“พาณิชย์”กำหนดราคาส่งออกขั้นต่ำแป้งมันและมันเส้น หวังดึงราคาหัวมันสดในประเทศให้ได้กิโลละ 1.90 บาท

“พาณิชย์”กำหนดราคาส่งออกขั้นต่ำแป้งมันและมันเส้น หวังดึงราคาหัวมันสดในประเทศให้ได้กิโลละ 1.90 บาท

“พาณิชย์”ใช้ยาแรงดันราคามันสำปะหลัง กำหนดราคาขั้นต่ำส่งออกแป้งมันตันละ 320 เหรียญสหรัฐ และมันเส้นตันละ 180 เหรียญสหรัฐ หวังดึงราคาหัวมันสดให้ได้กิโลละ 1.90 บาท เผยหากไม่ทำ เล็งเพิ่มเงื่อนไขเก็บสต๊อก หรือใช้มาตรการทางกฎหมายจัดการ พร้อมรณรงค์เกษตรกรร่วมมือชะลอขุดหัวมันช่วงนี้ เพื่อให้ได้เชื้อแป้งเต็มที่

นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการจัดทำมาตรการเร่งด่วนเพื่อยกระดับราคาหัวมันสำปะหลังสดว่า กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดราคาขั้นต่ำในการส่งออกแป้งมันในราคา FOB ไม่ต่ำกว่าตันละ 320 เหรียญสหรัฐ และมันเส้นราคาตันละ 180 เหรียญสหรัฐ เพราะขณะนี้มีการแข่งขันกันขายตัดราคากันมาก ทำให้ส่งผลกระทบต่อราคาหัวมันสดในประเทศ จึงต้องมีการกำหนดราคาส่งออกขั้นต่ำ และเมื่อทอนมาเป็นราคาหัวมันสด จะช่วยให้เกษตรกรขายได้ในราคากิโลกรัม (กก.) ละ 1.90 บาท และในระยะต่อไป จะมีการขยับราคาขั้นต่ำเพิ่มขึ้น เพื่อดึงให้ราคาหัวมันสดปรับเพิ่มขึ้นไปอีก

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าว คาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เดือนพ.ย.เป็นต้นไป เพราะเป็นช่วงที่ผลผลิตกำลังออกสู่ตลาดพอดี แต่ถ้าผู้ส่งออกไม่ทำตาม ยังมีการขายต่ำกว่าราคาขั้นต่ำที่กำหนด กระทรวงฯ จะใช้มาตรการตั้งแต่เบาไปหาหนัก เริ่มจากการเพิ่มปริมาณการเก็บสต๊อกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง จากเดิมที่กำหนดในอัตราส่วน 1 ต่อ 1.5 คือ หากจะส่งออก 1 ตัน ต้องเก็บสต๊อก 1.5 ตัน เพิ่มเป็น 1 ต่อ 2 และหากยังไม่ทำอีก ก็จะใช้มาตรการทางกฎหมายมาใช้ แต่จะใช้เป็นทางเลือกสุดท้าย

“สาเหตุที่ราคามันสำปะหลังในช่วงนี้ตกต่ำ เพราะเป็นมันตกค้างจากปลายฤดูการผลิตปีก่อน และมีเชื้อแป้งต่ำ ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ราคาไม่ดี และยังมีการขายตัดราคาส่งออกอีก ก็ยิ่งทำให้สะท้อนมาถึงราคาในประเทศ กระทรวงฯ จึงต้องมีมาตรการที่เข้มงวดออกมา ส่วนผลผลิตปี 2559/60 ยังไม่ออก จะเริ่มออกสู่ตลาดมากตั้งแต่เดือนธ.ค.-เม.ย. คิดเป็น 70% ของผลผลิตทั้งหมด หรือประมาณ 21 ล้านตัน ซึ่งมั่นใจว่า จากมาตรการที่มีอยู่ ทั้งมาตรการเดิมและมาตรการใหม่ จะช่วยผลักดันให้ราคาเพิ่มสูงขึ้นได้”นายวินิจฉัยกล่าว

นายวินิจฉัยกล่าวว่า ในระหว่างนี้ กระทรวงฯ จะรณรงค์ให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศหยุดถอนมันในช่วงนี้ออกไปก่อน เพื่อรอให้ผลผลิตมีคุณภาพ และมีเชื้อแป้งได้ตามมาตรฐานที่กำหนด เพราะหากชะลอการขุดออกไป จะทำให้ขายได้ไม่ต่ำกว่ากก.ละ 2 บาทอย่างแน่นอน

ส่วนเกษตรกร ที่มีความจำเป็นต้องชำระหนี้หรือคืนเงินกู้ในช่วงที่รอเก็บเกี่ยวผลผลิต ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้มีมาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและลดดอกเบี้ย โดยจะขยายเวลาชำระต้นเงินให้เป็นเวลา 2 ปี และลดดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 3 ต่อปี และหากมีความต้องการใช้เงิน ยังสามารถขอกู้เงินได้รายละไม่เกิน 20,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 0.5 ต่อเดือน

นอกจากนี้ กระทรวงฯ มีแผนที่จะเดินทางไปเจรจาขยายตลาดสินค้ามันสำปะหลังในอินเดีย เกาหลีใต้และญี่ปุ่น ซึ่งมีความต้องการนำเข้าแป้งมันสำปะหลัง มันเส้น มันอัดเม็ดและกากมันอัดเม็ดจากไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าจะสามารถหาตลาดรองรับผลผลิตได้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ได้จัดให้มีการเจรจาจับคู่ธุรกิจสินค้ามันสำปะหลังกับผู้ซื้อในต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 13-16 พ.ย.นี้ด้วย

สำหรับมาตรการดูแลราคามันสำปะหลังอื่นๆ เช่น การขอความร่วมมือสมาคมโรงงานผู้ผลิตเอทานอล รับซื้อหัวมันสดที่เชื้อแป้ง 25% ราคากก.ละ 1.90 บาท ซื้อได้วันละ 1.3 หมื่นตัน ประสานกระทรวงพลังงานปรับเพิ่มส่วนผสมเอทานอลในน้ำมัน ดูแลการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

จับกุมดำเนินคดีผู้ขนย้ายมันสำปะหลังที่ฝ่าฝืนประกาศ กก

จับกุมดำเนินคดีผู้ขนย้ายมันสำปะหลังที่ฝ่าฝืนประกาศ กก

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ด้วยในปัจจุบันสถานการณ์ราคาหัวมันสำปะหลังสดมีราคาลดลง เกรงว่าเกษตรกรจะได้รับความเดือดร้อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางอภิรดี ตันตราภรณ์) จึงมีคำสั่งให้กรมการค้าภายใน จัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบการขนย้ายมันสำปะหลัง เพื่อป้องกันมิให้มีการลักลอบนำเข้ามันสำปะหลังทั้งหัวมันสดและมันเส้นจากประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากจะทำให้ราคามันสำปะหลังในประเทศตกต่ำ

โดยเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2559 สายตรวจเฉพาะกิจของกรมการค้าภายใน ได้จับกุมรถบรรทุกพ่วง จำนวน 3 คัน ซึ่งบรรทุกหัวมันสำปะหลังสดออกมาจากด่านช่องจอม เจ้าหน้าที่สายตรวจจึงได้ติดตามรถบรรทุก 3 คันดังกล่าวจนถึงอำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ และได้ตรวจสอบการขออนุญาตขนย้ายหัวมันสำปะหลังสด พบว่าผู้ขนย้ายหัวมันสดทั้ง 3 คัน มีพฤติการณ์ขนย้ายหัวมันสดไม่ตรงตามที่ได้รับอนุญาต โดยพบว่ามันสำปะหลังที่บรรทุกมามีน้ำหนักเกินกว่าที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 10 พ.ศ. 2559 เรื่อง การควบคุมการขนย้ายหัวมันสำปะหลังสดและมันเส้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เหตุเกิดที่ถนนโชคชัยเดชอุดม อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่สายตรวจเฉพาะกิจ

กรมการค้าภายในจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรประโคนชัยเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้ ในปี 2559 กรมการค้าภายในได้มีการตรวจสอบและจับกุมดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดขนย้ายมันสำปะหลัง โดยฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการฯ ฉบับที่ 10 พ.ศ. 2559 ดังกล่าวแล้ว จำนวน 37 ราย และมีบางรายศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษจำคุกผู้กระทำความผิดแล้ว

อธิบดีกรมการค้าภายในกล่าวเพิ่มเติมว่า หากเกษตรกรรายใดไม่ได้รับความเป็นธรรมในการขายหัวมันสำปะหลังสด รวมทั้งพบเห็นหรือทราบเบาะแสการกระทำความผิดในการขนย้ายมันสำปะหลังโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 10 พ.ศ. 2559 เรื่อง การควบคุมการขนย้ายหัวมันสำปะหลังสดและมันเส้น สามารถแจ้งข้อมูลมาได้ที่สายด่วน 1569 กรมการค้าภายใน หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

ราคามันสำปะหลังร่วงต่ำสุดโลละ 1.20 บาท หลังผลผลิตออก ตลาดส่งออกไม่มี มาตรการรัฐเอาไม่อยู่

ราคามันสำปะหลังร่วงต่ำสุดโลละ 1.20 บาท หลังผลผลิตออก ตลาดส่งออกไม่มี มาตรการรัฐเอาไม่อยู่

มาตรการดูแลมันสำปะหลังเอาไม่อยู่ ราคายังดิ่งต่อเนื่อง ล่าสุดลงไปต่ำสุดกิโลละ 1.20 บาท ก่อนดีดขึ้นมาอยู่ที่เฉลี่ย 1.45-1.55 บาท ส่วนราคามันเส้นและราคาส่งออกยังลดลงด้วย เหตุผลผลิตออกมาก ไม่มีตลาดส่งออกรองรับ เผยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ก็ตก เกษตรกรแฉยังมีการนำเข้าข้าวสาลีอีกกว่า 2.5 แสนตัน ทั้งๆ ที่ขอให้ชะลอ แถมกากข้าวโพดก็นำเข้าพุ่งทะลุ 4 แสนตัน “อภิรดี” ยังมั่นใจมาตรการที่มีดันราคาได้

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ขณะนี้ราคามันสำปะหลัง เชื้อแป้ง 25% ที่ จ.นครราชสีมา ยังคงมีราคาตกต่ำ โดยราคาปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 1.45-1.55 บาท โดยเคยลงไปต่ำสุดที่กก.ละ 1.20 บาท และยังเป็นราคาที่ปรับลดลงจากเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ที่เคยอยู่ที่ กก.ละ 1.70-2.00 บาท ขณะที่ราคามันเส้น ณ โกดังผู้ส่งออก จ.พระนครศรีอยุธยา เฉลี่ยอยู่ที่ กก.ละ 5.10-5.45 บาท ลดลงจาก 5.60-5.85 บาท ส่วนราคาส่งออกมันเส้นเอฟโอบี กรุงเทพฯ ตันละ 170-175 เหรียญสหรัฐ ลดจากตันละ 180 เหรียญสหรัฐ

สาเหตุที่ราคาตกต่ำ เนื่องจากขณะนี้ผลผลิตได้เริ่มออกสู่ตลาด และจะยิ่งออกสู่ตลาดมากขึ้นตั้งแต่เดือน พ.ย.เป็นต้นไป โดยราคายังมีแนวโน้มปรับตัวลดลงอีก เพราะมาตรการดูแลราคามันสำปะหลังที่รัฐบาลนำออกมาใช้ ไม่สามารถดึงราคาให้ปรับตัวสูงขึ้นได้ จากการที่เกษตรกรเข้าถึงได้ยาก ขณะที่แนวโน้มการส่งออก ก็ยังชะลอตัว ทำให้ราคาส่งออกปรับตัวลดลงตาม และกระทบต่อราคามันสำปะหลังภายในประเทศ

นอกจากนี้ยังพบว่า ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้มีการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ความชื้น 14% ที่ จ.สุโขทัย อยู่ที่ กก.ละ 6 บาท เลย 6.60 บาท น่าน 6.80 บาท เชียงราย อุทัยธานี และพิษณุโลก 7 บาท ต่ำกว่าที่ภาครัฐกำหนดให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์รับซื้อที่ กก.ละ 8 บาท

นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย นายกสมาคมผู้ประกอบการค้าพืชไร่ จ.นครสวรรค์ กล่าวว่า ผลจากการที่ผู้ผลิตอาหารสัตว์ยังคงมีการนำเข้าข้าวสาลีอย่างต่อเนื่อง ทำให้กระทบต่อราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพราะกระทรวงพาณิชย์แม้จะขอความร่วมมือให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์ชะลอการนำเข้าจนกว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะออกสู่ตลาดหมด แต่ก็ไม่มีใครทำตาม โดยยังคงมีการนำเข้า ซึ่งต้นเดือน ต.ค. รอขึ้นที่ท่าเรือ 5.5 หมื่นตัน ปลาย ต.ค.อีก 2.2 แสนตัน และช่วง 8 เดือนของปี 2559 (ม.ค.-ส.ค.) นำเข้าแล้วกว่า 3 ล้านตัน และยังมีรำข้าวสาลีอีก 4 หมื่นตัน ทำให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์ไม่มีการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หรือหากจะซื้อก็ตั้งเงื่อนไขในการรับซื้อไว้มากจนไม่มีการซื้อขายจริง

นอกจากนี้ยังมีการนำเข้ากากข้าวโพดมาแล้วกว่า 4 แสนตัน เพื่อใช้ทดแทนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในการผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดไม่น้อยกว่าการนำเข้าข้าวสาลี ขอให้กระทรวงพาณิชย์มีมาตรการดูแล โดยกำหนดเป็นสินค้าควบคุมและกำหนดมาตรการนำเข้าด้วย เพราะไม่เช่นนั้นจะกระทบต่อเกษตรกรทั้งระบบกว่า 5 ล้านครัวเรือน โดยเป็นผู้ปลูกข้าวโพดกว่า 1 ล้านครัวเรือน มันสำปะหลัง 1 ล้านครัวเรือน และข้าว 3.8 ล้านครัวเรือน

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้มาตรการดูแลราคามันสำปะหลัง ได้มีผลใช้แล้ว หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติ โดยมี 6 มาตรการ คือ โครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง, โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลังในระบบหยดน้ำ, โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร, โครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตและการแปรรูปมันสำปะหลัง, โครงการพักชำระหนี้เงินต้นและลดดอกเบี้ยให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง และโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง

ส่วนมาตรการอื่นๆ ได้กำหนดให้ช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากเดือน ม.ค.-เม.ย. ผู้ส่งออกจะต้องสต๊อกมันเส้นไว้ในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 หากส่งออก 1 ตัน ต้องเก็บสต๊อก 1 ตัน เพื่อให้มีการซื้อเก็บสต๊อกมากขึ้น และยังได้เตรียมจัดกิจกรรมเชื่อมโยงตลาดแป้งมันสำปะหลัง โดยเชิญผู้ซื้อต่างประเทศเข้ามาเจรจาซื้อขายมันเส้นและแป้งมันจากผู้ประกอบการไทยในเดือน พ.ย.นี้ รวมทั้งขอความร่วมมือโรงานเอทานอลและผู้ผลิตอาหารสัตว์ให้รับซื้อมันสำปะหลังมากขึ้น

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

ลุยขายข้าว-มันสำปะหลัง พาณิชย์เปิดบ้านดึงผู้ซื้อมาไทย

ลุยขายข้าว-มันสำปะหลัง พาณิชย์เปิดบ้านดึงผู้ซื้อมาไทย

“พาณิชย์” จัดงานใหญ่เชิญผู้นำเข้าทั่วโลก 300 ราย เจรจาซื้อข้าวและมันสำปะหลัง จากไทย 13-16 พ.ย.นี้

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) หรือทูตพาณิชย์ เชิญผู้ซื้อและผู้แทนการค้าที่มีศักยภาพจากทั่วทุกมุมโลกกว่า 300 ราย เดินทางมาร่วมเจรจาธุรกิจเพื่อซื้อขายข้าวและมันสำปะหลังกับผู้ประกอบการไทยระหว่างวันที่ 13-16 พ.ย.นี้
ทั้งนี้ การจัดงานจับคู่ธุรกิจเจรจาการค้าข้าวและมันสำปะหลัง ทางสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง รายงานว่าจะนำคณะผู้นำเข้าข้าวเดินทางเยือนประเทศไทยในช่วงเวลาดังกล่าวจำนวนกว่า 40 ราย และจะมีการจัดพิธีลงนามความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ระหว่างผู้นำเข้าข้าวกับผู้ประกอบการไทยด้วย คาดว่าจะมีการซื้อขายข้าวภายใต้เอ็มโอยูประมาณ 1 หมื่นตัน

“กระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้ทูตพาณิชย์ในทุกภูมิภาค เชิญชวนผู้ซื้อ ผู้นำเข้า เดินทางมาพบปะเจรจาการค้ากับผู้ประกอบการไทย โดยตั้งเป้าหมายว่าจะมีผู้นำเข้าจากภูมิภาคอาเซียนและเอเชียเข้าร่วมงานมากสุดประมาณ 100 ราย” นางอภิรดี กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในโอกาสที่ทางผู้ซื้อจากทั่วโลกจะเดินทางมาเยือนประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์จะมีการนำคณะผู้ซื้อและผู้นำเข้าสินค้าข้าวและมันสำปะหลังทั้งหมด เข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์จากข้าวและมันสำปะหลังของไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพและเทคโนโลยีการผลิตของไทย และนำไปสู่การขยายมูลค่าการค้าของผลิตภัณฑ์ข้าวและมันสำปะหลังต่อไปในอนาคต

นางอภิรดี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ขอเชิญชวนผู้ประกอบการทั้งผู้ส่งออกข้าวมันสำปะหลัง และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องของทั้งสองสินค้า อาทิ แป้งมัน แป้งข้าว สตาร์ชข้าว เส้นก๋วยเตี๋ยว และเส้นหมี่ที่ทำจากข้าว ผลิตภัณฑ์ขบเคี้ยวที่มาจากข้าว เป็นต้น มาเข้าร่วมโครงการจับคูธุรกิจ ซึ่งสามารถเข้าร่วมงาน โดยประสานกับสำนักส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า แผนการเชิญผู้นำเข้าจากทั่วโลกมาเจรจาซื้อข้าวและมันสำปะหลังจากไทย เพื่อเป็นการรองรับผลผลิตสินค้าฤดูกาลใหม่ทั้งข้าวเปลือกนาปี ฤดูกาล 2559/2560 และมันสำปะหลัง ฤดูกาล 2559/2560ที่กำลังทยอยออกมาในช่วงเดือน พ.ย.นี้

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

รัฐเร่งมาตรการช่วยเหลือชาวไร่มันสำปะหลัง

รัฐเร่งมาตรการช่วยเหลือชาวไร่มันสำปะหลัง

ครม.เพิ่มมาตรการช่วยเหลือชาวไร่มันสำปะหลัง หลังราคาตกต่ำต่อเนื่อง เร่งปล่อยสินเชื่อสร้างมูลค่าสินค้าให้เร็วขึ้นจาก 1 ธันวาคมเลื่อนเป็น 15 ตุลาคมปีนี้

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการมันสำปะหลังเพิ่มเติมของปี 2559/60 หลังจากได้อนุมัติแนวทางการบริหารจัดการมันสำปะหลังไปแล้ว 4 มาตรการ แต่ว่าหลังจากคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำหลัง (นบมส.) ได้พิจารณาพบว่าขณะนี้ราคามันสำปะหลังในประเทศและต่างประเทศมีแนวโน้มตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง จึงเห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการเพิ่มเติม

สำหรับมาตรการแรก ให้เลื่อนระยะเวลการดำเนินโครงการ 3 โครงการที่ ครม.ได้อนุมัติไว้คือ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลังในระบบน้ำหยด โครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตและการแปรรูปมันสำปะหลัง โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร จากของเดิมจะเริ่มดำเนินโครงการในวันที่ 1 ธันวาคม 2559 เป็นเลื่อนมาเป็นวันที่ 15 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไปเพื่อให้สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้เร็วขึ้น

มาตรการโครงการพักชำระหนี้ต้นเงินและลดดอกเบี้ยให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เพื่อบรรเทาภาระหนี้สินและลดต้นทุนในการประกอบอาชีพของเกษตรกร ซึ่งเป็นลูกค้าของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีเป้าหมายคือเกษตรกรที่เป็นลูกค้า ธ.ก.ส.ที่มีหนี้เงินกู้วัตถุประสงค์เพื่อการผลิตมันสำปะหลัง ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2559 รายละไม่เกิน 5 แสนบาท ทั้งหมดมีจำนวนประมาณ 5 แสนราย เป็นเงินกู้ทั้งหมดประมาณ 4 หมื่นล้านบาท ดังนั้น มาตรการนี้จะเป็นภาระของรัฐประมาณ 1,200 ล้านบาท

ส่วนโครงการเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินที่จำเป็นในครัวเรือนและเป็นการแก้ปัญหาการก่อหนี้นอกระบบไปในตัว โดยที่ทาง ธ.ก.ส.จะคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.5 ต่อเดือนหรือปีละ 6% วงเงินกู้รายละไม่เกิน 2 หมื่นบาท ระยะเวลาจ่ายเงินกู้ตั้งแต่ เดือน พ.ย. 59 – 31 มี.ค. 60 มีระยะเวลการชำระหนี้ไม่เกิน 12 เดือนนับตั้งแต่วันที่ทำสัญญา

ที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รมว.พาณิชย์สั่งติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตรสำคัญอย่างใกล้ชิดในพื้นที่น้ำท่วม

รมว.พาณิชย์สั่งติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตรสำคัญอย่างใกล้ชิดในพื้นที่น้ำท่วม

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์มันสำปะหลังอย่างใกล้ชิด รวมทั้งตรวจสอบการซื้อ-ขายหัวมันสด ณ โรงแป้งและลานมันทุกแห่งให้มีการปิดป้ายแสดงราคารับซื้ออย่างชัดเจนให้เป็นไปตามประกาศ กกร. อย่างเคร่งครัด และตรวจสอบเครื่องชั่ง เครื่องวัดเปอร์เซนต์เชื้อแป้งไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบทางการค้า

โดยพาณิชย์จังหวัด ได้ออกติดตามสถานการณ์การรับซื้อมันสำปะหลังของจังหวัด อาทิ จังหวัดกาฬสินธุ์ ปริมาณการรับซื้อหัวมันสดของโรงแป้งทั้ง 8 แห่งยังเต็มกำลังการผลิตเฉลี่ยวันละประมาณ 6500-7000 ตัน โดยมันที่เข้าสู่โรงแป้งในขณะนี้ส่วนใหญ่เป็นมันในจังหวัดประมาณ 70% อีกประมาณ 30% เป็นมันจากจังหวัดใกล้เคียง (อุดรธานี สกลนคร และมุกดาหาร) ราคารับซื้อเฉลี่ย หัวมันสดเชื้อแป้ง 25% กก.ละ 1.25-1.45 บาท (เพิ่ม-ลด%ละ 0.05 บาท) เชื้อแป้งโดยเฉลี่ยในขณะนี้ 23-26%

สำหรับสถานการณ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยังคงให้พาณิชย์จังหวัดจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังจากที่ กรมการค้าภายใน ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ให้รับซื้อเมล็ดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ ทั้งนี้ปริมาณผลผลิตข้าวโพดภายในประเทศยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจากความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในการผลิต 5.6-6 ล้านตันต่อปี ในสัดส่วนการใช้ข้าวโพดในอาหารสัตว์ประมาณ 60-65% แต่ผลผลิตข้าวโพดในประเทศมีเพียง 4.5 ล้านตันต่อปี ที่เหลือยังต้องนำเข้า

นางอภิรดี กล่าวต่อว่า ตัวเองยังมีความกังวลต่อสถานการณ์สินค้าเกษตรโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งจากรายงานของสำนักงานพาณิชย์จังหวัด สถานการณ์น้ำหลากท่วมในครั้งนี้ กระทบต่อพื้นที่เกษตรในวงแคบ ๆ เฉพาะในที่ลุ่มริมน้ำ และท่วมในระยะสั้น จึงคาดว่าพื้นเกษตรสามารถฟื้นตัวได้หลังน้ำลด ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดในพื้นที่น้ำท่วม และพื้นที่เฝ้าระวัง ได้ออกตรวจสอบสถานการณ์ทางการค้าและสำรวจความเสียหายของพื้นที่ทางการเกษตรอย่างใกล้ชิด โดยติดตามสถานการณ์สินค้าจำเป็นต่อการครองชีพในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย ดูแลมิให้เกิดการกักตุน ไม่ให้มีการฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค และป้องกันมิให้เกิดภาวะขาดแคลนสินค้า ทั้งในช่วงที่เกิดอุทกภัยและหลังเกิดอุทกภัย จัดหาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด เพื่อช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรที่ประสบภัย

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

“หัวมัน” ราคาต่ำสุดรอบ 20 ปี ชาวไร่เดือด-กระทุ้งรัฐจ่ายไร่ละ 1,000 บาท

“หัวมัน” ราคาต่ำสุดรอบ 20 ปี ชาวไร่เดือด-กระทุ้งรัฐจ่ายไร่ละ 1,000 บาท

สถานการณ์ราคาหัวมันสำปะหลัง ปีการผลิต 2558/2559 ช่วงโค้งสุดท้ายที่ลดลงเหลือ กก.ละ 1.20-1.30 บาท ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 20 ปีนับจากปี 2539 ที่ราคาเคยอยู่ที่ กก.ละ 0.80 บาท ทำให้เกษตรกรขาดทุนอย่างน้อย กก.ละ 0.90 บาท ส่งผลให้ชาวไร่มันออกมาเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์กำหนดมาตรการดูแลอย่างเร่งด่วน

เดือดร้อนถึงคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) ซึ่ง นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจาก นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ให้ดูแล รวมทั้ง "กรมการค้าภายใน" ต้องรีบชงมาตรการเสริม 2 มาตรการ คือ การพักชำระหนี้ให้เกษตรกร 2 ปี โดยรัฐบาลจ่ายชดเชยดอกเบี้ย 3% ให้คิดเป็นวงเงิน 1,200 ล้านบาท และมาตรการให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ปล่อยสินเชื่อใหม่ให้เกษตรกร 5 แสนราย รายละ 20,000 บาท ดอกเบี้ย 0.5% ต่อปี คาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายใน 15 ตุลาคม 2559 เพื่อเสริม 4 มาตรการเดิม

P590927-02

โซนนิ่งพื้นที่นาข้าวหนุนเกษตรกรปลูกมัน

พิจารณาโครงสร้างการผลิตมันสำปะหลังในแต่ละปีพบว่า ไทยมีผลผลิตมันสำปะหลัง 31-32 ล้านตัน "น้อยกว่า" ปริมาณความต้องการใช้ 40 ล้านตันต่อปี ทำให้ต้องนำเข้าจากเพื่อนบ้าน 800,000-1,000,000 ตันต่อปีซึ่งไม่น่าเป็นเหตุผลที่ทำให้มันสำปะหลังราคาตก

แหล่งข่าวในวงการมันสำปะหลังตั้งข้อสังเกตว่า ราคามันสำปะหลังที่ลดลงอย่างผิดปกติมาจาก 2-3 สาเหตุ คือ 1) ผลพวงจากการใช้มาตรการโซนนิ่งสินค้าเกษตรกรเมื่อปี 2557 ที่ภาครัฐสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ข้าวโพด และอ้อยให้ปรับเปลี่ยนพื้นที่่มาปลูกมันสำปะหลังแทน เพราะรายได้เฉลี่ยต่อไร่จากการปลูกมันสำปะหลัง 4,141 บาทสูงกว่าการปลูกข้าว 271 บาท

หากยังจำได้ นโยบายปรับพื้นที่ (โซนนิ่ง) ระบุว่า หากเปลี่ยนนาดอน 2 ล้านไร่มาปลูกมันฯ จะช่วยเกษตรกรมีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 15 เท่า หรือราว 7,740 ล้านบาทต่อปี แต่หลังจากโซนนิ่งแล้วก็ไม่มีการติดตาม จนผลผลิตมันสำปะหลังจำนวนมากมาโผล่ในปีนี้

2) เมื่อปี 2558 ที่ผ่านมาเป็นปีที่เกิดภัยแล้งรุนแรง ส่งผลให้การปลูกมันปีการผลิต 2558/2559 ต้องเลื่อนออกไปจากปกติ ชาวไร่จะขุดหมดไปตั้งแต่เดือนพฤษภาคม เป็นขุดช้าจนถึงเดือนกันยายน ผลผลิตปี 2558/2559 ก็ยังไม่หมด ขณะที่ผลผลิตมันปี 2559/2560 ก็กำลังจะตามออกมาในเดือนตุลาคมนี้

ชาวไร่มันเจอเคราะห์ซ้ำกรรมซัด

นอกจากนี้ ยังเจอแจ็กพอตซ้ำเนื่องจากฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ทำให้ต้องเร่งขุดเพื่อหนีฝนอีก ส่งผลให้คุณภาพเปอร์เซ็นต์แป้งลดลงจากเกณฑ์ 25% เหลือ 21-22% ทำให้ราคาร่วงลงอีก

3) กลไกตลาดผิดปกติกล่าวคือ เกษตรกรจะต้องขายมันให้ลานมันและโรงแป้ง เพื่อนำไปแปรรูปเป็นมันเส้น และแป้งมันสำหรับส่งออก แต่ช่วงนี้ "ผู้ซื้อ" น้อยราย เพราะเมื่อฝนตกหนักลานมันไม่สามารถตากมันได้ ต้องหยุดซื้อ เกษตรกรหมดทางเลือกจึงต้องขนหัวมันไปขายให้กับโรงแป้ง ซึ่งเปิดทำการเพียง 50% หรือประมาณ 45 โรงจากทั่วประเทศ ผลต่อเนื่องตามมา คือ

"โรงแป้ง" แบกสต๊อกมากจนรับไม่ไหว จึงต้องไปเร่งส่งออกให้เร็วที่สุด นำมาสู่ปัญหาการตัดราคากันเอง ทำให้ราคาส่งออกเอฟโอบีแป้งมันลดลงจากตันละ 335-350 เหลือตันละ 290 เหรียญสหรัฐ ต่ำสุดในรอบหลายปีเช่นเดียวกัน และคิดทอนกลับเป็นราคาแป้งจะเหลือ กก.ละ 9 บาท จากเคยขายได้ 12-13 บาท ทำให้ราคาหัวมันเหลือเพียง กก.ละ 1.40 บาท ปรากฏการณ์นี้เริ่มจากกลุ่มโรงแป้งในพื้นที่ที่ยังมีผลผลิตปี 2558/2559 ค้างอยู่ เช่น จ.กาฬสินธุ์ มหาสารคาม เลย อุดรธานี และขอนแก่น และลามไปยังโรงแป้งในพื้นที่อื่นต้องลดราคาลงตามซ้ำร้ายตลาดส่งออกหลักอย่างจีนซึ่งมีสัดส่วนกว่า 90% มีนโยบาย "ลด" การนำเข้ามันเส้นจากไทย หันไปใช้สต๊อกข้าวโพดที่รัฐบาลให้การสนับสนุนเกษตรกรแทน โดยคาดการณ์ว่าปีนี้จีนจะระบายสต๊อกข้าวโพด 50 ล้านตันจากทั้งหมด 250 ล้านตัน

4 สมาคมมันเสียงแตก

เหตุผลทั้งหมดนี้ทำให้ "สมาคมโรงแป้งมันสำปะหลังไทย" ถูกผลักเป็นจำเลยกดราคามัน และไม่สามารถเข้าร่วมกับ 3 สมาคมมันสำปะหลัง ซึ่งนำโดยนางสุรีย์ ยอดประจง นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย นายนิยม จุฬาเสรีกุล นายกสมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย และ นายสมบูรณ์ วัฒนวาณิชย์กุล นายกสมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มมาตรการแก้ไขปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำอย่างเร่งด่วนได้

สาระสำคัญของแถลงการณ์นั้นเสนอให้รัฐออกมาตรการเร่งด่วน ช่วยเหลือสนับสนุนเงินให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน 3 แสนครัวเรือน ไร่ละ 1,000 บาท เป็นวงเงิน 8,600 ล้านบาท ให้เกษตรกรมีเงินใช้จ่ายเพื่อจะได้ชะลอการขุดมันออกไป 50-60 วัน ด้วยหวังว่าจะดึงจังหวะรอให้หมดฝน แล้ว "ลานมัน" กลับมาช่วยซื้อและช่วยให้ผลผลิตหัวมันมีคุณภาพมากขึ้น พร้อมทั้งขอให้ภาครัฐเพิ่มความเข้มข้นในการควบคุมเรื่องการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเสนอให้กำหนดโควตาและให้ผู้นำเข้ามานำเข้ามาเพื่อส่งออก ซึ่งจะช่วยลดซัพพลายส่วนเกินได้

นายธีระชาติ เสยกระโทก ผู้ประสานงานสมาพันธ์ชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทยกล่าวว่า ในพื้นที่เกษตรกรไม่สามารถชุนนุมประท้วงได้เหมือนในอดีต กลไกการแก้ไขปัญหาจึงมีการหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละพื้นที่ เพื่อขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการลานมันช่วยเข้ารับซื้อหัวมัน (เปอร์เซ็นต์แป้ง 25%) จากเกษตรกรในราคา กก.ละ 2.10 บาท ขณะที่ผู้ประกอบการโรงแป้งในพื้นที่ยืนยันว่า ไม่สามารถรับซื้อในราคาดังกล่าวได้ เพราะขณะนี้การส่งออกแป้งประสบปัญหาด้านราคา อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลผลิตมันสำปะหลังปีนี้ยัง เหลืออยู่ 10% เท่านั้น หากกระทรวงพาณิชย์มีมาตรการชัดเจนน่าจะช่วยยกระดับราคาขึ้นได้

ขยายตลาด-ดูแลโซนนิ่ง

สำหรับมาตรการแก้ไขปัญหาเชิงรุก "นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง" ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะภาคเอกชนออกไปเจรจาเพื่อขยายตลาดส่งออก 3 แห่ง คือ อินเดีย ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ช่วง 26-30 กันยายนนี้ ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อการขยายตลาดส่งออกใหม่ ลดการพึ่งพาการส่งออกตลาดจีนได้ในอนาคต ขณะเดียวกันได้นำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น จ.สระแก้ว เพื่อขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลการลักลอบนำเข้ามันเส้น

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายยังกังวลว่าปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้นหลังจากใช้มาตรการโซนนิ่งภาคการเกษตรจะยังมีต่อเนื่องจนถึงปีการผลิต 2559/60 ดังนั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดกลไกการติดตามข้อมูลให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการราคาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

จ่อทุ่ม 1.2 พันล.ช่วยผู้ปลูกมันฯ ชงครม.พักชำระหนี้ / ปล่อยกู้ 5 แสนราย

จ่อทุ่ม 1.2 พันล.ช่วยผู้ปลูกมันฯ ชงครม.พักชำระหนี้ / ปล่อยกู้ 5 แสนราย

คณะกรรมการการมันสำปะหลัง เตรียมของบครม. 1,200 ล้าน ดูแลเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง พร้อมเสนอ ครม.อนุมัติ 4 แนวทางดูแลมันสำปะหลังเพิ่มเติม

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) มีมติให้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่มงบประมาณช่วยเหลือดูแลเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง 1,200 ล้านบาท พร้อมจะเสนอให้ครม.รับทราบและอนุมัติมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร 4 ข้อ คือ

1.การช่วยพักชำระหนี้เงินต้นให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เป็นระยะเวลา 24 เดือน วงเงิน 1,200 ล้านบาท ครอบคลุมเกษตรกร 5 แสนราย ซึ่ง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะชดเชยดอกเบี้ยให้ 1.5% และรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ 1.5%

2.ให้ ธ.ก.ส. ปล่อยกู้ ให้สินเชื่อเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เพื่อนำมาใช้จ่ายฉุกเฉิน และเพิ่มสภาพคล่อง จำนวน 5 แสนราย รายละไม่เกิน 20,000 บาท ในอัตราดอกเบี้ย 0.5%,

3.ให้หน่วยงานต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเข้ามันสำปะหลัง ทำงานอย่างเข้มงวดมากขึ้น เช่นการตรวจสอบเชื้อไวรัส การลักลอบนำเข้า เป็นต้น และ

4.การดึงมันสำปะหลังออกสู่ตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สค.) จะร่วมมือกัน นำผู้ประกอบการ ผู้นำเข้าจากต่างประเทศ มาทำแมทชิ่ง หรือการเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไทย เพื่อกระจายมันสำปะหลังไปยังประเทศที่มีความต้องการใช้มัน เช่น อินเดีย

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ในการประชุม นบมส. ได้เห็นชอบร่วมกันที่จะเพิ่มมาตรการดูแลสินค้ามันสำปะหลัง และช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังเพิ่มเติมจากเดิม เพราะมองว่ามาตรการเดิมอาจยังไม่เพียงพอ ซึ่งจะเสนอ ครม. ให้รับทราบและอนุมัติในสัปดาห์หน้า สำหรับสิ่งที่จะเสนอ ครม.เพิ่มเติม เช่น การพักชำระหนี้เงินต้นให้เกษตรกร แต่เกษตรกรยังต้องมีการจ่ายดอกเบี้ยคืน ธ.ก.ส. และการให้เข้มงวดเรื่องการนำเข้ามันสำปะหลังมากขึ้น เพราะมันสำปะหลังมีการนำเข้าทั้งปี ซึ่งเป็นการนำเข้าหัวมันสด จึงอาจเกิดปัญหาด้านสุขอนามัยมีการติดเชื้อได้ ดังนั้น การนำเข้าอาจต้องให้จำกัดการเข้าได้เฉพาะด่านถาวรที่มีศักยภาพ มีทีมที่สามารถตรวจสอบสุขอนามัยได้เท่านั้น ไม่ให้นำเข้าด่านอื่นๆ และหากนำเข้ามาผ่านด่านที่ไม่ได้รับอนุญาตก็จะถือว่าเป็นการลักลอบนำเข้าที่ผิดกฎหมาย ขณะเดียวกันจะดูแลสินค้าเกษตร ทั้ง ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด

“ทั้งนี้ได้มีการเสนอในที่ประชุม นบมส. ให้ใช้มาตรการดูแลเกษตรกร โดยวิธีการชะลอการขุดมันสำปะหลังแต่ที่ประชุมไม่เห็นด้วย เพราะในปีก่อนก็ใช้มาตรการดังกล่าวแล้ว และทำให้เกิดหนี้เสียจำนวนมากแถมยังตรวจสอบยาก ดังนั้น จึงไม่อนุมัติแนวทางดังกล่าว”น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ กล่าว

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

พณ.จ่อชงครม.พักหนี้ชาวไร่มัน ชะลอนำเข้าข้าวสาลี พยุงราคาข้าวโพด

พณ.จ่อชงครม.พักหนี้ชาวไร่มัน ชะลอนำเข้าข้าวสาลี พยุงราคาข้าวโพด

พาณิชย์ สั่งโรงงานอาหารสัตว์ ซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศไม่ต่ำกว่ากก.ละ 8 บาท และชะลอนำเข้าข้าวสาลี หวังดึงไม่ให้ราคาข้าวโพดตกต่ำ ในช่วงที่ผลผลิตออกมากตั้งแต่พ.ย.-ธ.ค.นี้ ขณะเดียวกัน จี้ผู้ประกอบการมันสำปะหลัง ซื้อหัวมันสดโลละ 1.90 บาท เตรียมชง ครม. พักหนี้ชาวไร่มัน

เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 59 นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า การเตรียมรับมือผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูกาลผลิตปี 59/60 ที่จะออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือน พ.ย.นี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาตกต่ำนั้นทางเราได้ขอความร่วมมือโรงงานอาหารสัตว์ ให้รับซื้อเมล็ดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศในราคาไม่ต่ำกว่าปีก่อน หรือกิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า 8 บาท ที่ความชื้น 14.5% โดยเมื่อทอนเป็นราคาที่เกษตรกรขายแบบฝักจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 3.80-4.00 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรอยู่ได้

‘ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศจะออกมากตั้งแต่เดือน พ.ย.-ธ.ค. ปีนี้มีประมาณ 4 ล้านตัน ไม่เพียงพอต่อความต้องการอยู่แล้ว เพราะโรงงานอาหารสัตว์ใช้ปีละประมาณ 7-8 ล้านตัน แต่เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาลดลงในช่วงผลผลิตออกมาก กรมฯ ได้ขอความร่วมมือโรงงานรับซื้อไม่ต่ำกว่ากก.ละ 8 บาท ที่ความชื้น 14.5%’

ทั้งนี้หากโรงงานใดซื้อราคาต่ำกว่าที่ขอความร่วมมือไว้ ให้เกษตรกรแจ้งมาได้ที่กรมฯ จะดำเนินการแก้ปัญหาให้ เช่น อาจจะกำหนดเป็นราคาแนะนำ ที่โรงงานจะต้องรับซื้อ หรือกำหนดมาตรการอื่นๆ ต่อไป คาดว่าราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ น่าจะปรับสูงขึ้นในช่วงปลายฤดู ซึ่งปีที่ผ่านมา ราคาปรับขึ้นไปได้ถึงกิโลกรัมละ 9 บาท พร้อมกันนั้น ยังได้ขอความร่วมมือให้โรงงานอาหารสัตว์ ชะลอการนำเข้าข้าวสาลีออกไปก่อน โดยให้นำเข้าได้ในช่วงที่ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ออกหมด หรือประมาณช่วงเดือน ก.พ.เป็นต้นไป เพื่อไม่ให้กระทบกับราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

นางสาววิบูลย์ลักษณ์ กล่าวว่า ส่วนการแก้ปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำนั้นได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการมันสำปะหลังให้รับซื้อหัวมันสดจากเกษตรกรกิโลกรัมละ 1.90 บาท ซึ่งผู้ประกอบการโรงงานมันเส้น และเอทานอล รับปากจะให้ความร่วมมือ เพราะราคาส่งออกมันเส้นของไทยดีมาก แต่ขอให้เกษตรกรอย่าเพิ่งเร่งรีบขุดหัวมัน เพราะจะได้คุณภาพต่ำ และเชื้อแป้งไม่ได้ตามมาตรฐานที่ 25%

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) ที่มีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ เป็นประธาน เมื่อวันที่ 22 ก.ย.นี้ ได้อนุมัติมาตรการพักชำระหนี้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง โดยมีเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 560,000-600,000 ครัวเรือน คาดจะใช้เงินงบประมาณ 1,400 ล้านบาท รวมถึงยังมีมาตรการชดเชยดอกเบี้ยให้เกษตรกร เพื่อชะลอการขุดหัวมัน ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีเงินไปใช้จ่ายในช่วงที่ยังขายผลผลิตไม่ได้ ซึ่งจะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในสัปดาห์หน้า

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

เสียงครวญจากไร่

เสียงครวญจากไร่

กลายเป็นประเด็นที่ถูกเมินมาหลายปีจากกระทรวงพาณิชย์ กรณีปล่อยให้นำเข้าข้าวสาลีและกากข้าวโพดเหลือจากการทำเอทานอล (DDGS) มาผลิตอาหารสัตว์มากเกินไป นกระทบต่อเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไทย

กลางปีที่ผ่านมา ผู้ได้รับผลกระทบอดรนทนไม่ไหวจัดเวทีระดมความคิดเห็นผ่านสภาเกษตรกรแห่งชาติ นำข้อเสนอยื่นต่อนายกรัฐมนตรีไป ไม่ได้มีรีแอ็กชั่นใดๆ ตอบกลับจากกระทรวงพาณิชย์ แถมยังปล่อยให้นำเข้ากันได้แบบเสรีแบบไม่มีลิมิต ปล่อยให้เกษตรกรต้องร้องเพลงรอเคล้าน้ำตาต่อไป

ทั้งที่ภัยแล้งอันแสนสาหัสที่ผ่านมา เกษตรกรหลงดีใจตั้งความหวัง ช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดคงได้ขายของสักที สุดท้ายกลไกตลาดเป๋ไม่เป็นท่า ผลผลิตมีน้อยแต่กลับราคาถูก…แม้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์จะยังมีความต้องการ แต่กลับถูกแทนที่ด้วยข้าวสาลีนำเข้าและ DDGS แบบอันลิมิเต็ดนี่ยังไม่รวมการนำเข้ารำข้าวสาลีอัดเม็ดจากอินโดนีเซีย ที่มีถี่ขึ้นในระยะหลัง แทนที่จะใช้รำข้าวสารไทย

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 1 กก.ยังไม่พอซื้อไข่ไก่ 1 ฟอง ส่วนมันสำปะหลังบางแห่งเหลือกิโลละไม่ถึงบาท

ด้วยเหตุนี้วันก่อนเวทีสัมมนา “ฝ่าวิกฤติปัญหาเสถียรภาพราคาสินค้าพืชเศรษฐกิจหลักของไทย” โดยสภาเกษตรฯ จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมาอีกครั้ง…หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ส่งตัวแทนระดับหัวเข้าร่วมตลอดงาน

ยกเว้นหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์…พูดเสร็จ หนีกลับ ทั้งที่เป็นคู่กรณีโดยตรง

งานนี้เดือดถึงขนาดเรียกร้องให้ท่านผู้นำใช้อำนาจ ม.44 ปลด รมว.พาณิชย์ แถมออกอาการครั่นเนื้อครั่นตัวอยากแสดงพลัง…ยิ่งยกเลิกพลเรือนขึ้นศาลทหารแล้ว อะไรก็เกิดขึ้น ถ้าเหลืออดจริงๆ

เกษตรกรคาใจ เหตุใดไม่มีใครกล้ายุ่งเรื่องนำเข้าตรงนี้เลย หรือมีอะไรจุกที่คอระดับบิ๊กกระทรวง ตั้งแต่ระดับหัวหน้า อธิบดี ยันรัฐมนตรี

ฤาดวงตาท่านเห็นหน้าอันสิ้นหวังของเกษตรกร แต่มือยังคงพาดห้อยลงใต้โต๊ะ เก็บอะไรเข้ากระเป๋ารึเปล่า…เขาแค่ตั้งข้อสงสัยไปงั้นๆ.

สะ–เล–เต

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Recent Posts