ราคามันทะลุโลละ 3.20 บาท ทำสถิติสูงสุดในรอบ 10 ปี

ราคามันทะลุโลละ 3.20 บาท ทำสถิติสูงสุดในรอบ 10 ปี

07th May 2018 General Information

ราคาหัวมันสดพุ่งกิโลละ 3.20 บาท เพิ่มขึ้น 90.18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำสถิติสูงสุดในรอบ 10 ปี นับจากปี 51 ที่ราคาเคยขึ้นไปแตะที่ 3 บาท เตรียมลุยโรดโชว์หาตลาดต่อ มีแผนไปนิวซีแลนด์ และเจาะจีนรายเมือง พร้อมจัดงานประชุมมันสำปะหลังนานาชาติ มิ.ย.นี้ โชว์ศักยภาพมันสำปะหลังของไทย และใช้โอกาสนี้หารือคนในวงการทำแผนรับมือมันสำปะหลังสำหรับปีหน้า

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาหัวมันสำปะหลังสดได้ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาล่าสุดอยู่ที่เฉลี่ยกิโลกรัม (กก.) ละ 3.10-3.20 บาท เพิ่มขึ้น 90.18%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ที่ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ กก.ละ 1.63 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่สูงสุดในรอบ 10 ปี นับจากปี 2551 ที่ราคาเคยอยู่ในระดับ กก.ละ 3 บาท และที่น่ายินดีไปกว่านั้นบางพื้นที่ เช่น จังหวัดนครราชสีมา ราคาขยับขึ้นไปสูงถึง กก.ละ 3.30-3.40 บาทด้วย

สำหรับปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาหัวมันสำปะหลังสดปรับตัวสูงขึ้น มาจากความต้องการซื้อผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทยที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากตลาดสำคัญอย่างจีน และตลาดใหม่ๆ ที่กระทรวงพาณิชย์ได้ออกไปเจรจาขยายตลาด เช่น ตุรกี ที่สนใจนำเข้าเพิ่มขึ้น และยังมีแผนที่จะเดินทางไปขยายตลาดที่นิวซีแลนด์ เพราะเป็นประเทศที่มีการเลี้ยงสัตว์มาก มีความต้องการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ รวมถึงจะบุกเจาะตลาดจีน โดยจะเน้นไปยังเมืองและมณฑลให้มากขึ้น เพราะยังมีโอกาสเพิ่มการส่งออกได้อีกมาก

นอกจากนี้ ยังได้รับผลดีจากความร่วมมือของสมาคมที่เกี่ยวข้องกับมันสำปะหลัง ที่ทำตลาดโดยสะท้อนราคาที่สอดคล้องกับต้นทุน ทำให้ราคาส่งออกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาส่งออกมันเส้นปัจจุบันอยู่ที่ 245 เหรียญสหรัฐต่อตัน และแป้งมันอยู่ที่ 531 เหรียญสหรัฐต่อตัน และยังมีมาตรการดูแลการนำเข้ามันสำปะหลังที่ไม่มีคุณภาพจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อราคาในประเทศ แต่ทั้งนี้ ไม่ได้ห้ามการนำเข้า ยังคงสามารถนำเข้าได้ หากเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด

นายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า กรมฯ จะจัดงานประชุมมันสำปะหลังนานาชาติ ปลายเดือนมิ.ย.2561 เพื่อแสดงศักยภาพการผลิตและการส่งออกมันสำปะหลังของไทยให้กับคนในวงการมันสำปะหลังได้รับทราบ เพื่อสร้างการยอมรับและกระตุ้นให้มีการส่งออกมากขึ้น และที่สำคัญ กรมฯ จะใช้โอกาสนี้ ในการหารือและประเมินแนวโน้มและทิศทางการค้ามันสำปะหลังในปี 2562 ว่าเป็นอย่างไร เพื่อที่จะได้จัดทำแผนและมาตรการรับมือเป็นการล่วงหน้า

“ปีนี้ ราคาหัวมันสำปะหลังสด ถือว่าดีมาก แต่ก็เป็นห่วงว่า เกษตรกรจะแห่กันปลูกมันสำปะหลังเพิ่มมากขึ้น จนทำให้ผลผลิตในปีหน้าออกมามาก ซึ่งกรมฯ อยากจะแนะนำให้ปลูกกันตามปกติ ปลูกเท่าที่เคยปลูก เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อราคา”นายกีรติกล่าว

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

ผู้ผลิตอาหารสัตว์ ผู้นำเข้าวัตถุดิบสนใจซื้อมันสำปะหลังไทย หลังนำโชว์งานแฟร์ที่ตุรกี

ผู้ผลิตอาหารสัตว์ ผู้นำเข้าวัตถุดิบสนใจซื้อมันสำปะหลังไทย หลังนำโชว์งานแฟร์ที่ตุรกี

02nd May 2018 General Information

มันสำปะหลังไทยฮอต ผู้ผลิตอาหารสัตว์ ผู้นำเข้าวัตถุดิบทางการเกษตรในตุรกีและต่างประเทศต่อแถวสอบถามแสดงความสนใจสั่งซื้อมันเส้นและมัดอัดเม็ดของไทยไปผลิตเป็นอาหารสัตว์ หลังนำสินค้าตัวอย่าง ผู้ประกอบการไทย และนักวิชาการไปให้ความรู้ ในงานแสดงสินค้าอาหารสัตว์นานาชาติที่ตุรกี มั่นใจเปิดตลาดได้เพิ่มขึ้นแน่

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงผลการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหารสัตว์นานาชาติ ครั้งที่ 13 เพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทย ร่วมสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย และผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารสัตว์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระหว่างวันที่ 27-29 เมษายน 2561 ณ เมืองอันทาเลีย สาธารณรัฐตุรกี ว่าการเข้าร่วมงานครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากผู้เข้าร่วมงานเกินความคาดหมาย มีผู้ผลิตอาหารสัตว์ ผู้นำเข้าวัตถุดิบทางการเกษตร และผู้ประกอบการค้ารายสำคัญทั้งในตุรกีและประเทศต่างๆ ได้เข้ามาเยี่ยมชมบูทและสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทย และแสดงความสนใจที่จะสั่งซื้อเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ตุรกี เป็นประเทศผู้นำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์รายสำคัญของโลก มีการนำเข้ากว่า 10 ล้านตันต่อปี และให้ความสำคัญอย่างมากต่อความปลอดภัยในวัตถุดิบอาหารสัตว์ ได้แสดงความสนใจและยอมรับในผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทยว่าเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพและสามารถทดแทนวัตถุดิบอาหารสัตว์อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคาดว่าจะนำเข้ามันสำปะหลังจากไทยได้เพิ่มขึ้นอีกมาก ทั้งมันเส้นและมันเม็ด จากปัจจุบันที่นิยมนำเข้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังจากไทยในรูปกากมันสำปะหลังอัดเม็ด

“กรมฯ ได้นำ ผศ.ดร.เลอชาติ บุญเอก ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารสัตว์ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ไปให้ความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังรูปแบบอื่นว่าสามารถนำไปใช้ในสูตรอาหารสัตว์ได้ ไม่ว่าจะเป็นมันเส้นหรือมันอัดเม็ด ทำให้ตุรกีแสดงความสนใจที่จะนำเข้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังในรูปแบบอื่นสูงขึ้น และยังพร้อมที่จะแนะนำและประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ใช้มันสำปะหลังจากไทยเพิ่มขึ้นด้วย” นายอดุลย์กล่าว

นายอดุลย์กล่าวว่า การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ได้ช่วยเปิดตัวให้ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทยออกสู่สายตาของผู้ใช้ทั่วโลก ทำให้คนในวงการผลิตอาหารสัตว์รับรู้ถึงคุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทยที่สามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ได้ ถือเป็นการช่วยขยายตลาดส่งออกให้กับผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังได้เพิ่มขึ้น นอกเหนือจากการพึ่งพาตลาดเดียวอย่างจีน ซึ่งจะทำให้ราคามันสำปะหลังของไทยปรับตัวดีขึ้น และเกษตรกรมีรายได้ที่ยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม ในการผลักดันการส่งออกมันเส้นและมันอัดเม็ดเพื่อไปทำอาหารสัตว์ ผู้ประกอบการไทยจะต้องติดตามสถานการณ์ราคาของสินค้าที่ทดแทนได้ เช่น ข้าวบาร์เลย์และข้าวโพดอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะได้วางแผนในการส่งออกได้อย่างถูกต้อง ขณะเดียวกัน การเข้าร่วมงานยังทำให้ได้ทราบความต้องการซื้อวัตถุดิบอาหารสัตว์ชนิดอื่นๆ โดยเฉพาะกากเนื้อในปาล์มด้วย

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

“พาณิชย์” ส่งทีมให้ความรู้ผู้ผลิตอาหารสัตว์ตุรกี หวังเพิ่มยอดส่งออกมันสำปะหลังไทย

“พาณิชย์” ส่งทีมให้ความรู้ผู้ผลิตอาหารสัตว์ตุรกี หวังเพิ่มยอดส่งออกมันสำปะหลังไทย

24th Apr 2018 General Information

“พาณิชย์” เข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหารสัตว์นานาชาติ 26 – 29 เม.ย. นี้ ส่งทีมนักวิชาการไปให้ความรู้แก่ผู้ผลิตอาหารสัตว์ในตุรกี หวังขยายตลาดส่งออกมันปะหลังอัดเม็ดจากไทย เผยเดือน ก.ย. จะจัดคณะไปนิวซีแลนด์เพื่อขายมันอีก ด้านราคาหัวมันสดล่าสุดเฉลี่ยอยู่ที่กิโล 3.05 บาท เกษตรกรยิ้มกันถ้วนหน้า

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า วันที่ 26 – 29 เม.ย. 2561 กรมฯ ได้ร่วมกับสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย เดินทางไปเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหารสัตว์นานาชาติ International Feed Congress and Exhibition – TUYEM ครั้งที่ 13 ที่เมืองอันทาเลีย ประเทศตุรกี เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์มันสำปะหลังและขยายตลาดผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทยให้แพร่หลายในตลาดตุรกีเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากตุรกีถือเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพในการรองรับมันสำปะหลังของไทยได้เป็นอย่างดี

“กรมฯ ได้เชิญ ผศ.ดร.เลอชาติ บุญเอก ซึ่งเป็นนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญการใช้มันสำปะหลังในสูตรอาหารสัตว์ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ไปให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้มันสำปะหลังในสูตรอาหารสัตว์เชิงลึกกับตลาดผู้ใช้มันสำปะหลังของตุรกี ซึ่งมั่นใจว่า เมื่อผู้ซื้อรับรู้ถึงคุณประโยชน์ของการใช้มันสำปะหลังในสูตรอาหารสัตว์แล้ว จะมีการนำเข้ามันสำปะหลังจากไทยเพิ่มขึ้น โดยน่าจะผลักดันให้เติบโตได้สูงถึง 4.5 ล้านตันต่อปี” นายอดุลย์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะดำเนินกิจกรรมขยายตลาดส่งออกมันสำปะหลัง เพื่อลดการพึ่งพาการส่งออกไปยังตลาดจีนเพียงตลาดเดียวต่อไป ซึ่งนอกเหนือจากตลาดตุรกีแล้ว ในช่วงเดือน ก.ย. 2561 กรมฯ จะร่วมกับสมาคมมันสำปะหลังที่เกี่ยวข้อง จัดกิจกรรมขยายตลาดมันสำปะหลังในประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้ามันสำปะหลังไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ที่มีศักยภาพอีกประเทศหนึ่ง โดยมั่นใจว่าจะขยายตลาดส่งออกมันสำปะหลังไปยังนิวซีแลนด์ได้เพิ่มขึ้น

นายอดุลย์ กล่าวว่า สำหรับราคาหัวมันสำปะหลังสดในปัจจุบันเชื้อแป้ง 25% เฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 3.05 บาท เป็นราคาที่เกษตรกรพอใจ และคุ้มกับต้นทุนการผลิต ซึ่งกรมฯ มั่นใจว่า ราคาจะยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะมาตรการที่กรมฯ ได้นำมาใช้ดำเนินการได้ผล โดยเฉพาะการขอความร่วมมือให้สมาคมที่เกี่ยวข้องอย่าขายตัดราคากัน ซึ่งผลจากความร่วมมือทำให้ราคาส่งออกทั้งระบบปรับตัวสูงขึ้น และส่งผลดีต่อราคารับซื้อหัวมันสดในประเทศ ขณะที่มาตรการดูแลการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน ก็ส่งผลดี สามารถป้องกันมันสำปะหลังที่ไม่มีคุณภาพที่จะเข้ามากระทบราคาในประเทศได้เป็นอย่างดี

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

เกษตรฯ เตือนชาวไร่มันสำปะหลังระวังทัพศัตรูบุกโจมตีช่วงฤดูแล้ง

เกษตรฯ เตือนชาวไร่มันสำปะหลังระวังทัพศัตรูบุกโจมตีช่วงฤดูแล้ง

11th Apr 2018 General Information

กรมส่งเสริมการเกษตรเตือนเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศเฝ้าระวังเพลี้ยแป้ง-ไรแดงระบาดในช่วงฤดูแล้ง จับตาโรคพุ่มแจ้มันสำปะหลังจ่อระบาด

นายประสงค์ ประไพตระกูล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในช่วงนี้ เริ่มพบการทำลายของเพลี้ยแป้ง และไรแดงมันสำปะหลังในหลายพื้นที่ เนื่องจากสภาพอากาศร้อน แห้งแล้ง และฝนเริ่มทิ้งช่วง สร้างความเสียหายให้กับผลผลิตมันสำปะหลังค่อนข้างมาก อีกทั้งล่าสุดยังพบการทำลายของโรคพุ่มแจ้ บริเวณจังหวัดสระแก้ว ชลบุรี และในอีกหลายจังหวัดที่มีพรมแดนติดกับกัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งพบการระบาดของโรคดังกล่าวอยู่ก่อนแล้ว โดยคาดว่าอาจเกิดจากการเคลื่อนย้ายท่อนพันธุ์มันสำปะหลังมาจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาในประเทศไทย จึงฝากเตือนเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ศัตรูมันสำปะหลังอย่างต่อเนื่อง หากพบอาการผิดปกติกับต้นมันสำปะหลัง หรือไม่สามารถควบคุมการระบาดในแปลงมันสำปะหลังได้ ให้แจ้งสำนักงานเกษตรอำเภอ หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้านเพื่อดำเนินการป้องกันกำจัดทันทีทันที

รองอธิบดีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า วิธีการป้องกันศัตรูพืชสามารถทำได้ตั้งแต่เริ่มเตรียมดินก่อนการเพาะปลูก

การไถตากดินอย่างน้อย ๑๔ วัน พ่นท่อนพันธุ์มันสำปะหลังก่อนเคลื่อนย้ายไปยังแหล่งปลูกอื่น และการแช่ท่อนพันธุ์

ก่อนการเพาะปลูก ด้วยสารเคมีอิมิดาคลอพริด หรือไทอะมิโทแซม อัตรา ๔ กรัม ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร หรือสารเคมีไดโนทีฟูแรน อัตรา 40 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร (แช่ท่อนพันธุ์นาน ๕ – ๑๐ นาที) วิธีนี้ช่วยป้องกันเพลี้ยแป้งที่ติดมากับท่อนพันธุ์ได้

ในส่วนของการป้องกันกำจัดศัตรูมันสำปะหลัง เน้นการควบคุมศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน ได้แก่ ชีววิธีโดยใช้ศัตรูธรรมชาติ เช่น แมลงช้างปีกใส แตนเบียน Anagyrus Lopezi ด้วงเต่าตัวห้ำ และเชื้อราบิวเวอร์เรียควบคุมเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง และใช้ไรตัวห้ำ ด้วงเต่า Stethorus spp. เพื่อควบคุมไรแดงมันสำปะหลัง หรือหากมีความจำเป็นต้องใช้สารเคมี ให้ใช้สารเคมีอามีทราซ ๒๐% อีซี อัตรา ๔๐ มิลลิลิตร ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร ให้พ่นเฉพาะบริเวณที่มีไรแดงทำลาย และไม่ควรพ่นสารเคมีซ้ำเกิน ๒ ครั้ง ในส่วนของโรคพุ่มแจ้การป้องกันที่ดีที่สุดคือการกำจัดวัชพืชที่เป็นพืชอาศัยของโรค และพืชอาศัยของแมลงพาหะนำโรค บำรุงต้นมันสำปะหลังให้สมบูรณ์แข็งแรงโดยการให้ปุ๋ย ให้น้ำอย่างพอเพียง หลีกเลี่ยงการเคลื่อนย้ายท่อนพันธุ์จากแหล่งที่พบการระบาดไปยังแหล่งอื่น รวมถึงการอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติของเพลี้ยจักจั่น ซึ่งเป็นแมลงพาหะนำโรคพุ่มแจ้ อีกทั้งการตัด หรือขุดต้นมันสำปะหลังที่พบทั้งโรค และแมลงศัตรูพืชไปเผาทำลายนอกแปลง ยังเป็นการช่วยลดปริมาณของศัตรูพืชได้อีกทางหนึ่งด้วยและสิ่งสำคัญที่สุดคือตัวของเกษตรกรเองควรหมั่นสำรวจแปลงมันสำปะหลังอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

หากพบมันสำปะหลังแสดงอาการยอดอ่อนงอหงิกเป็นพุ่ม ลำต้นบิดเบี้ยว มีช่วงข้อถี่ เกิดราดำปกคลุมบางส่วนของใบและยอดมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นลักษณะการทำลายของเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง หรือใบมันสำปะหลังเหลืองซีดเป็นรอยขีด มีจุดด่างเหลือง ใบม้วนงอ ซึ่งเกิดจากการทำลายของไรแดง หรือหากพบใบ ยอดมันสำปะหลังหงิกงอ แคระแกร็น และแตกเป็นฝอยค่อนข้างมาก แต่เมื่อสังเกตยอดที่แสดงอาการจะไม่พบตัวเพลี้ยแป้ง นั่นคือลักษณะการทำลายของโรคพุ่มแจ้ ซึ่งเกษตรกรบางรายอาจเข้าใจผิดว่าเป็นอาการของเพลี้ยแป้ง เนื่องจากอาการที่สามารถสังเกตได้จากภายนอกใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ เมื่อพบการระบาดขอให้เกษตรกรดำเนินการป้องกันกำจัดทันทีเพื่อไม่ให้การระบาดแผ่ขยายเป็นวงกว้าง

ที่มา : กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย
กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ : นาฏสรวง ข่าว / เมษายน 2561

“สนธิรัตน์” พบ “เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด-มันสำปะหลัง” แนะเกษตรกรลดต้นทุน ช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

“สนธิรัตน์” พบ “เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด-มันสำปะหลัง” แนะเกษตรกรลดต้นทุน ช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

27th Feb 2018 General Information

“สนธิรัตน์” พบ “เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด-มันสำปะหลัง” หลังมาตรการบริหารจัดการดันราคาข้าวโพดทะลุกก.ละ 9.50-9.60 บาท และมันสำปะหลัง กก.ละ 2.40-2.50 บาท เร่งแนะเกษตรกรลดต้นทุน ช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในโอกาสที่ได้พบกับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดและมันสำปะหลัง เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2561 เพื่อหารือถึงสถานการณ์ราคาและผลผลิตสินค้าเกษตรพืชไร่ โดยเกษตรกรแสดงความพอใจในนโยบายการดูแลของรัฐบาลที่ทำให้ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะราคาข้าวโพด อยู่ที่ กก. ละ 9.50-9.60 บาท สูงกว่าระดับราคาที่ขอความร่วมมือรับซื้อ ส่วนหัวมันสำปะหลังสด เชื้อแป้ง 25% กก.ละ 2.40-2.50 บาท ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

“สถานการณ์ภัยแล้งปีนี้ดาดว่าไมน่าจะส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรมากนัก เพราะสภาพอากาศดี น่าจะทำให้ผลผลิตสินค้าเกษตรออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ซึ่งกระทรวงฯ ได้มีการติดตามสถานการณ์ผลผลิตทางการเกษตรทุกรายการ และได้มีการทำแผนเตรียมความพร้อมรับมือไว้ล่วงหน้าแล้ว”

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ มั่นใจว่าปีนี้แนวโน้มราคาจะยังคงดีต่อเนื่อง ทั้งยังได้ให้คำแนะนำกับเกษตรกรให้ลดต้นทุน และเพิ่มปริมาณผลผลิตต่อไร่ ขอให้มองว่านโยบายการช่วยเหลือของรัฐบาลเป็นเพียงการเข้ามาช่วยบรรเทาไม่ได้ยั่งยืนตลอดไป หากเกษตรกรสามารถลดต้นทุนได้ ก็จะช่วยให้ราคาสินค้าเกษตรมีเสถียรภาพมากขึ้น

นายสนธิรัตน์กล่าวว่า มาตรการบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ได้ดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์รับซื้อข้าวโพดในราคาไม่ต่ำกว่า กก.ละ 8 บาท ความชื้น 14.5% กำหนดให้มีการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการที่รวบรวมและรับซื้อข้าวโพด กำหนดสัดส่วนการนำเข้าข้าวสาลีต่อการรับซื้อข้าวโพดในอัตรา 1 ต่อ 3 และพิจารณากำหนดระยะเวลาการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านให้สอดคล้องกับผลผลิตในประเทศ ซึ่งมาตรการเหล่านี้ จะมีพิจารณาทบทวนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่อไป

ส่วนมาตรการดูแลมันสำปะหลังที่รัฐบาลได้ดำเนินการ อาทิ การพัฒนาระบบน้ำหยด การให้สินเชื่อเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม การพัฒนาการแปรรูป การสนับสนุนเครื่องสับ และยังได้เพิ่มมาตรการให้ผู้รับซื้อ ผู้จำหน่าย ผู้ครอบครอง แจ้งปริมาณ สถานที่เก็บ การเชื่อมโยงตลาดให้กับเกษตรกร การเจรจากับต่างประเทศเพื่อขยายการส่งออกมันเส้นและมันเม็ด และการเข้มงวดการนำเข้ามันสำปะหลังที่ไม่มีคุณภาพจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งได้ส่งผลดีต่อราคามันสำปะหลังในประเทศให้ปรับตัวสูงขึ้น

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

พาณิชย์ แนะผู้ส่งออกไทยเตรียมพร้อมรองรับดีมานด์มันสำปะหลังจากจีน หลังราคาข้าวโพดขยับขึ้นแรง

พาณิชย์ แนะผู้ส่งออกไทยเตรียมพร้อมรองรับดีมานด์มันสำปะหลังจากจีน หลังราคาข้าวโพดขยับขึ้นแรง

06th Feb 2018 General Information

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์การค้ามันสำปะหลังอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดจีนมีความต้องการนำเข้ามันสำปะหลังจากไทยเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าตลาดจีนจะเพิ่มปริมาณการนำเข้าอีก หลังจากหยุดยาวช่วงเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึง เนื่องจากราคาเฉลี่ยข้าวโพดจีนได้ปรับตัวสูงขึ้นจากช่วงต้นเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 1,672 หยวน/ตัน ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ราคาเฉลี่ยในปัจจุบัน 1,795 หยวน/ตัน เพิ่มขึ้น 123 หยวน/ตันหรือคิดเป็นร้อยละ 7

“ปัจจุบันราคาส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการของตลาดโลก ส่งผลให้ราคามันสำปะหลังทั้งของไทยและของประเทศเพื่อนบ้านดีขึ้นทั้งระบบ จึงอยากขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการ ให้รับซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรในราคาที่เป็นธรรมและสอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดด้วย เพื่อที่กระทรวงพาณิชย์จะได้ไม่ต้องออกมาตรการกำกับดูแลเพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นภาระของผู้ประกอบการในที่สุด นอกจากนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาการพึ่งพาการส่งออกไปยังตลาดจีน กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) ได้ร่วมกับสมาคมมันสำปะหลังที่เกี่ยวข้องจัดกิจกรรมขยายตลาดสินค้ามันสำปะหลัง อย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ มีกำหนดนำคณะภาคเอกชน เดินทางไปเจรจาและขยายตลาดมันสำปะหลังในประเทศตุรกีและนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการนำเข้ามันสำปะหลังไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์

ส่วนการนำเข้ามันสำปะหลังจากเพื่อนบ้านในปีนี้ คาดว่าปริมาณการนำเข้าจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากผลการสำรวจในเบื้องต้นของคณะติดตามภาวะการผลิตมันสำปะหลัง ฤดูกาลผลิต 2560/61 พบว่าผลผลิตของประเทศเพื่อนบ้านเสียหายจากโรคใบด่างและโรคพุ่มแจ้ คิดเป็นสัดส่วนมากถึง 20% อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมาประเทศเพื่อนบ้าน มีแสงแดดน้อย ทำให้ผลผลิตจำนวนหนึ่งมีความชื้นสูง คุณภาพไม่ตรงตามมาตรฐาน กระทรวงพาณิชย์โดย คต. จึงได้จัดชุดเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่ไม่ได้มาตรฐานราคาต่ำรั่วไหลเข้าสู่ตลาดภายในประเทศ และอาจทำให้ราคามันสำปะหลังทั้งระบบตกต่ำในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยไม่ได้ห้ามการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่การนำเข้าต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเดือนที่ผ่านมากรมการค้าต่างประเทศ ได้ดำเนินการพักทะเบียนผู้นำเข้าที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องแล้วจำนวนหนึ่ง เนื่องจากตรวจพบว่า มีการนำเข้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น มีความชื้น หรือมีดินทรายเกินกว่าที่กำหนด จึงอยากขอความร่วมมือผู้นำเข้ามันสำปะหลังศึกษากฎระเบียบที่เกี่ยวข้องและปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สถาบันพัฒนามันสำปะหลังแจกพันธุ์มันสำปะหลัง

สถาบันพัฒนามันสำปะหลังแจกพันธุ์มันสำปะหลัง

25th Jan 2018 General Information

สถาบันพัฒนามันสำปะหลัง จะดำเนินการแจกมันพันธุ์แท้ เกษตรศาสตร์ 50 ห้วยบง 60 ห้วยบง80 เกษตรกรท่านใดสนใจ ส่งชื่อ ที่อยู่ พร้อมเบอร์โทรติดต่อ ได้ช่องทางนี้ หรือโทรศัพท์ 093-0932589 081-9250374

“พาณิชย์” คาดปี 61 มันราคาดี พร้อมประกาศใช้มาตรการคุมนำเข้าใหม่ เริ่ม 1 ม.ค.

“พาณิชย์” คาดปี 61 มันราคาดี พร้อมประกาศใช้มาตรการคุมนำเข้าใหม่ เริ่ม 1 ม.ค.

28th Dec 2017 General Information

“พาณิชย์” คาดมันสำปะหลังปี 61 ราคาดีกว่าปี 60 มีโอกาสขยับถึงกิโลกรัมละ 2.50 บาท หลังตลาดมีความต้องการทั้งมันเส้น แป้งมัน และยังมีแผนขยายตลาดส่งออกเพิ่ม ระบุ 1 ม.ค. 61 ประกาศใช้มาตรการนำเข้าใหม่ ดูแลการนำเข้า และกันมันด้อยคุณภาพเข้าประเทศจนกระทบราคาภายใน

นายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า สถานการณ์มันสำปะหลังปี 2560/61 คาดว่าจะมีผลผลิตประมาณ 28 ล้านตัน ลดลงจากปี 2559/60 ที่มีปริมาณ 30 ล้านตัน โดยแนวโน้มราคาจะดีขึ้นจากปี 2560 อย่างแน่นอน เพราะขณะนี้ราคาได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 2.40 บาทแล้ว มีโอกาสขึ้นไปถึง กก.ละ 250 บาท หรือสูงกว่าได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผลผลิตลดลง และตลาดมีความต้องการเพิ่มขึ้นทั้งมันเส้นและแป้งมัน ทำให้ราคาปรับตัวดีขึ้น

“ช่วงนี้ฝนตก เกษตรกรต้องเลื่อนการขุดมันออกไป แทนที่จะเริ่มขุดกันช่วงนี้ และปกติจะออกมากในช่วง ม.ค.-เม.ย. และพอชะลอการขุด ทำให้ผลผลิตที่จะออกมากก็ไล่กันออก จึงไม่กระทบต่อราคา แต่ก็ต้องไปดูช่วง ม.ค.-ก.พ.อีกที ถ้าไม่มากก็ไม่มีผลต่อราคา และหากเป็นไปอย่างที่คิดรัฐบาลจะหมดความกังวลสินค้าเกษตรหลักไปได้อีกตัว” นายกีรติกล่าว

นายกีรติกล่าวว่า ในปี 2561 กรมฯ มีแผนที่จะขยายตลาดส่งออกให้กับมันเส้นและแป้งมันต่อเนื่อง นอกจากการผลักดันส่งออกไปตลาดเดิม ทั้งจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ จะเร่งขยายตลาดส่งออกใหม่ เช่น ตุรกีให้ได้เพิ่มขึ้น หลังจากที่ปี 2560 ได้ไปเจรจาซื้อขายมันสำปะหลังประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และจะไปโรดโชว์อีกช่วงเดือน เม.ย. 2561 มั่นใจว่าจะผลักดันส่งออกได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะมันสำปะหลังที่นำไปทำอาหารสัตว์ รวมทั้งมีแผนจัดงานประชุมมันสำปะหลังนานาชาติช่วงเดือน มิ.ย. 2561 เพื่อแสดงศักยภาพการผลิตและการส่งออกมันสำปะหลังของไทยอีกครั้ง

นอกจากนี้ กรมฯ จะร่วมมือกับสมาคมที่เกี่ยวข้องกับมันสำปะหลังในการผลักดันให้สมาชิกกำหนดราคาส่งออกที่สะท้อนความเป็นจริง และป้องกันปัญหาการขายตัดราคา จนส่งผลกระทบกลับมายังหัวมันสด และขอให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา อย่าเชื่อข่าวลือข่าวปล่อย เช่น จีนจะห้ามนำเข้ามันสำปะหลังเพราะเกิดฝุ่น ซึ่งเป็นข่าวที่มักจะนำมาปล่อยเพื่อหวังกดราคา ทั้งๆ ที่ไม่มีมูลความจริง

สำหรับการดูแลการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2561 กระทรวงพาณิชย์จะนำมาตรการใหม่มาใช้ โดยก่อนนำเข้า ผู้นำเข้าต้องแจ้งวัตถุประสงค์ในการนำเข้า เพื่อให้รู้ว่าจะเอามันไปทำอะไร โดยให้กรอกข้อมูลผ่านเว็บไซต์ของกรมฯ และพรินต์ออกมาประกอบการนำเข้า ไม่ต้องติดต่อกรมฯ และให้กรมฯ อนุญาตก่อน ติดต่อผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์เท่านั้น และอีกมาตรการ ผู้นำเข้าต้องพร้อมให้พนักงานสุ่มตรวจคุณภาพมาตรฐาน เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าด้อยคุณภาพเข้าสู่ประเทศและส่งผลกระทบต่อระดับราคาในประเทศ ซึ่งหากตรวจผ่านก็ผ่าน ไม่ผ่านก็ต้องปรับปรุงให้ได้มาตรฐานก่อนยื่นต่อกรมฯ เพื่อขอปลดล็อกการนำเข้า โดยมาตรการนี้ไม่ได้เป็นการกีดกันการนำเข้า หรือห้ามการนำเข้าใดๆ ยังคงสามารถนำเข้าได้ตามปกติ แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

Recent Posts