เกษตรกรโคราชอ่วม! ไร่มันสำปะหลังถูกน้ำท่วมกว่า 100 ไร่ ต้องเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตขายก่อนกำหนด

เกษตรกรโคราชอ่วม! ไร่มันสำปะหลังถูกน้ำท่วมกว่า 100 ไร่ ต้องเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตขายก่อนกำหนด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 พฤษภาคม 2560) เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังหลายสิบรายในพื้นที่บ้านหนองโสน ตำบลครบุรีใต้ อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ต้องเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตมันสำปะหลังอย่างเร่งด่วน เนื่องจากฝนตกลงอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะนี้ ทำให้เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมขังไร่มันสำปะหลังกว่า 100 ไร่ มานานหลายวัน เกษตรกรจึงต้องเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิต เพราะเกรงว่าหากปล่อยทิ้งไว้นานกว่านี้ ผลผลิตมันสำปะหลังจะเน่าเสีย ไม่สามารถนำไปขายได้

ด้านนางประมวลจิตร สระพิณครบุรี เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังบ้านหนองโสน ต.ครบุรีใต้ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา กล่าวว่า มันสำปะหลังที่ตนปลูกไว้ขณะนี้มีอายุเพียงแค่ 5-6 เดือนเท่านั้น และกำลังประสบปัญหาน้ำท่วมขังในไร่มันสำปะหลัง ตนและเพื่อนเกษตรกรอีกหลายรายจึงต้องเก็บเกี่ยวผลผลิตมันสำปะหลังไปขายก่อนกำหนด ถึงแม้ว่าหากขายผลผลิตมันสำปะหลังตอนนี้จะได้ราคาต่ำมากก็ตาม เพราะหากปล่อยทิ้งไว้นานกว่านี้ ผลผลิตมันสำปะหลังจะเน่าเสียหายทั้งหมด ทั้งนี้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังคาดการณ์ว่าจะยังคงมีฝนตกลงมาในพื้นที่อย่างต่อเนื่องอีกแน่นอน

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

น้ำป่าไหลหลากท่วมตาพระยา นาข้าว มันสำปะหลังเสียหายกว่า 20,000 ไร่

น้ำป่าไหลหลากท่วมตาพระยา นาข้าว มันสำปะหลังเสียหายกว่า 20,000 ไร่

วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 นายอารยันต์ ท่าใหญ่ นายอำเภอตาพระยา จ.สระแก้ว ได้ลงพื้นที่ บ้านโคกแจง ต.ทัพเสด็จ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เพื่อตรวจสอบความเสียหาย ของพืชผลทางการเกษตร ของเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน ที่เกิดจากฝนตกหนักติดต่อกัน หลายวัน ทำให้เกิดน้ำป่าทะลักเข้าท่วมบ้านโคกแจง และบ้านใกล้เคียง กว่า 4 หมู่บ้าน พืชผลทางการเกษตรเสียหายกว่า 20,000 ไร่ บ่อปลาเสียหายกว่า 40 บ่อ และโรงเรียนบ้านโคกแจงน้ำได้สูงขึ้นเรื่อย ๆ ทางเจ้าหน้าที่ทหาร และหน่วยกู้ชีพ อบจ.สระแก้ว ได้นำเรือท้องแบน ขนส่งนักเรียนออกจากบริเวณโรงเรียน ส่งกลับบ้าน โดยน้ำท่วมขังสูงระดับเอว ทางโรงเรียนจึงต้องทำการปิดโรงเรียน ชั่วคราว จนกว่าน้ำในบริเวณจะลดลง และอยู่ในความปลอดภัย จึงจะทำการเปิดเรียนตามปกติ เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนอีกด้วย

ทางด้านนายอารยันต์ ท่าใหญ่ นายอำเภอตาพระยา จ.สระแก้ว กล่าวว่า อำเภอตาพระยา ทุกปีจะได้รับผลกระทบจากภัยแล้งมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในปีนี้ เกิดฝนตกติดต่อกัน ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 ทำให้เกิดน้ำสะสม และน้ำป่าไหลหลากมาอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ที่บ้านโคกแจง บ้านคลองน้ำใส บ้านทัพเสรี และบ้านคลองแผง หมู่บ้านที่ท่วมหนักที่สุด คือบ้านโคกแจง และขณะนี้ ทางอำเภอตาพระยา ได้แจ้งให้หน่วยเหนือทราบแล้วและขอประกาศเป็นเขตภัยพิบัติทางธรรมชาติ เพื่อให้การช่วยเหลือกับประชาชน ตามกฎหมายต่อไป

นายอารยันต์ ท่าใหญ่ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ น้ำทรงตัว หากฝนไม่ตกมาอีก คาดว่าพรุ่งนี้น้ำจะลดระดับลง ส่วนผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรที่ได้รับความเสียหาย เช่น มันสำปะหลัง ข้าว จะรายงานให้หน่วยเหนือรับทราบ เพื่อหาทางช่วยเหลือต่อไป

ที่มา : มติชนออนไลน์

มันสำปะหลังราคาลดวูบ ‘พาณิชย์’ อ้อนโรงแป้ง โรงงานเอทานอล ช่วยรับซื้อ

มันสำปะหลังราคาลดวูบ ‘พาณิชย์’ อ้อนโรงแป้ง โรงงานเอทานอล ช่วยรับซื้อ

มันสำปะหลังราคาดิ่งเหลือโลละ 1.75 บาท ฝนตกชุก คุณภาพต่ำ ลานมันหยุดรับซื้อ โรงแป้งปิดปรังปรุง ทำเกษตรกรขายไม่ได้ ‘พาณิชย์’ อ้อนโรงแป้ง โรงงานเอทานอล ช่วยรับซื้อ

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้ ผลผลิตหัวมันสดของเกษตรกรที่ จ.นครราชสีมา ราคาลดลงมาอยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 1.75 บาท ที่เชื้อแป้ง 25% เพราะช่วงนี้ฝนตกชุก ทำให้เปอร์เซ็นต์เชื้อแป้งต่ำเหลือ 11-18% เท่านั้น ประกอบกับ ลานมันหยุดรับซื้อ เพราะไม่สามารถตากมันเพื่อทำมันเส้นได้ อีกทั้งโรงงานแป้งมันหลายแห่งปิดซ่อมบำรุง ส่งผลให้เกษตรกรแทบขายผลผลิตไม่ได้ และส่งผลให้ราคาตกต่ำ

อย่างไรก็ตาม กรมได้หาแนวทางแก้ไขโดยได้เชิญสมาคมผู้ผลิต/ผู้ค้ามันสำปะหลัง ตัวแทนเกษตรกร มาประชุมหารือ และได้ขอความร่วมมือโรงงานแป้งมัน และโรงงานเอทานอลให้รับซื้อมันจากเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง แม้คุณภาพจะต่ำกว่าที่ต้องการ ส่วนกรณีที่โรงแป้งทุกแห่งต้องปิดซ่อมบำรุงประจำปีในช่วงนี้ ได้ขอให้ทยอยปิดเพื่อให้เกษตรกรยังพอมีที่ขาย

“ในปีนี้ โรงงานเอทานอลหลายโรงกำลังปรับปรุง และจะเพิ่มกำลังการผลิต ซึ่งในอนาคตจะสามารถรองรับมันสำปะหลังได้เพิ่มขึ้น 2.5–3 ล้านตันหัวมันสด/ปี และโรงแป้งมันจะทะยอยเปิดเพิ่มอีก 5 แห่ง ในจังหวัดสุรินทร์ อุดรธานี อำนาจเจริญ สระแก้ว และสกลนคร ซึ่งรับมันได้เพิ่มอีก 1.8 ล้านตัน/ปี ส่งผลให้ความจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาตลาดจีนในการส่งออกจะลดลง ในส่วนของเกษตรกรต้องพัฒนาเพิ่มผลผลิตต่อไร่ และผลิตมันคุณภาพ โดยเฉพาะมันเส้นสะอาด ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดและขายได้ราคาดีกว่ามาก”

นอกจากนั้น คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง ได้เห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการมันสำปะหลัง ปี 60/61 ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการผลิต สนับสนุนสินเชื่อให้กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ รับซื้อและแปรรูปเป็นมันเส้นสะอาด สนับสนุนเครื่องสับมัน เพื่อทำมันเส้นสะอาดให้กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์ เพื่อเพิ่มมูลค่า รวมทั้งสนับสนุนเครื่องชั่งน้ำหนักให้ด่านที่มีการนำเข้ามัน และกำกับดูแลการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยจะเสนอ ครม.พิจารณาต่อไป

ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ ได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ และกรมการค้าต่างประเทศ จัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตามแนวชายแดน เพื่อกํากับดูแลให้มันสําปะหลังที่นําเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เป็นไปตามมาตรฐานที่กําหนดด้วย โดยกรมการค้าภายใน จะกำกับดูแลการควบคุมการขนย้ายในพื้นที่อำเภอที่เพาะปลูก ที่มีเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน และที่ผ่านมา ได้ตรวจพบผู้กระทำความผิด ดำเนินคดี รวมทั้งสิ้น 52 คดี และปีนี้จับกุมไปแล้ว 20 ราย

ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์

สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สำรวจหาสาเหตุราคาตกต่ำ เพื่อนำเสนอให้กับทางรัฐบาล

สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สำรวจหาสาเหตุราคาตกต่ำ เพื่อนำเสนอให้กับทางรัฐบาล

ต้องให้ถึงมือ!! สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สำรวจหาสาเหตุราคาตกต่ำ เพื่อนำเสนอให้กับทางรัฐบาล-แก้ปัญหาให้กับเกษตรกร (มีคลิป)

วันนี้ ( 25 พ.ค. 60 ) นายบุญชัย ศรีชัยยงพานิช นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย และประธานคณะสำรวจภาวการณ์ผลิตและการค้ามันสำปะหลัง 4 สมาคม กล่าวว่า ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนคณะสำรวจได้ออกสำรวจ ประกอบด้วย 4 สมาคม ได้แก่ สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย และเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตร ร่วมกันออกสำรวจภาวะการค้า และการผลิตมันสำปะหลังของฤดูการผลิตปี 2559 / 2560 คาดว่าจะมี 31 ล้านตัน ได้ออกสำรวจว่า 31 ล้านตันจะมีใกล้เคียงขนาดไหน สิ่งที่สำรวจในครั้งนี้พบว่า เกษตรกรมีความเดือดร้อนขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะว่าราคาตกต่ำและรุนแรง บางพื้นที่ที่ไม่มีโรงงานแป้งมัน และลานมัน เกษตรกรขายมันสำปะหลังได้แค่ 1.05 บาท ไม่เกิน 1 บาทต่อกิโลกรัมก็มี ต้นทุนเกษตรกรไร่ละประมาณ 5,000 บาท แต่จะขุดได้ไร่ละประมาณ 2 – 3 ตัน ค่อนข้างที่จะลำบากมาก ๆ ที่ออกสำรวจตั้งแต่เดือนเมษายนนี้ บางจังหวัดที่รุนแรงมาก ๆ เช่น จังหวัดกำแพงเพชร ได้ไร่ละ 1 ตันเท่านั้น สรุปว่าเกษตรกรเดือดร้อนมาก บางส่วนได้น้อยก็ไม่ขุดก็ปล่อยข้ามปีไป เกษตรกรก็ไม่มีรายได้ ก็เข้ากรุงเทพเพื่อหาเงิน หางานทำ ส่วนของจังหวัดอื่น ๆ ที่ออกมาสำรวจก็เจอภาวะในส่วนของราคาตกต่ำ ที่มีโรงงานแป้ง มีลานมันก็จะได้ราคาดีหน่อย ก็อยู่เกณฑ์ 1.30 – 1.40 บาท และก็ยังขาดทุนอยู่

นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย กล่าวต่อไปอีกว่า สาเหตุที่เกิดขึ้นมาหลัก ๆ อาจจะเกิดจากไม่มีคู่แข่งขันโรงงานแป้งและลานมัน ก็พยายามจะหาข้อมูลอยู่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตัวเลขของฤดูที่แล้วมีการใช้หัวมันผ่านมือผู้ประกอบการ ผลิตเส้น ผลิตแป้ง เพื่อที่จะใช้ภายในประเทศ ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ อุตสาหกรรมเอทานอลทั้งหมด 40 ล้านตัน แต่ประเทศไทยผลิตได้ 30 ล้านตัน เพราะฉะนั้นกลไกของตลาดมันไม่ได้ทำงานครบถ้วนเท่าไหร่ ก็จะพยายามหาข้อมูลเพิ่มเติมว่ามันเกิดอะไรขึ้น จะได้เสนอรัฐบาลว่าที่ผ่านมา 2 ปีนั้น ความต้องการมีมากกว่ากำลังการผลิต แต่ราคาทำไมถึงตกต่ำ จนไม่มีใครที่จะสามารถเยียวยาได้ รัฐบาลก็มีโครงการเข้าไปช่วย เกษตรกรก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปช่วยได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เกษตรกรบางคนก็ท้อ ไม่ปลูกมัน ขณะที่ความต้องการยังมีอยู่มากกว่าที่เราผลิตได้ สิ่งที่น่าเสียดาย บางพื้นที่ปลูกอะไรไม่ได้ แต่ปลูกมันสำปะหลังได้ เกษตรกรปลูกมันลงไปแล้วก็ขาดทุนก็เป็นสิ่งที่ลำบาก

ทั้งนี้ หัวมันสำปะหลังที่ผ่านมือผู้ประกอบการไทยประมาณ 40 ล้านตัน แต่ผลิตได้ 30 ล้านตัน ตัวเลขก็ต่างกันอยู่ประมาณ 10 ล้านตัน ซึ่งตัวนี้ก็พยายามดูว่าผิดพลาดยังไง มันก็จะมีนำเข้ามาส่วนใหญ่เป็นของกัมพูชา และลาว ซึ่งเราไปตรวจสอบตัวเลขทางศุลกากรแล้ว ตัวเลขของกรมศุลกากรประมาณ 1-2 ล้านตัน ข้อแตกต่างอยู่ที่ 10 ล้านตัน ตัวเลขกรมศุลกากรอยู่ที่ 2 ล้านตัน ต่างกันอยู่ที่ 8 ล้านตัน การควบคุมของรัฐบาลได้สมบูรณ์ถึงจะมีส่วนต่างของ 8 ล้านตันเข้ามา คงไปรายงานกระทรวงพาณิชย์ หรือไม่ก็คณะกรรมการนโยบายมันสำปะหลังแห่งชาติ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างความต้องการ และการผลิต มันสำปะหลังต่อไป.นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย กล่าว

ภาพ/ข่าว อนุศักดิ์ แสนวิเศษ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.มุกดาหาร

หนุนเจรจาลาวปลุกค้าชายแดน เพิ่มเพดานสินค้านำเข้าจากไทย

หนุนเจรจาลาวปลุกค้าชายแดน เพิ่มเพดานสินค้านำเข้าจากไทย

สภาหอการค้าฯ ชง “สมคิด” เจรจาลาว ปลุกการค้าชายแดน-ท่องเที่ยว จี้คมนาคมเพิ่ม 3 เส้นทางเชื่อมลาว-เวียดนาม เปิดเสรีนำเข้าข้าวโพด-มัน หนุนร่วมพัฒนาเขต ศก.พิเศษ เพิ่มเพดานสินค้านำเข้าจากไทย

แหล่งข่าวจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนไทย นำโดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 23-25 พ.ค. 2560 นอกจากจะมีการหารือเกี่ยวกับความร่วมมือทางด้านการค้า การลงทุนระหว่าง 2 ประเทศแล้ว สภาหอการค้าฯได้เสนอให้มีการเจรจาเพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าชายแดน การส่งเสริมการท่องเที่ยวรวมทั้งหาทางแก้ปัญหาอุปสรรคด้านการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับ สปป.ลาวเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือและความสัมพันธ์ด้านการค้าการลงทุนระหว่างกันเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวเป็นการสานต่อความร่วมมือของทั้ง2 ประเทศ หลังก่อนหน้านี้ตัวแทนภาครัฐและเอกชนไทยได้ประชุมหารือติดตามสถานการณ์การค้าชายแดนระหว่างไทยกับ สปป.ลาว และตัวแทนภาคเอกชนไทยนำโดย นายอาสา สารสิน ได้นำคณะไปประชุม Lao-Thai Business Forum ร่วมกับภาคเอกชนลาว ที่ สปป.ลาว ช่วงกลางเดือน ม.ค. 2560 ที่ผ่านมา พบว่าปัจจุบันการค้าการลงทุนระหว่างเอกชนไทยกับเอกชนลาวยังมีปัญหาอุปสรรคหลายด้าน จึงเสนอขอให้ภาครัฐเร่งแก้ไขเพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่าง 2 ฝ่ายมากขึ้น

เพิ่มเส้นทางการค้า-ท่องเที่ยว

ข้อเสนอของเอกชนไทยโดยสภาหอการค้าฯ มีทั้งเรื่องการพัฒนาเส้นทางคมนาคม และการแก้ปัญหาการค้าชายแดนที่เป็นอุปสรรคทั้งของฝ่ายไทยและ สปป.ลาวอาทิ เสนอรัฐบาลไทยผ่านกระทรวงคมนาคม ขยายเส้นทางเศรษฐกิจเพิ่ม 3 เส้นทาง ประกอบด้วย 1.เส้นทางคู่ขนานPara North-South บ่อเต็น-อุดมชัย-หลวงพระบาง-ไชยบุรี-แก่นเท้า-ท่าลี่-เลย-เพชรบูรณ์-สระบุรี-กรุงเทพฯ เชื่อมเส้นทาง R3A ทางฝั่งไทย ที่ด่านผาแก้ว และด่านภูดู่ จ.อุตรดิตถ์

2.เพิ่มเส้นทาง East West Economic Corridor จากกาฬสินธุ์-สกลนคร-นครพนม ผ่านสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 ที่คำม่วน ไปถนนหมายเลข 12 ผ่านด่านนาพาว ด่านจาลอ ในเวียดนาม ไปเชื่อมถนนหมายเลข 1 ที่ฮาติง เวียดนาม 3.คู่ขนาน Para East West Economic Corridor จากกรุงเทพฯ-นครราชสีมา-บุรีรัมย์-สุรินทร์-ศรีสะเกษ-อุบลราชธานี ผ่านช่องเม็ก วันเตา สปป.ลาว-จำปาสัก-อัตตะปือ-คอนทุม ในเวียดนาม

ขอนำเข้าข้าวโพด-มันสำปะหลัง

ขอให้ทางการไทยอนุญาตให้นำเข้าสินค้าเกษตรบางรายการอย่างข้าวเหนียวข้าวโพด มันสำปะหลัง จาก สปป.ลาว โดยเปิดให้สามารถขายในประเทศไทยได้อย่างเป็นทางการ จากปัจจุบันมีการลักลอบนำเข้าสินค้าดังกล่าวผ่านตามแนวชายแดน และให้ยกฐานะจุดผ่อนปรน ด่านบ้านฮวก จ.พะเยา ด่านปางมอน เมืองเชียงฮ่อน แขวงไชยบุรี สปป.ลาว ให้เป็นจุดผ่านแดนถาวรเพื่อสนับสนุนการค้าและการท่องเที่ยว ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายไทยและ สปป.ลาว อยู่ระหว่างการพิจารณา ขณะที่การขอนำเข้าข้าวเหนียว ปัจจุบันติดข้อกฎหมายไม่สามารถนำเข้าได้ ในทางปฏิบัติต้องเสนอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาทบทวน

ส่วนการนำเข้าข้าวโพด แม้สามารถนำเข้าได้ตามพันธกรณีความตกลงองค์การค้าโลก (WTO) แต่อัตราภาษีอยู่ในระดับที่สูง

เพิ่มเพดาน VAT เป็น 200 US

การแก้ปัญหากรณี สปป.ลาว จัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 10 % สำหรับการนำเข้าสินค้าจากฝั่งไทย ในส่วนของสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าเกินกว่า 50 เหรียญสหรัฐขึ้นไป หรือประมาณ 1,500 บาท เอกชนไทยขอให้รัฐบาลไทยเจรจาขอผ่อนปรนกับรัฐบาล สปป.ลาว โดยขอให้ขยายเพดานการจัดเก็บภาษีดังกล่าว โดยเพิ่มวงเงินจากเกินกว่า 50 เหรียญสหรัฐขึ้นไป เป็นเกินกว่า 200 เหรียญสหรัฐ หรือกว่า 6,000 บาทขึ้นไป ซึ่งจากการหารือร่วมกันระหว่างเอกชนไทยกับเอกชนลาวได้ข้อสรุปว่า เอกชนลาวจะช่วยผลักดันเรื่องนี้อีกทางหนึ่ง และให้เปิดจุดบริการคืน VAT สำหรับประชาชน และนักท่องเที่ยวไทยและลาวบริเวณด่านชายแดน

ร่วมพัฒนาเขต ศก.พิเศษ

นอกจากนี้เพื่อความสะดวกทางการค้า ขอให้สถาบันการเงินไทยตามด่านชายแดนรับแลกเปลี่ยนเงินสกุลกีบ กับลดค่าธรรมเนียมในการโอนเงินระหว่างกัน ลาวขอให้ผู้ประกอบการไทยที่ส่งสินค้าไปขาย สปป.ลาว ปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์โดยให้ติดฉลากสินค้าเป็นภาษาลาว ให้ควบคุมไม่ให้นำสินค้าหมดอายุเข้าไปขายใน สปป.ลาว การร่วมกันศึกษาแนวทางพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษด้านการค้า การเงิน และอุตสาหกรรม หรือ Joint Border Special Economic Zones เชียงราย-แขวงบ่อแก้ว, เขตเศรษฐกิจพิเศษหนองคาย-ท่านาแล้ง เวียงจันทน์, นครพนม-ท่าแขก, มุกดาหาร-แขวงสะหวันนะเขต และช่องเม็ก-วังเตา

การร่วมกันศึกษาและพัฒนาธุรกิจอีคอมเมิร์ซและการค้าชายแดน การรณรงค์ให้นักธุรกิจชายแดนทั้งไทยและลาวนำเอกสาร Form D มาใช้เพื่อลดต้นทุนในการนำเข้าและส่งออก การขยายเวลาปิดด่านหนองคาย มุกดาหาร และนครพนม จากปัจจุบัน 22.00 น. เป็น 24.00 น. ฯลฯ

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

สมาคมเอทานอลจากมันสำปะหลังตอบรับ พณ. รับซื้อมันสดล็อตสุดท้ายปลายฤดูกาล

สมาคมเอทานอลจากมันสำปะหลังตอบรับ พณ. รับซื้อมันสดล็อตสุดท้ายปลายฤดูกาล

สมาคมเอทานอลจากมันสำปะหลังตอบรับ พณ. รับซื้อมันสดล็อตสุดท้ายปลายฤดูกาล พยุงราคา-บรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกร

นายเดชพนต์ เลิศสุวรรณโรจน์ ผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทอุบลไบโอเอทานอล และในฐานะนายกสมาคมเอทานอลจากมันสำปะหลัง เปิดเผยว่าในช่วงนี้เป็นที่ทราบดีว่าเป็นปลายฤดูกาล การเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง ผลผลิตออกมาน้อยไม่ต่อเนื่อง นโยบายของผู้ประกอบการเอทานอลภายใต้สมาชิกของสมาคมฯ ยังคงเปิดรับซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกร ให้ดำเนินการรับซื้อเพื่อช่วยพยุงราคาและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรจากปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำ โดยมันสำปะหลังที่จะทำการรับซื้อในล็อตสุดท้ายนี้จะนำไปผลิตเป็นเอทานอลต่อไป

“สมาคมเอทานอลจากมันสำปะหลังยินดีให้ความร่วมมือกับภาครัฐ ในการรับซื้อมันสำปะหลังสด เพื่อนำมาผลิตเป็นเอทานอลเกรดเชื้อเพลิง เนื่องจากในอนาคตอันใกล้นี้รัฐบาลจะยกเลิกการจำหน่ายน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ซึ่งเป็นไปตามแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง (Oil Plan 2015) ส่งผลให้มีปริมาณการใช้เอทานอลเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน ทั้งนี้ คาดว่าความต้องการใช้เอทานอลของไทยในปี 2560 จะอยู่ที่วันละประมาณ 4 ล้านลิตร เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ประมาณ 10% ซึ่งปัจจุบันยอดการใช้เอทานอลต่อวันในเดือน ม.ค. และ ก.พ. 2560 ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนจาก 3.66 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 3.74 ล้านลิตรต่อวัน” นายเดชพนต์กล่าว

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

ผวจ.สระแก้ว ตั้ง 3 แนวทางแก้ปัญหาชาวไร่มันฯ ขายผลผลิตไม่ได้

ผวจ.สระแก้ว ตั้ง 3 แนวทางแก้ปัญหาชาวไร่มันฯ ขายผลผลิตไม่ได้

สระแก้ว – ผวจ.สระแก้ว ลงพื้นที่ อ.วัฒนานคร แก้ไขปัญหาเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังในพื้นที่ไม่สามารถขายผลผลิตได้หมด หลังโรงงานแป้งมันหยุดการรับซื้อ แจงแนวทางแก้ไขมีทั้งการรับซื้อหัวมันสดที่ถูกเทกองหน้าโรงงานให้หมดก่อนรับซื้อมันฯ ค้างไร่ และหัวมันฯ ที่จะขุดใหม่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

เมื่อเวลา 16.30 น.วันนี้ (1 พ.ค.) นายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้เดินทางไปยังบริเวณด้านหน้าโรงงานแป้งมันเอี่ยมบูรพา ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ม.3 ต.หนองน้ำใส อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว หลังได้รับรายงานว่า เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่ จ.สระแก้ว กว่า 300 คน ได้นำรถบรรทุกหัวมันสดกว่า 100 คัน นำหัวมันสดมาเทกองที่บริเวณด้านหน้าโรงงานดังกล่าว พร้อมปักหลักชุมนุมประท้วงเพื่อเรียกร้องให้ผู้ประกอบการที่หยุดรับซื้อมันฯ โดยอ้างว่าเครื่องจักรเสีย หันมารับซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกร หลังเกิดปัญหาคิวตกค้าง และมันสำปะหลังได้รับความเสียหายจำนวนมาก

ทั้งนี้ เมื่อเดินทางไปถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้เข้าร่วมหารือกับตัวแทนบริษัทเอี่ยมบูรพา อุตสาหกรรมจังหวัด พาณิชย์จังหวัด ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีตัวแทนเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังประมาณ 8 คน เข้าร่วม โดยมีจุดประสงค์สำคัญที่การหาหาแนวทางเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เนื่องจากโรงงานสามารถรับซื้อมันฯ ได้เพียง 700-800 ตันต่อวันเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เกษตรกรได้เรียกร้องให้โรงงานรับซื้อผลผลิตทั้งหมด รวมทั้งต้องการให้เปิดโรงงานใหม่ที่ถูกสั่งปิดไปก่อนหน้า เพื่อเพิ่มปริมาณการรับซื้อให้ได้ทั้งหมด

ด้าน นายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้ชี้แจงต่อเกษตรถึงข้อสรุปเบื้องต้นว่า ทางโรงงานจะรับซื้อหัวมันที่ตกค้างบริเวณหน้าโรงงานก่อนทั้งหมดในระหว่างวันที่ 1-2 พฤษภาคมนี้ ส่วนในวันที่ 3 พฤษภาคม จะรับซื้อมันที่ค้างไร่ก่อน และจะเริ่มรับซื้อหัวมันที่ขุดใหม่อีกวันละ 1,100 ตัน น ในราคา 1.30 บาทต่อกิโลกรัมในวันถัดดไป และจะให้มีการลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อไม่ให้มีคิวตกค้างอีก

ด้าน นายศุภกฤต พรรคนาวิน อุตสาหกรรมจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า ปัญหาโรงงานใหม่ที่ไม่สามารถเปิดดำเนินการได้ เนื่องมาจากเป็นก่อสร้างก่อนที่จะได้รับอนุญาต จึงมีคำสั่งให้ปิดโรงงานไว้ก่อน ซึ่งทางโรงงานได้ร้องอุทธรณ์ไปที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งจะมีการพิจารณาในวันที่ 9 พฤษภาคมนี้

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

ชาวยางตลาดผุดอาชีพใหม่หน้าแล้ง บดต้นมันสำปะหลัง โกยเงินเดือนละ 3 หมื่น

ชาวยางตลาดผุดอาชีพใหม่หน้าแล้ง บดต้นมันสำปะหลัง โกยเงินเดือนละ 3 หมื่น

วันที่ 27 เมษายน 2560 จากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพในช่วงฤดูแล้ง ของชาวบ้านในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ พบว่าที่บ้านคำเจริญ หมู่ 9 ต.เว่อ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ได้มีหลายครอบครัวประกอบอาชีพบดลำต้นและใบมันสำปะหลัง เพื่อส่งขายให้กับฟาร์มเลี้ยงวัว มองเห็นอนาคตที่สดใส ก่อนที่จะรวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน สร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืน

นายบัวศรี หินศิลา อายุ 55 ปี ประชาชนในบ้านคำเจริญ หมู่ 9 ต.เว่อ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ได้เริ่มหาลำต้นมันสำปะหลังมาทำการบดแล้วตากแห้ง เพื่อบรรจุกระสอบนำส่งขายให้กับฟาร์มเลี้ยงวัวเมื่อปี 2557 โดยได้แนวทางและวิธีการจากญาติชาว จ.อุดรธานี เริ่มแรกซื้อเครื่องบดมือสอง ราคา 25,000 บาท นำลำต้นมันสำปะซึ่งมีส่วนของใบติดมาด้วย มาเข้าเครื่องบดผสมกัน แล้วผึ่งแดดให้แห้ง รองด้วยแผ่นพลาสติกเพื่อง่ายในการจัดเก็บ ผึ่งเพียง 2 แดดก็แห้ง บรรจุกระสอบๆละประมาณ 15 กก. จำหน่ายราคากระสอบละ 50-70 บาท โดยเจ้าของฟาร์มวัวจะรับซื้อเป็นอาหารเสริมให้กับวัว ซึ่งลำต้นมันสำปะหลังบดดังกล่าว ให้คุณค่าอาหารด้านเพิ่มเนื้อ เพิ่มไขมันและเพิ่มน้ำนม

นายบัวศรีกล่าวอีกว่า ช่วงแรกๆก็นำลำต้นมันสำปะหลังของตนที่ถึงอายุเก็บผลผลิตมาบด พอยอดสั่งซื้อมากขึ้น ลำต้นมันสำปะหลังของตนไม่เพียงพอ ก็ต้องไปให้ติดต่อขอซื้อกับเจ้าของรายอื่นบ้าง หรือจ้างแรงงานไปช่วยบ้าง จึงมีรายจ่ายเพิ่มเข้ามาเฉลี่ยวันละ 600 บาท แต่ก็ถือว่าคุ้ม เพราะทำง่าย ขั้นตอนการทำไม่ซับซ้อน สามารถทำสองคนผัวเมียได้ ที่สำคัญทำได้ตลอดปี จากที่เคยทำนา ทำไร่มันสำปะหลัง และเวลาส่วนมากจะว่างงาน พอได้อาชีพใหม่โดยทำการบดลำมันสำปะหลัง ก็จึงยึดเป็นอาชีพหลัก ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาไม่เคยว่างงานเลย ที่สำคัญทำง่าย ขายง่าย มีตลาดรองรับแน่นนอน โดยมีฟาร์มรับซื้อตอนนี้ 6 แห่ง ในเขต จ.กาฬสินธุ์และใกล้เคียง จัดส่งเดือนละประมาณ 5 เที่ยว รายได้เที่ยวละ 6,000 บาท เฉลี่ยมีรายได้เดือนละ 30,000 บาท

ทั้งนี้ จากการที่ตนมีอาชีพใหม่ ที่ทำแล้วมีรายได้ ไม่ยุ่งยาก ก็มีญาติๆและเพื่อนบ้านหลายครอบครัวทำตามตน ก่อนที่จะรวมตัวกัน 7 ครัวเรือนไปขอยื่นจดทะเบียนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบดลำต้นมันสำปะหลังกับสำนักงานเกษตรอำเภอ ยางตลาด ซึ่งจะเป็นหลักประกันที่มั่นคงให้กับอาชีพบดลำต้นมันสำปะหลัง เพื่อเป็นอาหารเสริมเลี้ยงวัวต่อไป

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ได้หยุดเล่นน้ำสงกรานต์หลายวัน ทั้งรดน้ำ ขอพรผู้หลักผู้ใหญ่ มีลูกหลานมาเยี่ยมยาม และไปทำบุญที่วัด จึงไม่ได้บดลำมันสำปะหลังตากแห้ง ขณะที่มีออร์เดอร์เข้ามามาก จึงได้เร่งผลิตกันยกใหญ่ เพื่อให้ทันต่อความต้องการของลูกค้า

ที่มา : มติชนออนไลน์

พาณิชย์ดึงโรงงานแป้ง-เอทานอลซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกร

พาณิชย์ดึงโรงงานแป้ง-เอทานอลซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกร

“พาณิชย์” ดึงโรงแป้ง โรงงานเอทานอล รับซื้อมันสำปะหลังล็อตสุดท้ายจากเกษตรกร หลังนายกฯ สั่งดูแลด่วน

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ที่ยังมีผลผลิตมันสำปะหลังเหลืออยู่ คาดว่าจะมีเหลืออีกประมาณ 6 ล้านตัน หรือประมาณ 20% จากยอดรวมผลผลิตปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 31 ล้านตัน ลงพื้นที่ไปสำรวจปริมาณผลผลผลิตมันสำปะหลังที่ยังคงเหลือว่ามีเท่าไร และให้ประสานงานกับ 4 สมาคมมันสำปะหลัง เข้าไปดำเนินการช่วยเหลือรับซื้อหัวมันสำปะหลังจากเกษตร เพื่อดึงราคาให้สูงขึ้น

ทั้งนี้ จากการประสานงานในเบื้องต้น โรงงานแป้งมันสำปะหลังจะขยายระยะเวลาการพักโรงงานออกไปอีก 1 เดือน จากเดิมที่จะปิดโรงงานในสิ้นเดือนเม.ย.นี้ เพราะปกติของทุกปี ช่วงนี้ผลผลิตมันสำปะหลังออกสู่ตลาดหมดแล้ว ขณะที่ลานมัน ก็พร้อมที่จะรับซื้อและรวบรวมหัวมันสดจากเกษตรกรในพื้นที่ๆ ห่างไกล เพื่อนำไปส่งให้โรงงานแป้งมันต่อไป

“กระทรวงฯขอให้เกษตรกรอย่าขุดมันที่ยังโตไม่เต็มที่ ยังอายุไม่ได้เกณฑ์ที่จะมีแป้ง เพราะขุดไป ก็มีแต่น้ำ ไม่มีแป้ง จะให้ขายได้ราคาดีคงเป็นไปไม่ได้ ซึ่งพาณิชย์จังหวัดต้องเข้าไปทำความเข้าใจ เพราะขุดช้าไปอีกนิด แต่ได้ราคาดีขึ้น ไม่ใช่ว่า จะเตรียมดินไปปลูกพืชอย่างอื่น ก็เลยขุดมันออก ทำแบบนี้ มันไม่ได้ราคา”น.ส.วิบูลย์ลักษณ์กล่าว

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังได้ประสานงานไปยังโรงงานผลิตเอทานอล เพื่อให้เข้ามารับซื้อมันสำปะหลัง เพื่อนำไปผลิตเอทานอลเพิ่มขึ้น รวมทั้งหารือแผนการรับซื้อในระยะยาว หลังจากที่รัฐบาลได้เพิ่มสัดส่วนการใช้เอทานอลในน้ำมันดีเซลจากบี 5 เป็นบี 7 ทำให้มีความต้องการใช้มากขึ้น และยังมีแนวโน้มว่ากากน้ำตาลจะมีปริมาณน้อยลง ทำให้ความต้องการใช้มันสำปะหลังทำเอทานอลเพิ่มขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการติดตามปัญหาอย่างใกล้ชิด กระทรวงฯ ได้มีการจัดตั้งวอร์รูม เพื่อช่วยดูแลและเข้าไปแก้ไขปัญหา หากมีปัญหาเกิดขึ้น โดยมีนายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์เป็นหัวหน้าทีม และยังได้มีการตั้งกลุ่มไลน์ขึ้นมา เพื่อรับแจ้งปัญหา และสถานการณ์เกี่ยวกับมันสำปะหลังจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งเกษตรกร สมาคมมันสำปะหลัง และผู้ประกอบการ

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

กรมฝนหลวงฯ ช่วยพื้นที่การเกษตรมันสำปะหลัง จ.นครราชสีมา

กรมฝนหลวงฯ ช่วยพื้นที่การเกษตรมันสำปะหลัง จ.นครราชสีมา

วันที่ 19 เมษายน 2560 นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า จากรายงานการขอรับบริการฝนหลวงวันที่ 16 – 18 เมษายน 2560 ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีผู้ขอรับบริการจากอำเภอสูงเนินและโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา จึงมอบหมายให้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือจังหวัดนครราชสีมา ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือเกษตรกรและพื้นที่การเกษตรเป้าหมาย

โดยจากการปฏิบัติการฝนหลวงวันที่ 18 เมษายน 2560 พบว่า มีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง บริเวณพื้นที่อำเภอสูงเนิน ปักธงชัย ขามทะเลสอ โนนไทย โนนสูง โชคชัย และอำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา สามารถช่วยเหลือพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังของเกษตรกรที่ขอรับบริการฝนหลวงมาได้

ส่วนในภาคต่างๆ ที่มีการปฏิบัติภารกิจในวันดังกล่าว ภาคเหนือ มีฝนตกเล็กน้อยบริเวณพื้นที่อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง และอำเภอสอง จังหวัดแพร่ ภาคกลาง มีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง บริเวณพื้นที่อำเภอเลาขวัญ ห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี อำเภอดอนเจดีย์ อู่ทอง หนองหญ้าไซ ด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี และพื้นที่ลุ่มน้ำท่าจีน รวมถึงบริเวณพื้นที่อำเภอตาคลี ตากฟ้า พยุหะคีรี ไพศาลี ท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ และอำเภอวิเชียรบุรีและบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์

ส่วนทางภาคตะวันออก มีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง บริเวณพื้นที่อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา อำเภอปลวกแดง วังจันทร์ เขาชะเมา แกลง จังหวัดระยอง อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี และพื้นที่ลุ่มรับน้ําอ่างเก็บน้ำคลองสียัด ดอกกราย หนองปลาไหล คอลงใหญ่ และประแสร์ และภาคใต้มีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง บริเวณพื้นที่การเกษตรอำเภอแก่งกระจาน ท่ายาง หนองหญ้าปล้อง ชะอํา จังหวัดเพชรบุรี อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี และพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนแก่งกระจานและเขื่อนปราณบุรี ทั้งนี้ในส่วนของพื้นที่ขอรับบริการฝนหลวงทางภาคเหนือ สามารถปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือพื้นที่อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปางได้ ขณะเดียวกันกรมฝนหลวงฯ จะพยายามปฏิบัติการฝนหลวงให้ตกทุกพื้นที่ตามที่มีการขอรับบริการฝนหลวงให้ทั่วถึงต่อไป

ที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Recent Posts