“พาณิชย์” เผยมีเอกชนแค่รายเดียวยื่นซื้อมันล็อตสุดท้าย 3.4 พันตัน ให้ราคา 2.5 ล้านบาท

“พาณิชย์” เผยมีเอกชนแค่รายเดียวยื่นซื้อมันล็อตสุดท้าย 3.4 พันตัน ให้ราคา 2.5 ล้านบาท

24th Jul 2017 General Information

“พาณิชย์” เผยมีแค่รายเดียวที่ให้ราคาสูงสุด ซื้อมันสำปะหลังเป็นการทั่วไปล็อตสุดท้าย 3,449 ตัน มูลค่า 2.5 ล้านบาท ส่วนมันเข้าอุตสาหกรรม 263 ตัน ไม่มีใครซื้อ เตรียมนำผลเสนอประธาน นบมส.อนุมัติ

นายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า วันที่ 19 ก.ค. 2560 กรมฯ ได้เปิดให้ผู้ประกอบการภาคเอกชนยื่นซองคุณสมบัติผู้เสนอซื้อผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังในสต๊อกของรัฐบาลปริมาณรวม 3,712.994 ตัน แบ่งเป็นการจำหน่ายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นการทั่วไป ครั้งที่ 1/2560 ปริมาณ 3,449.620 ตัน และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเข้าสู่อุตสาหกรรม ครั้งที่ 1/2560 ปริมาณ 263.374 ตัน โดยมีผู้ยื่นซองคุณสมบัติผู้เสนอซื้อผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นการทั่วไป จำนวน 2 ราย และทั้งสองรายเป็นผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในเบื้องต้น แต่สำหรับการจำหน่ายเข้าสู่อุตสาหกรรม ไม่มีผู้ยื่นซองคุณสมบัติแต่อย่างใด

ทั้งนี้ หลังประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติ กรมฯ ได้ให้ยื่นซองเสนอราคาซื้อ และหลังจากครบกำหนดระยะเวลา ปรากฏว่าทั้ง 2 รายได้ยื่นซองเสนอราคา แต่เป็นผู้เสนอราคาซื้อสูงสุด จำนวน 1 ราย ใน 1 คลัง ปริมาณ 3,449 ตัน มูลค่าที่เสนอซื้อ ประมาณ 2.5 ล้านบาท

“กรมฯ จะนำผลการยื่นซองเสนอราคาซื้อผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังสูงสุดเข้าสู่การพิจารณาของคณะทำงานระบายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังคงเหลือในสต๊อกของรัฐบาล ก่อนนำเสนอประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) พิจารณาอนุมัติ และจะแจ้งยืนยันผลการจำหน่ายให้ผู้ชนะการประมูลทราบตามขั้นตอนต่อไป” นายกีรติกล่าว

ผู้สื่อข่าวว่า การประมูลมันสำปะหลังในสต๊อกรัฐบาลครั้งนี้ เป็นการประมูลมันสำปะหลังล็อตสุดท้าย หลังจากที่จัดเก็บมาเกือบ 10 ปี ตั้งแต่ฤดูกาลผลิตปี 2551/2552 และพบว่าคุณภาพได้เสื่อมลง จึงต้องเร่งระบายเพื่อลดภาระการจัดเก็บรักษาที่ตกอยู่เดือนละกว่า 1 แสนบาท โดยเอกชนที่เสนอสูงสุดอยู่ที่ประมาณตันละ 724 บาท หรือเฉลี่ยราคากิโลกรัมละ 72 สตางค์

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

“พาณิชย์” เตรียมออกประกาศ กกร. กำหนดให้พ่อค้าที่ซื้อข้าวโพด มัน ปาล์ม ต้องขึ้นทะเบียน

“พาณิชย์” เตรียมออกประกาศ กกร. กำหนดให้พ่อค้าที่ซื้อข้าวโพด มัน ปาล์ม ต้องขึ้นทะเบียน

20th Jul 2017 General Information

กรมการค้าภายในเตรียมเสนอ กกร.ออกประกาศให้พ่อค้าที่รับซื้อข้าวโพด มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน ต้องขึ้นทะเบียน พร้อมให้แจ้งที่อยู่ ราคารับซื้อ สถานที่เก็บ และผู้ที่รับซื้อต่อ เพื่อดูแลราคาสินค้าเกษตร ป้องกันไม่ให้เกษตรกรโดนเอาเปรียบ ส่วนการแก้ปัญหามันสำปะหลังราคาตกต่ำ เตรียมใช้ “มหาสารคามโมเดล” ดึงผู้เลี้ยงโคนมโคเนื้อรับซื้อมันเส้นจากเกษตรกร

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ จะเสนอคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) พิจารณาออกประกาศ กกร. กำหนดให้ผู้ประกอบการที่รับซื้อสินค้าเกษตร ทั้งข้าวโพด มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน ต้องขึ้นทะเบียนกับกรมฯ และให้แจ้งสถานที่อยู่ ราคารับซื้อ ปริมาณที่รับซื้อ สถานที่เก็บ และให้แจ้งผลผลิตที่รับซื้อนำไปขายต่อให้ใคร เพื่อที่จะได้ติดตามดูแลราคาสินค้าเกษตรทั้ง 3 รายการได้ครบวงจร และป้องกันไม่ให้เกษตรกรโดนเอารัดเอาเปรียบ คาดว่าจะออกประกาศได้ภายในต้นเดือน ส.ค. 2560 และมีผลบังคับใช้ทันที

ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการซื้อสินค้าเกษตรไม่มาขึ้นทะเบียน จะมีโทษทั้งปรับและจำคุกตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ โดยมีโทษปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังมีโทษปรับเป็นรายวันอีกวันละ 2,000 บาท

นางนันทวัลย์กล่าวว่า สำหรับการดูแลราคามันสำปะหลังช่วงปลายฤดูที่ยังมีผลผลิตตกค้างนั้น กรมฯ จะผลักดันให้มีการนำ “มหาสารคามโมเดล” ซึ่งเป็นรูปแบบที่กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังกับกลุ่มผู้เลี้ยงโคนมและโคเนื้อ ได้ทำการเชื่อมโยงรับซื้อมันเส้นเพื่อนำมาผลิตเป็นอาหารสัตว์ มาใช้กับเกษตรกรในพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่อื่นๆ โดยขณะนี้ได้ประสานไปยังองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ว่ามีแหล่งเลี้ยงวัวที่ไหน ก็จะทำการเชื่อมโยงให้มีการใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบต่อไป ซึ่งจะทำให้ผู้ปลูกมันสำปะหลังมีที่ขายผลผลิตได้ตลอดทั้งปี

ส่วนมาตรการดูแลราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ได้กำหนดให้ผู้นำเข้าข้าวสาลีต้องซื้อข้าวโพดในอัตรา 1 ต่อ 3 ล่าสุดคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) ได้พิจารณาว่าจะใช้มาตรการนี้ต่อหรือไม่ หรือจะใช้วิธีการปรับขึ้นภาษีนำเข้าข้าวสาลีแทน ซึ่งได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังเป็นผู้พิจารณา โดยส่วนตัวมองว่าการขึ้นภาษีจะทำให้บริหารจัดการได้ง่ายกว่า เพราะผู้ส่งออกสินค้าปศุสัตว์ที่ใช้อาหารสัตว์จากข้าวสาลีนำเข้าสามารถขอคืนภาษีได้

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

‘มาร์ค’ มอบ ‘เกียรติ’ ยื่น 5 ข้อ พณ.แก้วิกฤติมันสำปะหลัง-ข้าวโพดตกต่ำ

‘มาร์ค’ มอบ ‘เกียรติ’ ยื่น 5 ข้อ พณ.แก้วิกฤติมันสำปะหลัง-ข้าวโพดตกต่ำ

20th Jul 2017 General Information

“อภิสิทธิ์” แนะ 5 ข้อแก้วิกฤติมันสำปะหลัง-ข้าวโพดตกต่ำ ให้”เกียรติ” นำทีมยื่น รมว.พาณิชย์ ขอทำทันทีแก้ไขได้แน่

เมื่อวันที่ 19 ก.ค.60 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกฯ, นายเกียรติ สิทธีอมร, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรค และอดีตส.ส.พรรค 17 คน อาทิ นายเทพไท เสนพงศ์, นายโกวิทย์ ธารณา, นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ และนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ร่วมลงชื่อในหนังสือที่ ปชป. ๖๐๙๐๐๐๘๓/๒๕๖๐ สำนักงานใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ 19 ก.ค. 2560 เรื่อง แนวทางแก้ไขปัญหาราคามันสำปะหลังและข้าวโพด เพื่อยื่นต่อ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ สรุปใจความว่า อดีตส.ส.พรรคที่มีชื่อหนังสือท้ายฉบับนี้ ได้ร่วมปรึกษากับตัวแทนสมาคมฯและเกษตรกรหลายกลุ่ม ถึงวิกฤติราคามันสำปะหลังที่ตกต่ำอยู่ในขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรจำนวน 5 แสนกว่าครอบครัว และกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เพราะเป็นสินค้าเกษตรหลักที่เพาะปลูกทั่วประเทศ และเป็นสินค้าส่งออกสำคัญ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

จึงมีข้อเสนอต่อกระทรวงพาณิชย์ เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติราคามันสำปะหลังตกต่ำและรักษาเสถียรภาพราคามันสำปะหลังให้มีความยั่งยืน โดยสามารทำได้ทันที คือ

1.เนื่องจากข้าวสาลีเป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาต และต้องมำตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้าตามประกาศ พ.ศ.2559 ขอให้กระทรวงพาณิชย์ทบทวนปริมาณ และอัตราภาษีนำเข้าของข้าวสาลีให้เหมาะสม เพราะการลดภาษีการนำเข้าข้าวสาลีทุกประเภทให้เป็นศูนย์นั้น ทำให้ปริมาณนำเข้าข้าวสาลีในช่วงหลายปีที่ผ่านมาสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลกระทบต่อราคามันสำปะหลังและข้าวโพดโดยรวม และกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรโดยตรง

2.ให้กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบราคาข้าวสาลีที่นำเข้าจากต่างประเทศว่า มีโครงสร้างราคาที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงหรือไม่ มีการอุดหนุนจากประเทศผู้ส่งออกที่ขัดต่อข้อกำหนดขององค์การการค้าโลก หรือสนธิสัญญาอื่นๆ หรือไม่ และกระทรวงพาณิชย์ควรชี้แจงวัตถุประสงค์ของประกาศ พ.ศ. 2559 ข้อ 5.1 ในส่วนที่เกี่ยวกับข้าวสาลีว่าการนำเข้าข้าวสาลีนั้น ต้องใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ในกิจการของผู้ขออนุญาตเท่านั้น มิใช่ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์เพื่อขายเชิงพาณิชย์หรือไม่ อย่างไร

3.มีการนำเข้ามันสำปะหลัง ข้าวโพดและกากข้าวโพดคุณภาพต่ำ ในราคาที่ต่ำจำนวนมาก ทำให้ราคามันสำปะหลังและข้าวโพดในประเทศ ตกต่ำลงอย่างมาก จึงควรกำหนดมาตรฐานคุณภาพสินค้าทางการเกษตรที่นำเข้าจากต่างประเทศให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการนำผลผลิตวัตถุดิบคุณภาพต่ำ มาคละปนกับผลผลิตในประเทศ ทำให้เกษตรกรไทยโดนเอาเปรียบ กดราคาอย่างไม่เป็นธรรม ทั้งนี้ควรมีเป้าหมายการพัฒนาจนถึงระดับการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี และเหมาะสม (Good Agriculture Practices) ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) โดยเร็ว

4.แก้ไขปัญหาการลักลอบนำเข้ามันสำปะหลัง ข้าวโพดและกากข้าวโพดที่ผิดกฎหมายอย่างเข้มงวดจริงจังและให้เห็นเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ส่งผลกระทบต่อราคาผลผลิตในประเทศอย่างรุนแรง และทำให้มาตรฐานคุณภาพผลผลิตในประเทศโดยรวมถดถอยลง กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศในฐานะผู้ผลิตและส่งออกอาหารและสินค้าเกษตร

5.ให้กระทรวงพาณิชย์กำกับดูแลการซื้อขายมันสำปะหลังและข้าวโพด มิให้เกิดพฤติกรรมการเอารัดเอาเปรียบโดยพ่อค้าคนกลางทั้งในประเทศและจากต่างประเทศที่มีอำนาจต่อรองสูง ใช้สัญญาหรือเงื่อนไขในการซื้อขายที่ไม่เป็นธรรม กดดันให้เกษตรกรผู้เพาะปลูกมันสำปะหลัง และข้าวโพดขายสินค้าในราคาที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น รวมทั้งตรวจสอบอย่างจริงจังในเรื่องของส่วนต่างราคาส่งออกเปรียบเทียบกับราคาที่ซื้อขายในประเทศ ราคาที่รับซื้อโดยโรงงานและราคาที่รับซื้อจากเกษตรกร เพื่อดูแลให้เกิดความเป็นธรรมในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่ของการผลิต ทั้งนี้ขอให้กระทรวงพาณิชย์แก้ไขปัญหาวิกฤติราคาตกต่ำของมันสำปะหลังและข้าวโพดและทำให้ราคามันสำปะหลังและข้าวโพดมีเสถียรภาพต่อไป โดยนายอภิสิทธิ์ มอบหมายให้ นายเกียรติ นำคณะอดีต ส.ส.ไปยื่นหนังสือดังกล่าวต่อ รมว.พาณิชย์

ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์

จับตา! สินค้าเกษตรร่วงยกแผง รัฐเอาไม่อยู่-ทุบกำลังซื้อ

จับตา! สินค้าเกษตรร่วงยกแผง รัฐเอาไม่อยู่-ทุบกำลังซื้อ

19th Jul 2017 General Information

จับตาราคาสินค้าเกษตรดิ่งเหว ทั้งข้าว-มันสำปะหลัง-ยางพารา-ข้าวโพด-ผลไม้ ทุบกำลังซื้อรากหญ้าไตรมาส 3 วูบ ชาวสวน-ชาวไร่ โอดรัฐบาล “หมดมุข” เอาแต่อัดมาตรการเดิม ๆ เหมือนให้ยาแก้ปวด ไม่แก้ปัญหาตรงจุด ทั้งการลักลอบนำเข้ามันเส้นแนวชายแดน นอมินีจีนสวมรอยตัดราคา เปิดนำเข้าข้าวสาลีกดราคาข้าวโพด ปาล์มสต๊อกล้น โรงสีมีปัญหาสินเชื่อยางถูกลอยแพ มังคุดราคาดิ่งเหว ทำรายได้เกษตรกรหดลงต่อเนื่อง

แม้ว่าสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สคก.) จะเผยแพร่รายงาน 6 เดือนแรกของปีนี้ เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวดีขึ้นก็ตาม สวนทางกับสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรในช่วงครึ่งปีหลังต่อไตรมาส 1/2561 ต้องเผชิญกับภาวะราคาตกต่ำ ไม่ว่าจะเป็น ข้าว-มันสำปะหลัง-ข้าวโพด-ปาล์มน้ำมัน และผลไม้ตามฤดูกาล ส่งผลต่อกำลังซื้อของเกษตรกร ซึ่งเป็นกลุ่มรากหญ้าโดยตรง

ขณะที่รัฐบาลดูเหมือนจะไม่ได้เตรียมการรับมือกับสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ “ล่วงหน้า” แต่เลือกที่จะใช้วิธีรอจนเกิดวิกฤตการณ์ด้านราคาเกิดขึ้นแล้ว จึงเข้ามาดำเนินการแก้ไข โดยตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดก็คือ การแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ แถมมาตรการที่รัฐนำออกมาใช้ก็เป็นมาตรการเดิม ๆ การต่ออายุโครงการเดิม ๆ ซึ่งถูกพิสูจน์ในครอปที่ผ่านมาแล้วว่า ใช้ไม่ได้ผล

ข้าวผันผวนหนัก

นายสุเทพ คงมาก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวถึงสถานการณ์ราคาข้าวเปลือกเจ้า (ความชื้น 15%) ขณะนี้ได้ลดลงเหลือตันละ 8,000 บาท หลังจากที่ปรับขึ้นมาเพียง 2 สัปดาห์ ส่งผลให้ชาวนา “ยังต้องลุ้น” ต่อไปว่า

ผลผลิตข้าวเปลือกนาปรังปี 2560 รอบที่ 2 ที่กำลังจะเก็บเกี่ยวในเดือนสิงหาคมนี้ จะมีราคาลดลงต่อเนื่องหรือไม่ (ผลผลิตใกล้เคียงกับปี 2559) โดยเป็นที่น่าสงสัยก่อนหน้านี้ ผู้ส่งออกข้าวได้ออกมาแถลงราคาส่งออกข้าวปรับตัวสูงขึ้น 20-30% สวนทางกับราคาข้าวเปลือกในประเทศ ทำให้ “ราคาข้าวขึ้นไปในระยะสั้น ๆ แล้วก็ปรับลดลงมา”

ในขณะที่มาตรการช่วยเหลือของคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่ประกาศออกมา ส่วนใหญ่ใช้มาตรการเช่นเดียวกับปี 2559/2560 โดยมุ่งชะลอการขายข้าวด้วยการให้เก็บไว้ในยุ้งฉาง (มาตรการจำนำยุ้งฉางของ ธกส.) แต่ชาวนาอยากจะให้รัฐบาลช่วยประกาศราคาขั้นต่ำที่จะซื้อข้าวเปลือกให้ทราบล่วงหน้า ก่อนที่ผลผลิตข้าวนาปีจะออก จะได้ไม่ไปขายราคาต่ำ แหล่งข่าวจากโรงสีข้าวยอมรับว่า ราคาข้าวที่ปรับตัวลดลงในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ ปรับตัวลงไปตันละ 1,000-2,000 บาท โดยข้าวเปลือกที่เคยขึ้นไปตันละ 9,500 บาท ลดเหลือ 8,100 บาท ส่วนราคาข้าวสารจากตันละ 14,000 บาท ลดลงเหลือ 12,000 บาท สาเหตุสำคัญมาจากผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ไปขายตัดราคากันเอง ทั้งได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนแรงงานขนข้าว ทำให้ส่งมอบข้าวล่าช้า และปริมาณฝนที่ตกลงมามากในช่วงนี้ ทำให้ข้าวมีความชื้นสูง จึงส่งผลกระทบทำให้ราคาข้าวปรับลดลงอย่างรวดเร็ว

“โรงสีข้าวก็ประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง เนื่องจากถูกธนาคารจำกัดวงเงินให้สินเชื่อ เรื่องนี้ร้องเรียนไปยังรัฐบาลแล้ว แต่ปัญหาก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข” ล่าสุด ในที่ประชุมรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้ให้ความเห็นชอบ โครงการปรับลดพื้นที่ปลูกพืชให้เหมาะสมภายแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร ปี 2560/2561 จำนวน 3 โครงการ วงเงิน 1,296.53 ล้านบาท เป้าหมาย 700,000 ไร่ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ จากก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์ได้เสนอมาตรการช่วยเหลือในการทำการตลาดข้าวอินทรีย์

นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงมาตรการดูแลเสถียรภาพราคาข้าวว่า “ตอนนี้กำลังติดตามสถานการณ์ราคาข้าวอย่างใกล้ชิด” จากช่วงก่อนหน้าที่ราคาข้าวปรับสูงขึ้น แต่ต้องหารือภายใน นบข. ก่อนว่า จะมีมาตรการเพิ่มเติมอย่างไรสำหรับข้าวทั่วไป ส่วนโรงสีจะใช้โครงการชดเชยดอกเบี้ย 3% ซึ่งเป็นมาตรการเดิมที่ผ่าน นบข. การชะลอขายในยุ้งฉางก็คงเดิม

ไร่มันฮือราคาร่วงเหลือ 90 สต.

นายราศี ไผ่สะอาด นายกสมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ได้ทำหนังสือร้องเรียนนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ช่วยแก้ปัญหาราคาหัวมันสดตกต่ำภายใน 30 วัน โดยหัวมันในพื้นที่อีสานตอนบน ขายกันอยู่เพียง กก.ละ 0.90-1.10 บาทเท่านั้น ถ้ารัฐบาลยังไม่เร่งออกมาตรการช่วยเหลือก็จะกระทบกับผลผลิตมันสำปะหลังในฤดูกาล 2560/2561 แน่นอน

“ราคามันสำปะหลังปรับลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปี 2559 ทั้ง ๆ ที่ปริมาณความต้องการใช้มันสำปะหลังมี 42 ล้านตัน หรือเกินกว่าผลผลิตที่ไทยผลิตได้ ประมาณ 31 ล้านตัน จนต้องนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน ปีละ 4 ล้านตัน แต่กลับเกิดปัญหาราคาปรับตัวลดลง จากสาเหตุสำคัญมีผู้ส่งออกมันเส้นที่เป็นนอมินีของบริษัทจีนเข้าไปแข่งขันขายมันเส้นในราคาต่ำแล้วมากดราคารับซื้อภายในประเทศ ยกตัวอย่าง ราคา FOB เคยสูงถึง 195 เหรียญ แต่ขณะนี้เหลือเพียง 141-144 เหรียญ หรือเท่ากับว่าขายมันเส้นได้ราคาแค่ กก.ละ 4.50 บาท จากที่เคยขายได้ 6.20 บาท เมื่อคิดทอนเป็นราคาหัวมันเหลือ กก.ละ 1.10-1.20 บาท เกษตรกรขาดทุนจากต้นทุนการเพาะปลูก กก.ละ 1.90 บาท รวมค่าขนส่ง-ค่าขุดจะมีต้นทุนสูง กก.ละ 2.40 บาท” นายราศีกล่าว

ดังนั้น สมาคมชาวไร่มันฯจึงยื่นข้อเสนอ 6 ข้อ ให้รัฐบาล ได้แก่ 1) ขอให้ยกเลิกการนำเข้าข้าวสาลี 2) ขอให้เพิ่มสัดส่วนการผลิตเอทานอลจากมันเส้นจาก 34% เป็น 50% 3) ขอให้ยกเลิกการใช้เบนซิน 91 และเพิ่มการใช้ อี 20 4) ขอให้ควบคุมการนำเข้ามันเส้นคุณภาพต่ำจากประเทศเพื่อนบ้าน และควบคุมการส่งออกมันเส้นโดยบริษัทจีนที่ไปขายราคาต่ำ 5) ควรมีการขึ้นทะเบียนและติดตามสถานการณ์ส่งออก และ 6) กำหนดราคาขั้นต่ำในการส่งออกและราคาที่รับซื้อจากเกษตรกร โดยคำนวณจากราคาที่ควรจะขายมันเส้นเพื่อผลิตแอลกอฮอล์ให้กับประเทศจีน

ขณะที่คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) เห็นชอบ 14 มาตรการดูแลชาวไร่มันสำปะหลัง วงเงิน 616 ล้านบาท แต่ “มาตรการเหล่านี้เกษตรกรยังไม่ได้ประโยชน์” ด้าน นายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า เตรียมประกาศเพิ่มมาตรการการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยการให้ผู้ประกอบการนำเข้าต้องแจ้งวัตถุประสงค์การนำเข้า

สต๊อกปาล์มล้น 4.5 แสนตัน

ด้านมาตรการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาปาล์มน้ำมันตกต่ำ ที่กระทรวงพาณิชย์ได้ขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันเก็บสต๊อกไบโอดีเซลเพิ่มเป็น 90 ล้านลิตร (หรือคิดเป็นผลปาล์มประมาณ 7.6 ล้านตัน) จากเดิมที่สต๊อก 50 ล้านลิตร เพื่อดูดซับน้ำมันปาล์มออกจากตลาดจากปริมาณผลผลิตที่จะออกสู่ตลาด 11.7 ล้านตันนั้น ปรากฏสถานการณ์ราคาผลปาล์มปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่ใช่มาจากการกำหนดมาตรการข้างต้น เพราะผู้ค้าน้ำมันไม่สามารถสต๊อกไบโอดีเซลเพิ่มขึ้นได้ แต่เป็นเพราะปริมาณผลผลิตปาล์มน้ำมันออกสู่ตลาดลดลง

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าห่วงก็คือ ปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบที่ยังคงค้างอยู่ในประเทศในเดือนมิถุนายน น่าจะมีมากถึง 454,070 ตัน หรือสูงกว่าปริมาณสต๊อกเพื่อความปลอดภัยที่กำหนดไว้ ประมาณ 200,000 ตัน ในขณะที่สามารถส่งออกได้เพียง 4,632 ตัน ตรงนี้จะ “กดดัน” ราคาผลปาล์มในครอปหน้า

ด้านนายบุญรักษ์ อุ่นยวง กรรมการผู้จัดการ บริษัทเพื่อกระบี่ปาล์มออยล์ กล่าวว่า ตอนนี้ราคาปาล์มลดลงเหลือ 3.5 บาท เนื่องจากปัจจัยนโยบายนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบรัฐบาล ทำให้โรงสกัดกดราคารับซื้อปาล์มทะลายจากเกษตรกรที่อยู่ในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ซึ่งเป็นปัญหาเดิม ๆ เหมือนทุกปีที่ผ่านมา

P600719-02

ข้าวสาลีทุบราคาข้าวโพดดิ่ง

นายทรงศัก ส่งเสริมอุดมชัย นายกสมาคมการค้าพืชไร่ กล่าวถึงราคาข้าวโพดที่ตกต่ำลงมาว่า มาตรการที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์รับซื้อข้าวโพดในประเทศ 3 ส่วนต่อการนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน (มาตรการ 3 ต่อ 1) โดยให้ซื้อราคา กก.ละ 8 บาทนั้น แม้จริงแล้วเกษตรกรขายได้ราคาแค่ กก.ละ 7.20-7.70 บาท/กก.เท่านั้น หรือไม่ถึง 8 บาท เนื่องจากโรงงานอาหารสัตว์ใช้มาตรฐานจัดเกรดข้าวโพด จนกระทั่งตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2560 ราคาข้าวโพดหน้าโรงงานปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ กก.ละ 8.50 บาท

ดังนั้น สมาคมการค้าพืชไร่ได้เรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดมาตรการเพื่อปกป้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด โดยขอให้เพิ่มมาตรการทางภาษีนำเข้าข้าวสาลี-DDGS (กากข้าวโพด)-รำข้าวสาลี-ปลายข้าวสาลี ในอัตราที่เคยใช้ก่อนมีการปรับลดภาษีนำเข้ามาเป็น 0% ในปัจจุบัน

สถาบันชาวสวนยางขาดทุนยับ

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ราคายางพาราทุกชนิดทั้งน้ำยางสด ยางแผ่นดิบ ยางแผ่นรมควันตกต่ำและผันผวนต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา โดยเฉพาะราคาน้ำยางสด (ท้องถิ่น) ที่ลดลงใกล้จะถึง 3 กก. 100 บาท (37-39 บาท/กก.) ส่วนยางแผ่นดิบในบางวันลดลงมาอยู่ที่ 47-48 บาท/กก., ยางแผ่นรมควันชั้น 3 ราคา 52-53 บาท/กก. ในขณะที่รัฐบาลก็ไม่มีมาตรการใหม่ ๆ ออกมา เพียงแต่ใช้ “ต่ออายุ” มาตรการเดิม อาทิ โครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกร, โครงการสร้างความเข้มแข้งให้เกษตรกรชาวสวนยาง ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความผันผวนของราคายางได้

นายสมพร ศรียวง ผู้จัดการสหกรณ์กองทุนชาวสวนยางบ้านพรุนายขาว จำกัด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง กล่าวว่า ตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมจนถึงขณะนี้ ผู้ประกอบการยาง-กลุ่มเกษตรกร-สหกรณ์-วิสาหกิจชุมชน ประสบภาวะขาดทุนจากราคายางพาราที่ตกต่ำและผันผวนอย่างหนัก เนื่องจากรับซื้อจากสมาชิกในราคาที่สูงแล้วขายออกได้ราคาต่ำ

โดยกลุ่มยางขนาดใหญ่ขาดทุนแห่งละ 2-3 ล้านบาท ส่วนกลุ่มยางขนาดเล็กขาดทุนกว่า 1 ล้านบาท ขณะเดียวกันหลายกลุ่มก็กำลังประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ไม่มีเงินทุนหมุนเวียนในการรับซื้อยางในฤดูกาลนี้ สำหรับจังหวัดพัทลุงมีกลุ่มยางไม่ต่ำกว่า 100 แห่ง ขาดทุนแล้วไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท

สอดคล้องกับ นายชำนาญ เมฆตรง ประธานกรรมการ ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย จำกัด (ชสยท.) กล่าวว่า สมาชิกของ ชสยท. ประมาณ 400 แห่งทั่วประเทศ จะมีกำไรและขาดทุนในบางช่วงโดยเฉพาะปลายเดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา กลุ่มสถาบันเกษตรกรยางยังประสบภาวะขาดทุนอยู่

มังคุดราคาดิ่งเหว

นายธานินทร์ ยิ่งสกุล เกษตรกรบ้านหนองแฟบ จ.ตราด กล่าวว่า ราคามังคุดลดลงมากในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม โดยล้งรับซื้อมังคุดคละกิโลกรัมละ 8-10 บาท ซึ่งราคานี้ชาวสวนอยู่ไม่ได้ เพราะต้นทุนค่าปุ๋ย ค่ายา และค่าเก็บสูงถึง 5-6 บาท/กก. จึงต้องการให้หน่วยงานรัฐช่วยหาตลาดระบายผลผลิต หรือมีห้องเย็นให้เก็บชะลอไม่ให้มังคุดล้นตลาดเพื่อจะได้ดึงราคาขึ้น

เช่นเดียวกับ นายบรรจบ สงัดศรี ชาวสวนมังคุดจังหวัดชุมพร กล่าวว่า ขณะนี้ราคามังคุดหน้าสวนอยู่ที่ 5-7 บาท/กก. ราคาจำหน่ายที่ตลาด 12-13 บาท/กก.เท่านั้น ถือว่าเป็นราคาต่ำที่สุดเท่าที่เคยทำสวนมา โดยเมื่อ 2 ปีก่อนราคาขึ้นสูงสุดถึง 130 บาท/กก.

ยาง-ปาล์มฉุดเชื่อมั่น ศก.ใต้

ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการ ศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ กล่าวถึงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ เดือนมิถุนายนว่า ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม เนื่องมาจากความผันผวนของราคาปาล์มน้ำมันและยางพาราที่ปรับตัวลงต่อเนื่อง โดยราคายางพาราเดือนมิถุนายนปรับตัวลง 14 บาท/กก. ส่งผลให้รายได้ลดลง การจับจ่ายใช้สอยสินค้าอุปโภคบริโภคชะลอตัวและลดลง

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ครม.ตั้ง ‘นันทวัลย์ ศกุนตนาค’ ขึ้นเป็นปลัดพาณิชย์หญิง คนที่ 5

ครม.ตั้ง ‘นันทวัลย์ ศกุนตนาค’ ขึ้นเป็นปลัดพาณิชย์หญิง คนที่ 5

19th Jul 2017 General Information

ครม.อนุมัติ แต่งตั้ง “นันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน” ขึ้นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพาณิชย์ มีผล 1 ต.ค. ถือเป็นผู้หญิงที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของกระทรวงพาณิชย์เป็นคนที่ 5 ติดต่อกัน…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 ก.ค.2560 มีมติแต่งตั้งให้นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นปลัดกระทรวงพาณิชย์ แทน น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์คนปัจจุบัน ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย. 2560 โดยจะมีผลอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2560 เป็นต้นไป โดยนางนันทวัลย์ ถือเป็นผู้หญิงคนที่ 5 ที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของกระทรวงพาณิชย์ นับจากนางวัชรี วิมุกตายน ซึ่งเป็นปลัดหญิงคนแรก ต่อด้วยนางศรีรัตน์ รัษฐปานะ น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร และน.ส.วิบูลย์ลักษณ์

สำหรับนางนันทวัลย์ จบการศึกษาปริญญาตรีบัญชีบัณฑิต (การเงินและการธนาคาร) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโท MBA ด้านการตลาด และด้านธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน สหรัฐฯ เริ่มรับราชการตั้งแต่ปี 2526 ที่กรมพาณิชย์สัมพันธ์ (ปัจจุบัน คือ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ), ปี 2537 เป็นผู้อำนวยการกองการตลาดต่างประเทศ 2 กรมส่งเสริมการส่งออก, ปี 2541 ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี, ปี 2544 เป็นผู้เชี่ยวพิเศษด้านการส่งเสริมการส่งออก กรมส่งเสริมการส่งออก

จากนั้นปี 2545 เป็นรองอธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก,
ปี 2546 เป็นรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ,
ปี 2550 ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นที่ปรึกษาการพาณิชย์ และผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์,
ปี 2551 เป็นรองปลัดกระทรวงพาณิชย์,
ปี 2552 เป็นอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ,
ปี 2553 เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก,
ปี 2555 เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ,
ปี 2555 เป็นรองปลัดกระทรวงพาณิชย์,
ปี 2556 เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ,
ปี 2558 เป็นอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา
และปี 2559-ปัจจุบัน เป็นอธิบดีกรมการค้าภายใน
และล่าสุดได้รับการแต่งตั้งเป็นปลัดกระทรวงพาณิชย์

ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์

พาณิชย์เปิดประมูลมันล็อตสุดท้ายมั่นใจราคาดี

พาณิชย์เปิดประมูลมันล็อตสุดท้ายมั่นใจราคาดี

14th Jul 2017 General Information

กระทรวงพาณิชย์ เปิดประมูลมันล็อตสุดท้าย มั่นใจได้ขายได้ราคาดี ช่วยเคลียร์สต๊อกรัฐ หมดภาระจัดเก็บได้

นายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ทางกรมฯจะทำการเปิดประมูลมันสำปะหลังจากโครงการแทรกแซงปี 55/56 แบ่งเป็นเพื่อการจำหน่ายเป็นการทั่วไป 3,449 ตัน และเพื่อการจำหน่ายเข้าสู่อุตสาหกรรม 263 ตัน ลดภาระค่าจัดเก็บเดือนละ 100,000 บาท ทำให้หากระบายสต๊อกมัน ครั้งนี้ได้หมดจะทำให้ไม่เหลือมันคงค้างในสต๊อกรัฐอีก โดย ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถยื่นซองเอกสารเพื่อคุณสมบัติได้ในวันที่ 19 กรกฎาคม จากนั้นจะประเปิดให้ผู้ที่ผ่านคุณสมบัติยื่นซองประมูลได้ในวันที่ 21 กรกฎาคม

โดยราคาหัวมันสดคละ ลานมันขณะนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 1 บาท 20 สตางค์ ส่วนราคาหัวมันสดเชื้อแป้งที่ 25% อยู่ที่ 1 บาท 60 สตางค์ และเชื้อแป้งที่ 30% ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 1 บาท 90 สตางค์

ส่วนมันที่เคยเปิดระบายไปแล้ว 1 แสนตัน ก่อนหน้าและไม่มีผู้สนใจยื่นประมูลนั้น ได้ให้ทางองค์การคลังสินค้า หรือ อคส. ไปดำเนินการเจรจาขายเป็นรายคลัง กับเจ้าของคลังหรือผู้สนใจ ต่อไป

ที่มา : INN News

พาณิชย์ เร่งสร้างมูลค่ามันสำปะหลัง ยกระดับเป็นอาหารแปรรูป

พาณิชย์ เร่งสร้างมูลค่ามันสำปะหลัง ยกระดับเป็นอาหารแปรรูป

13th Jul 2017 General Information

พาณิชย์ ย้ำรัฐบาลมีมาตรการดูแลราคามันสำปะหลังปี 60/61 ไว้แล้ว เตรียมหนุนเครื่องสับมัน ผลักดันทำมันเส้นสะอาดป้อนตลาด พร้อมส่งเสริมให้แปรรูปเป็นสินค้าอาหาร ทั้งขอความร่วมมือเกษตรกรชะลอขุดมันช่วงนี้ เหตุฝนตก แนะรอขายหลังหน้าฝน

วันที่ 12 ก.ค. 60 นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เผยว่า ขณะนี้รัฐบาลได้จัดเตรียมมาตรการดูแลราคามันสำปะหลังปี 60/61 ไว้ล่วงหน้าแล้ว จำนวน 14 โครงการ วงเงินประมาณ 616 ล้านบาท พร้อมจัดทำโครงการให้สินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลัง โครงการยกระดับการผลิตและการแปรรูป และโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินให้เกษตรกรรายละไม่เกิน 20,000 บาท ดอกเบี้ย 0.5% ต่อเดือน หรือ 6% ต่อปี

สำหรับกระทรวงพาณิชย์ ได้เตรียมแผนสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับมันสำปะหลัง โดยจะผลักดันให้เกษตรกรทำมันเส้นคุณภาพดี มันเส้นสะอาด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม การสร้างโอกาสทางการค้าและพัฒนาผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง โดยจะนำไปเจรจาเปิดตลาดในต่างประเทศ พร้อมเตรียมมาตรการดูแลการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าจนกระทบต่อราคาในประเทศ

อีกทั้งมาตรการอื่นๆ เช่น จะสนับสนุนเครื่องสับมันสำปะหลังให้กับสถาบันเกษตรกร และเกษตรกร เพื่อให้นำไปใช้แปรรูปหัวมันสดเป็นมันเส้น และจำหน่ายให้กับอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มรายได้ รวมทั้งสนับสนุนให้มีการแปรรูปมันสำปะหลังในรูปอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อให้นำมันสำปะหลังไปเป็นวัตถุดิบ และสร้างสินค้าใหม่ๆ ออกสู่ตลาดด้วย

นอกจากนี้ การแก้ไขปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำ ที่เกษตรกรร้องเรียนอยู่ในขณะนี้ ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ที่มีการเพาะปลูก ทำความเข้าใจกับเกษตรกร ในการชะลอขุดหัวมันสำปะหลังขึ้นมาขาย เพราะขณะนี้เป็นช่วงฤดูฝน ลานปิด เพราะไม่สามารถตากมันเส้นได้ และโรงแป้งส่วนใหญ่ก็ปิด เพราะผลผลิตมันยังมีน้อย และคุณภาพไม่ดี เนื่องจากเชื้อแป้งต่ำ หากเกษตรกรชะลอการขุดมันและรอให้พ้นฤดูฝนไปก่อน จะทำให้จำหน่ายได้ราคาดีขึ้น โดยมันสำปะหลังที่เชื้อแป้งตามมาตรฐาน 25% กิโลกรัม (กก.) ละ 1.75 บาท แต่ถ้าเป็นมันคละ (ไม่วัดเชื้อแป้ง) กก.ละ 1.13 บาท

“กระทรวงฯ เข้าใจถึงความเดือดร้อนของเกษตรกร ที่บางรายจำเป็นต้องขุดมันออกมาขาย เพราะต้องการนำเงินไปใช้จ่าย กระทรวงฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ช่วยเหลือในทันที โดยได้ประสานลานมัน และโรงแป้งให้ช่วยรับซื้อ ซึ่งสามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรในเบื้องต้นได้แต่ถ้าเป็นไปได้ อยากให้ชะลอการขุดมันออกไปก่อน เพื่อรอเวลาให้เหมาะสม ซึ่งจะทำให้เกษตรกรขายได้ราคาดีขึ้น”

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า ปัจจุบันผลผลิตมันสำปะหลังฤดูกาลผลิตปี 59/60 ได้ออกสู่ตลาดเกือบหมดแล้ว คาดว่ามีผลผลิตตกค้างไม่เกิน 5% โดยเกษตรกรในจังหวัดกาฬสินธุ์ มหาสารคาม ขอนแก่น และร้อยเอ็ด ที่มีการขุดมันออกมาจำหน่าย ส่วนแหล่งปลูกมันที่สำคัญ คือ กำแพงเพชร นครราชสีมา ชัยภูมิ และบุรีรัมย์ ยังไม่ได้ขุดมันออกมาจำหน่ายในช่วงนี้

ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์

ร้อง “ประยุทธ์” เร่งแก้นำเข้าข้าวสาลี “ประพัฒน์” อัด รมว.พาณิชย์บริหารงานผิดพลาด

ร้อง “ประยุทธ์” เร่งแก้นำเข้าข้าวสาลี “ประพัฒน์” อัด รมว.พาณิชย์บริหารงานผิดพลาด

30th Jun 2017 General Information

“ประพัฒน์” ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติเบรกแตก อัดรัฐมนตรีพาณิชย์ทำหนังสือให้แก้ไขปัญหาการนำเข้าข้าวสาลีที่สร้างความเดือดร้อนแก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด มันสำปะหลัง ข้าวหลายครั้งกลับนิ่งเฉย ฟังแต่ผู้ประกอบการอาหารสัตว์ ชี้บริหารงานผิดพลาดอย่างร้ายแรง

จากกรณีผู้ผลิตอาหารสัตว์ในไทยมีการนำเข้าข้าวสาลีจำนวนมากมาผลิตอาหารสัตว์ ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลังและชาวนาหลายล้านคนขายผลผลิตในราคาต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ล่าสุด ชาวไร่มันสำปะหลังขายหัวมันสดได้เพียง 0.80-1.20 บาท/กก. ขณะที่ต้นทุนการผลิต 1.91 บาท/กก. ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่แห้งแล้วชาวไร่ขายได้เพียง กก.ละ 4.50-5.50 บาท ขณะที่มีต้นทุนการผลิต กก.ละ 6.81 บาท

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ล่าสุดสภาเกษตรกรฯได้ทำหนังสือเรื่องความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ผลิตพืชเศรษฐกิจหลักของไทย ทั้งข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และมันสำปะหลังถึงนายกรัฐมนตรีแล้ว เพื่อขอให้ชะลอการนำเข้าข้าวสาลีซึ่งอยู่ในรายการสินค้าและบริการควบคุมปี 2559 ตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 19 ม.ค. 2559 โดยให้มีการกำกับดูแลการนำเข้า ไม่ให้กระทบต่อราคาข้าวโพดและมันสำปะหลังในประเทศ การขอให้ผลักดันการนำผลผลิตพืชคาร์โบไฮเดรตในประเทศ ประกอบด้วยรำข้าว 1.425 ล้านตัน ปลายข้าว 2.375 ล้านตัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 4.57 ล้านตัน มันเส้น 2 ล้านตัน และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน 1.6 แสนตัน รวม 10.53 ล้านตันมาใช้ในการผลิตอาหารสัตว์เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคาไม่ให้ต่ำกว่าต้นทุนการผลิตของเกษตรกรและเพียงพอต่อการครองชีพ และขอให้มีผู้แทนเกษตรกรที่เป็นผู้ผลิตพืชคาร์โบไฮเดรตร่วมในคณะทำงานวางแผนการผลิตและการตลาด วัตถุดิบอาหารสัตว์ครบวงจร เพื่อรักษาผลประโยชน์ที่อาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกพืชคาร์โบไฮเดรตในไทย

ปี 2559 อุตสาหกรรมอาหารสัตว์คาดการณ์ว่าจะผลิตอาหารสัตว์เพื่อใช้ในประเทศและส่งออก 16 ล้านตัน ต้องการพืชคาร์โบไฮเดรตเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ 50-55% ของจำนวนทั้งหมดหรือประมาณ 7-8 ล้านตัน ดังนั้น พืชคาร์โบไฮเดรตในประเทศและจากประเทศเพื่อนบ้าน 10.53 ล้านตัน จึงเพียงพอต่อการใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ แต่ในปี 2558 ที่ผ่านมา มีการนำเข้าข้าวสาลีสูงถึง 3.467 ล้านตัน และในปี 2559 เดือน ม.ค.-ก.ค.มีการนำเข้า 1.918 ล้านตัน เทียบกับช่วงเดียวกันปี 2558 ที่นำเข้าเพียง 1.707 ล้านตัน นำเข้าเพิ่มขึ้นถึง 12%

“เรื่องนี้ไม่เป็นธรรมมากกับสังคมไทยโดยรวม เพราะกระทรวงพาณิชย์เอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการอาหารสัตว์ ทำให้ต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์อ่อนลง จากการนำเข้าข้าวสาลีจากต่างประเทศ ซึ่งมีผลทำให้เกษตรกรไทยขาดทุน ท้ายที่สุดรัฐต้องเอางบประมาณที่เป็นภาษีประชาชนทุกคนมาชดเชยเยียวยาเกษตรกรนับหมื่นล้านบาท ทั้งที่คนได้เงินได้ประโยชน์คือ ผู้ประกอบการอาหารสัตว์ที่เป็นคนรวยเพียงหยิบมือ แต่เกษตรกรล่มสลาย ทำไมรัฐไม่ปรับสมดุลการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ให้เหมาะสมทั้งปริมาณและช่วงเวลาที่นำเข้า” นายประพัฒน์กล่าว

ปีที่ผ่านมา นำเข้าข้าวสาลี 3.6 ล้านตันมากเกินไป ที่นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยบอกว่าจะนำเข้าไม่เกินปีที่ผ่านมา ถือว่ามากไป ส่วนจะจำกัดการนำเข้าแค่ไหน ต้องมาดูราคาข้าวโพด มันสำปะหลัง ถ้ามีผลกับราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ในประเทศ ต้องชะลอการนำเข้าและอย่านำเข้าในช่วงจังหวะที่ผลผลิตในประเทศออกสู่ตลาด ตอนที่มีการนำเข้ามาจนล้นสต๊อก ไม่ต้องซื้อวัตถุดิบในประเทศก็พอใช้อยู่แล้ว ซึ่งไทยใช้วัตถุดิบพวกแป้งปีหนึ่งประมาณ 6 ล้านตันเท่านั้น ล่าสุดชาวไร่ข้าวโพดที่ลำปางขายได้ กก.ละ 3-4 บาทเท่านั้น

ส่วนประเด็นที่สภาเกษตรกรฯจะขอเจรจากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นั้น นายประพัฒน์กล่าวว่า รัฐมนตรีพาณิชย์ไม่เคยรับฟัง ทำหนังสือไปหาหลายครั้งก็ไม่ตอบกลับมา จนต้องทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีแทน แต่ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ฟัง ก็สุดแล้วแต่เกษตรกร หมดหน้าที่ของสภาเกษตรกรแห่งชาติแล้ว สภาเกษตรกรฯไม่มีหน้าที่เอาม็อบไปเคลื่อนไหว เกษตรกรจะขับเคลื่อนเองก็แล้วแต่ ผมไม่มีหน้าที่แล้ว มีแต่เอาความเดือดร้อนของเกษตรกรมารวบรวมทำเอกสารเสนอไปยังรัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้อง ถ้ารัฐบาลเอาไปแก้ไขก็ขอบคุณที่ทำประโยชน์แก่ประเทศโดยรวมถ้าไม่แก้ไข ก็จะบอกเกษตรกรว่า สภาเกษตรกรฯทำหน้าที่เต็มที่แล้ว

“คนรวยมีหยิบมือเดียว แต่คนล่มสลายล้มละลายมีหลายล้านครัวเรือน รัฐบาลต้องเอาเงินงบประมาณมาเยียวยา ถ้าเป็นรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ผมเชื่อมั่นว่า เกษตรกรปิดทำเนียบ ปิดกระทรวงพาณิชย์ ปิดศาลากลางไปแล้ว เพราะเดือดร้อนกันมากตอนนี้เกษตรกรอดทนอดกลั้นเพราะเราเชื่อว่านายกรัฐมนตรีคนนี้มีความจริงใจกับประเทศนี้ ยังไม่อยากสร้างภาระให้กับท่านนายกรัฐมนตรี แต่ในส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กลับไม่ฟังเราเลย ทำหนังสือไปหาหลายครั้ง กลับไม่แก้ไข ฟังแต่ผู้ประกอบการอาหารสัตว์ที่เป็นกลุ่มทุนรายใหญ่ไม่กี่ราย ถือว่าท่านบริหารงานผิดพลาดอย่างร้ายแรง ควรที่จะปรับสมดุลการนำเข้าโดยเร็ว” นายประพัฒน์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากปัญหาดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ภายในประเทศหลายชนิด โดยสมาคมพืชไร่ชี้แจงว่า การที่ผู้ประกอบการผลิตอาหารสัตว์ได้นำเข้าวัตถุดิบข้าวสาลี ส่งผลกระทบต่อข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง เนื่องจากผู้ประกอบการผลิตอาหารสัตว์หยุดรับซื้อผลผลิตจากผู้ประกอบการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ ส่งผลกระทบต่อการรับซื้อผลผลิตของเกษตรกร ส่วนผู้ประกอบการค้ามันสำปะหลัง 4 สมาคม ประกอบด้วย สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือและสมาคมแป้งมันสำปะหลังแจงว่า ส่งผลกระทบในการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรภายในประเทศประมาณ 2 ล้านตัน/ปี ขณะที่ผู้ประกอบการค้าข้าวไทยแจ้งว่า ส่งผลกระทบต่อการใช้วัตถุดิบรำข้าว ส่งผลกระทบต่อราคาข้าวที่จะรับซื้อจากเกษตรกร

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

5 เดือนส่งออก “มัน” หด7.7% แย่งขาย-ไร้อำนาจต่อรอง

5 เดือนส่งออก “มัน” หด7.7% แย่งขาย-ไร้อำนาจต่อรอง

26th Jun 2017 General Information

ส่งออกมันสำปะหลัง 5 เดือนหด 7.7% เอกชนโอดไม่มีกำลังต่อรองผู้นำเข้า จี้รัฐแก้ปมคุมสต๊อกมันเส้น-ล้อมคอกมันด้อยคุณภาพจากประเทศเพื่อนบ้านสวมรอยเป็นพิกัดมันอื่น ๆ

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ”รายงานว่า การส่งออกมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์ช่วง 5 เดือนแรก (ม.ค.-พ.ค.) ปี 2560 ปริมาณ 4,822,965 ตัน ลดลง 7.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีมูลค่า 1,166 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 13.9%

นายบุญชัย ศรีชัยยงพานิช นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาวะมันเส้นมีจีนเป็นตลาดส่งออกเดียว ปัจจุบันจีนมีโรงงานขนาดใหญ่ ใช้มันเส้น 5 แสนตัน-1 ล้านตันเพียง 4-5 โรงงาน เทียบกับผู้ส่งออกไทยมีกว่า 20 ราย ที่ผ่านมารัฐบาลมีนโยบายบังคับให้ผู้ส่งออกสต๊อกมันเส้น เพื่อได้รับสิทธิส่งออก ทั้งที่จีนไม่ได้มีนโยบายจำกัดปริมาณนำเข้า จึงกลายเป็นผู้ส่งออกต้องแย่งกันขาย หลังจากได้รับการจัดสรร ทำให้ผู้ส่งออกพยายามลดต้นทุนการซื้อผู้ประกอบการลานมันต้องประสบภาวะขาดทุน เนื่องจากราคาดิ่งลง ทำให้ไม่สามารถซื้อหัวมันแข่งกับโรงแป้งได้ ลานมันในไทยทำงานน้อยลง

“หัวมันสำปะหลังที่ออกมาพร้อมๆ กันในระยะเวลาเดียวกันของทุกประเทศ ส่งผลให้เกิดภาวะหัวมันในไทยล้นโรงแป้ง โรงแป้งต้องลดราคา เพื่อระบายสินค้าในสต๊อกบ้าง ชะลอการรับซื้อหัวมันบ้าง ทำให้ผู้ส่งออกแป้งมันมีฐานะไม่แตกต่างจากผู้ส่งออกมันเส้น คือ ไม่มีกำลังต่อรองกับผู้ขาย”

ช่วงนี้เป็นฤดูฝน ผลผลิตมันสำปะหลังออกสู่ตลาดไม่มาก ราคาหัวมันที่โรงแป้งนครราชสีมารับซื้อปรับขึ้นมา กก.ละ 1.80 บาท คาดว่าจากช่วงนี้ไปถึงฤดูกาลใหม่ ปี 2560/2561 (ต.ค. 2560-ก.ย. 2561) ราคาน่าจะดีกว่าปีก่อนที่เคยร่วงลงต่ำกว่า กก.ละ 1 บาท เพราะปีนี้เกษตรกรจะปลูกมันลดลง เนื่องจากเกษตรกรขาดทุน 3 ปี

“ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาหัวมันสำปะหลังลดลงอย่างโหดร้าย คือ ความต้องการใช้หัวมัน เพื่อทำผลิตภัณฑ์มันเส้น แป้ง และเอทานอล คิดเป็นปริมาณ 40 ล้านตัน มากกว่าที่เกษตรกรไทยผลิตได้ 30 ล้านตัน มีผลต่างเกือบ 10 ล้านตัน หากตามกลไกตลาดควรต้องดีขึ้น แต่ยังมีหัวมันลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเขตอีสานตอนล่าง สำแดงภายใต้พิกัดอื่น ๆ ทำให้ข้อมูลกรมศุลกากรมีน้อยเพียง 2 หรือ 4 ล้านตัน และยังหลุดรอดจากการตรวจสอบคุณภาพสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานของสินค้าไทยด้วย”

หากรัฐไม่ดูแลปล่อยให้มีการลักลอบนำเข้ามันคุณภาพต่ำ และยังคงนโยบายการส่งออกมันเส้นเหมือนเดิม ไม่เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลคุณภาพส่งออกให้เป็นไปตามระเบียบ ปล่อยให้ผู้ส่งออกทุกผลิตภัณฑ์แข่งกันขาย เชื่อว่าเหตุการณ์คงไม่แตกต่างกับ 2-3 ฤดูกาลที่ผ่านมา แม้รัฐบาลจะพยายามช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการเพาะปลูก ส่งเสริมให้เกษตรกรมีทางเลือกผลิตมันเส้น เพื่อได้มูลค่าเพิ่ม แต่ถ้ารัฐไม่บริหารให้อุตสาหกรรมมันเส้นและแป้งมันแข่งขันกันซื้อหัวมันจากเกษตรกรไทยคงต้องรับเคราะห์กรรมต่อไป

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ตัวแทนเกษตรกรมันโคราชยื่นหนังสือถึงนายกให้เร่งช่วยเหลือเกษตรกร

ตัวแทนเกษตรกรมันโคราชยื่นหนังสือถึงนายกให้เร่งช่วยเหลือเกษตรกร

21st Jun 2017 General Information

เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 60 ตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง จังหวัดนครราชสีมา นำโดย นายแสวง พานทอง และคณะ ได้เข้ายื่นหนังสือถึง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือเกษตรกร อันเนื่องจากราคามันสำปะหลังตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2557 ถึงปัจจุบัน ก่อให้เกิดป้ญหาขาดทุนสะสมมาอย่างต่อเนื่อง

โดยได้เสนอข้อเรียกร้องดังนี้

1. ขอให้รัฐบาลกำกับดูแล ออกมาตรการ ที่ทำให้ราคามันสำปะหลังให้สอดคล้องกับต้นทุน และสภาวะตลาด ไม่ให้กลไกตลาดบิดเบือน เกิดการเอาเปรียบพี่น้องเกษตรกรอย่างที่เป็นอยู่ กระทรวงพาณิชย์จึงควรประกาศราคาขั้นต่ำ ของสินค้ามันสำปะหลัง เป็นราคากลาง ทั้งหัวมันสด และราคาผลิตภัณฑ์ส่งออก เพื่อมิให้เกิดการขายตัดราคา จนกระทบมาถึงเกษตรกร

2. ให้ติดตาม ตรวจสอบผู้ค้าต่างชาติ นอมินี ที่เข้ามาค้าขายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการเข้ามาใช้วิธีกดราคา หรือเสนอราคาซื้อขายต่ำๆ และให้ข้อมูลบิดเบือน เพื่อกดราคา ซึ่งตลอด 3 ปี ทำให้ตลาดเสียหายอย่างมาก ควรมีการตรวจสอบอย่างจริงจังเพื่อป้องเกษตรกรไทย

3. กำหนดอุตสาหกรรมเอทานอลเป็นอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตกรไทย รัฐจึงควรส่งเสริม และควรกำหนดให้ใช้ว้ตถุดิบมันสำปะหลังในประเทศเท่านั้น เพราะปัจจุบันมีการนำเข้ามันจากเพื่อนบ้านลาว เขมร มาใช้เป็นจำนวนมาก ยิ่งทำลายโอกาสของเกษตรกรไทย ยกเว้นหากขาดแคลนวัตถุดิบก็ขอให้อนุญาตนำเข้าเป็นกรณีไป (ตอนเริ่มนโยบายรัฐบาลส่งเสริม สนับสนุนเอทานอล ด้วยภาษีคนไทย บอกเป็นวาระแห่งชาติ เป็นพลังงานทดแทนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไทย แต่พอตอนนี้กลับใช้วัตถุดิบต่างชาติ ถือว่าหลอกเกษตรกรไทยหรือไม่)

P600621-02 P600621-03 P600621-04