื่นซองคุณสมบัติวันที่ 9 ก.ย.59

ส่วนวันที่ 13 ก.ย. จะประกาศผลผู้ผ่านคุณสมบัติ พร้อมกับเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาในช่วงเช้า และเปิดซองราคาช่วงบ่าย อย่างไรก็ตาม จะเปิดชี้แจงทีโออาร์วันที่ 5 ก.ย.นี้ ที่กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Recent Posts