ลุยขายข้าว-มันสำปะหลัง พาณิชย์เปิดบ้านดึงผู้ซื้อมาไทย

ลุยขายข้าว-มันสำปะหลัง พาณิชย์เปิดบ้านดึงผู้ซื้อมาไทย

06th Oct 2016 General Information

“พาณิชย์” จัดงานใหญ่เชิญผู้นำเข้าทั่วโลก 300 ราย เจรจาซื้อข้าวและมันสำปะหลัง จากไทย 13-16 พ.ย.นี้

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) หรือทูตพาณิชย์ เชิญผู้ซื้อและผู้แทนการค้าที่มีศักยภาพจากทั่วทุกมุมโลกกว่า 300 ราย เดินทางมาร่วมเจรจาธุรกิจเพื่อซื้อขายข้าวและมันสำปะหลังกับผู้ประกอบการไทยระหว่างวันที่ 13-16 พ.ย.นี้
ทั้งนี้ การจัดงานจับคู่ธุรกิจเจรจาการค้าข้าวและมันสำปะหลัง ทางสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง รายงานว่าจะนำคณะผู้นำเข้าข้าวเดินทางเยือนประเทศไทยในช่วงเวลาดังกล่าวจำนวนกว่า 40 ราย และจะมีการจัดพิธีลงนามความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ระหว่างผู้นำเข้าข้าวกับผู้ประกอบการไทยด้วย คาดว่าจะมีการซื้อขายข้าวภายใต้เอ็มโอยูประมาณ 1 หมื่นตัน

“กระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้ทูตพาณิชย์ในทุกภูมิภาค เชิญชวนผู้ซื้อ ผู้นำเข้า เดินทางมาพบปะเจรจาการค้ากับผู้ประกอบการไทย โดยตั้งเป้าหมายว่าจะมีผู้นำเข้าจากภูมิภาคอาเซียนและเอเชียเข้าร่วมงานมากสุดประมาณ 100 ราย” นางอภิรดี กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในโอกาสที่ทางผู้ซื้อจากทั่วโลกจะเดินทางมาเยือนประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์จะมีการนำคณะผู้ซื้อและผู้นำเข้าสินค้าข้าวและมันสำปะหลังทั้งหมด เข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์จากข้าวและมันสำปะหลังของไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพและเทคโนโลยีการผลิตของไทย และนำไปสู่การขยายมูลค่าการค้าของผลิตภัณฑ์ข้าวและมันสำปะหลังต่อไปในอนาคต

นางอภิรดี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ขอเชิญชวนผู้ประกอบการทั้งผู้ส่งออกข้าวมันสำปะหลัง และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องของทั้งสองสินค้า อาทิ แป้งมัน แป้งข้าว สตาร์ชข้าว เส้นก๋วยเตี๋ยว และเส้นหมี่ที่ทำจากข้าว ผลิตภัณฑ์ขบเคี้ยวที่มาจากข้าว เป็นต้น มาเข้าร่วมโครงการจับคูธุรกิจ ซึ่งสามารถเข้าร่วมงาน โดยประสานกับสำนักส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า แผนการเชิญผู้นำเข้าจากทั่วโลกมาเจรจาซื้อข้าวและมันสำปะหลังจากไทย เพื่อเป็นการรองรับผลผลิตสินค้าฤดูกาลใหม่ทั้งข้าวเปลือกนาปี ฤดูกาล 2559/2560 และมันสำปะหลัง ฤดูกาล 2559/2560ที่กำลังทยอยออกมาในช่วงเดือน พ.ย.นี้

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

รัฐเร่งมาตรการช่วยเหลือชาวไร่มันสำปะหลัง

รัฐเร่งมาตรการช่วยเหลือชาวไร่มันสำปะหลัง

05th Oct 2016 General Information

ครม.เพิ่มมาตรการช่วยเหลือชาวไร่มันสำปะหลัง หลังราคาตกต่ำต่อเนื่อง เร่งปล่อยสินเชื่อสร้างมูลค่าสินค้าให้เร็วขึ้นจาก 1 ธันวาคมเลื่อนเป็น 15 ตุลาคมปีนี้

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการมันสำปะหลังเพิ่มเติมของปี 2559/60 หลังจากได้อนุมัติแนวทางการบริหารจัดการมันสำปะหลังไปแล้ว 4 มาตรการ แต่ว่าหลังจากคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำหลัง (นบมส.) ได้พิจารณาพบว่าขณะนี้ราคามันสำปะหลังในประเทศและต่างประเทศมีแนวโน้มตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง จึงเห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการเพิ่มเติม

สำหรับมาตรการแรก ให้เลื่อนระยะเวลการดำเนินโครงการ 3 โครงการที่ ครม.ได้อนุมัติไว้คือ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลังในระบบน้ำหยด โครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตและการแปรรูปมันสำปะหลัง โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร จากของเดิมจะเริ่มดำเนินโครงการในวันที่ 1 ธันวาคม 2559 เป็นเลื่อนมาเป็นวันที่ 15 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไปเพื่อให้สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้เร็วขึ้น

มาตรการโครงการพักชำระหนี้ต้นเงินและลดดอกเบี้ยให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เพื่อบรรเทาภาระหนี้สินและลดต้นทุนในการประกอบอาชีพของเกษตรกร ซึ่งเป็นลูกค้าของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีเป้าหมายคือเกษตรกรที่เป็นลูกค้า ธ.ก.ส.ที่มีหนี้เงินกู้วัตถุประสงค์เพื่อการผลิตมันสำปะหลัง ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2559 รายละไม่เกิน 5 แสนบาท ทั้งหมดมีจำนวนประมาณ 5 แสนราย เป็นเงินกู้ทั้งหมดประมาณ 4 หมื่นล้านบาท ดังนั้น มาตรการนี้จะเป็นภาระของรัฐประมาณ 1,200 ล้านบาท

ส่วนโครงการเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินที่จำเป็นในครัวเรือนและเป็นการแก้ปัญหาการก่อหนี้นอกระบบไปในตัว โดยที่ทาง ธ.ก.ส.จะคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.5 ต่อเดือนหรือปีละ 6% วงเงินกู้รายละไม่เกิน 2 หมื่นบาท ระยะเวลาจ่ายเงินกู้ตั้งแต่ เดือน พ.ย. 59 – 31 มี.ค. 60 มีระยะเวลการชำระหนี้ไม่เกิน 12 เดือนนับตั้งแต่วันที่ทำสัญญา

ที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รมว.พาณิชย์สั่งติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตรสำคัญอย่างใกล้ชิดในพื้นที่น้ำท่วม

รมว.พาณิชย์สั่งติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตรสำคัญอย่างใกล้ชิดในพื้นที่น้ำท่วม

30th Sep 2016 General Information

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์มันสำปะหลังอย่างใกล้ชิด รวมทั้งตรวจสอบการซื้อ-ขายหัวมันสด ณ โรงแป้งและลานมันทุกแห่งให้มีการปิดป้ายแสดงราคารับซื้ออย่างชัดเจนให้เป็นไปตามประกาศ กกร. อย่างเคร่งครัด และตรวจสอบเครื่องชั่ง เครื่องวัดเปอร์เซนต์เชื้อแป้งไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบทางการค้า

โดยพาณิชย์จังหวัด ได้ออกติดตามสถานการณ์การรับซื้อมันสำปะหลังของจังหวัด อาทิ จังหวัดกาฬสินธุ์ ปริมาณการรับซื้อหัวมันสดของโรงแป้งทั้ง 8 แห่งยังเต็มกำลังการผลิตเฉลี่ยวันละประมาณ 6500-7000 ตัน โดยมันที่เข้าสู่โรงแป้งในขณะนี้ส่วนใหญ่เป็นมันในจังหวัดประมาณ 70% อีกประมาณ 30% เป็นมันจากจังหวัดใกล้เคียง (อุดรธานี สกลนคร และมุกดาหาร) ราคารับซื้อเฉลี่ย หัวมันสดเชื้อแป้ง 25% กก.ละ 1.25-1.45 บาท (เพิ่ม-ลด%ละ 0.05 บาท) เชื้อแป้งโดยเฉลี่ยในขณะนี้ 23-26%

สำหรับสถานการณ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยังคงให้พาณิชย์จังหวัดจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังจากที่ กรมการค้าภายใน ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ให้รับซื้อเมล็ดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ ทั้งนี้ปริมาณผลผลิตข้าวโพดภายในประเทศยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจากความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในการผลิต 5.6-6 ล้านตันต่อปี ในสัดส่วนการใช้ข้าวโพดในอาหารสัตว์ประมาณ 60-65% แต่ผลผลิตข้าวโพดในประเทศมีเพียง 4.5 ล้านตันต่อปี ที่เหลือยังต้องนำเข้า

นางอภิรดี กล่าวต่อว่า ตัวเองยังมีความกังวลต่อสถานการณ์สินค้าเกษตรโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งจากรายงานของสำนักงานพาณิชย์จังหวัด สถานการณ์น้ำหลากท่วมในครั้งนี้ กระทบต่อพื้นที่เกษตรในวงแคบ ๆ เฉพาะในที่ลุ่มริมน้ำ และท่วมในระยะสั้น จึงคาดว่าพื้นเกษตรสามารถฟื้นตัวได้หลังน้ำลด ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดในพื้นที่น้ำท่วม และพื้นที่เฝ้าระวัง ได้ออกตรวจสอบสถานการณ์ทางการค้าและสำรวจความเสียหายของพื้นที่ทางการเกษตรอย่างใกล้ชิด โดยติดตามสถานการณ์สินค้าจำเป็นต่อการครองชีพในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย ดูแลมิให้เกิดการกักตุน ไม่ให้มีการฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค และป้องกันมิให้เกิดภาวะขาดแคลนสินค้า ทั้งในช่วงที่เกิดอุทกภัยและหลังเกิดอุทกภัย จัดหาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด เพื่อช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรที่ประสบภัย

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

“หัวมัน” ราคาต่ำสุดรอบ 20 ปี ชาวไร่เดือด-กระทุ้งรัฐจ่ายไร่ละ 1,000 บาท

“หัวมัน” ราคาต่ำสุดรอบ 20 ปี ชาวไร่เดือด-กระทุ้งรัฐจ่ายไร่ละ 1,000 บาท

28th Sep 2016 General Information

สถานการณ์ราคาหัวมันสำปะหลัง ปีการผลิต 2558/2559 ช่วงโค้งสุดท้ายที่ลดลงเหลือ กก.ละ 1.20-1.30 บาท ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 20 ปีนับจากปี 2539 ที่ราคาเคยอยู่ที่ กก.ละ 0.80 บาท ทำให้เกษตรกรขาดทุนอย่างน้อย กก.ละ 0.90 บาท ส่งผลให้ชาวไร่มันออกมาเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์กำหนดมาตรการดูแลอย่างเร่งด่วน

เดือดร้อนถึงคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) ซึ่ง นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจาก นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ให้ดูแล รวมทั้ง “กรมการค้าภายใน” ต้องรีบชงมาตรการเสริม 2 มาตรการ คือ การพักชำระหนี้ให้เกษตรกร 2 ปี โดยรัฐบาลจ่ายชดเชยดอกเบี้ย 3% ให้คิดเป็นวงเงิน 1,200 ล้านบาท และมาตรการให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ปล่อยสินเชื่อใหม่ให้เกษตรกร 5 แสนราย รายละ 20,000 บาท ดอกเบี้ย 0.5% ต่อปี คาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายใน 15 ตุลาคม 2559 เพื่อเสริม 4 มาตรการเดิม

P590927-02

โซนนิ่งพื้นที่นาข้าวหนุนเกษตรกรปลูกมัน

พิจารณาโครงสร้างการผลิตมันสำปะหลังในแต่ละปีพบว่า ไทยมีผลผลิตมันสำปะหลัง 31-32 ล้านตัน “น้อยกว่า” ปริมาณความต้องการใช้ 40 ล้านตันต่อปี ทำให้ต้องนำเข้าจากเพื่อนบ้าน 800,000-1,000,000 ตันต่อปีซึ่งไม่น่าเป็นเหตุผลที่ทำให้มันสำปะหลังราคาตก

แหล่งข่าวในวงการมันสำปะหลังตั้งข้อสังเกตว่า ราคามันสำปะหลังที่ลดลงอย่างผิดปกติมาจาก 2-3 สาเหตุ คือ 1) ผลพวงจากการใช้มาตรการโซนนิ่งสินค้าเกษตรกรเมื่อปี 2557 ที่ภาครัฐสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ข้าวโพด และอ้อยให้ปรับเปลี่ยนพื้นที่่มาปลูกมันสำปะหลังแทน เพราะรายได้เฉลี่ยต่อไร่จากการปลูกมันสำปะหลัง 4,141 บาทสูงกว่าการปลูกข้าว 271 บาท

หากยังจำได้ นโยบายปรับพื้นที่ (โซนนิ่ง) ระบุว่า หากเปลี่ยนนาดอน 2 ล้านไร่มาปลูกมันฯ จะช่วยเกษตรกรมีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 15 เท่า หรือราว 7,740 ล้านบาทต่อปี แต่หลังจากโซนนิ่งแล้วก็ไม่มีการติดตาม จนผลผลิตมันสำปะหลังจำนวนมากมาโผล่ในปีนี้

2) เมื่อปี 2558 ที่ผ่านมาเป็นปีที่เกิดภัยแล้งรุนแรง ส่งผลให้การปลูกมันปีการผลิต 2558/2559 ต้องเลื่อนออกไปจากปกติ ชาวไร่จะขุดหมดไปตั้งแต่เดือนพฤษภาคม เป็นขุดช้าจนถึงเดือนกันยายน ผลผลิตปี 2558/2559 ก็ยังไม่หมด ขณะที่ผลผลิตมันปี 2559/2560 ก็กำลังจะตามออกมาในเดือนตุลาคมนี้

ชาวไร่มันเจอเคราะห์ซ้ำกรรมซัด

นอกจากนี้ ยังเจอแจ็กพอตซ้ำเนื่องจากฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ทำให้ต้องเร่งขุดเพื่อหนีฝนอีก ส่งผลให้คุณภาพเปอร์เซ็นต์แป้งลดลงจากเกณฑ์ 25% เหลือ 21-22% ทำให้ราคาร่วงลงอีก

3) กลไกตลาดผิดปกติกล่าวคือ เกษตรกรจะต้องขายมันให้ลานมันและโรงแป้ง เพื่อนำไปแปรรูปเป็นมันเส้น และแป้งมันสำหรับส่งออก แต่ช่วงนี้ “ผู้ซื้อ” น้อยราย เพราะเมื่อฝนตกหนักลานมันไม่สามารถตากมันได้ ต้องหยุดซื้อ เกษตรกรหมดทางเลือกจึงต้องขนหัวมันไปขายให้กับโรงแป้ง ซึ่งเปิดทำการเพียง 50% หรือประมาณ 45 โรงจากทั่วประเทศ ผลต่อเนื่องตามมา คือ

“โรงแป้ง” แบกสต๊อกมากจนรับไม่ไหว จึงต้องไปเร่งส่งออกให้เร็วที่สุด นำมาสู่ปัญหาการตัดราคากันเอง ทำให้ราคาส่งออกเอฟโอบีแป้งมันลดลงจากตันละ 335-350 เหลือตันละ 290 เหรียญสหรัฐ ต่ำสุดในรอบหลายปีเช่นเดียวกัน และคิดทอนกลับเป็นราคาแป้งจะเหลือ กก.ละ 9 บาท จากเคยขายได้ 12-13 บาท ทำให้ราคาหัวมันเหลือเพียง กก.ละ 1.40 บาท ปรากฏการณ์นี้เริ่มจากกลุ่มโรงแป้งในพื้นที่ที่ยังมีผลผลิตปี 2558/2559 ค้างอยู่ เช่น จ.กาฬสินธุ์ มหาสารคาม เลย อุดรธานี และขอนแก่น และลามไปยังโรงแป้งในพื้นที่อื่นต้องลดราคาลงตามซ้ำร้ายตลาดส่งออกหลักอย่างจีนซึ่งมีสัดส่วนกว่า 90% มีนโยบาย “ลด” การนำเข้ามันเส้นจากไทย หันไปใช้สต๊อกข้าวโพดที่รัฐบาลให้การสนับสนุนเกษตรกรแทน โดยคาดการณ์ว่าปีนี้จีนจะระบายสต๊อกข้าวโพด 50 ล้านตันจากทั้งหมด 250 ล้านตัน

4 สมาคมมันเสียงแตก

เหตุผลทั้งหมดนี้ทำให้ “สมาคมโรงแป้งมันสำปะหลังไทย” ถูกผลักเป็นจำเลยกดราคามัน และไม่สามารถเข้าร่วมกับ 3 สมาคมมันสำปะหลัง ซึ่งนำโดยนางสุรีย์ ยอดประจง นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย นายนิยม จุฬาเสรีกุล นายกสมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย และ นายสมบูรณ์ วัฒนวาณิชย์กุล นายกสมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มมาตรการแก้ไขปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำอย่างเร่งด่วนได้

สาระสำคัญของแถลงการณ์นั้นเสนอให้รัฐออกมาตรการเร่งด่วน ช่วยเหลือสนับสนุนเงินให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน 3 แสนครัวเรือน ไร่ละ 1,000 บาท เป็นวงเงิน 8,600 ล้านบาท ให้เกษตรกรมีเงินใช้จ่ายเพื่อจะได้ชะลอการขุดมันออกไป 50-60 วัน ด้วยหวังว่าจะดึงจังหวะรอให้หมดฝน แล้ว “ลานมัน” กลับมาช่วยซื้อและช่วยให้ผลผลิตหัวมันมีคุณภาพมากขึ้น พร้อมทั้งขอให้ภาครัฐเพิ่มความเข้มข้นในการควบคุมเรื่องการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเสนอให้กำหนดโควตาและให้ผู้นำเข้ามานำเข้ามาเพื่อส่งออก ซึ่งจะช่วยลดซัพพลายส่วนเกินได้

นายธีระชาติ เสยกระโทก ผู้ประสานงานสมาพันธ์ชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทยกล่าวว่า ในพื้นที่เกษตรกรไม่สามารถชุนนุมประท้วงได้เหมือนในอดีต กลไกการแก้ไขปัญหาจึงมีการหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละพื้นที่ เพื่อขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการลานมันช่วยเข้ารับซื้อหัวมัน (เปอร์เซ็นต์แป้ง 25%) จากเกษตรกรในราคา กก.ละ 2.10 บาท ขณะที่ผู้ประกอบการโรงแป้งในพื้นที่ยืนยันว่า ไม่สามารถรับซื้อในราคาดังกล่าวได้ เพราะขณะนี้การส่งออกแป้งประสบปัญหาด้านราคา อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลผลิตมันสำปะหลังปีนี้ยัง เหลืออยู่ 10% เท่านั้น หากกระทรวงพาณิชย์มีมาตรการชัดเจนน่าจะช่วยยกระดับราคาขึ้นได้

ขยายตลาด-ดูแลโซนนิ่ง

สำหรับมาตรการแก้ไขปัญหาเชิงรุก “นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง” ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะภาคเอกชนออกไปเจรจาเพื่อขยายตลาดส่งออก 3 แห่ง คือ อินเดีย ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ช่วง 26-30 กันยายนนี้ ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อการขยายตลาดส่งออกใหม่ ลดการพึ่งพาการส่งออกตลาดจีนได้ในอนาคต ขณะเดียวกันได้นำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น จ.สระแก้ว เพื่อขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลการลักลอบนำเข้ามันเส้น

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายยังกังวลว่าปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้นหลังจากใช้มาตรการโซนนิ่งภาคการเกษตรจะยังมีต่อเนื่องจนถึงปีการผลิต 2559/60 ดังนั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดกลไกการติดตามข้อมูลให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการราคาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

จ่อทุ่ม 1.2 พันล.ช่วยผู้ปลูกมันฯ ชงครม.พักชำระหนี้ / ปล่อยกู้ 5 แสนราย

จ่อทุ่ม 1.2 พันล.ช่วยผู้ปลูกมันฯ ชงครม.พักชำระหนี้ / ปล่อยกู้ 5 แสนราย

26th Sep 2016 General Information

คณะกรรมการการมันสำปะหลัง เตรียมของบครม. 1,200 ล้าน ดูแลเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง พร้อมเสนอ ครม.อนุมัติ 4 แนวทางดูแลมันสำปะหลังเพิ่มเติม

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) มีมติให้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่มงบประมาณช่วยเหลือดูแลเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง 1,200 ล้านบาท พร้อมจะเสนอให้ครม.รับทราบและอนุมัติมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร 4 ข้อ คือ

1.การช่วยพักชำระหนี้เงินต้นให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เป็นระยะเวลา 24 เดือน วงเงิน 1,200 ล้านบาท ครอบคลุมเกษตรกร 5 แสนราย ซึ่ง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะชดเชยดอกเบี้ยให้ 1.5% และรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ 1.5%

2.ให้ ธ.ก.ส. ปล่อยกู้ ให้สินเชื่อเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เพื่อนำมาใช้จ่ายฉุกเฉิน และเพิ่มสภาพคล่อง จำนวน 5 แสนราย รายละไม่เกิน 20,000 บาท ในอัตราดอกเบี้ย 0.5%,

3.ให้หน่วยงานต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเข้ามันสำปะหลัง ทำงานอย่างเข้มงวดมากขึ้น เช่นการตรวจสอบเชื้อไวรัส การลักลอบนำเข้า เป็นต้น และ

4.การดึงมันสำปะหลังออกสู่ตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สค.) จะร่วมมือกัน นำผู้ประกอบการ ผู้นำเข้าจากต่างประเทศ มาทำแมทชิ่ง หรือการเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไทย เพื่อกระจายมันสำปะหลังไปยังประเทศที่มีความต้องการใช้มัน เช่น อินเดีย

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ในการประชุม นบมส. ได้เห็นชอบร่วมกันที่จะเพิ่มมาตรการดูแลสินค้ามันสำปะหลัง และช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังเพิ่มเติมจากเดิม เพราะมองว่ามาตรการเดิมอาจยังไม่เพียงพอ ซึ่งจะเสนอ ครม. ให้รับทราบและอนุมัติในสัปดาห์หน้า สำหรับสิ่งที่จะเสนอ ครม.เพิ่มเติม เช่น การพักชำระหนี้เงินต้นให้เกษตรกร แต่เกษตรกรยังต้องมีการจ่ายดอกเบี้ยคืน ธ.ก.ส. และการให้เข้มงวดเรื่องการนำเข้ามันสำปะหลังมากขึ้น เพราะมันสำปะหลังมีการนำเข้าทั้งปี ซึ่งเป็นการนำเข้าหัวมันสด จึงอาจเกิดปัญหาด้านสุขอนามัยมีการติดเชื้อได้ ดังนั้น การนำเข้าอาจต้องให้จำกัดการเข้าได้เฉพาะด่านถาวรที่มีศักยภาพ มีทีมที่สามารถตรวจสอบสุขอนามัยได้เท่านั้น ไม่ให้นำเข้าด่านอื่นๆ และหากนำเข้ามาผ่านด่านที่ไม่ได้รับอนุญาตก็จะถือว่าเป็นการลักลอบนำเข้าที่ผิดกฎหมาย ขณะเดียวกันจะดูแลสินค้าเกษตร ทั้ง ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด

“ทั้งนี้ได้มีการเสนอในที่ประชุม นบมส. ให้ใช้มาตรการดูแลเกษตรกร โดยวิธีการชะลอการขุดมันสำปะหลังแต่ที่ประชุมไม่เห็นด้วย เพราะในปีก่อนก็ใช้มาตรการดังกล่าวแล้ว และทำให้เกิดหนี้เสียจำนวนมากแถมยังตรวจสอบยาก ดังนั้น จึงไม่อนุมัติแนวทางดังกล่าว”น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ กล่าว

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

พณ.จ่อชงครม.พักหนี้ชาวไร่มัน ชะลอนำเข้าข้าวสาลี พยุงราคาข้าวโพด

พณ.จ่อชงครม.พักหนี้ชาวไร่มัน ชะลอนำเข้าข้าวสาลี พยุงราคาข้าวโพด

23rd Sep 2016 General Information

พาณิชย์ สั่งโรงงานอาหารสัตว์ ซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศไม่ต่ำกว่ากก.ละ 8 บาท และชะลอนำเข้าข้าวสาลี หวังดึงไม่ให้ราคาข้าวโพดตกต่ำ ในช่วงที่ผลผลิตออกมากตั้งแต่พ.ย.-ธ.ค.นี้ ขณะเดียวกัน จี้ผู้ประกอบการมันสำปะหลัง ซื้อหัวมันสดโลละ 1.90 บาท เตรียมชง ครม. พักหนี้ชาวไร่มัน

เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 59 นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า การเตรียมรับมือผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูกาลผลิตปี 59/60 ที่จะออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือน พ.ย.นี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาตกต่ำนั้นทางเราได้ขอความร่วมมือโรงงานอาหารสัตว์ ให้รับซื้อเมล็ดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศในราคาไม่ต่ำกว่าปีก่อน หรือกิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า 8 บาท ที่ความชื้น 14.5% โดยเมื่อทอนเป็นราคาที่เกษตรกรขายแบบฝักจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 3.80-4.00 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรอยู่ได้

‘ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศจะออกมากตั้งแต่เดือน พ.ย.-ธ.ค. ปีนี้มีประมาณ 4 ล้านตัน ไม่เพียงพอต่อความต้องการอยู่แล้ว เพราะโรงงานอาหารสัตว์ใช้ปีละประมาณ 7-8 ล้านตัน แต่เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาลดลงในช่วงผลผลิตออกมาก กรมฯ ได้ขอความร่วมมือโรงงานรับซื้อไม่ต่ำกว่ากก.ละ 8 บาท ที่ความชื้น 14.5%’

ทั้งนี้หากโรงงานใดซื้อราคาต่ำกว่าที่ขอความร่วมมือไว้ ให้เกษตรกรแจ้งมาได้ที่กรมฯ จะดำเนินการแก้ปัญหาให้ เช่น อาจจะกำหนดเป็นราคาแนะนำ ที่โรงงานจะต้องรับซื้อ หรือกำหนดมาตรการอื่นๆ ต่อไป คาดว่าราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ น่าจะปรับสูงขึ้นในช่วงปลายฤดู ซึ่งปีที่ผ่านมา ราคาปรับขึ้นไปได้ถึงกิโลกรัมละ 9 บาท พร้อมกันนั้น ยังได้ขอความร่วมมือให้โรงงานอาหารสัตว์ ชะลอการนำเข้าข้าวสาลีออกไปก่อน โดยให้นำเข้าได้ในช่วงที่ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ออกหมด หรือประมาณช่วงเดือน ก.พ.เป็นต้นไป เพื่อไม่ให้กระทบกับราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

นางสาววิบูลย์ลักษณ์ กล่าวว่า ส่วนการแก้ปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำนั้นได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการมันสำปะหลังให้รับซื้อหัวมันสดจากเกษตรกรกิโลกรัมละ 1.90 บาท ซึ่งผู้ประกอบการโรงงานมันเส้น และเอทานอล รับปากจะให้ความร่วมมือ เพราะราคาส่งออกมันเส้นของไทยดีมาก แต่ขอให้เกษตรกรอย่าเพิ่งเร่งรีบขุดหัวมัน เพราะจะได้คุณภาพต่ำ และเชื้อแป้งไม่ได้ตามมาตรฐานที่ 25%

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) ที่มีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ เป็นประธาน เมื่อวันที่ 22 ก.ย.นี้ ได้อนุมัติมาตรการพักชำระหนี้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง โดยมีเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 560,000-600,000 ครัวเรือน คาดจะใช้เงินงบประมาณ 1,400 ล้านบาท รวมถึงยังมีมาตรการชดเชยดอกเบี้ยให้เกษตรกร เพื่อชะลอการขุดหัวมัน ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีเงินไปใช้จ่ายในช่วงที่ยังขายผลผลิตไม่ได้ ซึ่งจะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในสัปดาห์หน้า

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

เสียงครวญจากไร่

เสียงครวญจากไร่

21st Sep 2016 General Information

กลายเป็นประเด็นที่ถูกเมินมาหลายปีจากกระทรวงพาณิชย์ กรณีปล่อยให้นำเข้าข้าวสาลีและกากข้าวโพดเหลือจากการทำเอทานอล (DDGS) มาผลิตอาหารสัตว์มากเกินไป นกระทบต่อเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไทย

กลางปีที่ผ่านมา ผู้ได้รับผลกระทบอดรนทนไม่ไหวจัดเวทีระดมความคิดเห็นผ่านสภาเกษตรกรแห่งชาติ นำข้อเสนอยื่นต่อนายกรัฐมนตรีไป ไม่ได้มีรีแอ็กชั่นใดๆ ตอบกลับจากกระทรวงพาณิชย์ แถมยังปล่อยให้นำเข้ากันได้แบบเสรีแบบไม่มีลิมิต ปล่อยให้เกษตรกรต้องร้องเพลงรอเคล้าน้ำตาต่อไป

ทั้งที่ภัยแล้งอันแสนสาหัสที่ผ่านมา เกษตรกรหลงดีใจตั้งความหวัง ช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดคงได้ขายของสักที สุดท้ายกลไกตลาดเป๋ไม่เป็นท่า ผลผลิตมีน้อยแต่กลับราคาถูก…แม้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์จะยังมีความต้องการ แต่กลับถูกแทนที่ด้วยข้าวสาลีนำเข้าและ DDGS แบบอันลิมิเต็ดนี่ยังไม่รวมการนำเข้ารำข้าวสาลีอัดเม็ดจากอินโดนีเซีย ที่มีถี่ขึ้นในระยะหลัง แทนที่จะใช้รำข้าวสารไทย

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 1 กก.ยังไม่พอซื้อไข่ไก่ 1 ฟอง ส่วนมันสำปะหลังบางแห่งเหลือกิโลละไม่ถึงบาท

ด้วยเหตุนี้วันก่อนเวทีสัมมนา “ฝ่าวิกฤติปัญหาเสถียรภาพราคาสินค้าพืชเศรษฐกิจหลักของไทย” โดยสภาเกษตรฯ จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมาอีกครั้ง…หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ส่งตัวแทนระดับหัวเข้าร่วมตลอดงาน

ยกเว้นหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์…พูดเสร็จ หนีกลับ ทั้งที่เป็นคู่กรณีโดยตรง

งานนี้เดือดถึงขนาดเรียกร้องให้ท่านผู้นำใช้อำนาจ ม.44 ปลด รมว.พาณิชย์ แถมออกอาการครั่นเนื้อครั่นตัวอยากแสดงพลัง…ยิ่งยกเลิกพลเรือนขึ้นศาลทหารแล้ว อะไรก็เกิดขึ้น ถ้าเหลืออดจริงๆ

เกษตรกรคาใจ เหตุใดไม่มีใครกล้ายุ่งเรื่องนำเข้าตรงนี้เลย หรือมีอะไรจุกที่คอระดับบิ๊กกระทรวง ตั้งแต่ระดับหัวหน้า อธิบดี ยันรัฐมนตรี

ฤาดวงตาท่านเห็นหน้าอันสิ้นหวังของเกษตรกร แต่มือยังคงพาดห้อยลงใต้โต๊ะ เก็บอะไรเข้ากระเป๋ารึเปล่า…เขาแค่ตั้งข้อสงสัยไปงั้นๆ.

สะ–เล–เต

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

เอกชน 31 รายแห่ประมูลมันเส้นเสื่อม

เอกชน 31 รายแห่ประมูลมันเส้นเสื่อม

14th Sep 2016 General Information

นายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 กันยายน กรมการค้าต่างประเทศได้เปิดให้ผู้ประกอบการยื่นซองเสนอราคาประมูลมันสำปะหลังเส้นในสต๊อกรัฐบาล ซึ่งเป็นล็อตสุดท้ายที่เก็บสต๊อกคงค้างมาตั้งแต่โครงการรับจำนำมันสำปะหลัง ปี 2551/2552 จนถึงปี 2555/2556 ปริมาณรวม 344,554.444 ตัน ตามความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) ซึ่งมีนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์เป็นประธาน

ทั้งนี้ ในการประมูลแยกเป็น 2 ส่วน คือ การประมูลมันสำปะหลังสู่ภาคอุตสาหกรรม ครั้งที่ 1/2559 มีผู้ยื่นซองเสนอราคา 24 ราย จากที่ผ่านคุณสมบัติ 30 ราย คิดเป็นปริมาณเสนอซื้อ 216,000 ตัน จากปริมาณที่เปิดประมูลทั้งหมด 226,745 ตัน โดยให้ราคาเสนอซื้อต่ำสุดที่ กก.ละ 0.10 บาท สูงสุด กก.ละ 1.60 บาท และการประมูลเป็นการทั่วไป ครั้งที่ 1/2559 มีผู้ยื่นเสนอราคา 5 ราย จากที่ผ่านคุณสมบัติ 11 ราย คิดเป็นปริมาณ 28,000 ตัน จากทั้งหมดที่เปิดประมูลปริมาณ 117,809 ตัน โดยราคาที่เสนอซื้อราคา กก.ละ 1.20-2.00 บาท ซึ่งหลังจากนี้ผู้เสนอราคาสูงสุดในแต่ละคลังยังอยู่ระหว่างการให้ราคาเพิ่มได้อีกครั้ง จนกว่าจะมีผู้ชนะด้วยราคาสูงสุด

“การประมูลครั้งนี้มีผู้เสนอซื้อคึกคักเป็นที่น่าพอ หลังจากนี้จะสรุปราคาที่เสนอซื้อ และในวันที่ 15 กันยายนนี้ คณะทำงานระบายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังคงเหลือในสต๊อกของรัฐบาล จะประชุมเพื่อกำหนดราคาฟลอไพรซ์ ซึ่งจะพิจารณาจากราคาตลาดย้อนหลัง 15 วัน และหักค่าเสื่อมราคาของมันสำปะหลังในแต่ละปี จากนั้นจะนำผลสรุปเสนอประธานนบมส. จะพิจารณา หากเปรียบเทียบแล้วราคาเสนอซื้อต่ำกว่าราคาฟลอไพรซ์ แต่หากเทียบกับค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาแล้วมากกว่าก็อาจจะขายก็ได้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาขายขึ้นอยู่กับระดับนโยบาย”

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

กรมการค้าภายใน เตรียมหารือธนาคารพาณิชย์ หามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการแป้งมัน-ลานมัน

กรมการค้าภายใน เตรียมหารือธนาคารพาณิชย์ หามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการแป้งมัน-ลานมัน

13th Sep 2016 General Information

กรมการค้าภายใน เตรียมหารือธนาคารพาณิชย์ หามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการแป้งมัน ลานมัน พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการแก๊สโซฮอล์ ในการดูดซับปริมาณแป้งมันออกจาดตลาด ขณะที่ ขอความร่วมมือ สคร. ต่างประเทศ จัดเจรจาการค้ามันสำปะหลัง

นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมการค้าภายในเตรียมหารือธนาคารพาณิชย์ ในการหามาตรการช่วยเหลือ เรื่องของวงเงินสินเชื้อ รวมถึงมาตรการชดเชยดอกเบี้ย ให้กับผู้ประกอบการแป้งมันสำปะหลัง ลานมัน เพื่อส่งเสริมเรื่องของสภาพคล่องในการดำเนินการ เนื่องจากได้มีการรับซื้อมันสำปะหลังเข้ามาเก็บไว้ในสต๊อกเป็นจำนวนมาก อยากในการจัดการ อีกทั้ง ขอความร่วมมือผู้ประกอบการแก๊สโซฮอล์ ในการรับซื้อแผ้งมันสำปะหลังเพิ่มขึ้น ในการดูดซับแป้งมันสำปะหลังในตลาด เบื้องต้นผู้ประกอบการได้ที่จะดูดซับปริมาณแป้งมันสำปะหลังในตลาด

อย่างไรก็ดี สำหรับมาตรการสิ้นเชื้อและการชดเชยดอกเบี้ย คงต้องหารือกับทางธนาคารว่าจะสามารถช่วยเหลือได้อย่างไรบ้าง หากต้องใช้งบประมาณจากรัฐบาลก็อาจจะต้องเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป นอกจากนี้การขอความร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ เรื่องของกฎหมายหลักประกันธุรกิจ ก็จะเป็นช่องทางหนึ่งให้ผู้ประกอบการนำมันสำปะลหลังเป็นหลักประกันในการขยายวงเงินได้อีกช่องทางในการเพิ่มสภาพคล่อง

ส่วนกรณีขอความร่วมมือผู้ประกอบการแก๊สโซฮอล์ในการดูดูซับปริมาณแป้งมันในตลาด เบื้องต้นผู้ประกอบการรับที่จะช่วยเหลือ เพราะปัจจุบันกำลังการผลิตเพียง 50% เท่านั้น ซึ่งยังสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้มากขึ้น ซึ่งก็คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ทันที ทั้งนี้ มาตรการที่หารือเป็นมาตรการเพิ่มเติมจากที่ ครม. เห็นชอบไปก่อนหน้านี้ สำหรับมาตรการที่ ครม. ได้อนุมัติแนวทางการบริหารจัดการมันสำปะหลังแบบครบวงจร ปี 2559/60 จำนวน 4 โครงการ ก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย 1.โครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง 3% ต่อปี รายละไม่เกิน 80,000 บาท คาดว่าจะมีเกษตรกรเข้าร่วม 310,000 ราย

2.โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกด้วยระบบน้ำหยด โดย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส. ) คิดอัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี 3. โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่ม และ4.โครงการยกระดับมาตรฐานการผลิตและแปรรูปมันสำปะหลัง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการดูซับมันสำปะหลังออกจากตลาดในช่วงที่ผลผลิตออกมากในช่วงเดือนธันวาคม 2559-มกราคม 2560 ที่คาดว่าจะออกมาปริมาณ 5-6 ล้านตัน จากผลผลิตทั้งปี 2559 อยู่ที่ 32 ล้านตัน และจะออกมากสุดในช่วง มกราคม-เมษายน 2560 ปริมาณ 20 ล้านตัน

นางสาววิบูลย์ลักษณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ราคามันสำปะหลังที่ตกลงมาในขณะนี้ เป็นผลกระทบมาจากปัจจัยเรื่องของภัยแล้งกระทบยต่อเชื้อแป้งลดลง การลดการนำเข้ามันสำปะหลังของจีน และการกดราคาแป้งมันในตลาดโลก จากปี 2558 จากที่มีการขายอยู่ในตลาดโลกอยู่ที่ 400 เหรียญสหรัฐต่อตัน ปี 2559 ลดลงมาอยู่ที่ 200-300 เหรียญสหสรัฐต่อตัน ส่งผลต่อราคามันสำปะหลังภายในประเทศอย่างมาก ดังนั้น เพื่อแก้ไขราคาตกนอกจากมาตรการในการช่วยเหลือภายในประเทศแล้ว

สำหรับมาตการด้านต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ก็จะหาตลาดอื่นๆเพิ่มขึ้น เช่น อินเดีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และยุโรป เพื่อส่งออกมันเส้น แป้งมันไปในตลาดดังกล่าวให้มากขึ้น อีกทั้ง ยังหารือร่วมกับทูตพาณิชย์ ที่เป็นประเทศผู้ใช้มัน เพื่อดึงผู้ประกอบการจากทั่วโลกมาร่วมงานจับคู่เจรจาธุรกิจกับโรงแป้งของไทยด้วย อีกทั้ง จะขยายความต้องการใช้มันสำปะหลังในประเทศ โดยการนำมันสำปะหลังมาแปรรูปเป็นผลิตภันฑ์อื่นๆเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า เช่น การทำขนมจากมันสำปะหลัง ลูกชิ้น ไส้กรอก ซอสมะเขือเทศ รวมถึงการนำไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมพลังงาน เช่น การผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลัง

ส่วนราคามันขณะนี้ หัวมันสด ความชื้น 25% อยู่ที่ 1.7-2 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งต่ำกว่าราคาในปีก่อนที่ราคาอยู่ที่ 2.30 บาทต่อกิโลกรัม ขณะนี้ ราคามันสดคุณภาพไม่ตรงมาตรฐานราคายู่ที่ 1.21 บาทต่อกิโลกรัม ลดลงจากราคาเดิมเดือนที่แล้วที่มีราคา 1.25 บาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

เปิดประมูลมันสำปะหลัง 3.44 แสนตัน โละสต๊อกรัฐบาลลดภาระค่าจัดเก็บ

เปิดประมูลมันสำปะหลัง 3.44 แสนตัน โละสต๊อกรัฐบาลลดภาระค่าจัดเก็บ

06th Sep 2016 General Information

พาณิชย์ เปิดประมูลมันสำปะหลังในสต๊อกรัฐบาล 3.44 แสนตัน ครั้งแรกในปี 2559 หวังลดภาระจัดเก็บเดือนละ 50 ล้านบาท เปิดซองเคาะราคา 13 กันยายนนี้ ยืนยันไม่กระทบตลาด

นายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะทำงานระบายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังคงเหลือในสต๊อกของรัฐบาล เปิดเผยว่า กรมได้ทำการเปิดประมูลการจำหน่ายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังในสต๊อกของรัฐบาล รวมทั้งสิ้น 344,554 ตัน โดยแบ่งเป็นระบายเป็นการทั่วไป ครั้งที่ 1/2559 ปริมาณ 117,809 ตัน และระบายเข้าสู่อุตสาหกรรม ครั้งที่ 1/2559 ปริมาณ 226,745 ตัน ซึ่งเป็นมันสำปะหลังจากโครงการรับจำนำมันสำปะหลัง ปีการผลิต 2551/52 2554/55 และ 2555/56 ใน 59 คลัง 16 จังหวัด

โดยจะเปิดให้เอกชนที่สนใจเข้าดูคลังในวันที่ 1-8 กันยายนและให้ยื่นซองเอกสารคุณสมบัติ ในวันที่ 9 กันยายน และเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาซื้อและเปิดซองเสนอราคาซื้อวันที่ 13 กันยายน ซึ่งการประมูลรอบนี้มีเงื่อนไขกำหนดราคาขั้นต่ำ เช่นเดียวกับการประมูลข้าว และเปิดกว้างให้ คนทั่วไป นิติบุคคล รัฐวิสาหกิจสถาบันเกษตรกรที่ประกอบกิจการค้ามันสำปะหลังหรือผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังหรือสินค้าเกษตรเข้าร่วม ทั้งนี้ผู้ประมูลมันสำปะหลังเข้าสู่อุตสาหกรรมจะต้องแจ้งวัตถุประสงค์และประเภทอุตสาหกรรมที่จะนำไปใช้และรับรองว่าจะไม่นำเข้าสู่ตลาดและการค้าปกติ โดยองค์การคลังสินค้า (อคส.) จะเข้ามาดูแลและควบคุมหลังการระบาย

“การระบายมันสำปะหลังในช่วงนี้จะเป็นมันเส้นทั้งหมด และมันสำปะหลังที่ระบายสู่อุตสาหกรรม จะไม่เข้าสู่การบริโภคของคนและสัตว์ แต่จะไปยังภาคอุตสาหกรรม เช่น เชื้อเพลิงและปุ๋ย อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการระบายมันสำปะหลังช่วงนี้จะไม่ส่งผลกระทบกับตลาดมันสำปะหลัง เพราะไม่ได้เป็นช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาด และจะเริ่มออกสู่ตลาดในเดือนพฤศจิกายน อีกทั้งยังหวังว่าการระบายมันสำปะหลังครั้งนี้จะช่วยลดภาระการจัดเก็บมันสำปะหลังของรัฐที่ต้องมีภาระจ่ายเดือนละ 50 ล้านบาท เพราะมันสำปะหลังทั้งหมดที่นำออกมาจำหน่ายจะเป็นการโละสต๊อกมันทั้งหมดในสต๊อกรัฐ จึงหวังว่าการเปิดประมูลรอบนี้จะสามารถระบายมันสำปะหลังได้หมด”

สำหรับสถานการณ์ราคามันสำปะหลังในเดือนกันยายนราคาหัวมันสดราคาอยู่ที่ 1.20-1.30 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) ซึ่งราคาลดลงจาก 1.40 บาทต่อกก.ในเดือนสิงหาคม ส่วนราคามันเส้นขณะนี้ราคา5.60-5.90 บาทต่อกก. ส่วนการส่งออกมันสำปะหลังนั้น ยังคงส่งออกได้ปกติ แม้จะได้รับผลกระทบจากกรณีที่จีนลดการนำเข้ามันสำปะหลังเพราะหันไปใช้ข้าวโพดทดแทนบ้าง แต่ก็กระทบไม่มาก

โดยในปี 2558 ไทยส่งออกมันสำปะหลังประมาณ 11.6 ล้านตัน ในจำนวนนี้ส่งออกไปจีน 7 ล้านตัน อย่างไรก็ตามในการดูแลมันสำปะหลังในช่วงที่มันสำปะหลังจะออกสู่ตลาดนั้นกรมได้หาตลาดเพิ่มเติมรองรับผลผลิตมันสำปะหลังล๊อตใหม่ที่จะออก และในเดือนกันยายนนี้จะนำคณะผู้แทนภาครัฐและเอกชนไปขยายตลาดผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เป็นต้น

สำหรับการชี้แจงรายละเอียดการเปิดประมูลมันสำปะหลังในสต๊อกรัฐครั้งนี้มีผู้ประกอบกิจการค้ามันสำปะหลัง และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง รวมทั้งผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม ให้ความสนใจรับฟังประมาณ 20 กว่าราย

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า