พาณิชย์เร่งเดินหน้าดันราคามันสำปะหลัง

พาณิชย์เร่งเดินหน้าดันราคามันสำปะหลัง

“อธิบดีกรมการค้าภายใน” เร่งเดินหน้าตามโนบายมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง หวังผลักดันราคาให้สูงขึ้น

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) คาดการณ์ผลผลิตมันสำปะหลังปี 2560/2561 มีประมาณ 28.57 ล้านตัน ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 7.69 เนื่องจากเกษตรกรบางพื้นที่ปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า ปัจจุบันราคาหัวมันสดที่เกษตรกรขายเชื้อแป้ง 25% กก.ละ 1.90 – 2.05 บาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีราคา กก.ละ 1.75 บาท และคาดว่าราคายังคงมีแนวโน้มดี เนื่องจากเป็นต้นฤดูการเก็บเกี่ยว ผลผลิตยังออกสู่ตลาดน้อย ขณะนี้ออกสู่ตลาดร้อยละ 5.41 และจะออกสู่ตลาดมากช่วงเดือน มกราคม – เมษายน 2561

ทั้งนี้ จากปัญหาเกษตรกรอำเภอโนนสุวรรณ จังหวัดบุรีรัมย์ ขายมันสำปะหลัง กก.ละ 1.50 บาท นั้น พาณิชย์จังหวัดได้มีการลงพื้นที่ติดตามปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำได้ข้อเท็จจริงว่าจังหวัดบุรีรัมย์มีพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลัง 300,000 ไร่ ผลผลิตประมาณ 1.2 ล้านตัน ผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณร้อยละ 5 ราคามันสำปะหลังในพื้นที่ตั้งแต่ผลผลิตออกสู่ตลาดราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 ราคาหัวมันสด (คละ) กก.ละ 1.80 – 1.85 บาท (เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน กก.ละ 0.20 บาท) ราคาหัวมันสดเชื้อแป้ง 25% กก.ละ 2.25 บาท (เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน กก.ละ 0.40 บาท) ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรพึงพอใจ โดยอัตราเชื้อแป้งเฉลี่ยร้อยละ 25 – 26 (อายุ 8 – 9 เดือน)

สำหรับมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2560/2561 โดยคณะรัฐมนตรีอนุมัติแนวทางการบริหารจัดการมันสำปะหลังปี 2560/2561 จำนวน 14 โครงการ วงเงิน 551.659 ล้านบาท เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2560 โดยมีโครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่สำคัญ เช่น การดูแลหนี้สินเดิมด้วยการพักชำระหนี้และลดดอกเบี้ยให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรสำหรับในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาด การยกระดับมาตรฐานการผลิตและการแปรรูป และสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินให้เกษตรกร นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์เตรียมแผนสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับมันสำปะหลัง โดยจะผลักดันให้มีการทำมันเส้นคุณภาพดีและมันเส้นสะอาด โดยดำเนินโครงการสนับสนุนเครื่องสับมันสำปะหลังให้วิสาหกิจชุมชน การสร้างโอกาสทางการค้าและพัฒนาผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และยังเตรียมมาตรการดูแลการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อราคาภายในประเทศ

อย่างไรก็ตาม สำนักงานพาณิชย์จังหวัดได้มีการประชาสัมพันธ์มาตรการแนวทางบริหารจัดการมันสำปะหลังให้เกษตรกรและผู้ที่เกี่ยวข้องทราบในจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดที่เป็นแหล่งเพาะปลูกมันสำปะหลังอย่างต่อเนื่อง และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์ยังเชื่อมโยงตลาดมันเส้นสะอาดระหว่างกลุ่มเกษตรกร/สหกรณ์การเกษตรโนนสุวรรณกับฟาร์มสุกร บริษัท อาร์เอ็มซี ฟาร์ม จำกัด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ ปริมาณมันเส้นสะอาด 10,000 ตัน ในราคานำตลาดอีกด้วย

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

ชาวไร่วอนรัฐดันราคามันฯหลังราคาตกต่ำเหลือ1.50 บาท

ชาวไร่วอนรัฐดันราคามันฯหลังราคาตกต่ำเหลือ1.50 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 ว่า เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังหลายหมู่บ้าน ในพื้นที่ ต.โนนสุวรรณ อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ ได้เร่งเก็บกู้ หัวมันสำปะหลังไปขายให้แก่ลานมันในพื้นที่ แม้จะมีราคาตกต่ำ

นายไสว โล่ห์นารายณ์ เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ต.โนนสุวรรณ อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ได้ประสบปัญหาราคามันตกต่ำมา 3-4 ปีต่อเนื่องแล้ว แต่เกษตรกรก็ไม่มีทางเลือกเพราะไม่รู้จะประกอบอาชีพอะไร เพราะเคยทำไร่มันมาหลายปีแล้ว จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งหาแนวทางช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาราคามันที่ตกต่ำอย่างเร่งด่วนด้วย เพราะขณะนี้เกษตรกรนำหัวมันไปจำหน่ายให้แก่ผู้ประกอบการลานมันได้เพียงกิโลกรัมละ 1.50 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรไม่สามารถอยู่ได้ เพราะไม่คุ้มกับต้นทุนการผลิต จึงขอให้รัฐบาลช่วยพยุงราคามันให้สูงขึ้น อยู่ที่กิโลกรัมละ 2.50 บาท

เกษตรกรรายหนึ่ง กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าวจึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาล หรือกระทรวงพาณิชย์ ได้เร่งพยุงราคามันสำปะหลังไม่ให้ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 2.50 บาท พร้อมอยากให้พิจารณาจ่ายเงินชดเชยช่วยเหลือ ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมัน อย่างเช่น มาตรการ ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ด้วย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร ซึ่งหากรัฐบาลไม่ช่วยเหลือนอกจากจะไม่คุ้มทุนแล้ว ยังจะไม่มีเงินไปชำระหนี้ ธ.ก.ส. ที่กู้ยืมมาลงทุนทำไร่มัน รายละไม่ต่ำกว่าหลักแสนบาท ซึ่งจะ ครบกำหนดชำระเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บุญชัย ศรีชัยยงพานิช มั่นใจส่งออก “มันสำปะหลัง” ฟื้น

บุญชัย ศรีชัยยงพานิช มั่นใจส่งออก “มันสำปะหลัง” ฟื้น

สัมภาษณ์

ภาพการค้าการส่งออกสินค้ามันสำปะหลังของไทยในปี 2560 ถึง 2561 เริ่มมีสัญญาณและทิศทางที่ดีขึ้น ภายหลังจากประเทศผู้นำเข้าหลักอย่างจีน เริ่มมีการนำเข้ามันสำปะหลังมากขึ้น ขณะที่สินค้าจำพวกแป้งมัน มันอัดเม็ดเริ่มมีตลาดใหม่เข้ามา ส่งผลให้การส่งออกมันสำปะหลังไทยดีขึ้นตามลำดับ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้มีโอกาส สัมภาษณ์พิเศษ “บุญชัย ศรีชัยยงพานิช” นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทยคนใหม่ ถึงแนวโน้มและทิศทางมันสำปะหลังไทย

Q : การส่งออกมันสำปะหลัง

ภาพการส่งออกมันสำปะหลังไทยทั้งปี 2560 ประเมินการส่งออกไว้ที่ 6.5 ล้านตันเฉพาะมันเส้น ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่การส่งออกทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 6.3 ล้านตัน ล่าสุดการส่งออกมันเส้น ณ เดือนกรกฎาคม 2560 มีปริมาณ 484,364 ตัน มันอัดเม็ด ปริมาณ 11,260 ตัน และ แป้งมัน ปริมาณ 301,006 ตัน ขณะที่การส่งออกมันสำปะหลังในช่วงโค้งสุดท้าย

หากดูจากความต้องการนำเข้าของจีน ยังคงมีความต้องการนำเข้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปผลิตเอทานอล ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรดี จึงเชื่อว่าภาพรวมการส่งออกทั้งปีน่าจะขยายตัวไปในทิศทางที่ดี แต่หากดูจากปริมาณผลผลิตภายในประเทศแล้ว อาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการในตลาดโลก เนื่องจากผลผลิตที่กำลังจะออกสู่ตลาดในฤดูกาลผลิต 2560/61 น่าจะออกมาล่าช้า และ คาดว่าอาจจะลดลงประมาณ 10% เหลือ 28 ล้านตันจากปกติผลผลิตจะออกมาประมาณ 30 ล้านตัน

Q : ทิศทางราคาของมันสำปะหลัง

คาดการณ์ไว้ว่าราคามันสำปะหลังโดยเฉพาะหัวมันสด อาจจะยังไม่ปรับลง เนื่องจากผลผลิตน้อย และความต้องการมันสำปะหลังในตลาดยังมีมาก เกษตรกรน่าจะขายได้ราคาดี ประมาณ 2 บาทกว่าต่อกิโลกรัม ขณะที่ต้นทุนของการเพาะปลูกมันสำปะหลังของเกษตรกรอยู่ที่ 1-2 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งขึ้นอยู่กับการเพาะปลูกของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ด้วย

ส่วนทิศทางราคามันสำปะหลังเส้นในตลาดโลกปัจจุบันอยู่ที่ 190 เหรียญสหรัฐต่อตัน เพิ่มขึ้นจากเดิมอยู่ที่ 150 เหรียญสหรัฐต่อตัน เพราะสต๊อกผลผลิตเราน้อยลง แต่เพื่อให้เกษตรกรขายมันสำปะหลังได้ราคา สมาคมฯยังมองว่า ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลด้วย โดยเฉพาะประเด็นของการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อไม่ให้กระทบผลผลิตภายในประเทศ ต้องดูแลให้ถูกต้อง และสิ่งที่สำคัญ คือ การรักษาคุณสินค้าโดยเฉพาะสินค้านำเข้า ต้องมีคุณภาพเพื่อการส่งออก ถูกต้องตามมาตรฐานที่ประเทศไทยกำหนด เพราะที่ผ่านมามันสำปะหลังที่มีการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้รับการดูแลอย่างเข้มงวดมากนัก

Q : แนวโน้มตลาดส่งออกโค้งสุดท้าย

ตอนนี้กระทรวงพาณิชย์นำผู้ส่งออกไปศึกษาและดูตลาดมันเม็ดที่ตุรกี ซึ่งล่าสุดมีการส่งออกแล้ว 20,000 ตัน และคาดว่าความต้องการนำเข้ามันอัดเม็ด จากประเทศไทยน่าจะเพิ่มขึ้น ถ้าราคามันอัดเม็ดของไทยยังสามารถแข่งขันได้ ถือเป็นการไปเริ่มเปิดตลาดใหม่ให้กับสินค้ามันสำปะหลัง เนื่องจากที่ผ่านมา ไทยยังไม่เคยมีการส่งออกไปตุรกีเลย

นอกจากนี้ ทางผู้ส่งออกและกระทรวงพาณิชย์ ยังมีแนวทางพัฒนาสูตรอาหารสัตว์ให้กับโรงงานตุรกีด้วย หากมีความเข้าใจว่าการใช้วัตถุดิบจากมันอัดเม็ดให้คุณค่าทางอาหารอย่างไร เชื่อว่าน่าจะมีการนำเข้าเพิ่มขึ้น

ส่วนตลาดหลักอย่างจีนยังคงต้องรักษาตลาดไว้ โดยจีนมีทิศทางการนำเข้ามันจากไทยเพิ่มขึ้น เนื่องจากนโยบายพึ่งพิงผลผลิตภายในประเทศเริ่มผ่อนผันลง ความต้องการที่จะเร่งผลิตเอทานอลมากขึ้น จีนจึงน่าจะนำเข้าเพิ่มขึ้น

Q : สถานการณ์การแข่งขัน

สถานการณ์คู่แข่งอย่างเวียดนาม โดยเฉพาะตลาดแป้งมัน ไม่ได้กังวล เนื่องจากกำลังการผลิตยังจำกัด ส่วนมันเส้นประเทศไทยยังเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1

Q : ผู้ส่งออกไทยตัดราคากันเอง

ปัญหาการแข่งขันตัดราคากันเองภายใน ทาง 3 สมาคมมันสำปะหลังมีข้อตกลงขอความร่วมมือไม่ให้ส่งออกในราคาที่ต่ำเกินไป หรือตัดราคากันเอง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับภาพรวมการส่งออกมันสำปะหลังของไทย

โดยสมาคมได้ประกาศราคาแนะนำตั้งแต่เดือนกันยายน 2560 เป็นต้นมา ขอความร่วมมือผู้ส่งออกไม่ให้ขายราคาต่ำกว่าราคาแนะนำ 176 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งจะมีการปรับราคาแนะนำขึ้นลงตามราคาตลาด ณ เวลานั้น ล่าสุดสมาคมฯ ประกาศราคาแนะนำ 187 เหรียญสหรัฐต่อตัน

หลังขอความร่วมมือยังไม่มีผู้ส่งออก หรือสมาชิกรายใดส่งออกในราคาที่ต่ำกว่าราคาแนะนำไว้ ถือว่าสมาชิกทุกสมาคมให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามีผู้ส่งออกไม่ให้ความร่วมมือ ทางสมาคมฯจะมีมาตรการดูแลขั้นแรกจะส่งหนังสือตักเตือน หากยังพบการกระทำอีกจะเรียกผู้ส่งออกรายนั้นมาตักเตือน และขั้นสุดท้ายจะพิจารณาให้ออกจากการเป็นสมาชิก ส่วนนโยบายอื่นๆ อยู่ระหว่างการพิจารณา อีกครั้งภายหลังจากการลงพื้นที่สำรวจผลผลิตทั้งประเทศในเร็วๆ นี้

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

“พาณิชย์”เผยราคาข้าวโพด-มันสำปะหลังดีขึ้นต่อเนื่อง

“พาณิชย์”เผยราคาข้าวโพด-มันสำปะหลังดีขึ้นต่อเนื่อง

“พาณิชย์”เผยมาตรการดันราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และมันสำปะหลังประสบความสำเร็จ ระบุราคาปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ข้าวโพดฝักกิโลละ 4.10-4.20 บาท ข้าวโพดเมล็ด 7.30-7.35 บาท ส่วนราคาที่โรงงานอาหารสัตว์รับซื้อ 8 บาท ขณะที่มันสำปะหลังสด 1.95 บาท มันเส้น 5.00-5.80 บาท แป้งมัน 10.90-11.20 บาท

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามความคืบหน้าการใช้มาตรการดูแลราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และมันสำปะหลังที่ได้ดำเนินการก่อนหน้านี้ พบว่า ขณะนี้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาที่ผู้ค้าท้องถิ่นรับซื้อที่จังหวัดเพชรบูรณ์สำหรับข้าวโพดฝัก ความชื้นไม่เกิน 30% ราคาอยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 4.10-4.20 บาท ข้าวโพดเมล็ด ความชื้นไม่เกิน 30% กก.ละ 5.30-5.35 บาท และข้าวโพดเมล็ด ความชื้นไม่เกิน 14.5% กก.ละ 7.30-7.35 บาท และที่จังหวัดนครราชสีมา ข้าวโพดเมล็ด ความชื้นไม่เกิน 14.5% กก.ละ 7.30-7.50 บาท ส่วนราคาที่ไซโลรับซื้ออยู่ที่กก.ละ 7.25-7.30 บาท และโรงงานอาหารสัตว์รับซื้อ กก.ละ 8.00 บาท

“ราคาข้าวโพดที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นผลมาจากการใช้โมเดล 3 ประสาน ทำการเชื่อมโยงการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ระหว่างเกษตรกร พ่อค้าคนกลาง และโรงงานอาหารสัตว์ ซึ่งได้นำร่องที่จังหวัดนครราชสีมา และได้ขยายต่อไปยังจังหวัดที่ปลูกข้าวโพดอื่นๆ และยังได้ใช้มาตรการเพิ่มเติม โดยได้กำหนดให้ผู้รวบรวมข้าวโพด ต้องแจ้งปริมาณ สถานที่เก็บ ปิดราคารับซื้อ ทำให้ทราบความเคลื่อนไหวของราคา ป้องกันการกดราคารับซื้อ ส่วนโรงงานได้ขอความร่วมมือให้รับซื้อที่กก.ละ 8 บาท ทำให้ดูแลราคาได้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง”นางอภิรดีกล่าว

นอกจากนี้ ได้มีมาตรการเสริมโดยการสนับสนุนสินเชื่อให้กับสหกรณ์การเกษตร เพื่อรวบรวมผลผลิตจากเกษตรกรในราคาที่เป็นธรรมก่อนที่จะนำมาขายให้กับโรงงานผลิตอาหารสัตว์ โดยรัฐบาลจะชดเชยอัตราดอกเบี้ยให้ 3% รวมเป็นวงเงินทั้งสิ้น 45 ล้านบาท

นางอภิรดีกล่าวว่า สำหรับมันสำปะหลัง พบว่า ราคาได้ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเช่นเดียวกัน โดยราคาหัวมันสด เชื้อแป้ง 25% ที่จังหวัดนครราชสีมา อยู่ที่กก.ละ 1.95 บาท มันเส้นคลังสินค้า จังหวัดอยุธยา กก.ละ 5.00-5.80 บาท คลังสินค้า จังหวัดชลบุรี กก.ละ 5.40-5.80 บาท ส่วนราคาแป้งมัน คลังสินค้ากรุงเทพฯ และปริมณฑล กก.ละ 10.90-11.20 บาท ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นตามราคาส่งออกที่สูงขึ้น จากความต้องการซื้อมันเส้นและแป้งมันจากต่างประเทศที่มีมากขึ้น โดยราคาส่งออกมันเส้นอยู่ที่ 187 เหรียญสหรัฐต่อตัน หรือคิดเป็นมันเส้นที่กก.ละ 6.20 บาท และแป้งมัน 360 เหรียญสหรัฐต่อตัน หรือคิดเป็นราคาแป้งกก.ละ 11.93 บาท

ทั้งนี้ ราคามันสำปะหลังที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นผลมาจากมาตรการเชื่อมโยงตลาดล่วงหน้าให้กับกลุ่มเกษตรกรที่ผลติมันเส้นสะอาดกับโรงงานเอทานอล การเชื่อมโยงตลาดระหว่างเกษตรกรกับกลุ่มผู้เลี้ยงปศุสัตว์ และผู้แปรรูปมันสำปะหลัง ที่นำไปทำเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น อาหารเด็ก อาหารผู้สูงวัย ขนมขบเคี้ยว เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ผลจากการขอความร่วมมือสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย และสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้ร่วมมือกันในการไม่ขายตัดราคาหรือขายราคาต่ำเกินจริงประสบผลสำเร็จ ทำให้ราคาส่งออกปรับตัวดีขึ้น และยังได้รับผลดีจากการที่กระทรวงพาณิชย์นำคณะผู้แทนการค้าออกเดินทางไปเจรจาขายมันสำปะหลังในประเทศต่างๆ และมีคำสั่งซื้อเข้ามาเพิ่มขึ้น เช่น ตุรกีที่ซื้อมันสำปะหลังอัดเม็ดกว่า 9 แสนตัน มูลค่ากว่า 5 พันล้านบาท รวมถึงการเปิดตลาดเพิ่มเติมทั้งในจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย ที่เป็นตลาดเดิม

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

​“พาณิชย์”นำคณะขายมันสำปะหลังตุรกี เซ็น MOU 9 แสนตัน มูลค่า 5 พันล้านบาท เผยส่งผลดีเกษตรกรขายหัวมันสดราคาดีขึ้น

​“พาณิชย์”นำคณะขายมันสำปะหลังตุรกี เซ็น MOU 9 แสนตัน มูลค่า 5 พันล้านบาท เผยส่งผลดีเกษตรกรขายหัวมันสดราคาดีขึ้น

“พาณิชย์”แจ้งข่าวดี หลังนำคณะผู้แทนการค้าภาครัฐและเอกชนเดินทางไปเจรจาขยายตลาดมันสำปะหลังในตุรกี เผยมีการลงนาม MOU ซื้อขายมันสำปะหลังอัดเม็ด 9 แสนตัน มูลค่ากว่า 5 พันล้านบาท และยังแสดงความต้องการนำเข้ามันสำปะหลังอัดเม็ดเพิ่มอีก 5 หมื่นตัน รวมถึงใบมันสำปะหลัง ภายในเดือนธ.ค.นี้ ระบุจะช่วยให้เกษตรกรขายหัวมันสดได้ราคาดีขึ้น

นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้นำคณะผู้แทนการค้าภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับมันสำปะหลัง ได้แก่ สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย และผู้แทนของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร รวมถึงผู้เชี่ยวชาญการใช้มันสำปะหลังในสูตรอาหารสัตว์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เดินทางเยือนสาธารณรัฐตุรกี เพื่อเจรจาขยายตลาดมันสำปะหลังในสาธารณรัฐตุรกี

โดยการจัดคณะเดินทางเยือนประเทศตุรกีในครั้งนี้ ประสบผลสำเร็จเกินความคาดหมาย สามารถผลักดันให้ตุรกีนำเข้ามันสำปะหลังอัดเม็ดเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ได้เพิ่มขึ้น โดย 3 สมาคมมันสำปะหลังได้ทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ซื้อขายสินค้ามันสำปะหลังอัดเม็ดกับผู้นำเข้าตุรกี รวมจำนวน 3 ฉบับ ปริมาณรวม 900,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ การเจรจากับบริษัท Promaks ซึ่งเป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์รายใหญ่แห่งหนึ่งของตุรกี ได้แสดงความต้องการนำเข้ามันสำปะหลังอัดเม็ดอีกประมาณ 50,000 ตัน ภายในเดือนธ.ค.2560 รวมถึงต้องการนำเข้าใบมันสำปะหลัง เพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์ในปริมาณมากอีกด้วย

ขณะเดียวกัน ไทยได้ใช้โอกาสนี้เชิญสมาคมอาหารสัตว์ตุรกีและผู้นำเข้ามันสำปะหลังรายสำคัญเข้าร่วมงานประชุมสัมมนามันสำปะหลังนานาชาติ World Tapioca Conference 2018 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพ และมีกำหนดจัดงานในช่วงเดือนมิ.ย.2561 ด้วย

“จากความสำเร็จของการนำคณะเดินทางไปเจรจาขยายตลาดมันสำปะหลังของตุรกีในครั้งนี้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมการผลิตและการค้ามันสำปะหลังของไทยว่าจะยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง จากการที่มีตลาดที่หลากหลาย และยังส่งผลช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังของไทย ที่จะขายมันสำปะหลังได้ราคาดีขึ้น”นายวินิจฉัยกล่าว

ที่มา : Commerce News Agency

มันสำปะหลังวูบ 2 ล้านตัน ขาดทุน 2 ปี ชาวไร่เลิกปลูก

มันสำปะหลังวูบ 2 ล้านตัน ขาดทุน 2 ปี ชาวไร่เลิกปลูก

4 สมาคมมันฯ เผยผลสำรวจไร่มัน ปี 60/61 ลดลง เกือบ 1 ล้านไร่ ผลผลิตวูบ 2 ล้านตัน หลังชาวไร่ขาดทุนยับ 2 ปีต่อเนื่อง หันปลูกอ้อย-ข้าวโพดแทน ล่าสุดราคาหัวมันสดยังต่ำกว่าราคาที่ 3 สมาคมตกลงร่วมกันรับซื้อ กก.ละ 1.95 บ.

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า สมาคมที่เกี่ยวข้องกับการค้ามันสำปะหลัง 4 สมาคม (สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย) ร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กรมส่งเสริมการเกษตร และมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ได้สำรวจภาวะผลผลิตและการค้ามันสำปะหลัง ปี 2560/2561 ระหว่างวันที่ 6-12 กันยายน 2560 ในพื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง 50 จังหวัดทั่วประเทศ พบว่ามีพื้นที่เก็บเกี่ยว 8.073 ล้านไร่ ลดลง 9.39% จากปีก่อนที่มีพื้นที่ 8.910 ล้านไร่ และมีผลผลิตโดยรวม 28.565 ล้านตัน ลดลง 7.66% จากปีก่อนที่มีผลผลิต 30.935 ล้านตัน อย่างไรก็ตาม มีผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น จาก 3.472 ตันต่อไร่ เป็น 3.538 ตันต่อไร่

ทั้งนี้ จากข้อมูลเปรียบเทียบพื้นที่ปลูกทั้งประเทศ พบว่าปรับลดลงทุกภูมิภาค เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่เก็บเกี่ยว 4.345 ล้านไร่ ลดลง 10.30% จากปีก่อนที่ 4.845 ล้านไร่ โดยจังหวัดสำคัญ ๆ ลดลงหมด เช่น นครราชสีมา ชัยภูมิ อุบลราชธานี เลย อุดรธานี กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ส่วนพื้นที่ภาคกลาง 1.942 ล้านไร่ ลดลง 9.89% จากปีก่อนที่ 7.38 ล้านไร่ ส่วนภาคเหนือ มีพื้นที่เก็บเกี่ยว 1.785 ล้านไร่ ลดลง 6.48% จากปีก่อนที่ 1.908 ล้านไร่

“ราคาหัวมันสำปะหลังใน 2 ฤดูกาลที่ผ่านมาตกต่ำลงมาก เกษตรกรขาดทุน และขาดเงินทุนหมุนเวียน จึงปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่น เช่น อ้อยโรงงาน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทดแทน ทั้งในปีที่ผ่านมามีปัญหาอุทกภัยในบางพื้นที่ใน จ.สกลนคร และกาฬสินธุ์ ดินฟ้าอากาศไม่เอื้ออำนวย ฝนตกชุกจึงส่งผลกระทบต่อผลผลิต ทำให้หัวมันฯ เติบโตได้ไม่เต็มที่ และยังมีปัญหาการลักลอบนำเข้าหัวมันฯ ผ่านตามแนวชายแดน”

P600918-01

วัตถุดิบลด – 4 สมาคมมันสำปะหลัง ได้สำรวจภาวะผลผลิตและการค้ามันสำปะหลังปี 2560/2561 ระหว่างวันที่ 6-12 กันยายน 2560 ในพื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง 50 จังหวัดทั่วประเทศ พบว่า ผลผลิตปีนี้ลดลงจาก 30.9 เหลือ 28.5 ล้านตัน

แหล่งข่าวกล่าวว่า ที่ประชุมได้เสนอให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำ ควรใช้มาตรการควบคุมดูแลการนำเข้าผลผลิตจากประเทศเพื่อนบ้าน ให้เป็นไปตามกฎหมาย และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อดูแลเกษตรกรภายในประเทศ

สำหรับราคามันสำปะหลังที่โรงงานรับซื้อ ณ วันที่ 13 กันยายน 2560 หัวมัน (เปอร์เซ็นต์แป้ง 30%) กก.ละ 1.85-2.35 บาท มันเส้น กก.ละ 4.35-5.20 บาท แป้งมัน กก.ละ 10.70-10.80 บาท มันเส้น เอฟ.โอ.บี. ตันละ 176 เหรียญสหรัฐ แป้งมัน เอฟ.โอ.บี. ตันละ 345 เหรียญสหรัฐ ขณะที่โรงงานอาหารสัตว์รับซื้อมันเส้น กก.ละ 5.50-5.60 บาท มันเม็ด กก.ละ 5.30-5.40 บาท กากแห้ง กก.ละ 3.10-3.20 บาท

“ราคาที่ตลาดรับซื้อหัวมันบางพื้นที่ต่ำกว่าราคาที่คณะกรรมการร่วมดูแลมันสำปะหลังระหว่างสมาคมมัน 3 สมาคม (ยกเว้นสมาคมแป้งมันฯ) ตกลงกันว่าจะร่วมกันรับซื้อหัวมัน กก.ละ 1.95 บาท เพราะว่าราคาดังกล่าวเป็นราคาที่ขอให้สมาชิกทั้ง 3 สมาคมส่งออกในราคาไม่ต่ำกว่าตันละ 181 เหรียญสหรัฐต่อตัน เพื่อให้สอดคล้องกับราคาขายแอลกอฮอล์ในจีน ที่ตันละ 4,600 หยวน แต่ตอนนี้ราคาส่งออกยังอยู่ในระดับ 176 เหรียญสหรัฐต่อตันเท่านั้น เพราะการส่งออกไปจีนในช่วง 7 เดือนแรกยังไม่ดีขึ้น จีนยังไม่ซื้อ”

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

“พาณิชย์” แจ้งความดำเนินคดีพ่อค้ามัน 5 ข้อหาหนัก หลังพบแอบลักลอบขนย้ายมันสำปะหลัง

“พาณิชย์” แจ้งความดำเนินคดีพ่อค้ามัน 5 ข้อหาหนัก หลังพบแอบลักลอบขนย้ายมันสำปะหลัง

“พาณิชย์” แจ้งความดำเนินคดีพ่อค้ามันสำปะหลัง 5 ข้อหาหนัก หลังตรวจสอบพบแอบลักลอบขนย้ายมันสำปะหลัง พร้อมแจ้งเกษตรกร หากไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อขาย หรือพบเบาะแสการกระทำผิด ให้แจ้งสายด่วน 1569 ทันที

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2560 ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและจับกุมรถบรรทุกพ่วงจำนวน 4 คัน เหตุเกิดที่ลานมันในพื้นที่บ้านสระแท่น ต.นาดี อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี โดยรถบรรทุกดังกล่าวขนย้ายมันเส้นโดยหนังสืออนุญาตเป็นของบริษัท นิวส์ ธนาพร 2009 จำกัด ระบุต้นทางจากลานตาพระยาพืชผล 305 หมู่ 12 ต.ตาพระยา จ.สระแก้ว และปลายทางบริษัทซันซายไบโอเทค อินเตอร์เนชันแนล จำกัด 188 หมู่ 4 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี แต่นำมาลงที่ลานมันแห่งหนึ่งใน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งมิใช่สถานที่ที่ขออนุญาตไว้ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการกลางฯ เรื่องการขนย้ายมัน และนำตัวคนขับรถพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรนาดี แต่เจ้าของลานฯ ไม่ให้ความร่วมมือ โดยให้คนขับรถหลบหนี และแจ้งว่าไม่สามารถตามตัวได้

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สายตรวจได้ประสานตำรวจ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง และทหารเข้าร่วมตรวจ เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้พยายามประสานกับเจ้าของลานซึ่งอยู่ในบ้านแต่ไม่ยอมออกมาพบ เจ้าหน้าที่สายตรวจจึงได้นำหลักฐานทั้งหมดเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดในหลายข้อหา คือ 1. ทำหลักฐานใบชั่งอันเป็นเท็จ ซึ่งมีโทษตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2. ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 35 โทษจำคุก ไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท 3. ไม่อำนวยความสะดวกแก่เจ้าพนักงาน ตามมาตรา 36 โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 2,000 บาท 4. ฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการกลางฯ โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ 5. ติดสินบนเจ้าพนักงาน โทษตาม ป.อาญา มาตรา 144 จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ตาม หากเกษตรกรรายใดไม่ได้รับความเป็นธรรมในการขายหัวมันสำปะหลังสดและมันเส้น รวมทั้งพบเห็นหรือทราบเบาะแสการกระทำความผิดในการขนย้ายมันสำปะหลังโดยไม่ได้รับอนุญาต สามารถแจ้งข้อมูลมาได้ที่สายด่วน 1569 กรมการค้าภายใน หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

พาณิชย์มั่นใจ! แนวโน้มการส่งออกสินค้ามันสำปะหลังไปจีนสดใส กำชับจนท. เดินหน้า “มหาสารคามโมเดล”

พาณิชย์มั่นใจ! แนวโน้มการส่งออกสินค้ามันสำปะหลังไปจีนสดใส กำชับจนท. เดินหน้า “มหาสารคามโมเดล”

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ ได้จัดคณะเดินทางนำผู้แทนสมาคมการค้ามันสำปะหลัง เยือนมณฑลเจียงซูและมณฑลซานตง ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 7 – 12 สิงหาคม 2560 เพื่อไปติดตามสถานการณ์ แก้ไขปัญหาและอุปสรรคการค้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังในประเทศจีน พร้อมหารือผู้นำเข้ารายใหญ่ของจีน เพื่อให้เกิดความชัดเจนและให้ได้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข่าวลือที่ส่งผลกระทบทางลบต่อการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทย

ผลจากการจัดคณะเดินทางฯ ทำให้ทราบสถานการณ์การค้าสินค้ามันสำปะหลังและธัญพืชทดแทนของจีน ว่าใน ปี 2559/60 รัฐบาลจีนมีเป้าหมายลดพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดรวมไม่น้อยกว่า 50 ล้านหมู่ (20.8 ล้านไร่) และส่งเสริมให้เกษตรกรหันไปปลูกพืชชนิดอื่นทดแทน เช่น ถั่วเหลือง ประกอบกับรัฐบาลจีนได้ยกเลิกนโยบายการรับซื้อข้าวโพดในเขตภาคอีสานและมองโกเลีย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวโพดที่สำคัญของจีน และหันมาใช้มาตรการให้เงินอุดหนุนแก่ผู้ประกอบการแปรรูปข้าวโพดแทน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐบาล ส่งผลให้ในฤดูกาลถัดไป คาดว่าไทยจะส่งออกสินค้ามันเส้นไปจีนได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากแรงกดดันจากปริมาณสต็อกข้าวโพดของจีนลดลง

โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงต้นฤดูที่ผลผลิตมันสำปะหลังจะออกสู่ตลาด มักจะมีผู้ไม่ประสงค์ดีเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ไม่เป็นความจริง ส่งผลกระทบเชิงจิตวิทยาต่อราคาผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทย เช่น ข่าวลือเกี่ยวกับการปิดท่าเรือบางแห่งของจีน เนื่องจากปัญหามลภาวะที่เกิดจากการขนถ่ายมันสำปะหลัง ซึ่งทางกรมการค้าต่างประเทศ ได้จัดคณะเดินทางฯ เพื่อร่วมกันหาข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าว ไม่พบข้อมูลการปิดท่าเรือแต่อย่างใด นอกจากนี้ ท่าเรือหลักที่นำเข้ามันสำปะหลังจากไทย เช่น ท่าเรือเหลียนหยุนก่างและท่าเรือรื่อจ้าว ได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องมือดูดละอองฝุ่นที่ฟุ้งกระจายระหว่างการขนถ่ายสินค้าขึ้นจากเรือ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหามลภาวะซึ่งปัจจุบันรัฐบาลจีนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ ปัจจุบันราคาแอลกอฮอล์ของจีนได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ณ วันที่ 24 สิงหาคม 2560 แอลกอฮอล์ (95%) ของมณฑลเจียงซู ประเทศจีน มีราคาอยู่ที่ 5,050 หยวน/ตัน ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 390 หยวน/ตัน เมื่อเทียบกับช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2560 ที่ราคา 4,660 หยวน/ตัน

นางอภิรดีกล่าวถึงแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังว่า ได้มอบนโยบายให้ผู้บริหารลงพื้นที่แหล่งเพาะปลูกมันสำปะหลังเพื่อติดตามสถานการณ์การผลิต การตลาด และชี้แจงสร้างความเข้าใจมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรของรัฐบาลแก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐและผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งกรมการค้าภายใน ได้ดำเนินการ ตามนโยบายดังกล่าวแล้วในหลายพื้นที่ อาทิ จังหวัดมหาสารคาม อุบลราชธานี กำแพงเพชร เป็นต้น

โดยจากการลงพื้นที่ในจังหวัดมหาสารคาม พบว่าเกษตรกรมีการบริหารจัดการมันสำปะหลังและเชื่อมโยงผู้เลี้ยงปศุสัตว์ ในรูป “มหาสารคามโมเดล” ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงรับซื้อมันเส้นของกลุ่มผู้เลี้ยงโคนมและโคเนื้อ กับ กลุ่มเกษตรกร ในการสร้างช่องทางการจำหน่าย การรวมกันซื้อรวมกันขาย และช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มมูลค่ามันสำปะหลัง ภายใต้แนวคิด “โคนมมหาสารคาม ต้องกินมันมหาสารคาม เพื่อคนมหาสารคามจะได้กินนมโคมหาสารคาม” ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มีดำริให้นำโมเดลดังกล่าวไปเป็นต้นแบบให้กับจังหวัดอื่นต่อไป

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2560 จังหวัดนครราชสีมาได้นำ “มหาสารคามโมเดล” ไปดำเนินการแล้ว โดยกรมการค้าภายใน ได้จัดให้มีการเชื่อมโยงมันเส้นและลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างโรงงานเอทานอล สหกรณ์โคนม กับสถาบันเกษตรกร ปริมาณมันเส้นประมาณ 21,500 ตัน ซึ่งตนได้ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามฯ หลังจากนี้ จ.นครราชสีมาจะขยายผลการดำเนินการต่อไปในอนาคต

นอกจากนี้ ยังได้เป็นประธานการประชุมร่วมกับหอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์และแนวโน้มเศรษฐกิจการค้า โดยในการประชุมดังกล่าว ได้ประชาสัมพันธ์แนวทางการบริหารจัดการมันสำปะหลัง ปี 2560/61 จำนวน 14 โครงการ ที่ได้เตรียมนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในโอกาส ครม.สัญจร เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2560 ซึ่ง ครม. ได้มีมติอนุมัติในหลักการให้ดำเนินการแล้ว

พร้อมนี้ยังได้เสนอแนวทางการบริหารจัดการมันสำปะหลังและการดูแลเกษตรกรเพิ่มเติม ในการ ส่งเสริมให้เกษตรกรลดต้นทุนการเพาะปลูก และเพิ่มผลผลิต โดยใช้พันธุ์มันสำปะหลังที่มีคุณภาพ ได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร และเหมาะสมกับพื้นที่ รวมทั้งปรับเปลี่ยนจากการใช้ปุ๋ยเคมีเป็นการใช้ปุ๋ยอินทรีย์จากธรรมชาติ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนได้แล้ว ยังเป็นการบำรุงดินให้มีสภาพที่ดีและเหมาะสมต่อการเพาะปลูก และ ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกมันสำปะหลังอินทรีย์ ซึ่งเป็นทางเลือกในการปลูกมันสำปะหลังที่สามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตและตลาดมีความต้องการสูง พร้อมทั้งส่งเสริมการแปรรูปมันสำปะหลังเพื่อการบริโภค (มันกินได้) เพื่อสร้างช่องการจำหน่ายใหม่ๆให้แก่เกษตรกร นอกเหนือจากการผลิตเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมในรูปแบบเดิม ซึ่งสภาอุตสาหกรรมจังหวัดยินดีที่จะประสานผู้ประกอบการในพื้นที่ที่มีศักยภาพและสนใจนำไปผลิตในเชิงอุตสาหกรรมต่อไป

สำหรับแนวทางการบริหารจัดการมันสำปะหลัง ปี 2560/61 มติคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2560 เห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการมันสำปะหลัง ปี 2560/61 รวม 14 โครงการ งบประมาณ 551.659 ล้านบาท
1) การสนับสนุนเกษตรกรปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่ดินดาน2) การปรับลดพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่ป่า3) โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลังในระบบน้ำหยด วงเงิน 102.35 ล้านบาท

4) โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร (33.375 ล้านบาท)5) โครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตและการแปรรูปมันสำปะหลัง (44.5 ล้านบาท)6) โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง

7) โครงการพักชำระหนี้ต้นเงินและลดดอกเบี้ยให้สมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลัง (328.340 ล้านบาท)8) โครงการสนับสนุนเครื่องสับมันสำปะหลังให้กับสถาบันเกษตรกรเพื่อเพิ่มมูลค่า (4.2 ล้านบาท)
9) โครงการสนับสนุนเครื่องสับมันสำปะหลังขนาดเล็กให้วิสาหกิจชุมชน (6.75 ล้านบาท)10) โครงการสนับสนุนเครื่องชั่งน้ำหนักรถบรรทุกให้ด่านที่มีการนำเข้ามันสำปะหลัง (12.84 ล้านบาท)

11) โครงการกำกับดูแลการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน (5.804 ล้านบาท) 12) โครงการแปรรูปมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์สู่อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม (10 ล้านบาท)13) โครงการยกระดับคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด (มันเส้นสะอาด) (1.5 ล้านบาท)14) โครงการขยายโอกาสทางการค้าและพัฒนาศักยภาพผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง (2 ล้านบาท)

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ครม.เห็นชอบแนวทางบริหารจัดการมันสำปะหลัง ปี 60/61

ครม.เห็นชอบแนวทางบริหารจัดการมันสำปะหลัง ปี 60/61

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 22 สิงหาคม 2560 ณ ห้องสุรนารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา มีมติอนุมัติในหลักการตามที่กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เสนอ ดังนี้

1.  โครงการของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จำนวน 3 โครงการ ดังนี้
1.1  โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลังในระบบน้ำหยด
1.2  โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร
1.3  โครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตและการแปรรูปมันสำปะหลัง
โดยให้ชดเชยดอกเบี้ยในอัตรา FDR+1 เท่ากับการดำเนินโครงการในปีที่ผ่านมา ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 180.23 ล้านบาท โดยภาระงบประมาณที่เกิดขึ้นให้ ธ.ก.ส. เสนอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความจำเป็นและเหมาะสมและส่วนต่างจากอัตราร้อยละ 3 ให้ ธ.ก.ส. เป็นผู้รับภาระ

2.  แนวทางการบริหารจัดการมันสำปะหลัง ปี 2560/61 จำนวน 8 โครงการ ดังนี้
2.1  โครงการพักชำระหนี้ต้นเงินและลดดอกเบี้ยให้สมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลัง [กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.)]
2.2  โครงการสนับสนุนเครื่องสับมันสำปะหลังให้กับสถาบันเกษตรกรเพื่อเพิ่มมูลค่า (กษ.)
2.3  โครงการสนับสนุนเครื่องสับมันสปะหลังขนาดเล็กให้วิสาหกิจชุมชน (พณ.)
2.4  โครงการสนับสนุนเครื่องชั่งน้ำหนักรถบรรทุกให้ด่านที่มีการนำเข้ามันสำปะหลัง [กระทรวงการคลัง (กค.)]
2.5  โครงการกำกับดูแลการนำเข้ามันสำปะหลังหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน (พณ.)
2.6  โครงการแปรรูปมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์สู่อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม (พณ.)
2.7  โครงการยกระดับคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด (มันเส้นสะอาด) (พณ.)
2.8  โครงการขยายโอกาสทางการค้าและพัฒนาศักยภาพผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง (พณ.)

วงเงินงบประมาณ 371.43 ล้านบาท จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

“รมว.พาณิชย์” ลุยโคราชลงนาม MOU เชื่อมโยงตลาดมัน-ข้าวโพด เร่งฟื้นชีพเครื่องปั้นด่านเกวียน

“รมว.พาณิชย์” ลุยโคราชลงนาม MOU เชื่อมโยงตลาดมัน-ข้าวโพด เร่งฟื้นชีพเครื่องปั้นด่านเกวียน

วันนี้ (20 ส.ค.) ที่ห้องประชุมชั้น 4 สำนักงานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เดินทางมาประชุมพบปะกับตัวแทนหอการค้าจังหวัดและสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา, สมาคมผู้ผลิตมันสำปะหลังจังหวัดนครราชสีมา, สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ในวันที่ 21-22 ส.ค.นี้ เพื่อติดตามสถานการณ์ และแนวโน้มเศรษฐกิจการค้าของจังหวัด

และมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) แนวทางความร่วมมือระหว่างสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย ในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เพื่อให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับสภาวะความต้องการของตลาดโลก โดยใช้กลไกของภาคเอกชนเอง

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การเดินทางมาครั้งนี้ได้รับทราบถึงปัญหาต่างๆ ของภาคเอกชน และการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เป็นการเชื่อมโยงตลาดมันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ หรือองค์กรธุรกิจ ให้เกิดการพัฒนาด้านการเกษตร ให้มีการรวมกลุ่มสร้างความเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้ และองค์กรธุรกิจภาคเอกชนจะมีบทบาทในการช่วยเหลือระหว่างกันและกัน รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้มีการใช้ผลผลิตภายในประเทศเพิ่มขึ้น ยกระดับราคาสินค้าเกษตรในประเทศให้สูงกว่าราคาตลาดทั่วไป

โดยมีหลักการและรายละเอียด ดังนี้

1. สินค้ามันสำปะหลัง จะมีการเชื่อมโยงตลาดผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง (มันเส้น) จากกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน เข้าสู่อุตสาหกรรมที่หลากหลายขึ้น เช่น ธุรกิจพลังงานทดแทน (เอทานอล) ธุรกิจอาหารสัตว์หรือปศุสัตว์ เป็นต้น โดยบริษัท ทรัพย์ทิพย์ จำกัด (เอทานอล) ตกลงจะทำการซื้อขายมันเส้นจากสหกรณ์การเกษตรด่านขุนทด จำนวน 10,000 ตัน และสหกรณ์การเกษตรเทพารักษ์ จำนวน 10,000 ตัน สหกรณ์โคนม-เดนมาร์ก มิตรภาพ (จ.สระบุรี) ตกลงจะทำการซื้อขายมันเส้นจากสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. (สกต.) นครราชสีมา จำกัด จำนวน 1,500 ตัน ในราคานำตลาด

2. สินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นการเชื่อมโยงตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ (เกษตรกร – ผู้รวบรวม – โรงงานอาหารสัตว์) ให้เกิดการซื้อขายที่เป็นธรรม โดย หจก.ตรงพานิชตกลงจะทำการซื้อขายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แห้ง เบอร์ 2 ความชื้น 14.5% ที่ราคา 8 บาท/กก. จากสหกรณ์การเกษตรนิคม ลำตะคอง จำนวน 10,000 ตัน และสหกรณ์การเกษตรปากช่อง จำนวน 5,000 ตัน

จากนั้นนายอภิรดี และคณะได้เดินทางไปเยี่ยมชมพบปะและติดตามสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจการค้าขายและการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน อำเภอโชคชัย จ.นครราชสีมา ซึ่งขณะนี้กำลังประสบปัญหาด้านการตลาดอย่างหนัก ผู้ประกอบการหลายรายต้องปิดกิจการ ทำให้บรรยากาศการค้าขายเครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียนซบเซาอย่างยิ่ง โดยได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลและเร่งฟื้นฟูธุรกิจเครื่องปั้นดินเผาให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

P600822-03 P600822-02

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

Recent Posts