ปริมาณการใช้มันสำปะหลังในการผลิตเอทานอล

ปริมาณการใช้มันสำปะหลังในการผลิตเอทานอล

21st Jan 2021 General Information

ปริมาณการใช้มันสำปะหลัง (มันสด) ในการผลิตเอทานอล ปี 2563 และ ปี 2564

During the meeting hosted by Department of Internal Trade, Ministry of Commerce on Jan 7, 2021 between 4 Tapioca Association and The Tapioca Ethanol Association who informed the meeting that this year, ethanol factories will use more tapioca to produce ethanol due to the shortage of molasses, from 3 million to 5 million tons of tapioca roots

แข่งตัดราคามันเส้นไปจีน กดหัวมันเหลือ1.90บาท/กก.

แข่งตัดราคามันเส้นไปจีน กดหัวมันเหลือ1.90บาท/กก.

18th Jan 2021 General Information

ออร์เดอร์มันเส้นไปจีนส่งมอบไตรมาสแรกปี 64 ทะลัก ลานมันเปิดศึกขายตัดราคาแย่งลูกค้า หวั่นชวดโอกาสทองดันราคาส่งออก กดหัวมันในประเทศวูบเหลือ 1.90-2.40 บาทต่อกก.

มันสำปะหลังหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญ รัฐบาลมีโครงการประกันรายได้มันสำปะหลังปีนี้เป็นปีที่ 2 วงเงินงบประมาณ 9,788 ล้านบาท มีเกษตรกรลงทะเบียนเข้าร่วม 5.24 แสนครัวเรือน โดยต้องเริ่มเพาะปลูกตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 ถึง31 มีนาคม 2564 ราคาประกันที่ 2.50 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) เวลานี้ราคาหัวมันสดที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยที่ 1.90-2.40 บาทต่อกก. (แล้วแต่พื้นที่) ซึ่งหมายถึงรัฐยังต้องแบกรับภาระชดเชยส่วนต่างราคาต่อไป ส่วนหนึ่งเป็นผลจากผู้ส่งออกขายตัดราคามันเส้นไปยังตลาดจีน นายบุญชัย ศรีชัยยงพานิช นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ขณะนี้มีคำสั่งซื้อมันเส้นจากจีนเพื่อนำไปผลิตเป็นแอลกอฮอล์ทดแทนข้าวโพดในจีนที่มีราคาสูงเพิ่มขึ้น โดยไตรมาสแรกปี 2564 มีคำสั่งซื้อเข้ามาเฉลี่ย 3 แสนตันต่อเดือน จากช่วงเดียวกันปีที่แล้วเฉลี่ย 8-9 หมื่นตันต่อเดือน แต่เวลานี้ราคาส่งออกเริ่มลดลงจากมีการขายตัดราคาของผู้ค้าในประเทศด้วยกันเอง เทียบราคาเมื่อเดือนธันวาคม 2563 ราคาส่งออกเอฟโอบีอยู่ที่ 270 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน ช่วงนี้เหลือ 240 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน (ลดลง 30 ดอลลาร์หรือประมาณ 900 บาทต่อตัน)

“เรื่องดังกล่าว 4 สมาคมที่เกี่ยวข้องกับการค้ามันฯ คงต้องมาหารือกันเพื่อกำหนดเพดาน หรือราคาขั้นตํ่าในการส่งออก จากที่เคยมีการกำหนดเพดานราคาเมื่อหลายปีก่อนเพื่อป้องกันผลกระทบต่อราคาหัวมันสดของเกษตรกร รวมถึงเสียโอกาสด้านราคาส่งออก อย่างไรก็ดีหากไม่มีอะไรผิดพลาดคาดปีนี้ไทยจะส่งออกมันเส้นได้ไม่ตํ่ากว่า 4-5 ล้านตัน จากปีที่แล้วส่งออกได้ประมาณ 3 ล้านตันจากขาดแคลนวัตถุดิบหัวมันสด ซึ่งเป็นผลกระทบจากภัยแล้งและโรคใบด่าง แต่ปีนี้สถานการณ์นํ้าท่าดีกว่าปีที่ผ่านมา คาดผลผลิตหัวมันสดน่าจะไม่ตํ่ากว่า 28 ล้านตันช่วยเพิ่มโอกาสในการส่งออก และคำสั่งซื้อน่าจะดีตลอดทั้งปี และน่าเป็นอีกหนึ่งปีทอง แต่ขออย่างเดียวผู้ค้าอย่าขายตัดราคากัน”

จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร ในปี 2562 ไทยมีการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังทุกชนิดปริมาณ 6.60 ล้านตัน มูลค่า 80,972 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการส่งออกมันเส้น 2.40 ล้านตัน มูลค่า 16,282 ล้านบาท แป้งมันสำปะหลัง 2.83 ล้านตัน มูลค่า 38,547 ล้านบาท ที่เหลือเป็นผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังอื่น ๆ

ส่วนช่วง 11 เดือนแรกปี 2563 ไทยส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังทุกชนิดปริมาณ 6.42 ล้านตัน มูลค่า 74,767 ล้านบาท (-1.5%) ในจำนวนนี้เป็นการส่งออกมันเส้น 2.72 ล้านตัน มูลค่า 18,711 ล้านบาท แป้งมันสำปะหลัง 2.51 ล้านตัน มุลค่า 32,604 ล้านบาท ที่เหลือเป็นผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังอื่นๆ โดยตลาดส่งออกหลัก 5 อันดับแรกได้แก่ จีน (สัดส่วน 60%) และญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา ตามลำดับ

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

​“พาณิชย์”เอาจริง จับลานมันเอาเปรียบเกษตรกร ไม่วัดเปอร์เซ็นต์แป้ง เครื่องชั่งหมดอายุ

​“พาณิชย์”เอาจริง จับลานมันเอาเปรียบเกษตรกร ไม่วัดเปอร์เซ็นต์แป้ง เครื่องชั่งหมดอายุ

03rd Dec 2020 General Information

กรมการค้าภายในส่งทีมตรวจสอบการรับซื้อหัวมันสดจากเกษตรกร ป้องกันลานมัน โรงแป้ง เอาเปรียบ พบลานมันที่สระแก้ว ไม่มีการวัดเปอร์เซ็นต์แป้งก่อนรับซื้อ สั่งเปรียบเทียบปรับและส่งดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว และพบเครื่องชั่งสิ้นอายุคำรับรองอีกรายที่สุรินทร์ สั่งปรับแล้วเช่นเดียวกัน ย้ำผู้ประกอบการต้องวัดเปอร์เซ็นต์แป้ง ติดป้ายราคาให้ชัด ส่วนเกษตรกรต้องเก็บเกี่ยวผลผลิตตามอายุ ตรวจสอบการจำหน่าย หากพบถูกเอาเปรียบ ให้รีบแจ้ง 1569

นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ ได้มอบหมายให้กองตรวจสอบและปฏิบัติการ ศูนย์และสำนักงานสาขาชั่งตวงวัด ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรวจสอบการรับซื้อหัวมันสำปะหลังในแหล่งผลิตสำคัญของผู้ประกอบการลานมัน และโรงงานแป้งมันจำนวน 150 แห่ง ใน 56 จังหวัด ตรวจสอบเครื่องชั่งรถยนต์ 165 เครื่อง และตรวจเครื่องวัดเปอร์เซ็นต์แป้งในหัวมันสำปะหลัง 119 เครื่อง เพื่อดูแลเกษตรกรที่นำผลผลิตมาจำหน่ายให้ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อขาย และไม่โดนเอารัดเอาเปรียบ

ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบ พบพฤติกรรมการรับซื้อของผู้ประกอบการลานมันในพื้นที่จังหวัดสระแก้วรายหนึ่ง ไม่มีการวัดเปอร์เซ็นต์แป้งก่อนการรับซื้อ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.มาตราชั่งตวงวัด ซึ่งได้มีการเปรียบเทียบปรับ และยังได้ดำเนินคดีกรณีไม่ปฏิบัติตามประกาศ กกร. มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และได้นำตัวผู้กระทำความผิด ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว
ส่วนผลการตรวจเครื่องชั่งรถยนต์ พบเครื่องชั่งที่สิ้นอายุคำรับรองไปแล้ว 1 ราย ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เจ้าหน้าที่ชั่งตวงวัดได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และการตรวจเครื่องวัดเปอร์เซ็นต์แป้งในหัวมันสำปะหลัง พบว่าเครื่องถูกต้องทั้งหมด

“ได้กำชับให้ผู้ประกอบการที่รับซื้อหัวมันจากเกษตรกร ให้มีการตรวจวัดเปอร์เซ็นต์แป้งและติดป้ายแสดงราคารับซื้ออย่างชัดเจน ส่วนเกษตรกรขอให้เก็บเกี่ยวผลผลิตตามอายุ โดยตัดเหง้า เอาดินออก เพื่อจะได้ไม่ถูกหักสิ่งเจือปน และควรจะตรวจสอบการจำหน่ายเพื่อรักษาสิทธิ์ของตัวเองด้วย หรือหากพบเห็นการเอาเปรียบ ให้รีบแจ้งสายด่วน 1569 หรือที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด”นายวัฒนศักย์กล่าว

สำหรับโครงการประกันรายได้มันสำปะหลังปีที่ 2 คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิง ได้เห็นชอบการกำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2563/64 งวดที่ 1 ซึ่งเป็นงวดแรก ราคากิโลกรัมละ 2.24 บาท มีส่วนต่างที่กับราคาหัวมันสำปะหลังสดที่รัฐบาลประกันไว้ที่ 2.50 บาท ทำให้มีส่วนต่างชดเชยอยู่ที่ 0.26 บาท ซึ่งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้โอนเงินให้เกษตรกรตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2563 ที่ผ่านมา หากเกษตรกรรายใด ยังไม่ได้รับเงินส่วนต่าง สามารถแจ้งที่ ธ.ก.ส. ใกล้บ้าน สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ หรือสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569

ชมภาพการตรวจสอบ

ที่มา : Commerce News Agency

จีนรับไม่อั้นใช้ผลิตแอลกอฮอล์ “มันสำปะหลังไทย” ปี 64 สดใส

จีนรับไม่อั้นใช้ผลิตแอลกอฮอล์ “มันสำปะหลังไทย” ปี 64 สดใส

02nd Nov 2020 General Information

ผลผลิตข้าวโพดในจีนปี 64 คาดขาดแคลนกว่า 28 ล้านตัน ดันราคาพุ่งสูงสุดรอบ 4 ปี กระทบต้นทุนผลิตแอลกอฮอล์ คาดหันใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบที่ราคาถูกกว่าแทนมากขึ้น รง.มันเส้น-เกษตรกรเฮราคาขยับ ส่งออกสดใส

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต./ ทูตพาณิชย์) ณ เมืองเซี่ยเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน รายงานอ้างอิงข้อมูลจากสื่อของจีนว่า ตั้งแต่หลังวันชาติจีน (วันที่ 1 ตุลาคม 2563) เป็นต้นมาราคาข้าวโพดในจีนเพิ่มขึ้นอย่างมากโดยราคาข้าวโพดเฉลี่ยมากกว่า 2,600 หยวนต่อตัน (หรือ 12,090 บาทต่อตัน) ซึ่งสูงสุดในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าตอนนี้ข้าวโพดในมณฑลซานตง เหอเป่ย มองโกเลียในและบางพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ออกสู่ตลาดแล้ว แต่ราคาข้าวโพดยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อเทียบกับปี 2560 แล้วพบว่าราคาเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,000 หยวนต่อตัน (หรือ 4,650 บาทต่อตัน) หรืออัตราขยายตัวมากกว่าร้อยละ 62 ราคาข้าวโพดเพิ่มขึ้นถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับเกษตรกร แต่เป็นข้อกังวลอย่างมากต่ออุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง

ข้าวโพดเป็นธัญญาหารที่มีผลผลิตมากที่สุดของจีน การเปลี่ยนแปลงของราคาข้าวโพดมีผลกระทบต่อหลายอุตสาหกรรม เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา อาหารสัตว์ที่ผลิตจากข้าวโพด ราคาเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับปีก่อน(YoY) นอกจากนี้ราคาผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ผลิตจากข้าวโพด เช่น แป้งข้าวโพด แอลกอฮอล์ เป็นต้น ราคาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยราคาแอลกอฮอล์ที่ทำจากข้าวโพดเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 22 YoY

ส่วนราคาราคาแป้งข้าวโพด เมื่อต้นปี 2563 ราคาเฉลี่ย 2,220 หยวนต่อตัน (หรือ 10,323 บาทต่อตัน) แต่ ณ เดือนตุลาคม 2563 ราคา 2,900 หยวน (หรือ 13,485 บาท)ต่อตัน ราคาได้เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ30

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนเป็นแหล่งผลิตข้าวโพดที่ใหญ่ที่สุดในจีน (คิดเป็นร้อยละ 31.6 ของ พื้นที่ปลูกข้าวโพดทั้งหมดของจีน) โดยมณฑลหลักที่ปลูกข้าวโพด เช่น เฮยหลงเจียง จี๋หลิน เหลียวหนิง เป็นต้น เมื่อเร็วๆ นี้ช่วงที่ใกล้จะเก็บเกี่ยวข้าวโพดพื้นที่ปลูกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ประสบพายุไต้ฝุ่นติดต่อกันถึง 3 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม นาย Zheng Fengtian รองคณบดีคณะการพัฒนาเกษตรและชนบท มหาวิทยาลัย เหรินหมินของจีน (Renmin University of China) มีความเห็นว่า ช่วงนี้ข้าวโพดใกล้สุกแล้ว การที่ต้นข้าวโพดประสบพายุไต้ฝุ่นล้ม จึงไม่ค่อยมีผลกระทบต่อปริมาณการผลิต แต่ต้องเร่งรีบเก็บเกี่ยวข้าวโพดให้เร็วที่สุดเพื่อลดความสูญเสีย จึงอาจกล่าวได้ว่า โดยรวมแล้ว สาเหตุที่ทำให้ราคาข้าวโพดสูงขึ้นเกิดจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง

ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลกระทรวงเกษตรและกิจการชนบท ร่วมกับศูนย์ข้อมูลธัญญาหารและน้ำมันแห่งชาติคาดว่า ผลผลิตข้าวโพดในปี 2563/2564 ประมาณ 265 ล้านตัน (เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 4 ล้านตัน) แต่คาดว่า ความต้องการใช้ข้าวโพดในปี 2563/2564 สูงถึง 293 ล้านตัน (สูงกว่าปีที่ผ่านมา 13 ล้านตัน) แสดงว่าปี 2564 จีนจะขาดแคลนข้าวโพดสูงถึง 28 ล้านตัน

นาย Li Guoxiang นักวิจัยจากศูนย์การวิจัยพัฒนาชนบทสถาบันสังคมศาสตร์จีน กล่าวว่า เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้มีการใช้ข้าวโพดในอุตสาหกรรมอื่นมากเกินไป เช่น แอลกอฮอล์เชื้อเพลิงเอทานอล แป้ง เป็นต้น จึงคาดว่าในปี 2564 รัฐบาลจีนอาจจะออกนโยบายควบคุมการใช้ข้าวโพดในอุตสาหกรรมดังกล่าว

สคต ณ เมืองเซี่ยเหมิน ให้ความเห็นว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นมา ราคาข้าวโพดเฉลี่ยในตลาดจีนสูงกว่า 2,600 หยวนต่อตัน (หรือ 12,090 บาทต่อตัน) ซึ่งสูงสุดในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลกระทรวงเกษตรและกิจการชนบท กับศูนย์ข้อมูลธัญญาหารและน้ำมันแห่งชาติคาดว่า ปี 2563/2564 จีนจะมีผลผลิตข้าวโพดเพิ่มขึ้นเป็น 265 ตัน แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจีนยังคงขาดแคลนข้าวโพดสูงถึง 28 ล้านตัน

อนึ่ง การที่มันสำปะหลังสามารถใช้ทดแทนข้าวโพดได้ในระดับหนึ่ง แต่ขณะนี้ข้าวโพดในจีนราคาสูงขึ้นอย่างมาก (ขณะนี้ราคามันเส้นในจีนที่เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ประมาณ 2,080 หยวนต่อตันหรือ 9,672 บาทต่อตัน ซึ่งต่ำกว่าราคาข้าวโพด) จึงคาดว่าปี 2564 จีนจะต้องการนำเข้ามันสำปะหลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (หากราคามันสำปะหลังที่นำเข้าต่ำกว่าราคาข้าวโพดอย่างมีนัยสำคัญ) เพื่อทดแทนการใช้ข้าวโพดที่มีราคาสูง จึงนับว่าเป็นโอกาสที่ดีของเกษตรกร/ผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย เช่น มันเส้น แป้งมัน มันอัดเม็ด เป็นต้น ในการส่งสินค้าดังกล่าวเข้าสู่ตลาดจีนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

สอดคล้องกับนายบุญชัย ศรีชัยยงพานิช นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย ที่เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ขณะนี้มีคำสั่งซื้อมันเส้นจากตลาดใหญ่สุดคือจีนเพื่อนำไปผลิตแอลกอฮอล์ทดแทนข้าวโพดในจีนที่มีราคาสูงขึ้นเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่น่าเสียดายที่ลานมัน (ผู้ประกอบการมันเส้น) ไม่มีสินค้าตอบสนองความต้องการ จากผลผลิตหัวมันในประเทศมีน้อยกระทบจากภัยแล้งและโรคใบด่างในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับช่วงที่ผ่านมาเป็นฤดูฝนลานมันเปิดดำเนินการน้อย แต่เวลานี้เป็นปลายฝนแล้วคาดโรงงานมันเส้นจะกลับมาดำเนินการตามปกติตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน

อย่างไรก็ดีคาดการณ์ส่งออกมันเส้นฤดูการผลิต 2562/2563 (ต.ค.62-ก.ย.63) จะทำได้ที่ประมาณ 3 ล้านตัน จากปี 256//2562 ส่งออกได้ 5 ล้านตัน และแป้งมันที่ 4 ล้านตัน ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2562/2563

ข้อมูลจากสมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย ณ วันที่ 30 ตุลาคม 2563 ราคามันเส้นส่งออก (FOB) เฉลี่ยที่ 255-260 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน เพิ่มขึ้นจากวันเดียวกันของปีก่อน (30 ต.ค.2562) ที่เฉลี่ยที่ 225-230 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน และราคามันสำปะหลัง(เชื้อแป้ง 25%) ที่เกษตรกรส่วนใหญ่ขายให้กับโรงงานแป้งมัน ณ วันที่ 30 ตุลาคม 2563 เฉลี่ยที่ต่ำสุด-สูงสุดที่ 1.90-2.45 บาทต่อกิโลกรัม(กก.) เทียบกับวันที่ 30 ตุลาคม 2562 เฉลี่ยต่ำสุด-สูงสุดที่ 2.00-2.60 บาทต่อกก.

ขณะจากการตรวจสอบข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร ช่วง 9 เดือนแรกปี 2563 ไทยมีการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังทุกประเภทมูลค่ารวม 62,514 ล้านบาท ขยายตัวลดลง 2.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในจำนวนนี้ส่งออกไปตลาดจีน(สัดส่วน 59%)มูลค่า 36,712 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ในจำนวนนี้เป็นการส่งออกมันเส้น 17,147 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% โดยส่งออกไปตลาดจีนสัดส่วน 99.9% มูลค่า 17,132 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.4%)

ส่วนผลการสำรวจผลผลิตมันสำปะหลังปี 2563/2564 (ต.ค.63-ก.ย.64) คาดการณ์จะมีผลผลิตประมาณ 28 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีการผลิต 2562/2563 (ต.ค.52-ก.ย.63) ที่มีผลผลิตประมาณ 25 ล้านตัน จากผลกระทบภัยแล้ง และโรคใบด่าง ซึ่งจากราคาส่งออกมันเส้น และความต้องการที่เพิ่มจากตลาดจีนที่นำไปผลิตแอลกอฮอล์แทนข้าวโพดที่มีราคาสูง คาดปี 2564 จะเป็นปีที่ดีของเกษตรกรและอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทย

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

ส่งออกมันสำปะหลังรับส้มหล่น จีนขาดของสต๊อกข้าวโพดหด-ราคาแพง

ส่งออกมันสำปะหลังรับส้มหล่น จีนขาดของสต๊อกข้าวโพดหด-ราคาแพง

19th Oct 2020 General Information

ผู้ส่งออกไทยลุ้นอานิสงส์ จีนขาดวัตถุดิบ คาดปี 2564 ส่งออกเพิ่ม 10% หลังสต๊อกข้าวโพดจีนลด-ราคาแพง เร่งนำเข้าวัตถุดิบเพื่อนบ้าน 10 ล้านตัน “พาณิชย์” ไฟเขียวงบฯ 1,400 ล้านบาท อุ้มเกษตรกรทำลายมันติดโรคใบด่าง 26 จังหวัด

นายบุญชัย ศรีชัยยงพานิช นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์การส่งออกมันสำปะหลังปี 2563/2564 จะเพิ่มขึ้น 10% จากปีที่ผ่านมาส่งออกได้ 22.89 ล้านตัน แบ่งเป็นมันเส้นปริมาณ 6.77 ล้านตัน และแป้งมัน 16.12 ล้านตัน

ผลจากตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดหลักมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะปริมาณสต๊อกข้าวโพดในจีนลดลงเหลือ 260 ล้านตัน ไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ที่คาดว่าจะมี 277 ล้านตัน

ประกอบกับราคาข้าวโพดสูงขึ้น จาก 1,600 หยวนต่อตัน เป็น 2,200 หยวนต่อตัน ส่วนราคามันเส้นในจีน อยู่ที่ 2,050-2,070 หยวนต่อตัน ต่ำกว่าราคาข้าวโพด จึงทำให้จีนต้องการมันสำปะหลังไปเป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตแอลกอฮอล์ทดแทนข้าวโพด

“การส่งออกมันสำปะหลังของไทยในปี 2564 มีโอกาสจะขยายตัวมาก ไม่ใช่เพียงมันเส้น แต่มีโอกาสที่จะส่งออกมันอัดเม็ดเพื่อผลิตอาหารสัตว์ได้เพิ่มเช่นกัน โดยปัจจุบันตลาดมันอัดเม็ดของไทยอยู่ที่ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ และสหรัฐ ส่วนกรณีที่จีนห้ามข้าราชการดื่มแอลกอฮอล์ทั้งในและนอกเวลาราชการจะมีผลต่อการนำเข้ามันสำปะหลังหรือไม่นั้น ส่วนใหญ่แล้วมันสำปะหลังที่จีนนำเข้าจากไทยเพื่อผลิตแอลกอฮอล์นั้นใช้ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับงานก่อสร้าง มีบ้างแต่ส่วนน้อยที่ใช้ในกลุ่มเครื่องดื่ม ดังนั้นไม่มีปัญหาในเรื่องนี้”

ขณะที่สถานการณ์ผลผลิตมันสำปะหลังปี 2563/64 คาดว่ามีปริมาณ 28 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 11.84% จากผลผลิตปี 2562/63 ที่มี 25 ล้านตัน แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ที่ 34.67 ล้านตัน จึงมีการนำเข้าหัวมันจากกัมพูชาและ สปป.ลาวเพิ่มขึ้น 10 ล้านตัน เพื่อนำมาแปรรูป ทั้งนี้คาดว่าแนวโน้มความต้องการใช้มันสำปะหลังภายในประเทศ เฉลี่ย 11 ล้านตัน แบ่งเป็นอาหารสัตว์ 1 ล้านตัน การผลิตเอทานอลประมาณ 1.5 ล้านตัน แป้งมัน 1.5 แสนตัน

“การผลิต 2563/64 อยู่ที่ 28 ล้านตันเพิ่มขึ้น 11.84% เป็นผลมาจากพื้นที่การเพาะปลูกมันสำปะหลังโดยรวมเพิ่มขึ้นจาก 8.5 ล้านไร่ เป็น 8.9 ล้านไร่ขยายตัว 5.09% เป็นผลจากหลายพื้นที่แห้งแล้ง ไม่เหมาะที่จะปลูกอ้อยและข้าวโพด เกษตรกรหันมาปลูกมันสำปะหลังเพิ่มขึ้น”

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่าในส่วนการดูแลปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลัง ล่าสุดนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) ครั้งที่ 3/2563 เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา

และเห็นชอบอนุมัติโครงการการแก้ไขปัญหาโรคใบด่างในมันสำปะหลังเพิ่มขึ้นจาก 22 จังหวัด เป็น 26 จังหวัด พื้นที่ความเสียหายประมาณ 3.2 แสนไร่ วงเงินช่วยเหลือ 1,400 ล้านบาท นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563 ถึงเดือนกันยายน 2564 โดยหลังจากนี้จะนำมาตรการช่วยเหลือดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบในการช่วยเหลือต่อไป

ทั้งนี้ เกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรเพื่อรับเงินชดเชยสำหรับการทำลายมันสำปะหลังที่ติดโรคใบด่าง โดยมอบให้คณะอนุกรรมการกำกับดูแลการดำเนินการบริหารจัดการมันสำปะหลังระดับจังหวัดทำหน้าที่ดำเนินการตลอดอายุตามคณะกรรมการ นบมส.เพื่อให้การปฏิบัติเกิดความรวดเร็ว รวมทั้งดูแลราคาและการปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ ด้วย

พร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควบคุมดูแลการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด และให้กรมส่งเสริมการเกษตรประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรซื้อท่อนพันธุ์มันสำปะหลังที่มีคุณภาพที่ได้รับการรับรอง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคนี้

ทั้งนี้ ราคาส่งออกมันเส้นปัจจุบัน ตันละ 260-265 เหรียญสหรัฐ ทรงตัวจากเดือนก่อน ส่วนราคาแป้งมัน ตันละ395-405 เหรียญสหรัฐ ทรงตัวจากราคาเดือนก่อน ส่วนราคาในประเทศ ล่าสุดมันเส้น กก.ละ 6.90-7.30 บาท แป้งมัน กก.ละ 13.10 บาท

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

ประกันรายได้ ปลูกมันสำปะหลังปี 63/64 วงเงิน 9,789 ล้านบาท

ประกันรายได้ ปลูกมันสำปะหลังปี 63/64 วงเงิน 9,789 ล้านบาท

19th Aug 2020 General Information

ครม.มีมติเห็นชอบโครงการประกันรายได้ผู้ปลูกมันสำปะหลังปี 63/64 กว่า 9,789 ล้านบาท และมาตรการคู่ขนานทั้งใช้-ไม่ใช่งบประมาณ ขยายจ่ายเยียวยากำจัดโรคใบด่างทุกพื้นที่ 56 จังหวัด

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติโครงการและมาตรการเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังในช่วงที่ราคาตกต่ำ ครอบคลุมเกษตรกรจำนวนกว่า 5.3 แสนครัวเรือนทั่วประเทศ รายละเอียดดังนี้

โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังปี 2563/64 วงเงินรวม 9,789.98 ล้านบาท

เป็นการประกันรายได้หัวมันสำปะหลังสด เชื้อแป้ง 25% ราคากิโลกรัมละ 2.50 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 100 ตัน ในพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศและไม่ซ้ำแปลง ซึ่งต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนปลูกมันสำปะหลังปี 2563/64 กับกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่ 1 เมษายน 2563 – 31 มีนาคม 2564

สำหรับการจ่ายเงินงวดแรก รัฐบาลจะเริ่มจ่ายในวันที่ 1 ธันวาคม 2563 และจะจ่ายต่อไปในทุกวันที่ 1 ของเดือน โดยใช้แหล่งเงินทุนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และรัฐบาลจะชำระคืนตามที่จ่ายจริงภายใน 2 ปี ทั้งนี้ ระยะเวลาโครงการเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 – 31 พฤษภาคม 2565

สำหรับผลการดำเนินโครงการประกันรายได้ ปี 2562/63 ข้อมูล ณ วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 ธ.ก.ส. ได้มีการจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างแก่เกษตรกรไปแล้วรวม 8 ครั้ง จำนวน 535,759 ครัวเรือน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 6,836.97 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 69.13 ของวงเงินชดเชยทั้งหมด คงเหลืองบประมาณอีก 3,053.97 ล้านบาท ซึ่งจะสิ้นสุดการจ่ายเงินชดเชยงวดสุดท้ายเดือนพฤศจิกายน 2563

น.ส.รัชดากล่าวว่า นอกจากนี้ครม.ยังเห็นชอบมาตรการคู่ขนานเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสําปะหลัง ปี 2563/64 ซึ่งเป็นมาตรการเสริมที่ดำเนินการควบคู่กันไประหว่างโครงการประกันรายได้ และการบริหารปริมาณสินค้าเกษตรให้ตรงกับความต้องการของตลาด เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก เป็นการดึงอุปทานออกจากตลาดและเพิ่มช่องทางเลือก เสริมสร้างความเข้มแข็ง และเพิ่มอำนาจต่อรองในการจำหน่ายมันสำปะหลังของเกษตรกร ประกอบด้วยมาตรการที่ใช้เงินงบประมาณและไม่ใช้เงินงบประมาณ ดังนี้

มาตรการที่ใช้เงินงบประมาณ วงเงินรวม 114 ล้านบาท จำนวน 2 โครงการ คือ

1. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลัง วงเงิน 69 ล้านบาท โดย ธ.ก.ส. เป็นผู้ออกสินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนในการพัฒนาการผลิตของเกษตรกรด้วยการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม วงเงินสินเชื่อรวม 1,150 ล้านบาท ให้เกษตรกู้รายละไม่เกิน 230,000 บาท จำนวน 5,000 ราย ชำระคืนไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันกู้ คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6.50 ต่อปี โดยเกษตรกรผู้กู้จ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 3.50 ต่อปี ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 3 ต่อปี รัฐจะเป็นผู้ชดเชยให้ เป็นระยะเวลาไม่เกิน 24 เดือน (ไม่เกินวันที่ 30 กันยายน 2566) คิดเป็นวงเงินอัตราดอกเบี้ยที่รัฐชดเชยรวม 69 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการเริ่มตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2563 ถึง 31 ตุลาคม 2566

2. โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร วงเงิน 45 ล้านบาท โดย ธ.ก.ส. จะเป็นผู้ออกสินเชื่อแก่สถาบันเกษตรกรที่มีการประกอบธุรกิจมันสำปะหลังเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการรวบรวมหรือรับซื้อหัวมันสำปะหลังสด มันสำปะหลังเส้น วงเงินสินเชื่อรวม 1,500 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 4 ต่อปี โดยสถาบันเกษตรกรจ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปี ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 3 ต่อปี รัฐบาลจะเป็นผู้ชดเชยให้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน (ไม่เกินวันที่ 31 พฤษภาคม 2565) คิดเป็นวงเงินอัตราดอกเบี้ยที่รัฐชดเชยรวม 45 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 ถึง 30 มิถุนายน 2565

มาตรการที่ไม่ใช้เงินงบประมาณเพิ่มเติม คือ

(1) โครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต๊อกมันสำปะหลัง เพื่อสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการแปรรูปมันสำปะหลัง (ลานมัน/โรงแป้ง) ที่เข้าร่วมโครงการฯ เก็บสต๊อก เพื่อดูดซับผลผลิตในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก โดยตั้งเป้าหมายวงเงินสินเชื่อรวม 15,000 ล้านบาท รัฐบาลจะเป็นผู้ชดเชยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 3 ต่อปี ตามระยะเวลาที่เก็บสต๊อกไว้ตั้งแต่ 60 – 180 วัน คิดเป็นวงเงินอัตราดอกเบี้ยที่รัฐชดเชยรวม 225 ล้านบาท โดยใช้เงินจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร

(2) มาตรการบริหารจัดการการนำเข้าและส่งออก โดยให้กรมการค้าต่างประเทศกำกับดูแลการส่งออกและนำเข้ามันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์อย่างจริงจัง ด้วยการตรวจสอบคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐานและลงโทษผู้กระทำผิดตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

น.ส.รัชดากล่าวว่า ครม.ยังได้อนุมัติแนวทางแก้ไขปัญหาโครงการป้องกันและการกำจัดโรคใบด่างมันสำปะหลัง โดยปรับเปลี่ยนเงื่อนไขโครงการที่ ครม. ได้อนุมัติไปแล้ว เมื่อ 24 กันยายน 2562 ใน 2 ประเด็น คือ

1. ให้ขยายพื้นที่ดำเนินโครงการฯ จากเดิมที่กำหนดไว้ 11 จังหวัด ปรับเป็น ให้ดำเนินการโครงการฯ ในทุกจังหวัดที่มีพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลัง ซึ่งมีอยู่ 50 จังหวัดทั่วประเทศ

2. การจ่ายเงินชดเชย จากเดิม ที่จ่ายให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตร เฉพาะพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์เท่านั้น ปรับเป็น จ่ายให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรทุกพื้นที่ที่มีการทำลายแปลงมันสำปะหลัง ทั้งพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์และไม่มีเอกสารสิทธิ์ โดยใช้งบประมาณเดิม จำนวน 234.26 ล้านบาท ตามที่ได้รับอนุมัติไปแล้ว

 

ที่มา : ประชาติธุรกิจออนไลน์

ลานมัน-โรงแป้งเปิดศึก ชิงวัตถุดิบดันราคาพุ่ง

ลานมัน-โรงแป้งเปิดศึก ชิงวัตถุดิบดันราคาพุ่ง

จีนสร่างพิษโควิด สต๊อกข้าวโพดวูบ เร่งนำเข้ามันไทย ดันราคามันเส้น-แป้งมันพุ่งยกแผง ลานมันเส้น-โรงแป้ง เปิดศึกแย่งชิงวัตถุดิบ หลังภัยแล้ง-ใบด่างทำผลผลิตวูบไม่พอป้อนตลาด ผลพวงดันราคาหัวมันสดขยับ 2.30-2.70 บาทต่อกก.

มันสำปะหลังหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทย มีเกษตรกรที่เกี่ยวเนื่องประมาณ 5 แสนครัวเรือนผลผลิตเหลือบริโภคในประเทศ ส่งออกทำรายได้เข้าประเทศช่วง 7 ปีที่ผ่านมาเฉลี่ยปีละกว่า 1 แสนล้านบาท มีตลาดใหญ่สุดที่ประเทศจีน(มันเส้นมีตลาดหลักที่จีน 99% แป้งมันตลาดหลักที่จีนกว่า 50%) เวลานี้จากสถานการณ์โควิด-19 ในจีนที่เริ่มคลี่คลาย ภาคธุรกิจกลับมาเปิดดำเนินการได้ตามปกติ ส่งผลให้จีนมีความต้องการนำเข้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังจากไทยเพิ่มขึ้น แต่ฝั่งไทยกลับมีปัญหาวัตถุดิบมันสำปะหลังขาดแคลน ทำให้เสียโอกาสในการส่งออกเพิ่ม

นายบุญชัย ศรีชัยยงพานิช นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากภัยแล้งที่เกิดขึ้นช่วงต้นปี 2563 และยังมีสถานการณ์โรคใบด่างในมันสำปะหลังระบาดในกว่า 23 จังหวัดทำให้ผลผลิตเสียหาย คาดในปีการผลิต 2562/2563 (ต.ค.62-ก.ย.63) ไทยจะมีผลผลิตหัวมันสด ไม่เกิน 28 ล้านตัน ลดลงจากปีการผลิตก่อนหน้าที่มีผลผลิตประมาณ 31 ล้านตัน ทำให้เสียโอกาสในการส่งออก โดยคาดปีนี้ไทยจะส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังทุกประเภทไม่เกิน 8 หมื่นล้านบาท ต่ำสุดในรอบ 8 ปี (นับจากปี 2555)

“เมื่อต้นปีราคามันเส้นส่งออกอยู่ที่ 5.90 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) ไม่จูงใจให้ลานมันหรือโรงงานมันเส้นผลิตส่งออก ทำให้มีสต๊อกสินค้าน้อย แต่เวลานี้ราคามันเส้นส่งออกไปจีนขยับขึ้นมาอยู่ที่ 7.10 บาทต่อกิโลฯจากความต้องการของตลาดจีนที่กลับมา และจากรัฐบาลจีนมีนโยบายลดการปลูกข้าวโพดซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตแอลกอฮอล์ลง เพื่อหันไปปลูกถั่วเหลืองที่ไม่เพียงพอใช้ในประเทศเพื่อลดการนำเข้า ส่งผลให้สต๊อกข้าวโพดจีนจากเคยมี 200-300 ล้านตัน ปัจจุบันลดเหลือไม่ถึง 50 ล้านตัน ส่งผลให้ราคาข้าวโพดในจีนเวลานี้ขึ้นมาอยู่ที่ 2,200 หยวนต่อตัน จากปี 2562 อยู่ที่ 1,600 หยวนต่อตัน ฉุดราคามันเส้นที่จีนนำเข้าไปผลิตแอลกอฮอล์ เอทานอล และใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ปรับตัวสูงขึ้นด้วย”

จากความต้องการของตลาดจีนที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้เวลานี้โรงงานมันเส้นต้องแย่งซื้อหัวมันกับโรงงานแป้งมันสำปะหลังที่ตลาดขยายตัวได้ดีเช่นกันเพื่อผลิตส่งออก

ด้านนายปรีชา เต็มพร้อม นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย กล่าวว่า โรงงานแป้งมันที่มีอยู่ทั่วประเทศ 97 โรงงาน เวลานี้เฉลี่ยทุกโรงได้เดินเครื่องผลิตที่ 80-90% ของกำลังผลิต และมีบางโรงที่หยุดผลิตจากขาดแคลนวัตถุดิบหัวมันสด ซึ่งการขาดวัตถุดิบนี้หลายรายได้แก้ปัญหาโดยการนำเข้าหัวมันจากกัมพูชา และสปป.ลาวที่ต้องปฏิบัติกฏระเบียบการนำเข้าของกระทรวงพาณิชย์ ทั้งนี้จากจำนวนโรงงานแป้งมัน 97 โรงณ ปัจจุบัน ถือว่าเพียงพอและสมดุลกับผลผลิตหัวมันในแต่ละปีแล้ว ไม่อยากให้มีการตั้งโรงงานเพิ่ม ขณะที่ตลาดส่งออกแป้งมันเวลานี้ยังไปได้ดี มีตลาดหลัก 5 อันดับแรกที่จีน ไต้หวัน อินโดนีเซีย สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ขณะนี้ราคาส่งออกปรับตัวสูงขึ้น“ฐานเศรษฐกิจ”ตรวจสอบข้อมูลราคาแป้งมันสำปะหลังส่งออก(FOB กรุงเทพฯ) ณ 28 ก.ค.63 อยู่ที่ 445 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน(2 มิ.ย.) อยู่ที่ 435 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน ส่วนราคาหัวมันสำปะหลังสดที่เกษตรกรขายได้ (ณ โรงแป้งมัน จ.นครราชสีมา พื้นที่ปลูกมันมากสุดของประเทศ ณ วันที่ 3 ส.ค.63) ราคาหัวมันสด เชื้อแป้ง 25% ราคาเฉลี่ยต่ำสุด-สูงสุด 1.95-2.35 บาทต่อ กก. ส่วนหัวมันสดเชื้อแป้ง 30% เฉลี่ยที่ 2.30-2.70 บาทต่อ กก.ถือเป็นราคาที่ดีกับเกษตรกรขณะผลพวงจากวัตถุดิบมันสำปะหลังมีไม่เพียงพอป้อนโรงงาน ข้อมูลกรมศุลกากร/สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทยระบุช่วง 6 เดือนแรกปี 2563 ไทยมีการนำเข้าหัวมันสด และมันเส้นจากกัมพูชาและ สปป.ลาว ปริมาณรวม 421,764 ตัน และ 1.18 ล้านตัน ตามลำดับ เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 มีการนำเข้า 280,832 ตัน และ 540,923 ตันตามลำดับ หรือเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวหน้า 11 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,598 วันที่ 6 – 8 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

“เกษตร”เร่งสกัดโรคใบด่างมันสำปะหลังระบาดหนัก

“เกษตร”เร่งสกัดโรคใบด่างมันสำปะหลังระบาดหนัก

07th Aug 2020 General Information

เกษตรฯ เร่งสกัดโรคใบด่างมันฯ เตรียมชง ครม. เห็นชอบกรอบชดเชยและมาตรการฟื้นฟู ภายในกลางเดือน ส.ค. สศก. พร้อมจัดทีมลงพื้นที่ทั่วประเทศ ติดตาม ประเมินความเสียหาย วิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจทุกมิติ

4 ส.ค.63/ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีเกษตรฯ ลุยแก้ปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลัง สั่งติดตามการระบาดทุกพื้นที่ เตรียมเสนอ ครม. เห็นชอบกรอบชดเชย และมาตรการฟื้นฟู ภายในกลางเดือนสิงหาคมนี้ ด้าน สศก. พร้อมบูรณาการ จัดทีมลุยสำรวจทั่วประเทศ รวบรวมและประเมินความเสียหาย รวมถึงวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจทุกมิติ จัดเตรียมรายงานผ่าน Dashboard เชิงแผนที่ หรือ mapping ให้เข้าใจง่าย เพื่อประโยชน์ในการติดตามและเฝ้าระวังอย่างแม่นยำ

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงผลประชุมการแก้ไขปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลัง โดยมี ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน เมื่อวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม 2563 ว่า ปัจจุบัน ไทยมีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังมากกว่า 8 ล้านไร่ ซึ่งสถานการณ์การระบาดโรคใบด่างมันสำปะหลังพบว่า ขณะนี้มีการขยายวงกว้างมากขึ้น จาก 45,000 ไร่ ใน 11 จังหวัด เป็น 350,000 ไร่ ใน 25 จังหวัด ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เน้นย้ำในการแก้ปัญหาดังกล่าว และได้มอบหมายปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นกำกับ ผู้ดูแล การดำเนินการแก้ไขปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลัง และมอบหมาย กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และหน่วยงานเกี่ยวข้อง เสนอโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลัง ตลอดจนมาตรการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการชดเชยและเยียวยาเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ได้เน้นย้ำว่าการดำเนินการหามาตรฐานป้องกันและกำจัดโรคใบด่างมันสำปะหลัง จะต้องมีความชัดเจน ลดขั้นตอนให้กระชับ โดยเฉพาะขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยและยืนยันโรค และการพิจารณาจากคณะกรรมการต่างๆ ในระดับพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหา อย่างทันท่วงที สามารถดำเนินการทำลาย และจ่ายเงินให้เกษตรกรได้อย่างรวดเร็ว พร้อมเสนอณะรัฐมนตรีพิจารณาภายในกลางเดือนสิงหาคม 2563

สำหรับกรอบการให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรค จะได้รับเงินชดเชย 3,000 บาท/ไร่ และค่าทำลาย 2,160 บาท/ไร่ รวมเป็น 5,160 บาท/ไร่

นอกจากนี้ ยังเตรียมมาตรการฟื้นฟูหลังจากการทำลาย โดยกรมวิชาการ กรมส่งเสริมการเกษตร จะประสานความร่วมมือเร่งดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ หาพื้นที่ที่เหมาะสมในการผลิตท่อนมันฯ คุณภาพ ปราศจากโรค เพื่อใช้ในการปลูกขยายพันธุ์ ในพื้นที่เป้าหมาย 30,000 ไร่ เพื่อขยายต่อให้เกษตรกรปลูกทดแทนพื้นที่ปลูกมันฯ ที่ได้ทำลายไป

อย่างไรก็ตาม สศก. ในฐานะผู้จัดทำข้อมูล จะบูรณาการร่วมทุกหน่วยงาน โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1-12 ศูนย์ประเมินผล ศูนย์สารสนเทศการเกษตร จะทำการสำรวจ ติดตาม รายงานข้อมูลพื้นที่ระบาดฯ และประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมถึงศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ (NABC) จะดำเนินการจัดทำรายงานพื้นที่ระบาดผ่าน Dashboardในรูปแบบเชิงแผนที่เพื่อให้สามารถติดตามสถานการณ์และการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เข้าใจง่าย

พร้อมทั้งวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจ และเสนอแนะมาตรการต่างๆ เพื่อรองรับกับผลกระทบที่ส่งผลกับความต้องการใช้มันสำปะหลังในประเทศทั้งใช้เพื่อบริโภค อาหารสัตว์ และอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ

ทั้งนี้ อยากขอความร่วมมือเกษตรกร หากรพบหรือสงสัยการระบาดโรคใบด่างมันฯ สามารถติดต่อผู้นำชุมชน หรือหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อตรวจสอบและหาแนวทางการยับยั้งการระบาดโดยเร็วต่อไป

ภัคข์ประภัส สุกใส รายงาน
สำนักข่าวเดอะไทยเพรส

4 สมาคมมันสำปะหลังร้องรัฐ ตั้งศูนย์บริหารจัดการโรคใบด่าง

4 สมาคมมันสำปะหลังร้องรัฐ ตั้งศูนย์บริหารจัดการโรคใบด่าง

29th Jun 2020 General Information

4 สมาคมมันสำปะหลังร้องตั้งศูนย์บริหารจัดการโรคใบด่าง ใช้มาตรการแบบเดียวกับการป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 สกัดการเคลื่อนย้ายท่อนพันธุ์ วอนพาณิชย์- เกษตรตรจริงจังแก้ปัญหา เหตุระบาดตั้งแต่ปี61 ผลผลิตลดวูบ ไม่พอใช้ในประเทศ-ส่งออก สะเทือนอุตสาหกรรมมันทั้งระบบ หวั่นขาดทุน- จนต้องเลิกจ้างพนักงาน

นายบุญชัย ศรีชัยยงพานิช นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย กล่าวว่า สมาคมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการค้ามันสำปะหลัง 4 สมาคม ประกอบด้วย สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทยสมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทยสมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย และสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือต้องการให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แก้ไขปัญหาอย่างจริงจังในหลายมาตรการเพื่อสกัดการระบาดของโรคใบด่าง ด้วยการตั้งศูนย์บริหารจัดการโรคใบด่าง โดยมีมาตรการแบบเดียวกับการป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19

ทั้งนี้ ภาคเอกชนมีความวิตกกังวลต่อสถานการณ์ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังที่เริ่มแพร่ระบาดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามายังประเทศไทยตั้งแต่ปี2561 และปัจจุบัน ได้ลุกลามขยายวงกว้างไปยังพื้นที่จังหวัดต่างๆที่เป็นแหล่งเพาะปลูกสำคัญเช่นนครราชสีมา สระแก้ว บุรีรัมย์สุรินทร์ ศรีสะเกษ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา เป็นต้น โดยสมาคมได้ยื่นหนังสือเรียกร้องต่อนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะที่มีกฎหมายในมือในการป้องกันและสกัดการระบาดของโรคได้ โดยท่อนพันธุ์เป็นสินค้าควบคุมที่กระทรวงพาณิชย์สามารถออกประกาศห้ามการเคลื่อนย้ายได้ หรือหากจะเคลื่อนย้ายต้องมีเอกสารอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่กระทรวงเกษตรฯ ก็มีกฎหมายเรื่องของการกักกันโรคพืช โดยทั้งสองหน่วยงานต้องปฎิบัติงานร่วมกันในทิศทางเดียวกันแต่ที่ผ่านมาในระดับพื้นที่กลับยังมีความสับสน ปล่อยให้มีการเคลื่อนย้ายท่อนพันธุ์ ซื้อขายกันอย่างอิสระ ทำให้การระบาดของโรคกระจายไปอย่างรวดเร็ว

นายบุญชัย กล่าวว่า จากการที่ไม่มีมีมาตรการออกมาอย่างชัดเจน และไม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ทำให้มีการระบาดไปแล้วไม่น้อยกว่า 70,000 ไร่ในพื้นที่ 18 จังหวัดและยังมีพื้นที่เพาะปลูกอีกเป็นจำนวนมากที่รอการสำรวจจากพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 8,000,000 ไร่ใน 50 จังหวัด การแพร่ระบาดในขณะนี้กำลังรุนแรงเพิ่มมากขึ้นจากพื้นที่การทำลายกว่า 30,000 ไร่ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นหากไม่สามารถควบคุมโรคได้เกษตรกรจำนวนกว่า 600,000 ครัวเรือนจะสูญเสียหาย 80 – 100% ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยที่เคยนำรายได้เข้าสู่ประเทศปีละไม่น้อยกว่า 100,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ผลิตมันสำปะหลังของไทยผลผลิตปี 2562/63 ประมาณ 20-22 ล้านตัน จากที่คาดไว้ 28 ล้านตัน ส่วนผลผลิตปี 2563/64 คาดว่าจะไม่ถึง 20 ล้านตันเนื่องจากการระบาดของโรคทำให้ผลผลิตต่อไร่ลดลงกว่า 80-100% เช่น ผลผลิตจากเดิมต่อไร่จากเดิมที่ไม่มีการระบาดอยู่ที่ 3 ตัน หลังการระบาดจะเหลือแค่ 1 ตัน และเปอร์เซนต์แป้งก็ต่ำไม่ถึง 10% จากที่เคยเฉลี่ยที่ 20-25% เป็นต้น

“4สมาคมจึงขอให้รัฐบาลหามาตรการหยุดการแพร่ระบาดด้วยการเร่งสำรวจข้อมูลโรคใบด่างให้ครอบคลุมพื้นที่ทุกจังหวัดเมื่อพบแปลงที่เป็นโรคขอให้รีบทำลายทุกแปลงโดยหน่วยงานราชการและเร่งหามาตรการเพื่อช่วยเยียวยาให้กับเกษตรกรผู้รับผลกระทบโดยเร็วรวมทั้งการเปลี่ยนพืชปลูกที่ตลาดมีความต้องการเพื่อตัดวงจรโรคเช่นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์การสนับสนุนต้น พันธุ์ปลอดโรคเพื่อปลูกในช่วงเวลาที่เหมาะสม”

พร้อมกันนี้ทั้ง 4 สมาคม ขอให้รัฐส่งเสริมให้เกษตรกรให้ความร่วมมือคือมันสำรวจแปลงตนเองอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยทุกสองสัปดาห์เมื่อพบต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรคใบด่างให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เกษตรตำบลเกษตรอำเภออาสาสมัครเกษตรประจำบ้านหรือกำนันผู้ใหญ่บ้านทุกพื้นที่ทันทีเพื่อถอนทำลายและตามข้อแนะนำของเจ้าหน้าที่หน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการป้องกันและกำจัดโรครวมทั้งใช้ต้นพันธุ์ปลอดโรคจากแปลงของตนเองและแปลงที่เชื่อถือได้ในพื้นที่ที่ยังไม่มีการระบาด ไม่นำต้นพันธุ์ที่เป็นโรคไปปลูกต่อ หลีกเลี่ยงการใช้ต้นพันธุ์จากแหล่งที่พบการแพร่ระบาดไม่ซื้อท่อนพันธุ์ทางสื่อออนไลน์ต่างๆหรือช่องทางพัสดุไปรษณีย์เพราะเสี่ยงต่อการได้รับท่อนพันธุ์ที่เป็นโรค และเกิดการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสไปยังที่ต่างๆอย่างรวดเร็ว และใช้ท่อนพันธุ์ที่ทนทานต่อโรคใบด่างได้แก่เกษตรศาส 50 ห้วยบง 60 และระยอง 1 ซึ่งหน่วยงานราชการรับรองและต้านทานโรคมากกว่าเลิกใช้ท่อนพันธุ์ อ่อนแอต้านโรคต่ำได้แก่พันธุ์ 89 และระยอง 11 ก็จะทำให้โรคระบาดรุนแรงและรวดเร็วเช่นโรคใบด่าง รากเน่าหัวเน่าและพุ่มแจ้ นอกจากนี้ภาครัฐควรเร่งจ่ายเงินชดเชยรายได้ให้เกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังที่ไม่สามารถปลูกมันได้เนื่องจากพื้นที่มีการระบาดของโรคเพราะขณะนี้หลายพื้นที่เกษตรกรยังคงเพาะปลูกอย่างต่อเนื่องเพราะไม่มีรายได้มาใช้จ่ายในครัวเรือน

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

“พาณิชย์”จ่ายส่วนต่างมันงวด 7 เพิ่มเป็นกิโลละ 40 สตางค์ หลังราคาตกจากภัยแล้ง ส่งไปจีนลด

“พาณิชย์”จ่ายส่วนต่างมันงวด 7 เพิ่มเป็นกิโลละ 40 สตางค์ หลังราคาตกจากภัยแล้ง ส่งไปจีนลด

29th May 2020 General Information

“พาณิชย์”เคาะจ่ายส่วนต่างโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง งวดที่ 7 ในอัตรากิโลละ 40 สตางค์ ให้กับเกษตรกรที่แจ้งเก็บเกี่ยว 1-31 พ.ค.63 เผยยอดจ่ายชดเชยสูงขึ้น เหตุเจอภัยแล้ง ผลผลิตคุณภาพไม่ดี และส่งออกไปจีนได้ลดลง จากพิษโควิด-19 “วิชัย”แจ้งเกษตรกร ทำเรื่องขอรับการสนับสนุนเครื่องสับมัน เพื่อเพิ่มคุณภาพ ยืดระยะเวลาขอได้จนถึงสิ้นก.ย.63

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ได้เห็นชอบการกำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2562/63 งวดที่ 7 โดยจะชดเชยส่วนต่างให้กับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรและระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่ 1-31 พ.ค.2563 ในราคากิโลกรัม (กก.) ละ 0.40 บาท ซึ่งเป็นส่วนต่างจากราคาเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ 2.50 บาทต่อกก. โดยราคาตลาดหัวมันสำปะหลังสดเชื้อแป้ง 25% ขณะนี้เฉลี่ยอยู่ที่กก.ละ 2.10 บาท

ทั้งนี้ การจ่ายเงินส่วนต่างงวดที่ 7 ถือว่าจ่ายสูงสุด นับตั้งแต่มีการจ่ายเงินชดเชยมา โดยงวดที่ 1 จ่ายที่ 23 สตางค์ งวดที่ 2 จ่าย 26 สตางค์ งวดที่ 3 จ่าย 27 สตางค์ งวดที่ 4 จ่าย 32 สตางค์ งวดที่ 5 จ่าย 31 สตางค์ และงวดที่ 6 จ่าย 39 สตางค์ เนื่องจากมันสำปะหลังได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตคุณภาพไม่ดี และไม่สามารถส่งออกมันสำปะหลังไปจีนได้ในช่วงที่เกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19

สำหรับราคาตลาดเพื่อใช้ในการคำนวณส่วนต่าง ได้คำนวณจากราคาในแหล่งผลิตสำคัญใน 4 ภูมิภาค 8 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี อุดรธานี กำแพงเพชร ชลบุรี กาญจนบุรี ย้อนหลัง 30 วัน

โดยการจ่ายเงินส่วนต่างจะจ่ายทุกวันที่ 1 ของเดือน เป็นเวลา 12 เดือน นับจากการจ่ายงวดแรกในวันที่ 1 ธ.ค.2562 ที่ผ่านมา ซึ่งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะจ่ายเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง โดยเกษตรกร 1 ครัวเรือน จะใช้สิทธิได้ 1 ครั้ง โดยการคำนวณผลผลิต ที่จะได้รับการชดเชย ได้ใช้ปริมาณผลผลิตต่อไร่ย้อนหลัง 3 ปี (2559/60 2560/61 และ 2561/62) ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ซึ่งเท่ากับ 3,527 กก. คูณด้วยจำนวนไร่ตามที่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้ แต่ไม่เกินครัวเรือนละ 100 ตัน

โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) ได้มีมติเห็นชอบการดำเนินโครงการ เมื่อวันที่ 11 พ.ย.2562 และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบวันที่ 12 พ.ย.2562 มีกรอบวงเงินดำเนินการ 9,671 ล้านบาท เพื่อประกันรายได้มันสำปะหลังกก.ละ 2.50 บาท เชื้อแป้ง 25% ให้สิทธิไม่เกินครัวเรือนละ 100 ตัน และล่าสุด เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2563 ที่ผ่านมา ครม. ได้เห็นชอบจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้อีก 458.974 ล้านบาท หลังจากวงเงินเดิมที่เคยอนุมัติไว้ไม่เพียงพอ

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร (คบท.) ได้ขยายระยะเวลาสนับสนุนเครื่องสับมันสำปะหลังขนาดเล็กเพื่อเพิ่มศักยภาพการแปรรูปมันสำปะหลัง ให้กับเกษตรกรผ่านสหกรณ์ และวิสาหกิจชุมชน ออกไปจนถึงเดือนก.ย.2563 โดยจะสนับสนุนกลุ่มละ 15,000 บาท เพื่อซื้อเครื่องสับมัน สามารถยื่นเรื่องได้ผ่านสำนักงานพาณิชย์จังหวัด มีเป้าหมายสนับสนุน 700 เครื่อง จากปัจจุบันสนับสนุนไปแล้ว 300 เครื่อง

ที่มา : Commerce News Agency

Recent Posts