บุญชัย ศรีชัยยงพานิช มั่นใจส่งออก “มันสำปะหลัง” ฟื้น

บุญชัย ศรีชัยยงพานิช มั่นใจส่งออก “มันสำปะหลัง” ฟื้น

สัมภาษณ์

ภาพการค้าการส่งออกสินค้ามันสำปะหลังของไทยในปี 2560 ถึง 2561 เริ่มมีสัญญาณและทิศทางที่ดีขึ้น ภายหลังจากประเทศผู้นำเข้าหลักอย่างจีน เริ่มมีการนำเข้ามันสำปะหลังมากขึ้น ขณะที่สินค้าจำพวกแป้งมัน มันอัดเม็ดเริ่มมีตลาดใหม่เข้ามา ส่งผลให้การส่งออกมันสำปะหลังไทยดีขึ้นตามลำดับ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้มีโอกาส สัมภาษณ์พิเศษ “บุญชัย ศรีชัยยงพานิช” นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทยคนใหม่ ถึงแนวโน้มและทิศทางมันสำปะหลังไทย

Q : การส่งออกมันสำปะหลัง

ภาพการส่งออกมันสำปะหลังไทยทั้งปี 2560 ประเมินการส่งออกไว้ที่ 6.5 ล้านตันเฉพาะมันเส้น ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่การส่งออกทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 6.3 ล้านตัน ล่าสุดการส่งออกมันเส้น ณ เดือนกรกฎาคม 2560 มีปริมาณ 484,364 ตัน มันอัดเม็ด ปริมาณ 11,260 ตัน และ แป้งมัน ปริมาณ 301,006 ตัน ขณะที่การส่งออกมันสำปะหลังในช่วงโค้งสุดท้าย

หากดูจากความต้องการนำเข้าของจีน ยังคงมีความต้องการนำเข้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปผลิตเอทานอล ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรดี จึงเชื่อว่าภาพรวมการส่งออกทั้งปีน่าจะขยายตัวไปในทิศทางที่ดี แต่หากดูจากปริมาณผลผลิตภายในประเทศแล้ว อาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการในตลาดโลก เนื่องจากผลผลิตที่กำลังจะออกสู่ตลาดในฤดูกาลผลิต 2560/61 น่าจะออกมาล่าช้า และ คาดว่าอาจจะลดลงประมาณ 10% เหลือ 28 ล้านตันจากปกติผลผลิตจะออกมาประมาณ 30 ล้านตัน

Q : ทิศทางราคาของมันสำปะหลัง

คาดการณ์ไว้ว่าราคามันสำปะหลังโดยเฉพาะหัวมันสด อาจจะยังไม่ปรับลง เนื่องจากผลผลิตน้อย และความต้องการมันสำปะหลังในตลาดยังมีมาก เกษตรกรน่าจะขายได้ราคาดี ประมาณ 2 บาทกว่าต่อกิโลกรัม ขณะที่ต้นทุนของการเพาะปลูกมันสำปะหลังของเกษตรกรอยู่ที่ 1-2 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งขึ้นอยู่กับการเพาะปลูกของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ด้วย

ส่วนทิศทางราคามันสำปะหลังเส้นในตลาดโลกปัจจุบันอยู่ที่ 190 เหรียญสหรัฐต่อตัน เพิ่มขึ้นจากเดิมอยู่ที่ 150 เหรียญสหรัฐต่อตัน เพราะสต๊อกผลผลิตเราน้อยลง แต่เพื่อให้เกษตรกรขายมันสำปะหลังได้ราคา สมาคมฯยังมองว่า ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลด้วย โดยเฉพาะประเด็นของการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อไม่ให้กระทบผลผลิตภายในประเทศ ต้องดูแลให้ถูกต้อง และสิ่งที่สำคัญ คือ การรักษาคุณสินค้าโดยเฉพาะสินค้านำเข้า ต้องมีคุณภาพเพื่อการส่งออก ถูกต้องตามมาตรฐานที่ประเทศไทยกำหนด เพราะที่ผ่านมามันสำปะหลังที่มีการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้รับการดูแลอย่างเข้มงวดมากนัก

Q : แนวโน้มตลาดส่งออกโค้งสุดท้าย

ตอนนี้กระทรวงพาณิชย์นำผู้ส่งออกไปศึกษาและดูตลาดมันเม็ดที่ตุรกี ซึ่งล่าสุดมีการส่งออกแล้ว 20,000 ตัน และคาดว่าความต้องการนำเข้ามันอัดเม็ด จากประเทศไทยน่าจะเพิ่มขึ้น ถ้าราคามันอัดเม็ดของไทยยังสามารถแข่งขันได้ ถือเป็นการไปเริ่มเปิดตลาดใหม่ให้กับสินค้ามันสำปะหลัง เนื่องจากที่ผ่านมา ไทยยังไม่เคยมีการส่งออกไปตุรกีเลย

นอกจากนี้ ทางผู้ส่งออกและกระทรวงพาณิชย์ ยังมีแนวทางพัฒนาสูตรอาหารสัตว์ให้กับโรงงานตุรกีด้วย หากมีความเข้าใจว่าการใช้วัตถุดิบจากมันอัดเม็ดให้คุณค่าทางอาหารอย่างไร เชื่อว่าน่าจะมีการนำเข้าเพิ่มขึ้น

ส่วนตลาดหลักอย่างจีนยังคงต้องรักษาตลาดไว้ โดยจีนมีทิศทางการนำเข้ามันจากไทยเพิ่มขึ้น เนื่องจากนโยบายพึ่งพิงผลผลิตภายในประเทศเริ่มผ่อนผันลง ความต้องการที่จะเร่งผลิตเอทานอลมากขึ้น จีนจึงน่าจะนำเข้าเพิ่มขึ้น

Q : สถานการณ์การแข่งขัน

สถานการณ์คู่แข่งอย่างเวียดนาม โดยเฉพาะตลาดแป้งมัน ไม่ได้กังวล เนื่องจากกำลังการผลิตยังจำกัด ส่วนมันเส้นประเทศไทยยังเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1

Q : ผู้ส่งออกไทยตัดราคากันเอง

ปัญหาการแข่งขันตัดราคากันเองภายใน ทาง 3 สมาคมมันสำปะหลังมีข้อตกลงขอความร่วมมือไม่ให้ส่งออกในราคาที่ต่ำเกินไป หรือตัดราคากันเอง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับภาพรวมการส่งออกมันสำปะหลังของไทย

โดยสมาคมได้ประกาศราคาแนะนำตั้งแต่เดือนกันยายน 2560 เป็นต้นมา ขอความร่วมมือผู้ส่งออกไม่ให้ขายราคาต่ำกว่าราคาแนะนำ 176 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งจะมีการปรับราคาแนะนำขึ้นลงตามราคาตลาด ณ เวลานั้น ล่าสุดสมาคมฯ ประกาศราคาแนะนำ 187 เหรียญสหรัฐต่อตัน

หลังขอความร่วมมือยังไม่มีผู้ส่งออก หรือสมาชิกรายใดส่งออกในราคาที่ต่ำกว่าราคาแนะนำไว้ ถือว่าสมาชิกทุกสมาคมให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามีผู้ส่งออกไม่ให้ความร่วมมือ ทางสมาคมฯจะมีมาตรการดูแลขั้นแรกจะส่งหนังสือตักเตือน หากยังพบการกระทำอีกจะเรียกผู้ส่งออกรายนั้นมาตักเตือน และขั้นสุดท้ายจะพิจารณาให้ออกจากการเป็นสมาชิก ส่วนนโยบายอื่นๆ อยู่ระหว่างการพิจารณา อีกครั้งภายหลังจากการลงพื้นที่สำรวจผลผลิตทั้งประเทศในเร็วๆ นี้

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

“พาณิชย์”เผยราคาข้าวโพด-มันสำปะหลังดีขึ้นต่อเนื่อง

“พาณิชย์”เผยราคาข้าวโพด-มันสำปะหลังดีขึ้นต่อเนื่อง

“พาณิชย์”เผยมาตรการดันราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และมันสำปะหลังประสบความสำเร็จ ระบุราคาปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ข้าวโพดฝักกิโลละ 4.10-4.20 บาท ข้าวโพดเมล็ด 7.30-7.35 บาท ส่วนราคาที่โรงงานอาหารสัตว์รับซื้อ 8 บาท ขณะที่มันสำปะหลังสด 1.95 บาท มันเส้น 5.00-5.80 บาท แป้งมัน 10.90-11.20 บาท

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามความคืบหน้าการใช้มาตรการดูแลราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และมันสำปะหลังที่ได้ดำเนินการก่อนหน้านี้ พบว่า ขณะนี้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาที่ผู้ค้าท้องถิ่นรับซื้อที่จังหวัดเพชรบูรณ์สำหรับข้าวโพดฝัก ความชื้นไม่เกิน 30% ราคาอยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 4.10-4.20 บาท ข้าวโพดเมล็ด ความชื้นไม่เกิน 30% กก.ละ 5.30-5.35 บาท และข้าวโพดเมล็ด ความชื้นไม่เกิน 14.5% กก.ละ 7.30-7.35 บาท และที่จังหวัดนครราชสีมา ข้าวโพดเมล็ด ความชื้นไม่เกิน 14.5% กก.ละ 7.30-7.50 บาท ส่วนราคาที่ไซโลรับซื้ออยู่ที่กก.ละ 7.25-7.30 บาท และโรงงานอาหารสัตว์รับซื้อ กก.ละ 8.00 บาท

“ราคาข้าวโพดที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นผลมาจากการใช้โมเดล 3 ประสาน ทำการเชื่อมโยงการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ระหว่างเกษตรกร พ่อค้าคนกลาง และโรงงานอาหารสัตว์ ซึ่งได้นำร่องที่จังหวัดนครราชสีมา และได้ขยายต่อไปยังจังหวัดที่ปลูกข้าวโพดอื่นๆ และยังได้ใช้มาตรการเพิ่มเติม โดยได้กำหนดให้ผู้รวบรวมข้าวโพด ต้องแจ้งปริมาณ สถานที่เก็บ ปิดราคารับซื้อ ทำให้ทราบความเคลื่อนไหวของราคา ป้องกันการกดราคารับซื้อ ส่วนโรงงานได้ขอความร่วมมือให้รับซื้อที่กก.ละ 8 บาท ทำให้ดูแลราคาได้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง”นางอภิรดีกล่าว

นอกจากนี้ ได้มีมาตรการเสริมโดยการสนับสนุนสินเชื่อให้กับสหกรณ์การเกษตร เพื่อรวบรวมผลผลิตจากเกษตรกรในราคาที่เป็นธรรมก่อนที่จะนำมาขายให้กับโรงงานผลิตอาหารสัตว์ โดยรัฐบาลจะชดเชยอัตราดอกเบี้ยให้ 3% รวมเป็นวงเงินทั้งสิ้น 45 ล้านบาท

นางอภิรดีกล่าวว่า สำหรับมันสำปะหลัง พบว่า ราคาได้ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเช่นเดียวกัน โดยราคาหัวมันสด เชื้อแป้ง 25% ที่จังหวัดนครราชสีมา อยู่ที่กก.ละ 1.95 บาท มันเส้นคลังสินค้า จังหวัดอยุธยา กก.ละ 5.00-5.80 บาท คลังสินค้า จังหวัดชลบุรี กก.ละ 5.40-5.80 บาท ส่วนราคาแป้งมัน คลังสินค้ากรุงเทพฯ และปริมณฑล กก.ละ 10.90-11.20 บาท ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นตามราคาส่งออกที่สูงขึ้น จากความต้องการซื้อมันเส้นและแป้งมันจากต่างประเทศที่มีมากขึ้น โดยราคาส่งออกมันเส้นอยู่ที่ 187 เหรียญสหรัฐต่อตัน หรือคิดเป็นมันเส้นที่กก.ละ 6.20 บาท และแป้งมัน 360 เหรียญสหรัฐต่อตัน หรือคิดเป็นราคาแป้งกก.ละ 11.93 บาท

ทั้งนี้ ราคามันสำปะหลังที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นผลมาจากมาตรการเชื่อมโยงตลาดล่วงหน้าให้กับกลุ่มเกษตรกรที่ผลติมันเส้นสะอาดกับโรงงานเอทานอล การเชื่อมโยงตลาดระหว่างเกษตรกรกับกลุ่มผู้เลี้ยงปศุสัตว์ และผู้แปรรูปมันสำปะหลัง ที่นำไปทำเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น อาหารเด็ก อาหารผู้สูงวัย ขนมขบเคี้ยว เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ผลจากการขอความร่วมมือสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย และสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้ร่วมมือกันในการไม่ขายตัดราคาหรือขายราคาต่ำเกินจริงประสบผลสำเร็จ ทำให้ราคาส่งออกปรับตัวดีขึ้น และยังได้รับผลดีจากการที่กระทรวงพาณิชย์นำคณะผู้แทนการค้าออกเดินทางไปเจรจาขายมันสำปะหลังในประเทศต่างๆ และมีคำสั่งซื้อเข้ามาเพิ่มขึ้น เช่น ตุรกีที่ซื้อมันสำปะหลังอัดเม็ดกว่า 9 แสนตัน มูลค่ากว่า 5 พันล้านบาท รวมถึงการเปิดตลาดเพิ่มเติมทั้งในจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย ที่เป็นตลาดเดิม

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

​“พาณิชย์”นำคณะขายมันสำปะหลังตุรกี เซ็น MOU 9 แสนตัน มูลค่า 5 พันล้านบาท เผยส่งผลดีเกษตรกรขายหัวมันสดราคาดีขึ้น

​“พาณิชย์”นำคณะขายมันสำปะหลังตุรกี เซ็น MOU 9 แสนตัน มูลค่า 5 พันล้านบาท เผยส่งผลดีเกษตรกรขายหัวมันสดราคาดีขึ้น

“พาณิชย์”แจ้งข่าวดี หลังนำคณะผู้แทนการค้าภาครัฐและเอกชนเดินทางไปเจรจาขยายตลาดมันสำปะหลังในตุรกี เผยมีการลงนาม MOU ซื้อขายมันสำปะหลังอัดเม็ด 9 แสนตัน มูลค่ากว่า 5 พันล้านบาท และยังแสดงความต้องการนำเข้ามันสำปะหลังอัดเม็ดเพิ่มอีก 5 หมื่นตัน รวมถึงใบมันสำปะหลัง ภายในเดือนธ.ค.นี้ ระบุจะช่วยให้เกษตรกรขายหัวมันสดได้ราคาดีขึ้น

นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้นำคณะผู้แทนการค้าภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับมันสำปะหลัง ได้แก่ สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย และผู้แทนของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร รวมถึงผู้เชี่ยวชาญการใช้มันสำปะหลังในสูตรอาหารสัตว์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เดินทางเยือนสาธารณรัฐตุรกี เพื่อเจรจาขยายตลาดมันสำปะหลังในสาธารณรัฐตุรกี

โดยการจัดคณะเดินทางเยือนประเทศตุรกีในครั้งนี้ ประสบผลสำเร็จเกินความคาดหมาย สามารถผลักดันให้ตุรกีนำเข้ามันสำปะหลังอัดเม็ดเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ได้เพิ่มขึ้น โดย 3 สมาคมมันสำปะหลังได้ทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ซื้อขายสินค้ามันสำปะหลังอัดเม็ดกับผู้นำเข้าตุรกี รวมจำนวน 3 ฉบับ ปริมาณรวม 900,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ การเจรจากับบริษัท Promaks ซึ่งเป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์รายใหญ่แห่งหนึ่งของตุรกี ได้แสดงความต้องการนำเข้ามันสำปะหลังอัดเม็ดอีกประมาณ 50,000 ตัน ภายในเดือนธ.ค.2560 รวมถึงต้องการนำเข้าใบมันสำปะหลัง เพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์ในปริมาณมากอีกด้วย

ขณะเดียวกัน ไทยได้ใช้โอกาสนี้เชิญสมาคมอาหารสัตว์ตุรกีและผู้นำเข้ามันสำปะหลังรายสำคัญเข้าร่วมงานประชุมสัมมนามันสำปะหลังนานาชาติ World Tapioca Conference 2018 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพ และมีกำหนดจัดงานในช่วงเดือนมิ.ย.2561 ด้วย

“จากความสำเร็จของการนำคณะเดินทางไปเจรจาขยายตลาดมันสำปะหลังของตุรกีในครั้งนี้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมการผลิตและการค้ามันสำปะหลังของไทยว่าจะยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง จากการที่มีตลาดที่หลากหลาย และยังส่งผลช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังของไทย ที่จะขายมันสำปะหลังได้ราคาดีขึ้น”นายวินิจฉัยกล่าว

ที่มา : Commerce News Agency

มันสำปะหลังวูบ 2 ล้านตัน ขาดทุน 2 ปี ชาวไร่เลิกปลูก

มันสำปะหลังวูบ 2 ล้านตัน ขาดทุน 2 ปี ชาวไร่เลิกปลูก

4 สมาคมมันฯ เผยผลสำรวจไร่มัน ปี 60/61 ลดลง เกือบ 1 ล้านไร่ ผลผลิตวูบ 2 ล้านตัน หลังชาวไร่ขาดทุนยับ 2 ปีต่อเนื่อง หันปลูกอ้อย-ข้าวโพดแทน ล่าสุดราคาหัวมันสดยังต่ำกว่าราคาที่ 3 สมาคมตกลงร่วมกันรับซื้อ กก.ละ 1.95 บ.

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า สมาคมที่เกี่ยวข้องกับการค้ามันสำปะหลัง 4 สมาคม (สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย) ร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กรมส่งเสริมการเกษตร และมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ได้สำรวจภาวะผลผลิตและการค้ามันสำปะหลัง ปี 2560/2561 ระหว่างวันที่ 6-12 กันยายน 2560 ในพื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง 50 จังหวัดทั่วประเทศ พบว่ามีพื้นที่เก็บเกี่ยว 8.073 ล้านไร่ ลดลง 9.39% จากปีก่อนที่มีพื้นที่ 8.910 ล้านไร่ และมีผลผลิตโดยรวม 28.565 ล้านตัน ลดลง 7.66% จากปีก่อนที่มีผลผลิต 30.935 ล้านตัน อย่างไรก็ตาม มีผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น จาก 3.472 ตันต่อไร่ เป็น 3.538 ตันต่อไร่

ทั้งนี้ จากข้อมูลเปรียบเทียบพื้นที่ปลูกทั้งประเทศ พบว่าปรับลดลงทุกภูมิภาค เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่เก็บเกี่ยว 4.345 ล้านไร่ ลดลง 10.30% จากปีก่อนที่ 4.845 ล้านไร่ โดยจังหวัดสำคัญ ๆ ลดลงหมด เช่น นครราชสีมา ชัยภูมิ อุบลราชธานี เลย อุดรธานี กาฬสินธุ์ เป็นต้น

ส่วนพื้นที่ภาคกลาง 1.942 ล้านไร่ ลดลง 9.89% จากปีก่อนที่ 7.38 ล้านไร่ ส่วนภาคเหนือ มีพื้นที่เก็บเกี่ยว 1.785 ล้านไร่ ลดลง 6.48% จากปีก่อนที่ 1.908 ล้านไร่

“ราคาหัวมันสำปะหลังใน 2 ฤดูกาลที่ผ่านมาตกต่ำลงมาก เกษตรกรขาดทุน และขาดเงินทุนหมุนเวียน จึงปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่น เช่น อ้อยโรงงาน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทดแทน ทั้งในปีที่ผ่านมามีปัญหาอุทกภัยในบางพื้นที่ใน จ.สกลนคร และกาฬสินธุ์ ดินฟ้าอากาศไม่เอื้ออำนวย ฝนตกชุกจึงส่งผลกระทบต่อผลผลิต ทำให้หัวมันฯ เติบโตได้ไม่เต็มที่ และยังมีปัญหาการลักลอบนำเข้าหัวมันฯ ผ่านตามแนวชายแดน”

P600918-01

วัตถุดิบลด – 4 สมาคมมันสำปะหลัง ได้สำรวจภาวะผลผลิตและการค้ามันสำปะหลังปี 2560/2561 ระหว่างวันที่ 6-12 กันยายน 2560 ในพื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง 50 จังหวัดทั่วประเทศ พบว่า ผลผลิตปีนี้ลดลงจาก 30.9 เหลือ 28.5 ล้านตัน

แหล่งข่าวกล่าวว่า ที่ประชุมได้เสนอให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำ ควรใช้มาตรการควบคุมดูแลการนำเข้าผลผลิตจากประเทศเพื่อนบ้าน ให้เป็นไปตามกฎหมาย และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อดูแลเกษตรกรภายในประเทศ

สำหรับราคามันสำปะหลังที่โรงงานรับซื้อ ณ วันที่ 13 กันยายน 2560 หัวมัน (เปอร์เซ็นต์แป้ง 30%) กก.ละ 1.85-2.35 บาท มันเส้น กก.ละ 4.35-5.20 บาท แป้งมัน กก.ละ 10.70-10.80 บาท มันเส้น เอฟ.โอ.บี. ตันละ 176 เหรียญสหรัฐ แป้งมัน เอฟ.โอ.บี. ตันละ 345 เหรียญสหรัฐ ขณะที่โรงงานอาหารสัตว์รับซื้อมันเส้น กก.ละ 5.50-5.60 บาท มันเม็ด กก.ละ 5.30-5.40 บาท กากแห้ง กก.ละ 3.10-3.20 บาท

“ราคาที่ตลาดรับซื้อหัวมันบางพื้นที่ต่ำกว่าราคาที่คณะกรรมการร่วมดูแลมันสำปะหลังระหว่างสมาคมมัน 3 สมาคม (ยกเว้นสมาคมแป้งมันฯ) ตกลงกันว่าจะร่วมกันรับซื้อหัวมัน กก.ละ 1.95 บาท เพราะว่าราคาดังกล่าวเป็นราคาที่ขอให้สมาชิกทั้ง 3 สมาคมส่งออกในราคาไม่ต่ำกว่าตันละ 181 เหรียญสหรัฐต่อตัน เพื่อให้สอดคล้องกับราคาขายแอลกอฮอล์ในจีน ที่ตันละ 4,600 หยวน แต่ตอนนี้ราคาส่งออกยังอยู่ในระดับ 176 เหรียญสหรัฐต่อตันเท่านั้น เพราะการส่งออกไปจีนในช่วง 7 เดือนแรกยังไม่ดีขึ้น จีนยังไม่ซื้อ”

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

“พาณิชย์” แจ้งความดำเนินคดีพ่อค้ามัน 5 ข้อหาหนัก หลังพบแอบลักลอบขนย้ายมันสำปะหลัง

“พาณิชย์” แจ้งความดำเนินคดีพ่อค้ามัน 5 ข้อหาหนัก หลังพบแอบลักลอบขนย้ายมันสำปะหลัง

“พาณิชย์” แจ้งความดำเนินคดีพ่อค้ามันสำปะหลัง 5 ข้อหาหนัก หลังตรวจสอบพบแอบลักลอบขนย้ายมันสำปะหลัง พร้อมแจ้งเกษตรกร หากไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อขาย หรือพบเบาะแสการกระทำผิด ให้แจ้งสายด่วน 1569 ทันที

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2560 ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและจับกุมรถบรรทุกพ่วงจำนวน 4 คัน เหตุเกิดที่ลานมันในพื้นที่บ้านสระแท่น ต.นาดี อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี โดยรถบรรทุกดังกล่าวขนย้ายมันเส้นโดยหนังสืออนุญาตเป็นของบริษัท นิวส์ ธนาพร 2009 จำกัด ระบุต้นทางจากลานตาพระยาพืชผล 305 หมู่ 12 ต.ตาพระยา จ.สระแก้ว และปลายทางบริษัทซันซายไบโอเทค อินเตอร์เนชันแนล จำกัด 188 หมู่ 4 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี แต่นำมาลงที่ลานมันแห่งหนึ่งใน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งมิใช่สถานที่ที่ขออนุญาตไว้ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการกลางฯ เรื่องการขนย้ายมัน และนำตัวคนขับรถพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรนาดี แต่เจ้าของลานฯ ไม่ให้ความร่วมมือ โดยให้คนขับรถหลบหนี และแจ้งว่าไม่สามารถตามตัวได้

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สายตรวจได้ประสานตำรวจ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง และทหารเข้าร่วมตรวจ เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้พยายามประสานกับเจ้าของลานซึ่งอยู่ในบ้านแต่ไม่ยอมออกมาพบ เจ้าหน้าที่สายตรวจจึงได้นำหลักฐานทั้งหมดเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดในหลายข้อหา คือ 1. ทำหลักฐานใบชั่งอันเป็นเท็จ ซึ่งมีโทษตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2. ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 35 โทษจำคุก ไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท 3. ไม่อำนวยความสะดวกแก่เจ้าพนักงาน ตามมาตรา 36 โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 2,000 บาท 4. ฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการกลางฯ โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ 5. ติดสินบนเจ้าพนักงาน โทษตาม ป.อาญา มาตรา 144 จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ตาม หากเกษตรกรรายใดไม่ได้รับความเป็นธรรมในการขายหัวมันสำปะหลังสดและมันเส้น รวมทั้งพบเห็นหรือทราบเบาะแสการกระทำความผิดในการขนย้ายมันสำปะหลังโดยไม่ได้รับอนุญาต สามารถแจ้งข้อมูลมาได้ที่สายด่วน 1569 กรมการค้าภายใน หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

พาณิชย์มั่นใจ! แนวโน้มการส่งออกสินค้ามันสำปะหลังไปจีนสดใส กำชับจนท. เดินหน้า “มหาสารคามโมเดล”

พาณิชย์มั่นใจ! แนวโน้มการส่งออกสินค้ามันสำปะหลังไปจีนสดใส กำชับจนท. เดินหน้า “มหาสารคามโมเดล”

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ ได้จัดคณะเดินทางนำผู้แทนสมาคมการค้ามันสำปะหลัง เยือนมณฑลเจียงซูและมณฑลซานตง ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 7 – 12 สิงหาคม 2560 เพื่อไปติดตามสถานการณ์ แก้ไขปัญหาและอุปสรรคการค้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังในประเทศจีน พร้อมหารือผู้นำเข้ารายใหญ่ของจีน เพื่อให้เกิดความชัดเจนและให้ได้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข่าวลือที่ส่งผลกระทบทางลบต่อการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทย

ผลจากการจัดคณะเดินทางฯ ทำให้ทราบสถานการณ์การค้าสินค้ามันสำปะหลังและธัญพืชทดแทนของจีน ว่าใน ปี 2559/60 รัฐบาลจีนมีเป้าหมายลดพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดรวมไม่น้อยกว่า 50 ล้านหมู่ (20.8 ล้านไร่) และส่งเสริมให้เกษตรกรหันไปปลูกพืชชนิดอื่นทดแทน เช่น ถั่วเหลือง ประกอบกับรัฐบาลจีนได้ยกเลิกนโยบายการรับซื้อข้าวโพดในเขตภาคอีสานและมองโกเลีย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวโพดที่สำคัญของจีน และหันมาใช้มาตรการให้เงินอุดหนุนแก่ผู้ประกอบการแปรรูปข้าวโพดแทน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐบาล ส่งผลให้ในฤดูกาลถัดไป คาดว่าไทยจะส่งออกสินค้ามันเส้นไปจีนได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากแรงกดดันจากปริมาณสต็อกข้าวโพดของจีนลดลง

โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงต้นฤดูที่ผลผลิตมันสำปะหลังจะออกสู่ตลาด มักจะมีผู้ไม่ประสงค์ดีเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ไม่เป็นความจริง ส่งผลกระทบเชิงจิตวิทยาต่อราคาผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทย เช่น ข่าวลือเกี่ยวกับการปิดท่าเรือบางแห่งของจีน เนื่องจากปัญหามลภาวะที่เกิดจากการขนถ่ายมันสำปะหลัง ซึ่งทางกรมการค้าต่างประเทศ ได้จัดคณะเดินทางฯ เพื่อร่วมกันหาข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าว ไม่พบข้อมูลการปิดท่าเรือแต่อย่างใด นอกจากนี้ ท่าเรือหลักที่นำเข้ามันสำปะหลังจากไทย เช่น ท่าเรือเหลียนหยุนก่างและท่าเรือรื่อจ้าว ได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องมือดูดละอองฝุ่นที่ฟุ้งกระจายระหว่างการขนถ่ายสินค้าขึ้นจากเรือ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหามลภาวะซึ่งปัจจุบันรัฐบาลจีนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ ปัจจุบันราคาแอลกอฮอล์ของจีนได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ณ วันที่ 24 สิงหาคม 2560 แอลกอฮอล์ (95%) ของมณฑลเจียงซู ประเทศจีน มีราคาอยู่ที่ 5,050 หยวน/ตัน ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 390 หยวน/ตัน เมื่อเทียบกับช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2560 ที่ราคา 4,660 หยวน/ตัน

นางอภิรดีกล่าวถึงแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังว่า ได้มอบนโยบายให้ผู้บริหารลงพื้นที่แหล่งเพาะปลูกมันสำปะหลังเพื่อติดตามสถานการณ์การผลิต การตลาด และชี้แจงสร้างความเข้าใจมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรของรัฐบาลแก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐและผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งกรมการค้าภายใน ได้ดำเนินการ ตามนโยบายดังกล่าวแล้วในหลายพื้นที่ อาทิ จังหวัดมหาสารคาม อุบลราชธานี กำแพงเพชร เป็นต้น

โดยจากการลงพื้นที่ในจังหวัดมหาสารคาม พบว่าเกษตรกรมีการบริหารจัดการมันสำปะหลังและเชื่อมโยงผู้เลี้ยงปศุสัตว์ ในรูป “มหาสารคามโมเดล” ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงรับซื้อมันเส้นของกลุ่มผู้เลี้ยงโคนมและโคเนื้อ กับ กลุ่มเกษตรกร ในการสร้างช่องทางการจำหน่าย การรวมกันซื้อรวมกันขาย และช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มมูลค่ามันสำปะหลัง ภายใต้แนวคิด “โคนมมหาสารคาม ต้องกินมันมหาสารคาม เพื่อคนมหาสารคามจะได้กินนมโคมหาสารคาม” ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มีดำริให้นำโมเดลดังกล่าวไปเป็นต้นแบบให้กับจังหวัดอื่นต่อไป

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2560 จังหวัดนครราชสีมาได้นำ “มหาสารคามโมเดล” ไปดำเนินการแล้ว โดยกรมการค้าภายใน ได้จัดให้มีการเชื่อมโยงมันเส้นและลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างโรงงานเอทานอล สหกรณ์โคนม กับสถาบันเกษตรกร ปริมาณมันเส้นประมาณ 21,500 ตัน ซึ่งตนได้ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามฯ หลังจากนี้ จ.นครราชสีมาจะขยายผลการดำเนินการต่อไปในอนาคต

นอกจากนี้ ยังได้เป็นประธานการประชุมร่วมกับหอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์และแนวโน้มเศรษฐกิจการค้า โดยในการประชุมดังกล่าว ได้ประชาสัมพันธ์แนวทางการบริหารจัดการมันสำปะหลัง ปี 2560/61 จำนวน 14 โครงการ ที่ได้เตรียมนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในโอกาส ครม.สัญจร เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2560 ซึ่ง ครม. ได้มีมติอนุมัติในหลักการให้ดำเนินการแล้ว

พร้อมนี้ยังได้เสนอแนวทางการบริหารจัดการมันสำปะหลังและการดูแลเกษตรกรเพิ่มเติม ในการ ส่งเสริมให้เกษตรกรลดต้นทุนการเพาะปลูก และเพิ่มผลผลิต โดยใช้พันธุ์มันสำปะหลังที่มีคุณภาพ ได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร และเหมาะสมกับพื้นที่ รวมทั้งปรับเปลี่ยนจากการใช้ปุ๋ยเคมีเป็นการใช้ปุ๋ยอินทรีย์จากธรรมชาติ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนได้แล้ว ยังเป็นการบำรุงดินให้มีสภาพที่ดีและเหมาะสมต่อการเพาะปลูก และ ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกมันสำปะหลังอินทรีย์ ซึ่งเป็นทางเลือกในการปลูกมันสำปะหลังที่สามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตและตลาดมีความต้องการสูง พร้อมทั้งส่งเสริมการแปรรูปมันสำปะหลังเพื่อการบริโภค (มันกินได้) เพื่อสร้างช่องการจำหน่ายใหม่ๆให้แก่เกษตรกร นอกเหนือจากการผลิตเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมในรูปแบบเดิม ซึ่งสภาอุตสาหกรรมจังหวัดยินดีที่จะประสานผู้ประกอบการในพื้นที่ที่มีศักยภาพและสนใจนำไปผลิตในเชิงอุตสาหกรรมต่อไป

สำหรับแนวทางการบริหารจัดการมันสำปะหลัง ปี 2560/61 มติคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2560 เห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการมันสำปะหลัง ปี 2560/61 รวม 14 โครงการ งบประมาณ 551.659 ล้านบาท
1) การสนับสนุนเกษตรกรปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่ดินดาน2) การปรับลดพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่ป่า3) โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลังในระบบน้ำหยด วงเงิน 102.35 ล้านบาท

4) โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร (33.375 ล้านบาท)5) โครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตและการแปรรูปมันสำปะหลัง (44.5 ล้านบาท)6) โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง

7) โครงการพักชำระหนี้ต้นเงินและลดดอกเบี้ยให้สมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลัง (328.340 ล้านบาท)8) โครงการสนับสนุนเครื่องสับมันสำปะหลังให้กับสถาบันเกษตรกรเพื่อเพิ่มมูลค่า (4.2 ล้านบาท)
9) โครงการสนับสนุนเครื่องสับมันสำปะหลังขนาดเล็กให้วิสาหกิจชุมชน (6.75 ล้านบาท)10) โครงการสนับสนุนเครื่องชั่งน้ำหนักรถบรรทุกให้ด่านที่มีการนำเข้ามันสำปะหลัง (12.84 ล้านบาท)

11) โครงการกำกับดูแลการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน (5.804 ล้านบาท) 12) โครงการแปรรูปมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์สู่อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม (10 ล้านบาท)13) โครงการยกระดับคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด (มันเส้นสะอาด) (1.5 ล้านบาท)14) โครงการขยายโอกาสทางการค้าและพัฒนาศักยภาพผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง (2 ล้านบาท)

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ครม.เห็นชอบแนวทางบริหารจัดการมันสำปะหลัง ปี 60/61

ครม.เห็นชอบแนวทางบริหารจัดการมันสำปะหลัง ปี 60/61

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 22 สิงหาคม 2560 ณ ห้องสุรนารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา มีมติอนุมัติในหลักการตามที่กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เสนอ ดังนี้

1.  โครงการของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จำนวน 3 โครงการ ดังนี้
1.1  โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลังในระบบน้ำหยด
1.2  โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร
1.3  โครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตและการแปรรูปมันสำปะหลัง
โดยให้ชดเชยดอกเบี้ยในอัตรา FDR+1 เท่ากับการดำเนินโครงการในปีที่ผ่านมา ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 180.23 ล้านบาท โดยภาระงบประมาณที่เกิดขึ้นให้ ธ.ก.ส. เสนอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความจำเป็นและเหมาะสมและส่วนต่างจากอัตราร้อยละ 3 ให้ ธ.ก.ส. เป็นผู้รับภาระ

2.  แนวทางการบริหารจัดการมันสำปะหลัง ปี 2560/61 จำนวน 8 โครงการ ดังนี้
2.1  โครงการพักชำระหนี้ต้นเงินและลดดอกเบี้ยให้สมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลัง [กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.)]
2.2  โครงการสนับสนุนเครื่องสับมันสำปะหลังให้กับสถาบันเกษตรกรเพื่อเพิ่มมูลค่า (กษ.)
2.3  โครงการสนับสนุนเครื่องสับมันสปะหลังขนาดเล็กให้วิสาหกิจชุมชน (พณ.)
2.4  โครงการสนับสนุนเครื่องชั่งน้ำหนักรถบรรทุกให้ด่านที่มีการนำเข้ามันสำปะหลัง [กระทรวงการคลัง (กค.)]
2.5  โครงการกำกับดูแลการนำเข้ามันสำปะหลังหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน (พณ.)
2.6  โครงการแปรรูปมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์สู่อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม (พณ.)
2.7  โครงการยกระดับคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด (มันเส้นสะอาด) (พณ.)
2.8  โครงการขยายโอกาสทางการค้าและพัฒนาศักยภาพผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง (พณ.)

วงเงินงบประมาณ 371.43 ล้านบาท จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

“รมว.พาณิชย์” ลุยโคราชลงนาม MOU เชื่อมโยงตลาดมัน-ข้าวโพด เร่งฟื้นชีพเครื่องปั้นด่านเกวียน

“รมว.พาณิชย์” ลุยโคราชลงนาม MOU เชื่อมโยงตลาดมัน-ข้าวโพด เร่งฟื้นชีพเครื่องปั้นด่านเกวียน

วันนี้ (20 ส.ค.) ที่ห้องประชุมชั้น 4 สำนักงานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เดินทางมาประชุมพบปะกับตัวแทนหอการค้าจังหวัดและสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา, สมาคมผู้ผลิตมันสำปะหลังจังหวัดนครราชสีมา, สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ในวันที่ 21-22 ส.ค.นี้ เพื่อติดตามสถานการณ์ และแนวโน้มเศรษฐกิจการค้าของจังหวัด

และมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) แนวทางความร่วมมือระหว่างสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย ในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เพื่อให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับสภาวะความต้องการของตลาดโลก โดยใช้กลไกของภาคเอกชนเอง

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การเดินทางมาครั้งนี้ได้รับทราบถึงปัญหาต่างๆ ของภาคเอกชน และการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เป็นการเชื่อมโยงตลาดมันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ หรือองค์กรธุรกิจ ให้เกิดการพัฒนาด้านการเกษตร ให้มีการรวมกลุ่มสร้างความเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้ และองค์กรธุรกิจภาคเอกชนจะมีบทบาทในการช่วยเหลือระหว่างกันและกัน รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้มีการใช้ผลผลิตภายในประเทศเพิ่มขึ้น ยกระดับราคาสินค้าเกษตรในประเทศให้สูงกว่าราคาตลาดทั่วไป

โดยมีหลักการและรายละเอียด ดังนี้

1. สินค้ามันสำปะหลัง จะมีการเชื่อมโยงตลาดผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง (มันเส้น) จากกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน เข้าสู่อุตสาหกรรมที่หลากหลายขึ้น เช่น ธุรกิจพลังงานทดแทน (เอทานอล) ธุรกิจอาหารสัตว์หรือปศุสัตว์ เป็นต้น โดยบริษัท ทรัพย์ทิพย์ จำกัด (เอทานอล) ตกลงจะทำการซื้อขายมันเส้นจากสหกรณ์การเกษตรด่านขุนทด จำนวน 10,000 ตัน และสหกรณ์การเกษตรเทพารักษ์ จำนวน 10,000 ตัน สหกรณ์โคนม-เดนมาร์ก มิตรภาพ (จ.สระบุรี) ตกลงจะทำการซื้อขายมันเส้นจากสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. (สกต.) นครราชสีมา จำกัด จำนวน 1,500 ตัน ในราคานำตลาด

2. สินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นการเชื่อมโยงตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ (เกษตรกร – ผู้รวบรวม – โรงงานอาหารสัตว์) ให้เกิดการซื้อขายที่เป็นธรรม โดย หจก.ตรงพานิชตกลงจะทำการซื้อขายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แห้ง เบอร์ 2 ความชื้น 14.5% ที่ราคา 8 บาท/กก. จากสหกรณ์การเกษตรนิคม ลำตะคอง จำนวน 10,000 ตัน และสหกรณ์การเกษตรปากช่อง จำนวน 5,000 ตัน

จากนั้นนายอภิรดี และคณะได้เดินทางไปเยี่ยมชมพบปะและติดตามสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจการค้าขายและการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน อำเภอโชคชัย จ.นครราชสีมา ซึ่งขณะนี้กำลังประสบปัญหาด้านการตลาดอย่างหนัก ผู้ประกอบการหลายรายต้องปิดกิจการ ทำให้บรรยากาศการค้าขายเครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียนซบเซาอย่างยิ่ง โดยได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลและเร่งฟื้นฟูธุรกิจเครื่องปั้นดินเผาให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

P600822-03 P600822-02

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

3 สมาคม MOU ซื้อหัวมัน 1.90 บาท สมาคมแป้งอ้างกลไกตลาดเมินเข้าร่วม

3 สมาคม MOU ซื้อหัวมัน 1.90 บาท สมาคมแป้งอ้างกลไกตลาดเมินเข้าร่วม

3 สมาคมมันเส้น จับมือ MOU ประกันราคารับซื้อมันเส้นส่งออกช่วยชาวไร่ กก.ละ 1.90 บาท ขณะที่กรมการค้าต่างประเทศ พร้อมออกมาตรการให้ผู้ประกอบการแจ้งวัตถุประสงค์การนำเข้ามัน เพื่อรับทราบข้อมูลและหามาตรการดูแลราคาไม่ให้ตกต่ำ ส่วนสมาคมแป้งมันไม่ยอมร่วมเซ็น MOU ด้วย อ้างมีผู้เล่นมากราย ราคาต้องเป็นไปตามกลไกตลาด

นายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา กรมได้ประชุมร่วมกับ 3 สมาคมมันสำปะหลัง (สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย-สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย) ถึงมาตรการนำเข้าและส่งออกมันสำปะหลัง เพื่อดูแลไม่ให้ราคามันสำปะหลังปี 2560/2561 ตกต่ำ โดยเบื้องต้นที่ประชุมเห็นชอบแนวทางมาตรการการนำเข้ามันสำปะหลังจากต่างประเทศ โดยเพิ่มมาตรการให้ผู้นำเข้ามันสำปะหลังต้องแจ้งวัตถุประสงค์การนำไปใช้ ก่อนการนำเข้าและการขนย้าย เพื่อให้สามารถกำกับดูแลสินค้ามันสำปะหลังได้ โดยมาตรการกำกับดูแลนี้จะเสนอต่อที่ประชุม คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) และคณะรัฐมนตรี ให้ความเห็นชอบต่อไป

“เดิมทีเรามีมาตรการดูแลการนำเข้าด้วยการขึ้นทะเบียน แต่ไม่ได้ระงับหรือห้ามนำเข้า สามารถนำเข้ามันสำปะหลังเข้ามาใช้ได้ตามปกติ เพียงแต่ต้องเพิ่มการแจ้งวัตถุประสงค์การใช้เท่านั้น เพื่อกรมจะสามารถนำข้อมูลไปใช้กำหนดแนวทางดูแลราคาสินค้ามันสำปะหลัง อย่างไรก็ดี การเพิ่มมาตรการแจ้งวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้นั้นต้องมีการทำระบบไอทีเพื่อรองรับมาตรการใหม่นี้ด้วย” นายกีรติกล่าว

ส่วนมาตรการเรื่องของการส่งออก กรมการค้าต่างประเทศมีมาตรฐานของการส่งออกมันสำปะหลังอยู่แล้ว แต่ถ้าจะมีการเพิ่มเติมก็คงเป็นในส่วนการหามาตรการเพื่อดูแลไม่ให้ราคามันสำปะหลังตกต่ำ เนื่องจากกรมไม่มีอำนาจบังคับการส่งออก

ประกันราคา – ผลหารือ 3 สมาคมระหว่างสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย-สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย มีข้อสรุปร่วมกันว่าดูแลราคารับซื้อมันสำปะหลังปี 2560/2561 โดยกำหนดราคาส่งออกมันเส้นขั้นต่ำตันละ 175 เหรียญสหรัฐ คิดเป็นหัวมันกก.ละ 1.90 บ.

สำหรับแนวโน้มการส่งออกมันสำปะหลังในปี 2560 นี้ คาดว่า “จะขยายตัว” โดยเฉพาะมันเส้น เนื่องจากตลาดจีนมีความต้องการนำเข้าเพิ่มขึ้น 20% ในปีนี้ อีกทั้งจีนเชื่อมั่นคุณภาพมันสำปะหลังไทย ซึ่งการนำเข้าส่วนใหญ่ 90% จีนนำเข้าจากไทยเพื่อนำไปผลิตแอลกอฮอล์ คาดว่าผลผลิตมันสำปะหลังจะเริ่มออกในช่วงเดือนตุลาคม 2560 นี้ และจะออกมากที่สุดในช่วงเดือนธันวาคม 2560 ถึงเดือนมกราคม 2561 ขณะที่คาดการณ์ผลผลิตนั้นยังไม่สามารถประเมินได้ เนื่องจากต้องดูผลกระทบจากน้ำท่วมด้วย

แหล่งข่าวจากสมาคมมันสำปะหลังกล่าวภายหลังการประชุมร่วมมีข้อสรุปว่า ในวันที่ 20 สิงหาคมนี้ ทาง 3 สมาคมจะลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อขอความร่วมมือให้ผู้ส่งออกมันเส้นดูแลรับซื้อหัวมันสำปะหลังจากเกษตรกรในฤดูการผลิตปี 2560/2561 ในราคาเฉลี่ย (เปอร์เซ็นต์แป้ง 25%) กก.ละ 1.90 บาท เพื่อช่วยเหลือไม่ให้เกษตรกรขาดทุน โดยราคาดังกล่าวเมื่อนำมาแปรรูปเป็นมันเส้น ต้นทุนราคา กก.ละ 5.30-5.40 บาท หมายถึงภาคเอกชนต้องส่งออกในราคา FOB ไม่ต่ำกว่าตันละ 175 เหรียญสหรัฐ จากปัจจุบันที่ราคา 165 เหรียญ โดย

ผู้ส่งออกต้องแจ้งให้เกษตรกรรับทราบและทบทวนราคาทุก 2 สัปดาห์ ให้เป็นไปตามกลไกตลาดแต่ละช่วงด้วย ขณะที่กรมการค้าต่างประเทศจะออกมาตรการดูแลการนำเข้ามันสำปะหลังจากเพื่อนบ้าน

“ปัจจุบันชาวไร่มันขาดทุนติดต่อกันมา 2 ปีแล้ว ทั้งที่ปลายทางมันเส้นไทยโรงงานแอลกอฮอล์ในจีนผุดขึ้นหลายแห่ง ดังนั้นราคาก็ควรเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่เพิ่ม เราจึงมากำหนดราคาส่งออกที่เหมาะสม 175 เหรียญ คำนวณว่าส่งออกไปขายเพื่อผลิตเป็นแอลกฮอล์ในจีนตันละ 4,580 หยวน มีกำไรอีก 200-300 หยวน ถือว่าต่ำแล้ว เพราะถ้าไปขายเท่ากับราคาแอลกอฮอล์ปัจจุบันสูงถึงตันละ 5,720 หยวน” แหล่งข่าวกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของชาวไร่กังวลว่า แม้ว่าจะมีการตั้งราคาส่งออกขั้นต่ำมันเส้น “แต่ก็อาจไม่ได้ทำให้ราคาหัวมันสูงขึ้น” เพราะสัดส่วนการใช้หัวมันสดเพื่อผลิตมันเส้นมีเพียง 20-30% ส่วนอีก 70-80% ใช้ผลิตแป้งมัน ซึ่งในการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กำหนดราคารับซื้อหัวมันขั้นต่ำครั้งนี้ “ทางสมาคมแป้งมันสำปะหลังไม่ยอมเซ็น MOU ด้วย”

ด้านนายบุญมี วัฒนเรืองรอง เลขาธิการสมาคมแป้งมันสำปะหลัง กล่าวว่า สมาคมแป้งฯได้เข้าร่วมหารือและรับทราบมาตรการกำหนดราคาส่งออกมันเส้นขั้นต่ำ แต่เนื่องจากลักษณะธุรกิจของโรงแป้งมีผู้ซื้อ-ผู้ขายจำนวนมาก การกำหนดราคาเป็นไปตามกลไกตลาด “ต่างจากมันเส้นที่มีผู้ซื้อ-ผู้ขายน้อยราย” มีการแข่งขันลดราคาส่งออกระหว่างผู้ส่งออกด้วยกันเอง ในช่วงที่ผ่านมาราคาส่งออกแป้งมัน FOB อยู่ที่ตันละ 320-330 เหรียญ หรือลดลงต่ำสุดในรอบหลาย ๆ ปี เพราะ “มีการแข่งขันสูง” ดังนั้นผู้ส่งออกแป้งจึงไม่สามารถจะกำหนดราคาส่งออกขั้นต่ำได้ แต่ยืนยันว่า “โรงแป้งเป็นผู้ซื้อหัวมันหลัก 80-90% มีการแข่งขันราคากันและจะไม่กดราคาเกษตรกร โดยขณะนี้ราคาเฉลี่ยรับซื้อที่ กก.ละ 1.80 บาท” นายบุญมีกล่าว

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

​“พาณิชย์” นำคณะพบผู้นำเข้าจีน พิสูจน์ข่าวลือทุบราคามันสำปะหลัง

​“พาณิชย์” นำคณะพบผู้นำเข้าจีน พิสูจน์ข่าวลือทุบราคามันสำปะหลัง

“พาณิชย์” โต้ข่าวลือทุบราคามันสำปะหลังช่วงต้นฤดูกาล นำคณะผู้ประกอบการไทยไปพบผู้นำเข้าจีนถึงที่ ยันไม่มีการสั่งปิดท่าเรือ โดยอ้างปัญหามลภาวะตอนขนถ่ายสินค้า ย้ำบริษัทรายใหญ่ของจีนยังต้องการนำเข้ามันสำปะหลังจากไทยต่อเนื่อง และยังนำเข้าเพิ่มขึ้น พร้อมเตือนผู้ส่งออกต้องรักษาคุณภาพ มาตรฐาน ให้ดีต่อเนื่อง

นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับผู้แทนสมาคมสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทยและสมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทยเดินทางไปยังจีน เพื่อติดตามสถานการณ์ และแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางการค้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ณ มณฑลเจียงชู และมณฑลซานตง ซึ่งเป็นมณฑลที่มีการนำเข้ามันสำปะหลังจากไทยเป็นลำดับที่ 1 และ 2 หลังจากที่มีข่าวลือออกมาว่าจะมีการปิดท่าเรือบางแห่ง เนื่องจากปัญหามลภาวะที่เกิดจากการขนถ่ายมันสำปะหลัง ณ ท่าเรือ ทำให้มีผลกระทบต่อราคามันสำปะหลังของไทย ซึ่งจากการไปพบหาหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้อง พบว่า ไม่ได้มีปัญหาดังกล่าวแต่อย่างใด ทางผู้นำข้าวของจีนยังคงยืนยันการนำเข้ามันสำปะหลังจากไทยอย่างต่อเนื่อง

“หลายปีที่ผ่านมา ในช่วงต้นฤดูที่ผลผลิตมันสำปะหลังจะออกสู่ตลาด มักจะมีผู้ไม่ประสงค์ดีเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ไม่เป็นความจริง ส่งผลกระทบเชิงจิตวิทยาต่อราคาผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทย และเพื่อเป็นการป้องกันปัญหา กระทรวงฯ ได้จัดคณะเดินทางร่วมกับผู้แทนจากสมาคมมันสำปะหลังเพื่อร่วมกันหาข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าว ซึ่งปรากฏว่าไม่พบข้อมูลการปิดท่าเรือแต่อย่างใด”นายวินิจฉัยกล่าว

ทั้งนี้ คณะได้เข้าพบหารือกับผู้บริหารมณฑลซานตง เพื่อหารือถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และหารือแนวทางกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศร่วมกันเพื่อส่งเสริมให้มีการขยายการค้าระหว่างกันเพิ่มมากขึ้น และยังได้ทราบข้อมูลว่าท่าเรือหลายแห่ง เช่น ท่าเรือเหลียนหยุนก่างและท่าเรือรื่อจ้าว ได้มีการดำเนินการติดตั้งเครื่องมือดูดละอองฝุ่นที่ฟุ้งกระจายระหว่างการขนถ่ายสินค้าขึ้นจากเรือ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหามลภาวะ ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลจีนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

ขณะเดียวกัน คณะยังได้หารือร่วมกับผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังรายสำคัญของจีน ได้แก่ 1.บริษัท Fulaichun Group มีการนำเข้าเพื่อผลิตเป็นแอลกอฮอล์สำหรับบริโภค โดยปี 2559 นำเข้า 0.8 ล้านตัน โดยบริษัทมีนโยบายที่จะเพิ่มการนำเข้าเป็น 1 ล้านตันในปี 2560 และ 1.2 ล้านตัน ในปี 2561 2.บริษัท Hongda Group มีการนำเข้าเพื่อผลิตเป็นเคมีภัณฑ์ และมีการนำเข้าปีละ 0.8 ล้านตัน โดยบริษัทยืนยันไม่มีนโยบายลดการนำเข้าแต่อย่างใด

นายวินิจฉัยกล่าวว่า กระทรวงฯ ขอความร่วมมือให้ผู้ส่งออกมันสำปะหลังไทยให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพมาตรฐานสินค้า เพื่อร่วมกันผลักดันให้การค้ามันสำปะหลังของไทยและจีนมีการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป เพราะมันสำปะหลังเป็นสินค้าเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยชนิดหนึ่ง ซึ่งในแต่ละปีสามารถนำเงินตราเข้าประเทศปีละหลายแสนล้านบาท และที่สำคัญสร้างงานสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังของไทยกว่า 5 แสนครัวเรือน รวมถึงผู้ใช้แรงงานในอุตสาหกรรมต่อเนื่องอีกกว่าล้านครัวเรือน

สำหรับการส่งออกมันสำปะหลัง 6 เดือนของปี 2560 (ม.ค.-มิ.ย.) มีมูลค่า 1,371.90 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 12.19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย เป็นต้น

ที่มา : Commerce News Agency

Recent Posts