“พาณิชย์” คาดปี 61 มันราคาดี พร้อมประกาศใช้มาตรการคุมนำเข้าใหม่ เริ่ม 1 ม.ค.

“พาณิชย์” คาดปี 61 มันราคาดี พร้อมประกาศใช้มาตรการคุมนำเข้าใหม่ เริ่ม 1 ม.ค.

28th Dec 2017 General Information

“พาณิชย์” คาดมันสำปะหลังปี 61 ราคาดีกว่าปี 60 มีโอกาสขยับถึงกิโลกรัมละ 2.50 บาท หลังตลาดมีความต้องการทั้งมันเส้น แป้งมัน และยังมีแผนขยายตลาดส่งออกเพิ่ม ระบุ 1 ม.ค. 61 ประกาศใช้มาตรการนำเข้าใหม่ ดูแลการนำเข้า และกันมันด้อยคุณภาพเข้าประเทศจนกระทบราคาภายใน

นายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า สถานการณ์มันสำปะหลังปี 2560/61 คาดว่าจะมีผลผลิตประมาณ 28 ล้านตัน ลดลงจากปี 2559/60 ที่มีปริมาณ 30 ล้านตัน โดยแนวโน้มราคาจะดีขึ้นจากปี 2560 อย่างแน่นอน เพราะขณะนี้ราคาได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 2.40 บาทแล้ว มีโอกาสขึ้นไปถึง กก.ละ 250 บาท หรือสูงกว่าได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผลผลิตลดลง และตลาดมีความต้องการเพิ่มขึ้นทั้งมันเส้นและแป้งมัน ทำให้ราคาปรับตัวดีขึ้น

“ช่วงนี้ฝนตก เกษตรกรต้องเลื่อนการขุดมันออกไป แทนที่จะเริ่มขุดกันช่วงนี้ และปกติจะออกมากในช่วง ม.ค.-เม.ย. และพอชะลอการขุด ทำให้ผลผลิตที่จะออกมากก็ไล่กันออก จึงไม่กระทบต่อราคา แต่ก็ต้องไปดูช่วง ม.ค.-ก.พ.อีกที ถ้าไม่มากก็ไม่มีผลต่อราคา และหากเป็นไปอย่างที่คิดรัฐบาลจะหมดความกังวลสินค้าเกษตรหลักไปได้อีกตัว” นายกีรติกล่าว

นายกีรติกล่าวว่า ในปี 2561 กรมฯ มีแผนที่จะขยายตลาดส่งออกให้กับมันเส้นและแป้งมันต่อเนื่อง นอกจากการผลักดันส่งออกไปตลาดเดิม ทั้งจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ จะเร่งขยายตลาดส่งออกใหม่ เช่น ตุรกีให้ได้เพิ่มขึ้น หลังจากที่ปี 2560 ได้ไปเจรจาซื้อขายมันสำปะหลังประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และจะไปโรดโชว์อีกช่วงเดือน เม.ย. 2561 มั่นใจว่าจะผลักดันส่งออกได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะมันสำปะหลังที่นำไปทำอาหารสัตว์ รวมทั้งมีแผนจัดงานประชุมมันสำปะหลังนานาชาติช่วงเดือน มิ.ย. 2561 เพื่อแสดงศักยภาพการผลิตและการส่งออกมันสำปะหลังของไทยอีกครั้ง

นอกจากนี้ กรมฯ จะร่วมมือกับสมาคมที่เกี่ยวข้องกับมันสำปะหลังในการผลักดันให้สมาชิกกำหนดราคาส่งออกที่สะท้อนความเป็นจริง และป้องกันปัญหาการขายตัดราคา จนส่งผลกระทบกลับมายังหัวมันสด และขอให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา อย่าเชื่อข่าวลือข่าวปล่อย เช่น จีนจะห้ามนำเข้ามันสำปะหลังเพราะเกิดฝุ่น ซึ่งเป็นข่าวที่มักจะนำมาปล่อยเพื่อหวังกดราคา ทั้งๆ ที่ไม่มีมูลความจริง

สำหรับการดูแลการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2561 กระทรวงพาณิชย์จะนำมาตรการใหม่มาใช้ โดยก่อนนำเข้า ผู้นำเข้าต้องแจ้งวัตถุประสงค์ในการนำเข้า เพื่อให้รู้ว่าจะเอามันไปทำอะไร โดยให้กรอกข้อมูลผ่านเว็บไซต์ของกรมฯ และพรินต์ออกมาประกอบการนำเข้า ไม่ต้องติดต่อกรมฯ และให้กรมฯ อนุญาตก่อน ติดต่อผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์เท่านั้น และอีกมาตรการ ผู้นำเข้าต้องพร้อมให้พนักงานสุ่มตรวจคุณภาพมาตรฐาน เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าด้อยคุณภาพเข้าสู่ประเทศและส่งผลกระทบต่อระดับราคาในประเทศ ซึ่งหากตรวจผ่านก็ผ่าน ไม่ผ่านก็ต้องปรับปรุงให้ได้มาตรฐานก่อนยื่นต่อกรมฯ เพื่อขอปลดล็อกการนำเข้า โดยมาตรการนี้ไม่ได้เป็นการกีดกันการนำเข้า หรือห้ามการนำเข้าใดๆ ยังคงสามารถนำเข้าได้ตามปกติ แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

คันแรกของไทย เปิดตัว “แทรกเตอร์ไร้คนขับ” อัจฉริยะ นำร่องใช้ในไร่มันโคราช 4.0

คันแรกของไทย เปิดตัว “แทรกเตอร์ไร้คนขับ” อัจฉริยะ นำร่องใช้ในไร่มันโคราช 4.0

12th Dec 2017 General Information

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา – รมช.พาณิชย์เปิดตัว “รถแทรกเตอร์ไร้คนขับ” คันแรกของไทยเพื่อพัฒนาการเกษตรไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0 นำร่องทดลองใช้ในไร่มันสำปะหลัง และนาข้าวที่โคราช

วันนี้ (8 ธ.ค.) ที่แปลงเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ตำบลหนองบัวศาลา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดโครงการแปลงเรียนรู้เกษตรอัจฉริยะ เทคโนโลยีอัจฉริยะ พัฒนาเกษตรไทย 4.0 พร้อมชมการสาธิตการใช้งานรถแทรกเตอร์ไร้คนขับคันแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างมหาวิทยาลัยฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA ในการพัฒนารถแทรกเตอร์ไร้คนขับเพื่อทดลองใช้ในการทำการเกษตร มันสำปะหลัง และนาข้าวในพื้นที่ประเทศ

มี นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเกษตรกร ให้การต้อนรับและร่วมงาน

สำหรับรถแทรกเตอร์ไร้คนขับเป็นระบบที่ดำเนินการงานเกษตรกรรมร่วมกัน โดย Robot tractor ทำงานโดยอัตโนมัติตามเส้นทางที่กำหนดไว้ล่วงหน้าในทุ่งนา และรถแทรกเตอร์ที่คนขับต้องประสานงานร่วมกันเพื่อทำงานควบคุมโดยใช้ tablet ที่มีการลงทะเบียนรูปร่างของทุ่งนา และขั้นตอนการทำงานไว้ล่วงหน้าด้วยดาวเทียมที่ถูกเรียกว่า GNSS ทำให้สามารถทำงานไปพร้อมกับตรวจสอบขั้นตอนและพิกัดของตัวเอง

นอกจากนี้ยังได้นำเทคโนโลยีด้านการสื่อสารและระบบข้อมูลมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในวงการเกษตรอย่างครบวงจร โดยใช้กับเครื่องจักรกลทางการเกษตร สามารถเก็บข้อมูลสภาพแวดล้อมการใช้งานแบบเรียลไทม์ โดยใช้จีพีเอส และอุปกรณ์สื่อสาร นำข้อมูลไปใช้เพื่อปรับสภาพแวดล้อมการทำงานให้เหมาะสมที่สุด หลีกเลี่ยงการเกิดความเสียหายของอุปกรณ์ สามารถเพิ่มผลผลิตในการวางแผนปฏิบัติงานและการเพาะปลูก โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์ ช่วยด้านการจัดการฟาร์มได้เป็นอย่างดี

นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นับเป็นก้าวแรกของการขับเคลื่อนการทำการเกษตรอัจฉริยะอย่างเป็นรูปธรรมในประเทศ ที่เกิดจากการบูรณาการดำเนินการและข้อมูลทางวิชาการ รวมถึงความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ และประเทศญี่ปุ่นในรูปแบบประชารัฐ สำหรับเป็นต้นแบบในการทำการเกษตรอัจฉริยะรองรับนโยบายประเทศไทย 4.0 เพื่อความยั่งยืนของภาคการเกษตรในอนาคต

P601212-02 P601212-03

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

รมว. และ รมช. กระทรวงพาณิชย์คนใหม่

รมว. และ รมช. กระทรวงพาณิชย์คนใหม่

09th Dec 2017 General Information

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงพาณิชย์ เนื่องในโอกาส เข้ารับตำแหน่งใหม่ พร้อมมอบนโยบายการปฏิบัติงานแก่ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพาณิชย์

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงพาณิชย์ เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ พร้อมมอบนโยบายการปฏิบัติงานแก่ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ ณ ห้องกิติยากรวรลักษณ์ ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันจันทร์ที่ 4 ธันวาคม 2560

P601204-01 P601204-03 P601204-04 P601204-05 P601204-06

4 สมาคมมันฯ พบปลัดพาณิชย์ ฟันธง ชาวไร่มันฯ ได้เฮราคาปีหน้าแน่นอน

4 สมาคมมันฯ พบปลัดพาณิชย์ ฟันธง ชาวไร่มันฯ ได้เฮราคาปีหน้าแน่นอน

28th Nov 2017 General Information

4 สมาคมมันฯ พบปลัดพาณิชย์ ฟันธง ชาวไร่มันฯ ได้เฮราคาปีหน้าแน่นอน พาณิชย์จับมือกองทัพภาค 1-2 จัดระเบียบนำเข้ามันเพื่อนบ้าน เตรียมบังคับใช้ประกาศนำเข้ามันฉบับใหม่

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 นายสุกิจ หวั่งหลี ประธานกรรมการ มูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ได้นำคณะผู้บริหารของ 4 สมาคมมันสำปะหลัง ได้แก่ สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย มาหารือถึงสถานการณ์การผลิต การค้ามันสำปะหลังของไทย รวมถึงมาตรการและแนวทางในการกำกับดูแลมันสำปะหลังปี 2560/61 ที่กำลังออกสู่ตลาดอยู่ในขณะนี้

“สถานการณ์ปัจจุบันมีความต้องการมากกว่าปริมาณผลผลิตที่มีในตลาด ทำให้ราคามันสำปะหลังเพิ่มสูงขึ้นทั้งระบบ โดยปัจจุบันราคาหัวมันสด เชื้อแป้ง 25% ณ จังหวัดนครราชสีมา อยู่ที่ 2.20 บาท/ก.ก. ราคามันเส้นอยู่ที่ 5.90-6.20 บาท/ก.ก. และราคามันเส้นส่งออกอยู่ที่ 195-200 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน ทั้งนี้ เนื่องจากเกษตรกรหันไปปลูกพืชชนิดอื่นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า เช่น อ้อยและข้าวโพด รวมถึงบางพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมทำให้ผลผลิตเสียหาย ทำให้ภาคเอกชนประเมินกันว่าผลผลิตมันสำปะหลังอาจลดต่ำกว่า 28 ล้านตัน”

สำหรับภาคส่งออก แนวโน้มการส่งออก ยังคงสดใส โดยเฉพาะในตลาดจีน เนื่องจากรัฐบาลจีนมีนโยบายเพิ่มการใช้เอทานอลในน้ำมันเชื้อเพลิง (E10) ภายในปี 2563 เพื่อส่งเสริมมาตรการลดมลพิษ ซึ่งจะส่งผลให้มีความต้องการใช้เอทานอลเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 ล้านตัน ในปี 2563 จากปัจจุบันที่มีความต้องการใช้ เพียง 2.6 ล้านตัน ทำให้คาดการณ์ว่า จีนจะมีความต้องการนำเข้ามันสำปะหลังเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเอทานอล

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าปัจจุบันราคามันสำปะหลังอยู่ในเกณฑ์ดี กระทรวงพาณิชย์ก็ไม่นิ่งนอนใจ ได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านการผลิตและการตลาดมันสำปะหลัง จำนวน 14 มาตรการด้วยกัน อาทิ โครงการพักชำระหนี้ต้นเงินและดอกเบี้ยให้สมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร ที่ปลูกมันสำปะหลัง โครงการสนับสนุนเครื่องสับมันสำปะหลังให้กับสถาบันเกษตรกรเพื่อเพิ่มมูลค่า โครงการกำกับดูแลการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน เป็นต้น

นอกจากนี้ยังได้ ดำเนินการแก้ไขปัญหามันเส้นด้อยคุณภาพเข้าสู่ประเทศ โดยจัดทำความร่วมมือระหว่างไทย-กัมพูชา ในการยกระดับมาตรฐานมันเส้นที่นำเข้าให้เป็นที่ยอมรับร่วมกัน ซึ่งฝ่ายกัมพูชาแสดงท่าทีตอบรับ และเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีเนื่องจากจะช่วยผลักดันราคามันสำปะหลังในภูมิภาคให้สูงขึ้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติในหลักการร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. …. โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการออกเป็นประกาศกระทรวงพาณิชย์ เพื่อบังคับใช้ต่อไป

“กระทรวงพาณิชย์ได้ขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กองทัพภาคที่ 1 กองทัพภาคที่ 2 ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี และจังหวัดที่ติดกับชายแดนกัมพูชาและสปป.ลาว ในการกำกับดูแลการนำเข้ามันสำปะหลังให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้นขอให้พี่น้องชาวเกษตรกร เชื่อมั่นได้ว่าจะจำหน่ายผลผลิตมันสำปะหลังได้ในราคาที่เป็นธรรม และสอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดที่กำลังสดใสอยู่ในขณะนี้” นางนันทวัลย์กล่าว

สำหรับโครงการสนับสนุนเครื่องสับมันสำปะหลังให้วิสาหกิจชุมชน จำนวน 500 เครื่อง กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ขายได้ราคาดีจากการทำมันเส้นสะอาด โดยขอความร่วมมือทางจังหวัด คัดเลือกจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ผลิตมันสำปะหลังและจดทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร ที่มีศักยภาพและมีความพร้อมในการให้บริการแก่สมาชิก ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแหล่งเพาะปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศ และสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569

ในช่วงเดือน มกราคม – กันยายน 2560 ไทยส่งออกมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์ฯ ปริมาณรวม 8.117 ล้านตัน มูลค่า 68.782 พันล้านบาท โดยมีการนำเข้าวัตถุดิบจากประเทศเพื่อนบ้าน ปริมาณ 2.530 ล้านตัน มูลค่า 11.375 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 เล็กน้อย

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรอง

ร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรอง

22nd Nov 2017 General Information

เรื่อง ร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. ….

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติในหลักการร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. …. และให้ส่งคณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่เสนอคณะรัฐมนตรีตรวจพิจารณาโดยด่วน โดยให้รับความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปประกอบการพิจารณาด้วยแล้วดำเนินการต่อไปได้ และมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์รับความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย

สาระสำคัญของร่างประกาศ
1. ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2555

2. ให้ประกาศนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป
3. กำหนดให้มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองแสดงต่อกรมศุลกากรประกอบการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ดังนี้

3.1 หนังสือรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary Certificate : P/C) ที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานอื่นที่มีอำนาจออกหนังสือรับรองของประเทศผู้ผลิตหรือผู้ส่งออก โดยผู้นำเข้าต้องแสดงหนังสือรับรองต่อด่านตรวจพืชเพื่อตรวจสอบก่อนนำมาแสดงต่อกรมศุลกากร

3.2 หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin : C/O) ที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานอื่นที่มีอำนาจออกหนังสือรับรองของประเทศผู้ผลิต

3.3 สำหรับผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังต้องมีหนังสือรับรองมาตรฐานสินค้า ที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานอื่นที่มีอำนาจออกหนังสือรับรองของประเทศผู้ส่งออก ซึ่งคุณภาพสินค้าที่รับรองต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานสินค้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดตามกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานสินค้าขาออก

4. กำหนดให้มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นสินค้าที่ต้องนำเข้าทางด่านตรวจพืชตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนด และต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ดังนี้

4.1 ต้องได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้ามันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และต้องแจ้งการนำเข้าต่อกรมการค้าต่างประเทศหรือหน่วยงานอื่นที่กรมการค้าต่างประเทศมอบหมาย ก่อนนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกำหนด โดยนำใบแจ้งการนำเข้าดังกล่าวแสดงต่อกรมศุลกากรประกอบการนำเข้ามาในราชอาณาจักร

4.2 ต้องเก็บมันสำปะหลังหรือผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่นำเข้าไว้ในสถานที่เฉพาะแยกจากสถานที่เก็บมันสำปะหลังหรือผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่รับซื้อภายในประเทศ

4.3 ต้องรายงานการนำเข้าตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกำหนด

4.4 ต้องพร้อมให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปในสถานที่เก็บหรือยานพาหนะที่บรรทุกมันสำปะหลังหรือผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เพื่อตรวจสอบปริมาณที่นำเข้า ปริมาณที่จำหน่ายจ่ายโอน รายชื่อ และที่อยู่ของผู้รับปลายทาง รวมทั้งตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานสินค้าโดยการชักตัวอย่างในปริมาณที่สมควร ทั้งนี้ ตามมาตรา 17 (1) แห่งพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558

–ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560–

รมว.พาณิชย์ พอใจราคามันสำปะหลังสูงขึ้น เร่งขยายตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง

รมว.พาณิชย์ พอใจราคามันสำปะหลังสูงขึ้น เร่งขยายตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง

20th Nov 2017 General Information

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ พอใจผลการดำเนิน 14 มาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านการผลิตและการตลาดมันสำปะหลัง เพื่อแก้ไขปัญหาราคามันสำปะหลัง หลังราคาปรับตัวสูงขึ้น เร่งขยายตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง

“ฝากไปยังพี่น้องเกษตรกรและผู้ประกอบการมันสำปะหลังของไทยว่าอนาคตมันสำปะหลังไทยมีอนาคตที่สดใส รัฐบาลให้ความสำคัญโดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์และจะดูแลเป็นพิเศษขอให้พี่น้องเกษตรกรช่วยกันรักษาคุณภาพ เพราะเป็นปัจจัยสำคัญและถือเป็นจุดแข็งของมันสำปะหลังไทยเมื่อเทียบกับมันสำปะหลังของชาติอื่น…เป็นที่น่ายินดีว่าภายหลังการดำเนินมาตรการดังกล่าวทำให้ในปัจจุบันราคามันสำปะหลังของไทยมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นางอภิรดี กล่าว

รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับผลผลิตมันสำปะหลังฤดูการผลิต 2560/61 ซึ่งผลผลิตได้เริ่มทยอยออกสู่ตลาดไปตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา กระทรวงฯ ได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านการผลิตและการตลาดมันสำปะหลังรวม 14 มาตรการ อาทิ 1) โครงการพักชำระหนี้ต้นเงินและดอกเบี้ยให้สมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลัง 2) โครงการสนับสนุนเครื่องสับมันสำปะหลังให้กับสถาบันเกษตรกรเพื่อเพิ่มมูลค่า 3) โครงการสนับสนุนเครื่องสับมันสำปะหลังขนาดเล็กให้วิสาหกิจชุมชน 4) โครงการสนับสนุนเครื่องชั่งน้ำหนักรถบรรทุกให้ด่านที่มีการนำเข้ามันสำปะหลัง 5) โครงการกำกับดูแลการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน 6) โครงการแปรรูปมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์สู่อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และ 7) โครงการยกระดับคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด (มันเส้นสะอาด) เป็นต้น

รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า นอกจากจะให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการการเก็บเกี่ยวให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแล้ว กระทรวงฯ ยังให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีช่วงเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตช่วงเดียวกับไทยมิให้ส่งผลกระทบต่อราคามันสำปะหลังในประเทศ โดยที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่กวดขันการกระทำผิดกฎหมาย เช่น การขนย้ายหัวมันสดไม่ตรงตามที่ได้ขออนุญาตไว้ การบรรทุกมันสำปะหลังเกินน้ำหนักที่ได้รับอนุญาต ซึ่งที่ผ่านมาก็สามารถจับผู้ที่กระทำความ ผิดและส่งดำเนินคดีไปได้หลายจังหวัด เช่น กำแพงเพชร และสุรินทร์ เป็นต้น

ส่วนการขยายตลาดต่างประเทศนั้น กระทรวงฯ ได้ดำเนินการหาตลาดใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดก็ได้ส่งคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์เดินทางร่วมกับคณะผู้แทนภาคเอกชน จำนวน 3 สมาคม ได้แก่ สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทยเยือนประเทศตุรกี เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ส่งออกและผู้นำเข้ารวมถึงเปิดช่องทางและโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ซึ่งประเทศตุรกีถือได้ว่าเป็นตลาดใหม่สำหรับมันสำปะหลังชนิดอัดเม็ด (Tapioca pellet) ทั้งนี้ ในปัจจุบันราคาข้าวโพดในประเทศตุรกีมีราคาสูงขึ้นมากทำให้มีความต้องการที่จะนำเข้ามันสำปะหลังเพื่อมาทดแทนข้าวโพดเพิ่มสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ประกอบกับประเทศตุรกีเองมีประชากรที่บริโภคเนื้อสัตว์มากกว่า 80 ล้านคน จึงคาดว่าจะมีปริมาณการนำเข้าวัตถุดิบที่ใช้ทำเป็นอาหารสัตว์จากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยทั้ง 3 สมาคมการค้ามันสำปะหลังได้มีการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ซื้อขายสินค้ามันสำปะหลังอัดเม็ดกับผู้นำเข้าตุรกี รวมจำนวน 3 ฉบับ ปริมาณรวม 900,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท นอกเหนือจากตลาดประเทศตุรกีแล้ว กระทรวงพาณิชย์ยังได้นำผู้ประกอบการแป้งมันสำปะหลัง จำนวน 20 ราย เดินทางไปเจรจาขยายตลาดสินค้าแป้งมันสำปะหลัง ณ ประเทศเกาหลีใต้อีกด้วย โดยได้คำสั่งซื้อทันทีประมาณ 10 ล้านบาท และคำสั่งซื้อที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายใน 1 ปี อีกว่า 168 ล้านบาท

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์

พาณิชย์เร่งเดินหน้าดันราคามันสำปะหลัง

พาณิชย์เร่งเดินหน้าดันราคามันสำปะหลัง

16th Nov 2017 General Information

“อธิบดีกรมการค้าภายใน” เร่งเดินหน้าตามโนบายมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง หวังผลักดันราคาให้สูงขึ้น

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) คาดการณ์ผลผลิตมันสำปะหลังปี 2560/2561 มีประมาณ 28.57 ล้านตัน ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 7.69 เนื่องจากเกษตรกรบางพื้นที่ปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า ปัจจุบันราคาหัวมันสดที่เกษตรกรขายเชื้อแป้ง 25% กก.ละ 1.90 – 2.05 บาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีราคา กก.ละ 1.75 บาท และคาดว่าราคายังคงมีแนวโน้มดี เนื่องจากเป็นต้นฤดูการเก็บเกี่ยว ผลผลิตยังออกสู่ตลาดน้อย ขณะนี้ออกสู่ตลาดร้อยละ 5.41 และจะออกสู่ตลาดมากช่วงเดือน มกราคม – เมษายน 2561

ทั้งนี้ จากปัญหาเกษตรกรอำเภอโนนสุวรรณ จังหวัดบุรีรัมย์ ขายมันสำปะหลัง กก.ละ 1.50 บาท นั้น พาณิชย์จังหวัดได้มีการลงพื้นที่ติดตามปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำได้ข้อเท็จจริงว่าจังหวัดบุรีรัมย์มีพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลัง 300,000 ไร่ ผลผลิตประมาณ 1.2 ล้านตัน ผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณร้อยละ 5 ราคามันสำปะหลังในพื้นที่ตั้งแต่ผลผลิตออกสู่ตลาดราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 ราคาหัวมันสด (คละ) กก.ละ 1.80 – 1.85 บาท (เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน กก.ละ 0.20 บาท) ราคาหัวมันสดเชื้อแป้ง 25% กก.ละ 2.25 บาท (เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน กก.ละ 0.40 บาท) ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรพึงพอใจ โดยอัตราเชื้อแป้งเฉลี่ยร้อยละ 25 – 26 (อายุ 8 – 9 เดือน)

สำหรับมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2560/2561 โดยคณะรัฐมนตรีอนุมัติแนวทางการบริหารจัดการมันสำปะหลังปี 2560/2561 จำนวน 14 โครงการ วงเงิน 551.659 ล้านบาท เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2560 โดยมีโครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่สำคัญ เช่น การดูแลหนี้สินเดิมด้วยการพักชำระหนี้และลดดอกเบี้ยให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรสำหรับในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาด การยกระดับมาตรฐานการผลิตและการแปรรูป และสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินให้เกษตรกร นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์เตรียมแผนสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับมันสำปะหลัง โดยจะผลักดันให้มีการทำมันเส้นคุณภาพดีและมันเส้นสะอาด โดยดำเนินโครงการสนับสนุนเครื่องสับมันสำปะหลังให้วิสาหกิจชุมชน การสร้างโอกาสทางการค้าและพัฒนาผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และยังเตรียมมาตรการดูแลการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อราคาภายในประเทศ

อย่างไรก็ตาม สำนักงานพาณิชย์จังหวัดได้มีการประชาสัมพันธ์มาตรการแนวทางบริหารจัดการมันสำปะหลังให้เกษตรกรและผู้ที่เกี่ยวข้องทราบในจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดที่เป็นแหล่งเพาะปลูกมันสำปะหลังอย่างต่อเนื่อง และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์ยังเชื่อมโยงตลาดมันเส้นสะอาดระหว่างกลุ่มเกษตรกร/สหกรณ์การเกษตรโนนสุวรรณกับฟาร์มสุกร บริษัท อาร์เอ็มซี ฟาร์ม จำกัด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ ปริมาณมันเส้นสะอาด 10,000 ตัน ในราคานำตลาดอีกด้วย

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

ชาวไร่วอนรัฐดันราคามันฯหลังราคาตกต่ำเหลือ1.50 บาท

ชาวไร่วอนรัฐดันราคามันฯหลังราคาตกต่ำเหลือ1.50 บาท

14th Nov 2017 General Information

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 ว่า เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังหลายหมู่บ้าน ในพื้นที่ ต.โนนสุวรรณ อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ ได้เร่งเก็บกู้ หัวมันสำปะหลังไปขายให้แก่ลานมันในพื้นที่ แม้จะมีราคาตกต่ำ

นายไสว โล่ห์นารายณ์ เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ต.โนนสุวรรณ อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ได้ประสบปัญหาราคามันตกต่ำมา 3-4 ปีต่อเนื่องแล้ว แต่เกษตรกรก็ไม่มีทางเลือกเพราะไม่รู้จะประกอบอาชีพอะไร เพราะเคยทำไร่มันมาหลายปีแล้ว จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งหาแนวทางช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาราคามันที่ตกต่ำอย่างเร่งด่วนด้วย เพราะขณะนี้เกษตรกรนำหัวมันไปจำหน่ายให้แก่ผู้ประกอบการลานมันได้เพียงกิโลกรัมละ 1.50 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรไม่สามารถอยู่ได้ เพราะไม่คุ้มกับต้นทุนการผลิต จึงขอให้รัฐบาลช่วยพยุงราคามันให้สูงขึ้น อยู่ที่กิโลกรัมละ 2.50 บาท

เกษตรกรรายหนึ่ง กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าวจึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาล หรือกระทรวงพาณิชย์ ได้เร่งพยุงราคามันสำปะหลังไม่ให้ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 2.50 บาท พร้อมอยากให้พิจารณาจ่ายเงินชดเชยช่วยเหลือ ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมัน อย่างเช่น มาตรการ ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ด้วย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร ซึ่งหากรัฐบาลไม่ช่วยเหลือนอกจากจะไม่คุ้มทุนแล้ว ยังจะไม่มีเงินไปชำระหนี้ ธ.ก.ส. ที่กู้ยืมมาลงทุนทำไร่มัน รายละไม่ต่ำกว่าหลักแสนบาท ซึ่งจะ ครบกำหนดชำระเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บุญชัย ศรีชัยยงพานิช มั่นใจส่งออก “มันสำปะหลัง” ฟื้น

บุญชัย ศรีชัยยงพานิช มั่นใจส่งออก “มันสำปะหลัง” ฟื้น

03rd Nov 2017 General Information

สัมภาษณ์

ภาพการค้าการส่งออกสินค้ามันสำปะหลังของไทยในปี 2560 ถึง 2561 เริ่มมีสัญญาณและทิศทางที่ดีขึ้น ภายหลังจากประเทศผู้นำเข้าหลักอย่างจีน เริ่มมีการนำเข้ามันสำปะหลังมากขึ้น ขณะที่สินค้าจำพวกแป้งมัน มันอัดเม็ดเริ่มมีตลาดใหม่เข้ามา ส่งผลให้การส่งออกมันสำปะหลังไทยดีขึ้นตามลำดับ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้มีโอกาส สัมภาษณ์พิเศษ “บุญชัย ศรีชัยยงพานิช” นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทยคนใหม่ ถึงแนวโน้มและทิศทางมันสำปะหลังไทย

Q : การส่งออกมันสำปะหลัง

ภาพการส่งออกมันสำปะหลังไทยทั้งปี 2560 ประเมินการส่งออกไว้ที่ 6.5 ล้านตันเฉพาะมันเส้น ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่การส่งออกทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 6.3 ล้านตัน ล่าสุดการส่งออกมันเส้น ณ เดือนกรกฎาคม 2560 มีปริมาณ 484,364 ตัน มันอัดเม็ด ปริมาณ 11,260 ตัน และ แป้งมัน ปริมาณ 301,006 ตัน ขณะที่การส่งออกมันสำปะหลังในช่วงโค้งสุดท้าย

หากดูจากความต้องการนำเข้าของจีน ยังคงมีความต้องการนำเข้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปผลิตเอทานอล ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรดี จึงเชื่อว่าภาพรวมการส่งออกทั้งปีน่าจะขยายตัวไปในทิศทางที่ดี แต่หากดูจากปริมาณผลผลิตภายในประเทศแล้ว อาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการในตลาดโลก เนื่องจากผลผลิตที่กำลังจะออกสู่ตลาดในฤดูกาลผลิต 2560/61 น่าจะออกมาล่าช้า และ คาดว่าอาจจะลดลงประมาณ 10% เหลือ 28 ล้านตันจากปกติผลผลิตจะออกมาประมาณ 30 ล้านตัน

Q : ทิศทางราคาของมันสำปะหลัง

คาดการณ์ไว้ว่าราคามันสำปะหลังโดยเฉพาะหัวมันสด อาจจะยังไม่ปรับลง เนื่องจากผลผลิตน้อย และความต้องการมันสำปะหลังในตลาดยังมีมาก เกษตรกรน่าจะขายได้ราคาดี ประมาณ 2 บาทกว่าต่อกิโลกรัม ขณะที่ต้นทุนของการเพาะปลูกมันสำปะหลังของเกษตรกรอยู่ที่ 1-2 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งขึ้นอยู่กับการเพาะปลูกของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ด้วย

ส่วนทิศทางราคามันสำปะหลังเส้นในตลาดโลกปัจจุบันอยู่ที่ 190 เหรียญสหรัฐต่อตัน เพิ่มขึ้นจากเดิมอยู่ที่ 150 เหรียญสหรัฐต่อตัน เพราะสต๊อกผลผลิตเราน้อยลง แต่เพื่อให้เกษตรกรขายมันสำปะหลังได้ราคา สมาคมฯยังมองว่า ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลด้วย โดยเฉพาะประเด็นของการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อไม่ให้กระทบผลผลิตภายในประเทศ ต้องดูแลให้ถูกต้อง และสิ่งที่สำคัญ คือ การรักษาคุณสินค้าโดยเฉพาะสินค้านำเข้า ต้องมีคุณภาพเพื่อการส่งออก ถูกต้องตามมาตรฐานที่ประเทศไทยกำหนด เพราะที่ผ่านมามันสำปะหลังที่มีการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้รับการดูแลอย่างเข้มงวดมากนัก

Q : แนวโน้มตลาดส่งออกโค้งสุดท้าย

ตอนนี้กระทรวงพาณิชย์นำผู้ส่งออกไปศึกษาและดูตลาดมันเม็ดที่ตุรกี ซึ่งล่าสุดมีการส่งออกแล้ว 20,000 ตัน และคาดว่าความต้องการนำเข้ามันอัดเม็ด จากประเทศไทยน่าจะเพิ่มขึ้น ถ้าราคามันอัดเม็ดของไทยยังสามารถแข่งขันได้ ถือเป็นการไปเริ่มเปิดตลาดใหม่ให้กับสินค้ามันสำปะหลัง เนื่องจากที่ผ่านมา ไทยยังไม่เคยมีการส่งออกไปตุรกีเลย

นอกจากนี้ ทางผู้ส่งออกและกระทรวงพาณิชย์ ยังมีแนวทางพัฒนาสูตรอาหารสัตว์ให้กับโรงงานตุรกีด้วย หากมีความเข้าใจว่าการใช้วัตถุดิบจากมันอัดเม็ดให้คุณค่าทางอาหารอย่างไร เชื่อว่าน่าจะมีการนำเข้าเพิ่มขึ้น

ส่วนตลาดหลักอย่างจีนยังคงต้องรักษาตลาดไว้ โดยจีนมีทิศทางการนำเข้ามันจากไทยเพิ่มขึ้น เนื่องจากนโยบายพึ่งพิงผลผลิตภายในประเทศเริ่มผ่อนผันลง ความต้องการที่จะเร่งผลิตเอทานอลมากขึ้น จีนจึงน่าจะนำเข้าเพิ่มขึ้น

Q : สถานการณ์การแข่งขัน

สถานการณ์คู่แข่งอย่างเวียดนาม โดยเฉพาะตลาดแป้งมัน ไม่ได้กังวล เนื่องจากกำลังการผลิตยังจำกัด ส่วนมันเส้นประเทศไทยยังเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1

Q : ผู้ส่งออกไทยตัดราคากันเอง

ปัญหาการแข่งขันตัดราคากันเองภายใน ทาง 3 สมาคมมันสำปะหลังมีข้อตกลงขอความร่วมมือไม่ให้ส่งออกในราคาที่ต่ำเกินไป หรือตัดราคากันเอง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับภาพรวมการส่งออกมันสำปะหลังของไทย

โดยสมาคมได้ประกาศราคาแนะนำตั้งแต่เดือนกันยายน 2560 เป็นต้นมา ขอความร่วมมือผู้ส่งออกไม่ให้ขายราคาต่ำกว่าราคาแนะนำ 176 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งจะมีการปรับราคาแนะนำขึ้นลงตามราคาตลาด ณ เวลานั้น ล่าสุดสมาคมฯ ประกาศราคาแนะนำ 187 เหรียญสหรัฐต่อตัน

หลังขอความร่วมมือยังไม่มีผู้ส่งออก หรือสมาชิกรายใดส่งออกในราคาที่ต่ำกว่าราคาแนะนำไว้ ถือว่าสมาชิกทุกสมาคมให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามีผู้ส่งออกไม่ให้ความร่วมมือ ทางสมาคมฯจะมีมาตรการดูแลขั้นแรกจะส่งหนังสือตักเตือน หากยังพบการกระทำอีกจะเรียกผู้ส่งออกรายนั้นมาตักเตือน และขั้นสุดท้ายจะพิจารณาให้ออกจากการเป็นสมาชิก ส่วนนโยบายอื่นๆ อยู่ระหว่างการพิจารณา อีกครั้งภายหลังจากการลงพื้นที่สำรวจผลผลิตทั้งประเทศในเร็วๆ นี้

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

Recent Posts