การปลูกมันสำปะหลังพันธุ์ต้านทานโรคใบด่างช่วยสร้างกำไรได้มากกว่าพันธุ์เดิมถึงสองเท่า

กว๋างหงาย: โมเดลการปลูกมันสำปะหลังพันธุ์ต้านทานโรคใบด่างสร้างกำไรได้สูงเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับพันธุ์พื้นเมือง ดึงความคาดหวังในการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่แหล่งวัตถุดิบมันสำปะหลังในจังหวัดกว๋างหงายอย่างยั่งยืน

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มันสำปะหลังเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจหลักในพื้นที่ภูเขาของจังหวัดกว๋างหงาย โดยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและเป็นแหล่งวัตถุดิบป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมแปรรูปแป้งมันสำปะหลัง อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของ โรคใบด่างมันสำปะหลัง (Cassava Mosaic Disease – CMD) ได้กลายเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ ส่งผลให้ไร่มันสำปะหลังหลายแห่งมีผลผลิตลดลงอย่างรุนแรง หรือบางแห่งอาจเสียหายทั้งหมด ซึ่งกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรโดยตรง


“โมเดลการปลูกมันสำปะหลังพันธุ์ใหม่ที่ต้านทานโรคใบด่าง ซึ่งดำเนินการใน 3 พื้นที่ของจังหวัดกว๋างหงาย ประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ | ภาพโดย: LK”

โรคใบด่างมันสำปะหลัง เป็นโรคที่เกิดจากไวรัส โดยมีสาเหตุหลักมาจากการใช้ท่อนพันธุ์ที่มีเชื้อและการแพร่กระจายโดยแมลงหวี่ขาว เมื่อต้นมันสำปะหลังติดเชื้อ การเจริญเติบโตจะชะงักงัน หัวมีขนาดเล็ก ปริมาณแป้งลดลงอย่างมาก และผลผลิตอาจลดลงถึง 30-70% ด้วยเหตุนี้ การนำมันสำปะหลังพันธุ์ใหม่ที่ต้านทานโรคมาใช้ จึงถือเป็นทางออกเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูและพัฒนาการปลูกมันสำปะหลังในจังหวัดกว๋างหงายอย่างยั่งยืน

ในปี 2025 ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรจังหวัดกว๋างหงายได้ร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่น ดำเนินการโครงการต้นแบบปลูกมันสำปะหลังพันธุ์ใหม่ที่ต้านทานโรคใบด่าง บนพื้นที่ 13 เฮกตาร์ (ประมาณ 81 ไร่) ในชุมชนบาวี ซอนมาย และจาบง โดยมีครัวเรือนเข้าร่วม 18 ครัวเรือน พื้นที่เหล่านี้เป็นที่ราบสูง มีการระบายน้ำดี เหมาะสมต่อการเติบโตของมันสำปะหลัง และสะดวกต่อการติดตามประเมินผล

พันธุ์มันสำปะหลังที่นำมาใช้คือ พันธุ์ HN5 ซึ่งผ่านการประเมินแล้วว่ามีความต้านทานโรคใบด่างสูงและปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในกว๋างหงายได้ดี เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการได้รับการสนับสนุนค่าท่อนพันธุ์มาตรฐาน ปุ๋ย และวัสดุอุปกรณ์ 100% พร้อมทั้งมีการจัดอบรมให้ความรู้เรื่องเทคนิคการปลูก การดูแลรักษา การใส่ปุ๋ย และการควบคุมศัตรูพืชอย่างถูกต้อง


“นอกเหนือจากการได้รับการสนับสนุนด้านท่อนพันธุ์และปุ๋ยแล้ว เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการยังได้รับการฝึกอบรมเทคนิคการปลูกมันสำปะหลังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต | ภาพโดย: LK”

จากการติดตามผลพบว่า มันสำปะหลังพันธุ์ HN5 มีการเจริญเติบโตที่แข็งแรงมาก ลำต้นและใบสมบูรณ์สม่ำเสมอ และมีอัตราการเกิดโรคใบด่างต่ำมากเมื่อเทียบกับพันธุ์พื้นเมือง โดยตลอดฤดูกาลผลิตแทบไม่มีการระบาดของโรคเลย ทำให้เกษตรกรมีความมั่นใจในการลงทุนมากขึ้น

นายเหงียน แทง ตวน เกษตรกรในชุมชนจาบงที่ปลูกในพื้นที่ 1.5 เฮกตาร์ กล่าวว่า: “มันสำปะหลังพันธุ์ HN5 แตกต่างจากพันธุ์เดิมอย่าง KM95 หรือ KM149 อย่างสิ้นเชิง พื้นที่ปลูกของผมไม่มีต้นไหนติดโรคใบด่างเลย ต้นโตเร็วและแข็งแรงมาก ทำให้ผมรู้สึกอุ่นใจอย่างยิ่ง”

สรุปผลการดำเนินงาน:
ความต้านทานโรค: ไม่พบรายงานการติดโรคใบด่างในแปลงต้นแบบ และพบแมลงศัตรูพืช (ไรแดงและแมลงหวี่ขาว) น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ผลผลิต: เมื่ออายุครบ 8 เดือน ให้ผลผลิตเฉลี่ยสูงถึง 35-37 ตันต่อเฮกตาร์


“จากผลการประเมินของศูนย์ส่งเสริมการเกษตรจังหวัดกว๋างหงาย พบว่ามันสำปะหลังในโครงการต้นแบบแต่ละเฮกตาร์สามารถทำกำไรสุทธิได้ถึง 15-18 ล้านดอง | ภาพโดย: LK”

ประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ: หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว สร้างกำไรสุทธิได้ 15-18 ล้านดองต่อเฮกตาร์ (ประมาณ 20,000 – 24,000 บาท) ซึ่งมากกว่าการปลูกพันธุ์ทั่วไปนอกโครงการที่ได้กำไรเพียง 7-8 ล้านดองต่อเฮกตาร์ ถึง 2 เท่า

นายอุง วัน แทง ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเกษตรจังหวัดกว๋างหงาย ระบุว่าโมเดลนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มผลผลิตและรายได้ แต่ยังช่วยปรับเปลี่ยนทัศนคติและวิธีการทำฟาร์มของเกษตรกร ปัจจุบันมีเกษตรกรนอกโครงการจำนวนมากเริ่มให้ความสนใจและต้องการเข้าถึงท่อนพันธุ์ที่ปลอดโรคนี้

ด้วยความสำเร็จดังกล่าว โครงการนี้จึงได้รับการประเมินว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นๆ ในจังหวัดกว๋างหงาย เพื่อสร้างแหล่งวัตถุดิบมันสำปะหลังที่ปลอดภัยและมั่นคง อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจเกษตรกรรมอย่างยั่งยืนต่อไป

ที่มา : https://www.vietnam.vn