เปิดประมูลมันสำปะหลัง 3.44 แสนตัน โละสต๊อกรัฐบาลลดภาระค่าจัดเก็บ

เปิดประมูลมันสำปะหลัง 3.44 แสนตัน โละสต๊อกรัฐบาลลดภาระค่าจัดเก็บ

06th Sep 2016 General Information

พาณิชย์ เปิดประมูลมันสำปะหลังในสต๊อกรัฐบาล 3.44 แสนตัน ครั้งแรกในปี 2559 หวังลดภาระจัดเก็บเดือนละ 50 ล้านบาท เปิดซองเคาะราคา 13 กันยายนนี้ ยืนยันไม่กระทบตลาด

นายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะทำงานระบายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังคงเหลือในสต๊อกของรัฐบาล เปิดเผยว่า กรมได้ทำการเปิดประมูลการจำหน่ายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังในสต๊อกของรัฐบาล รวมทั้งสิ้น 344,554 ตัน โดยแบ่งเป็นระบายเป็นการทั่วไป ครั้งที่ 1/2559 ปริมาณ 117,809 ตัน และระบายเข้าสู่อุตสาหกรรม ครั้งที่ 1/2559 ปริมาณ 226,745 ตัน ซึ่งเป็นมันสำปะหลังจากโครงการรับจำนำมันสำปะหลัง ปีการผลิต 2551/52 2554/55 และ 2555/56 ใน 59 คลัง 16 จังหวัด

โดยจะเปิดให้เอกชนที่สนใจเข้าดูคลังในวันที่ 1-8 กันยายนและให้ยื่นซองเอกสารคุณสมบัติ ในวันที่ 9 กันยายน และเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาซื้อและเปิดซองเสนอราคาซื้อวันที่ 13 กันยายน ซึ่งการประมูลรอบนี้มีเงื่อนไขกำหนดราคาขั้นต่ำ เช่นเดียวกับการประมูลข้าว และเปิดกว้างให้ คนทั่วไป นิติบุคคล รัฐวิสาหกิจสถาบันเกษตรกรที่ประกอบกิจการค้ามันสำปะหลังหรือผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังหรือสินค้าเกษตรเข้าร่วม ทั้งนี้ผู้ประมูลมันสำปะหลังเข้าสู่อุตสาหกรรมจะต้องแจ้งวัตถุประสงค์และประเภทอุตสาหกรรมที่จะนำไปใช้และรับรองว่าจะไม่นำเข้าสู่ตลาดและการค้าปกติ โดยองค์การคลังสินค้า (อคส.) จะเข้ามาดูแลและควบคุมหลังการระบาย

“การระบายมันสำปะหลังในช่วงนี้จะเป็นมันเส้นทั้งหมด และมันสำปะหลังที่ระบายสู่อุตสาหกรรม จะไม่เข้าสู่การบริโภคของคนและสัตว์ แต่จะไปยังภาคอุตสาหกรรม เช่น เชื้อเพลิงและปุ๋ย อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการระบายมันสำปะหลังช่วงนี้จะไม่ส่งผลกระทบกับตลาดมันสำปะหลัง เพราะไม่ได้เป็นช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาด และจะเริ่มออกสู่ตลาดในเดือนพฤศจิกายน อีกทั้งยังหวังว่าการระบายมันสำปะหลังครั้งนี้จะช่วยลดภาระการจัดเก็บมันสำปะหลังของรัฐที่ต้องมีภาระจ่ายเดือนละ 50 ล้านบาท เพราะมันสำปะหลังทั้งหมดที่นำออกมาจำหน่ายจะเป็นการโละสต๊อกมันทั้งหมดในสต๊อกรัฐ จึงหวังว่าการเปิดประมูลรอบนี้จะสามารถระบายมันสำปะหลังได้หมด”

สำหรับสถานการณ์ราคามันสำปะหลังในเดือนกันยายนราคาหัวมันสดราคาอยู่ที่ 1.20-1.30 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) ซึ่งราคาลดลงจาก 1.40 บาทต่อกก.ในเดือนสิงหาคม ส่วนราคามันเส้นขณะนี้ราคา5.60-5.90 บาทต่อกก. ส่วนการส่งออกมันสำปะหลังนั้น ยังคงส่งออกได้ปกติ แม้จะได้รับผลกระทบจากกรณีที่จีนลดการนำเข้ามันสำปะหลังเพราะหันไปใช้ข้าวโพดทดแทนบ้าง แต่ก็กระทบไม่มาก

โดยในปี 2558 ไทยส่งออกมันสำปะหลังประมาณ 11.6 ล้านตัน ในจำนวนนี้ส่งออกไปจีน 7 ล้านตัน อย่างไรก็ตามในการดูแลมันสำปะหลังในช่วงที่มันสำปะหลังจะออกสู่ตลาดนั้นกรมได้หาตลาดเพิ่มเติมรองรับผลผลิตมันสำปะหลังล๊อตใหม่ที่จะออก และในเดือนกันยายนนี้จะนำคณะผู้แทนภาครัฐและเอกชนไปขยายตลาดผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เป็นต้น

สำหรับการชี้แจงรายละเอียดการเปิดประมูลมันสำปะหลังในสต๊อกรัฐครั้งนี้มีผู้ประกอบกิจการค้ามันสำปะหลัง และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง รวมทั้งผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม ให้ความสนใจรับฟังประมาณ 20 กว่าราย

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

พาณิชย์ เปิดระบายมันสำปะหลัง 3.44 แสนตัน ชี้แจงทีโออาร์ 5 ก.ย.นี้

พาณิชย์ เปิดระบายมันสำปะหลัง 3.44 แสนตัน ชี้แจงทีโออาร์ 5 ก.ย.นี้

05th Sep 2016 General Information

พาณิชย์ เตรียมเปิดระบายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังสต็อกรัฐ ครั้งที่ 1 ปี 59 รวม 3.44 แสนตัน นัดชี้แจงทีโออาร์ 5 ก.ย.นี้ ก่อนเปิดให้ยื่นซองคุณสมบัติ 9 ก.ย. ยื่นซองเสนอราคา 13 ก.ย.

วันที่ 2 ก.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงพาณิชย์ออกประกาศหลักเกณฑ์ เงื่อนไข (ทีโออาร์) การระบายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังในสต็อกของรัฐเป็นการทั่วไป และเข้าสู่อุตสาหกรรม ครั้งที่ 1/59 รวม 344,554 ตัน แบ่งเป็น การประมูลทั่วไป 117,809 ตัน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง จากโครงการแทรกแซงราคาปี 54/55 และปี 55/56 และเข้าสู่อุตสาหกรรม อีก 226,745 ตัน จากโครงการแทรกแซงราคาปี 51/52, ปี 54/55 และปี 55/56 โดยจะเปิดให้ผู้สนใจยื่นซองคุณสมบัติวันที่ 9 ก.ย.59

ส่วนวันที่ 13 ก.ย. จะประกาศผลผู้ผ่านคุณสมบัติ พร้อมกับเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาในช่วงเช้า และเปิดซองราคาช่วงบ่าย อย่างไรก็ตาม จะเปิดชี้แจงทีโออาร์วันที่ 5 ก.ย.นี้ ที่กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ดีกว่าปล่อยให้เน่า! ชาวไร่นครสวรรค์ ลุยน้ำท่วมถอนมันสำปะหลังขาย

ดีกว่าปล่อยให้เน่า! ชาวไร่นครสวรรค์ ลุยน้ำท่วมถอนมันสำปะหลังขาย

02nd Sep 2016 General Information

น้ำจากเทือกเขาแม่วงก์ ไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษรใน อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ เจ้าของไร่มันต้องจ้างคนงานมาลุยน้ำถอนมันสำปะหลัง ได้บ้างยังดีกว่าปล่อยให่แช่น้ำจนเน่า บอกพ่อให้ราคาจากตันละ 2 พันกว่า เหลือแค่พันเดียว

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 2 ก.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีเกษตรกร หมู่ที่ 6 ต.บ้านไร่ อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ จำนวนมาก ต้องลุยน้ำถอนหัวมันสำปะหลังขึ้นมาขาย หลังจากเมื่อ 3 วันก่อนได้เกิดน้ำป่าจากเทือกเขาแม่วงก์ไหลบ่าเข้าท่วมขังในพื้นที่ จนมันสำปะหลังเริ่มได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

จากการเปิดเผยของ นายณัฐพล บัวสะอาด เกษตรกรในพื้นที่ บอกว่า น้ำป่าที่ท่วมขังในขณะนี้ไม่สามารถระบายออกจากไร่มันได้ เนื่องจากคลองสาธารณะยังมีน้ำในปริมาณมาก ล่าสุดน้ำที่ท่วมขังทำให้มันสำปะหลังจมน้ำเสียหายไปกว่าครึ่ง จึงต้องเร่งว่าจ้างคนงานมาลุยน้ำถอนต้นมัน ทั้งที่ยังไม่ถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยว และนำไปขายเพื่อให้ได้ทุนคืนกลับมาบ้าง

ส่วนราคานั้นถูกทางพ่อค้าหักราคาไปกว่าครึ่งเช่นเดียวกัน อ้างว่ามันสำปะหลังจมน้ำเริ่มเน่าเสีย ไม่มีคุณภาพ โดยจะรับซื้อในราคาเพียงตันละหนึ่งพันบาทเท่านั้น จากราคาปกติจะขายได้ราคาตันละกว่า 2 พันบาท ในขณะที่มีเกษตรกรจำนวนมากต้องปล่อยให้ไร่มันจมน้ำเน่าเสียหาย เนื่องจากไม่สามารถถอนหัวมันขึ้นมาขายได้

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ครม.อนุมัติ 4 โครงการอุ้มผู้ปลูกมันฯ ไฟเขียว ธกส.ปล่อยสินเชื่อ

ครม.อนุมัติ 4 โครงการอุ้มผู้ปลูกมันฯ ไฟเขียว ธกส.ปล่อยสินเชื่อ

31st Aug 2016 General Information

ครม.อนุมัติ 4 โครงการอุ้มผู้ปลูกมันฯ ไฟเขียว ธกส.ปล่อยสินเชื่อ หนุนเกษตรกรแปลงใหญ่

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 30 ส.ค.2559 อนุมัติโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ และอนุมัติกรอบวงเงินสินเชื่อของ ธ.ก.ส.จำนวน 3,250 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปีรวมถึงอนุมัติวงเงินชดเชยดอกเบี้ยให้ ธ.ก.ส.จำนวน 228 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่จำนวน 650 แปลง แบ่งเป็น ข้าว 426 แปลง, พืชไร่ 110 แปลง, ผลไม้และพืชอื่นๆ 69 แปลง,ปศุสัตว์ 25 แปลง และประมง 20 แปลง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การตลาด และการบริหารจัดการ

นอกจากนี้ ยังเห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการตลาดมันสำปะหลังปี 2559/60 จำนวน 4 โครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี’59/60 เป้าหมายช่วยเหลือ 3.1 แสนราย เป็นเงินชดเชย 372 ล้านบาท

สำหรับโครงการที่ 2 เป็นโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลังในระบบน้ำหยดปี’59/60 เพื่อสนับสนุนเงินทุนในการพัฒนาการผลิตของเกษตรกรโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)มีวงเงินสินเชื่อ 2,300 ล้านบาท ปล่อยกู้รายละไม่เกิน 2.3 แสนบาท อัตราดอกเบี้ย 4%รัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยรวม 102 ล้านบาท มีเป้าหมายช่วยเหลือ 1 หมื่นราย

ส่วนโครการที่ 3 เป็นโครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตและการแปรรูปมันสำปะหลังปี’59/60 โดย ธ.ก.ส.เตรียมวงเงินสินเชื่อ 1,000 ล้านบาท และมีวงเงินชดเชยดอกเบี้ยจากรัฐบาล 60 ล้านบาท ใช้ในการปล่อยกู้ให้กับเกษตรกรรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท และสหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน รายละไม่เกิน 20 ล้านบาท เพื่อใช้ซื้อเครื่องจักร สร้างลานมันสำปะหลัง ระยะเวลา 2 ปี ลดอัตราดอกเบี้ย 3% และโครงการที่ 4 เป็นโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปี 59/60 วงเงินรวม 1,500 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ย 1% เพื่อให้เกษตรกรใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน โดยขอชดเชยดอกเบี้ยจากรัฐบาล 33 ล้านบาท

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าครม. มีมติห็นชอบหลักการร่างพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร (ฉบับที่ ..) พ.ศ…. ซึ่งเป็นการแก้ไขพ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ.2551 ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน โดยกำหนดมาตรฐานบังคับครอบคลุมถึงกรณีที่จะควบคุมเฉพาะการผลิต ส่งออก หรือนำเข้าสินค้าเกษตร เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงานและอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างประเทศ

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

เล็งโละทิ้งมันเส้นสต๊อกรัฐ 3.4 แสนตัน

เล็งโละทิ้งมันเส้นสต๊อกรัฐ 3.4 แสนตัน

23rd Aug 2016 General Information

หลังพบเน่าเสียหายอื้อหวังลดค่าใช้จ่าย

นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้าจะออกประกาศเงื่อนไขหลักเกณฑ์ (ทีโออาร์) การระบายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง (มันเส้น) ในสต๊อกรัฐบาล จากโครงการแทรกแซงราคามันสำปะหลังปี 51/52, ปี 54/55 และปี 55/56 รวม 340,000 ตัน เพื่อเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม และการประมูลทั่วไป โดยจะขายให้ได้ราคาเหมาะสมที่สุด เพื่อลดความเสียหายให้กับรัฐบาล คาดจะเปิดให้เอกชนเสนอราคาได้ต้นเดือน ก.ย.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันองค์การคลังสินค้า (อคส.) มีมันเส้นในสต๊อกจากโครงการแทรกแซงราคาปี 55/56 ฝากเก็บไว้กับคลังของเอกชน 35 ราย ใน 13 จังหวัด ปริมาณ 250,000 ตัน โครงการปี 54/55 ฝากเก็บกับ 14 ราย ใน 8 จังหวัด รวม 99,000 ตัน และโครงการปี 51/52 ฝากเก็บกับ 12 ราย ใน 6 จังหวัด รวม 34,000 ตัน มีค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาเดือนละ 11 ล้านบาท ก่อนหน้านี้คณะอนุกรรมการพิจารณาระบายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ที่มี พล.ต.ต.ไกรบุญ ทรวดทรง ประธานคณะกรรมการ อคส. (บอร์ด) เป็นประธาน ได้เจรจากับโรงไฟฟ้า จ.กระบี่ ให้รับซื้อมันเส้นปี 51/52 ปริมาณ 31,400 ตัน เพื่อทำเชื้อเพลิง เพราะสภาพเน่าเสียหายมาก ประเมินว่า น่าจะได้ราคาตันละ 400 บาท จากราคาปัจจุบันที่ตันละ 5,840 บาท.

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ครม. เห็นชอบหลักการระบายสต๊อกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง

ครม. เห็นชอบหลักการระบายสต๊อกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง

18th Aug 2016 General Information

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการแนวทางการระบายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังคงเหลือในสต็อกของรัฐบาล ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง ในการประชุมครั้งที่ 3/2559 เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2559 เพิ่มเติมจากแนวทางที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบไว้เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 ตามที่กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เสนอ ดังนี้

1. กรณีผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ให้เปิดประมูลขายเป็นการทั่วไป

2. กรณีผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่มีคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ให้ระบายโดยมีเงื่อนไขไม่ให้นำผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังดังกล่าว เข้าสู่ระบบการตลาดและการค้าปกติ เพื่อการบริโภคของคนหรือสัตว์ทุกรูปแบบ รวมถึงไม่นำไปปรับปรุงสภาพเพื่อการส่งออก โดยองค์การคลังสินค้าจะต้องมีมาตรการควบคุมการขนย้ายและการนำไปใช้อย่างเคร่งครัดเพื่อมิให้รั่วไหลและเกิดผลกระทบต่อตลาดและการค้าปกติ สำหรับรายละเอียดในการประมูล ให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต่อไป

สาระสำคัญของแนวทางการระบายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังคงเหลือในสต็อกของรัฐบาล มีรายละเอียดดังนี้

1. กรณีผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่มีคุณภาพ เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดเห็นควรเปิดประมูลขายเป็นการทั่วไป

2. กรณีผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่มีคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดเห็นควรระบาย
โดยมีเงื่อนไขไม่ให้นำผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังดังกล่าวเข้าสู่ระบบการตลาดและการค้าปกติ เพื่อการบริโภคของคนหรือสัตว์ทุกรูปแบบ รวมถึงไม่นำไปปรับปรุงสภาพเพื่อการส่งออก โดย อคส. จะต้องมีมาตรการควบคุมการขนย้ายและการนำไปใช้อย่างเคร่งครัดเพื่อมิให้รั่วไหลและเกิดผลกระทบต่อตลาดและการค้าปกติ

3. ให้คณะทำงานระบายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังคงเหลือในสต็อกของรัฐบาล ดำเนินการระบายโดยค่าเสื่อมสภาพที่ได้จากผลงานวิชาการของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เป็นเกณฑ์ในการคำนวณราคาขาย ทั้งนี้ ส่วนต่างของราคาที่ประมูลได้กับราคาที่รัฐควรได้รับตามคุณภาพสินค้าที่ควรจะเป็นไปตามระยะเวลาที่เก็บรักษา รวมทั้งค่าเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งก่อนและหลังการขายให้องค์การคลังสินค้าพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องและรายงานผลให้ นบมส. ทราบต่อไป

4. กรณีการประมูลมีผู้เสนอซื้อแต่เสนอซื้อในราคาต่ำกว่าเกณฑ์ราคาที่กำหนด ให้คณะทำงานระบายฯ เจรจากับผู้เสนอราคาสูงสุดเพื่อให้ได้ข้อเสนอสุดท้ายและนำเสนอประธานกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลังพิจารณาระบาย

5. กรณีไม่มีผู้เสนอซื้อ ให้ อคส. เจรจากับเจ้าของคลังเพื่อให้ได้ข้อเสนอสุดท้ายและนำเสนอประธานกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลังพิจารณาการระบาย

6. มอบหมายให้คณะทำงานระบายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังคงเหลือในสต็อกของรัฐบาล พิจารณากำหนดรายละเอียดและเงื่อนไขประกาศเปิดประมูล และนำเสนอประธานกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลังพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนดำเนินการระบาย

–ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 17 สิงหาคม 2559–

แนวโน้มส่งออกมันเส้นไทยไม่สดใส: ปัจจัยจากจีนยังคงกดดันต่อไปในระยะข้างหน้า

แนวโน้มส่งออกมันเส้นไทยไม่สดใส: ปัจจัยจากจีนยังคงกดดันต่อไปในระยะข้างหน้า

18th Aug 2016 General Information

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์เรื่อง แนวโน้มส่งออกมันเส้นไทยไม่สดใส: ปัจจัยจากจีนยังคงกดดันต่อไปในระยะข้างหน้า

ประเด็นสำคัญ

• ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ความต้องการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเอทานอลในจีน แม้จะยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แต่ราคาส่งออกมันเส้นของไทยอาจให้ภาพที่ไม่สดใสในปีนี้ต่อเนื่องจนถึงปีหน้า จากหลายปัจจัยกดดัน อาทิ มาตรการระบายข้าวโพดในสต๊อกของจีนที่ยังมีแนวโน้มระบายออกมาต่อเนื่อง รวมถึงกฎระเบียบใหม่ในการนำเข้าของจีนที่เข้มงวดมากขึ้น มีผลตั้งแต่เดือนก.ค.2559 ตลอดจนคู่แข่งที่น่าจับตาอย่างเวียดนาม ที่อาจเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดมันเส้นของไทยในจีน อันจะเป็นการสร้างทางเลือกในการนำเข้ามันเส้นของจีน และเพิ่มอำนาจการต่อรองด้านราคาของจีน นอกจากนี้ ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ยังไม่ฟื้นตัว จะเป็นแรงกดดันราคาส่งออกมันเส้นไทยให้มีภาพที่ไม่ดีดังเช่นในอดีต

• ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในปี 2559 ไทยอาจมีมูลค่าส่งออกมันเส้นอยู่ที่ราว 1,170 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือหดตัวร้อยละ 25.1 (YoY) โดยราคาส่งออกมันเส้นอยู่ที่ 180 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน หรือหดตัวร้อยละ 15.9 (YoY) และปริมาณอยู่ที่ 6.5 ล้านตัน หรือหดตัวร้อยละ 10.9 (YoY)

• ระยะถัดไป ผู้ประกอบการมันสำปะหลังไทยควรขยายการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังอื่นที่มีศักยภาพในจีน เพื่อชดเชยส่วนแบ่งตลาดมันเส้นที่ลดลง อาทิ แป้งมันสำปะหลังดิบ รวมถึงแป้งดัดแปร (Modified Starch) ที่ไทยมีศักยภาพการผลิตและยังเป็นที่ต้องการของตลาดจีน ตลอดจนควรขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศศักยภาพอื่นที่มีความต้องการสินค้าที่มันสำปะหลังสามารถไปทดแทนได้ เช่น อินเดีย ที่นิยมบริโภคสาคู ขณะเดียวกันก็ควรต้องรักษามาตรฐานของสินค้า และการส่งมอบที่ตรงเวลา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้า

มันสำปะหลังเป็นสินค้าเกษตรส่งออกติดหนึ่งในสิบของสินค้าเกษตรส่งออกของไทยคิดเป็นมูลค่าราวแสนล้านบาทต่อปี โดยมีราคาอยู่ในเกณฑ์ดีมาอย่างต่อเนื่องจากอุปสงค์ของตลาดจีนที่มีรองรับ แต่ในปี 2559 ราคาส่งออกมันสำปะหลังของไทยมีแนวโน้มลดลงต่ำสุดในรอบ 6 ปี (ปีพ.ศ.2554-2559) โดยเฉพาะมันเส้นของไทยที่ส่งออกไปจีน เนื่องมาจากแผนปฏิรูปธัญพืชครั้งใหญ่ของจีนในรอบ 10 ปี ซึ่งผลจากนโยบายดังกล่าว ทำให้ความต้องการซื้อมันเส้นจากไทยชะลอลง กดดันภาพรวมมันสำปะหลังของไทยที่ส่งออกไปจีนให้มีภาพที่น่าเป็นห่วงในระยะข้างหน้า นับเป็นความท้าทายครั้งใหม่ของมันสำปะหลังไทยในเวทีโลกที่ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัว

แม้ความต้องการในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเอทานอลในจีนยังขยายตัว แต่ภาพของมันเส้นไทยยังถูกกดดันจากจีนต่อเนื่องไปอีกในระยะข้างหน้า

จีนเป็นตลาดส่งออกหลักของมันเส้นไทย โดยไทยส่งออกมันเส้นไปจีนเกือบทั้งหมดหรือราวร้อยละ 99 ของการส่งออกมันเส้นทั้งหมดของไทย ส่วนใหญ่นำไปผลิตเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และพลังงานทดแทนอย่างเอทานอล เพื่อรองรับความต้องการของประชากรในประเทศที่มีมากกว่า 1,370 ล้านคน โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในระยะข้างหน้า แนวโน้มความต้องการในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเอทานอลในจีน น่าจะยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง อันส่งผลต่อความต้องการใช้มันเส้นซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิต แสดงถึงโอกาสของมันเส้นไทยในการส่งออกไปจีนที่ยังมีให้เห็นอยู่ ผนวกกับกำลังซื้อจากจีนที่ยังมี แม้คาดว่าเศรษฐกิจจีนจะให้ภาพการเติบโตที่ชะลอลงในปี 2559 ไปอยู่ที่ราวร้อยละ 6.6 (YoY) เมื่อเทียบกับปี 2558 ที่ร้อยละ 6.9 (YoY) และในปี 2560 คาดเติบโตอยู่ที่ราวร้อยละ 6.4 (YoY)

แนวโน้มความต้องการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเอทานอลของจีน คาดยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

• เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ความต้องการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของจีน คาดว่า ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามลำดับ โดยเฉลี่ยร้อยละ 3 ต่อปีในช่วงปีพ.ศ.2559-2563 ตามการเติบโตของจำนวนประชากรจีนที่นิยมบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างสุรามากขึ้น พิจารณาจากตัวเลขคาดการณ์ปริมาณยอดขายแอลกอฮอล์ของจีนที่อาจเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 6,400 ล้านลิตรในปี 2563 สะท้อนถึงความต้องการวัตถุดิบอย่างมันเส้นและ/หรือวัตถุดิบอื่น เพื่อผลิตแอลกอฮอล์ที่ยังมีแนวโน้มขยายตัว

• เอทานอล

ความต้องการใช้เอทานอลของจีน สะท้อนจากปริมาณการผลิต คาดว่า ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามลำดับ โดยเฉลี่ยร้อยละ 18.8 ต่อปีในช่วงปีพ.ศ.2558-2562 ตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนของจีนที่ต้องการใช้พลังงานสะอาดในรถยนต์ พิจารณาจากตัวเลขคาดการณ์ปริมาณการผลิตเอทานอลของจีนที่อาจเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 6.6 พันล้านลิตร ในปี 2562 สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการวัตถุดิบเพื่อผลิตเอทานอลในจีนที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดี แม้จีนจะยังมีความต้องการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเอทานอลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับเป็นโอกาสของมันเส้นไทยในการเข้าไปทำตลาดในจีน แต่ภาพของราคาส่งออกมันเส้นไทยในปีนี้กลับให้ภาพที่แย่ลง โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ภาพรวมราคามันเส้นของไทยในปีนี้อาจไม่สดใสนัก โดยมีมูลค่าส่งออกมันเส้นอยู่ที่ราว 1,170 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือหดตัวร้อยละ 25.1 (YoY) (ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2559 การส่งออกมันเส้นหดตัวร้อยละ 38.8 (YoY)) แบ่งเป็นราคาส่งออกมันเส้นอยู่ที่ 180 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน หรือหดตัวร้อยละ 15.9 (YoY) และปริมาณอยู่ที่ 6.5 ล้านตัน หรือหดตัวร้อยละ 10.9 (YoY) จากผลของหลายปัจจัยกดดัน ทำให้การส่งออกมันเส้นไทยน่าจะยังคงให้ภาพที่ไม่สดใสต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า ด้วยสาเหตุจากแรงฉุด ดังนี้

• จีนมีการใช้ข้าวโพดในสต๊อกที่มีอยู่มากกว่า 100 ล้านตันทดแทนการใช้มันสำปะหลัง เนื่องจากข้าวโพดเป็นธัญพืชที่สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบทดแทนมันสำปะหลังได้ ซึ่งเป็นไปตามแผนปฏิรูปธัญพืชครั้งใหญ่ของจีนในรอบ 10 ปี โดยเป็นการใช้ข้าวโพดในสต๊อกเพื่อผลิตแอลกอฮอล์ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2558 (จีนมีนโยบายรับซื้อข้าวโพดจากเกษตรกรในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดราวร้อยละ 20 จนสต๊อกข้าวโพดเพิ่มสูงขึ้น จึงต้องระบายออกมา) ส่งผลต่อเนื่องถึงปริมาณความต้องการใช้มันสำปะหลังให้ลดลง และสร้างแรงกดดันต่อราคามันสำปะหลังไทย

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ (USDA) คาดว่า จีนอาจมีความต้องการใช้ข้าวโพดในประเทศเพิ่มขึ้นในช่วงปี 2559-2560 เฉลี่ยร้อยละ 5.8 ต่อปี (YoY) หรือเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 217 ล้านตัน และ 226 ล้านตัน ตามลำดับ ผนวกกับจีนมีนโยบายให้เกษตรกรลดพื้นที่ปลูกข้าวโพดลง เพื่อต้องการควบคุมอุปทานข้าวโพดในประเทศ สะท้อนให้เห็นว่า สต๊อกข้าวโพดที่มีอยู่ในคลังของจีนน่าจะให้ภาพที่ทยอยลดลงในระยะข้างหน้า จากความต้องการใช้ข้าวโพดของจีนที่ยังมีอยู่ อย่างไรก็ตาม อาจต้องอาศัยระยะเวลาในการระบายข้าวโพดในสต๊อกเพื่อให้กลับเข้าสู่ภาวะสมดุล ซึ่งในระสั้น จะยังเป็นปัจจัยกดดันสำคัญต่อราคามันสำปะหลังไทย

• จีนออกกฎระเบียบใหม่คุมเข้มนำเข้ามันสำปะหลัง ตั้งแต่เดือนก.ค.2559 เป็นต้นไป ส่งผลต่อผู้ประกอบการไทยที่จะส่งออกมันสำปะหลังไปจีนต้องมีการขึ้นทะเบียน และต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ/มาตรฐานของจีน อาทิ ห้ามมีแมลงศัตรูพืช รวมถึงต้องมีการจัดทำระบบการตรวจสอบย้อนกลับด้านความปลอดภัย และคุณภาพสินค้าที่ส่งออกไปจีน อันจะส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความยากลำบากมากขึ้นในการส่งออกมันเส้นไปจีน ซึ่งอาจกระทบต่อยอดการส่งออกมันเส้นไทย

• คู่แข่งมันเส้นอย่างเวียดนาม มีแนวโน้มเพิ่มบทบาทมากขึ้นในจีน โดยเวียดนามมีการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต ต้นทุนการผลิตต่ำ และเร่งการส่งออก จนมีส่วนแบ่งการตลาดในจีนมากขึ้น เห็นได้จาก สัดส่วนปริมาณนำเข้ามันเส้นของจีนจากเวียดนามเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 19.5 ในปี 2558 และร้อยละ 24.8 ในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 จากร้อยละ 18.0 ในปี 2553 ขณะที่สัดส่วนปริมาณนำเข้ามันเส้นของจีนจากไทยเริ่มลดลงจากร้อยละ 79.8 ในปี 2553 มาที่ร้อยละ 79.1 ในปี 2558 และร้อยละ 73.5 ในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่า เวียดนามอาจเป็นคู่แข่งที่น่าจับตาของไทยในระยะถัดไป

ทั้งนี้ แม้ว่าปัจจุบันส่วนแบ่งการตลาดมันเส้นของเวียดนามในจีนจะยังนับว่าน้อยเมื่อเทียบกับไทย แต่หากไทยไม่เร่งพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงลดต้นทุนการผลิต เวียดนามก็อาจเพิ่มบทบาทในตลาดจีนมากขึ้นตามลำดับในระยะข้างหน้า

จากปัจจัยกดดันที่มีต่อมันเส้นไทยดังกล่าว จะส่งผลต่ออำนาจการต่อรองด้านราคาของจีนที่มีมากขึ้น ซึ่งภาพของแรงกดดันด้านราคานี้ น่าจะยังคงมีให้เห็นต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า และเมื่อผนวกกับแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ยังไม่ฟื้นตัว จะยิ่งกดดันความต้องการใช้มันสำปะหลังซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตเอทานอล กระทบราคามันเส้นให้ปรับลดลงด้วย โดยช่วงครึ่งแรกของปี 2559 ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ 36.8 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หรือลดลงร้อยละ 35.3 (YoY) และราคาส่งออกมันเส้นของไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 175.8 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน หรือลดลงร้อยละ 17.6 (YoY) ทั้งนี้ คาดว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกอาจยังไม่ฟื้นตัวนัก โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 40-50 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ก็จะยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าในระยะข้างหน้า ราคามันเส้นไทยอาจให้ภาพที่ไม่ดีดังเช่นในอดีต ดังนั้น ผู้เกี่ยวข้องตลอดสายการผลิตจึงควรต้องเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวนี้

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

ชาวไร่ร้องราคาหัวมันสด”ดิ่งเหว” เหลือ1.20บาท-รัฐทุ่ม2พันล.ให้ธกส.ปล่อยกู้ลดดอก

ชาวไร่ร้องราคาหัวมันสด”ดิ่งเหว” เหลือ1.20บาท-รัฐทุ่ม2พันล.ให้ธกส.ปล่อยกู้ลดดอก

09th Aug 2016 General Information

ส่งออกมันสำปะหลังครึ่งปีแรกหด 14% เกษตรกรแห่ร้องพาณิชย์ราคามันร่วงหนักเหลือ กก.ละ 1.20 บาท นบมส. เตรียมชง ครม. อัด 2,121 ล้านบริหารจัดการมัน พร้อมระบายสต๊อก 3.48 แสนตัน

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า สถานการณ์ราคามันสำปะหลังไทยปีการผลิต 2559/2560 มีแนวโน้มลดลงอย่างมาก โดยส่วนหนึ่งเป็นผลเชื่อมโยงกับตัวเลขการส่งออกผลิตภัณฑ์สำปะหลังไทยในช่วง 6 เดือนแรก ที่มีปริมาณ 5.96 ล้านตัน ลดลง 14.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในด้านมูลค่าการส่งออกเท่ากับ 1,560 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 23.9% จากราคาส่งออกเฉลี่ย ลดลงเหลือ 261 เหรียญสหรัฐต่อตัน หรือคิดเป็น 11.3% จากปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดหลัก 90% ของการส่งออก ลดการใช้มันสำปะหลัง ตามนโยบายรัฐบาลจีนที่สนับสนุนให้โรงงานแอลกอฮอล์ และรัฐวิสาหกิจในประเทศใช้ข้าวโพดในสต๊อกรัฐบาล

นายธีระชาติ เสยกระโทก ผู้ประสานงานสมาพันธ์ชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ราคาหัวมันสำปะหลังสดลดลงอย่างมาก โดยในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ราคา กก.ละ 1.60-1.70 บาท สำหรับมันที่มีเปอร์เซ็นต์แป้งต่ำกว่า 25% ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ราคา กก.ละ 2.00 บาท ส่งผลให้เกษตรกรขาดทุนจากต้นทุนการผลิตเฉลี่ยที่ กก.ละ 1.90 บาท

“ฝน ตกลงมาปริมาณมากตั้งแต่เดือนมิถุนายน ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ลุ่มต่ำจำเป็นต้องเร่งขุดหัวมันออกมาขายเปอร์เซ็นต์ แป้งน้อย ราคาลดลง ทางสมาพันธ์จึงได้ร้องไปยังกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอให้ช่วยดูแลปัญหาราคา”

แหล่งข่าวจากผู้ปลูกมันสำปะหลังในหลาย จังหวัดให้ข้อมูลว่า ฝนตกลงมามากจนลานมันไม่สามารถรับซื้อและตากมันสำปะหลังได้ จึงต้องนำไปขายให้โรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งบางจุดซื้อเพียง กก.ละ 1.20-1.30 บาท ถือว่าต่ำมาก ถ้าหากคำนวณต้นทุนการผลิตแป้ง หากซื้อมันสำปะหลังเปอร์เซ็นต์แป้ง 25% ต้องใช้น้ำหนัก 4-5 กก. คิดเป็นเงิน 6.50 บาท บวกกับค่าใช้จ่ายแปรสภาพอีก กก.ละ 2.50-2.80 บาท รวมต้นทุนผลิตแป้ง กก.ละ 9.00-9.30 บาท แต่ขายแป้งได้ราคา กก.ละ 11.30 บาท กำไร กก.ละ 2.30 บาท และยังสามารถนำกากมันไปขายได้อีก

นางสาว วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) ครั้งที่ 3/2559 ซึ่งมีนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน มีมติเห็นชอบให้เสนอมาตรการบริหารจัดการมันสำปะหลัง ปีการผลิต 2559/2560 วงเงิน 2,121.7 ล้านบาท ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า

โดยเบื้องต้นประกอบด้วย มาตรการช่วยเหลือด้านการผลิต โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เตรียมวงเงินสินเชื่อเพื่อดำเนินการ 5 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้เกษตรกร 310,000 ราย รายละไม่เกิน 80,000 บาท วงเงิน 372 ล้านบาท

2) โครงการพักชำระหนี้เงินต้น และลดดอกเบี้ยให้เกษตรกร 600,000 ราย รายละไม่เกิน 500,000 บาท คิดเป็นเงินต้น 48,000 ล้านบาท รัฐจะชดเชยดอกเบี้ยแทนเกษตรกร 1.50% ในเวลา 2 ปี วงเงิน 1,440 ล้านบาท 3) โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกในระบบน้ำหยดให้สมาชิกสหกรณ์-สมาชิก ธ.ก.ส. 20,000 ราย รายละ 230,000 บาท ดอกเบี้ย 4% ต่อปี ซึ่งรัฐชดเชยดอกเบี้ย 204.7 ล้านบาท

4) โครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิต และการแปรรูปมันสำปะหลังให้กับเกษตรกร สหกรณ์ และวิสาหกิจชุมชน รายละไม่เกิน 20 ล้านบาท วงเงิน 1,000 ล้านบาท โดยดอกเบี้ยที่ขอชดเชยจากรัฐ 60 ล้านบาท 5) โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลัง และสร้างมูลค่าเพิ่มให้สถาบันเกษตรกร วงเงิน 1,500 ล้านบาท รัฐชดเชยดอกเบี้ย 3% ต่อปี รวมวงเงิน 45 ล้านบาท พร้อมกันนี้ กระทรวงพาณิชย์จะมีมาตรการช่วยเหลือด้านการตลาด โดยจัดหาและเชื่อมโยงตลาดที่มีศักยภาพด้วย

ด้าน พล.ต.ต.ไกรบุญ ทรวดทรง ประธานคณะกรรมการองค์การคลังสินค้า (บอร์ด อคส.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม นบมส.เห็นชอบให้กรมการค้าต่างประเทศ จัดทำหลักเกณฑ์ประมูลมันสำปะหลังในสต๊อกรัฐบาล 348,267 ตัน โดยหลังจากนี้จะรายงานผลสรุป ครม. คาดว่าจะประกาศทีโออาร์ได้ในเดือนนี้

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

จีนออกระเบียบใหม่คุมเข้มนำเข้ามันสําปะหลัง

จีนออกระเบียบใหม่คุมเข้มนำเข้ามันสําปะหลัง

22nd Jul 2016 General Information

นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า กระทรวงควบคุมคุณภาพและตรวจสอบกักกันของจีน (AQSIQ) ได้ประกาศใช้กฎระเบียบฉบับใหม่ว่าด้วย “มาตรการการตรวจสอบและกักกันการนำเข้าและส่งออกธัญพืช” เพื่อควบคุมและลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและคุณภาพสินค้าธัญพืชที่นำเข้า ส่งออก และนำผ่านแดน สำหรับการนำไปใช้ในกระบวนการแปรรูปต่อเนื่องเท่านั้น โดยครอบคลุมเมล็ดธัญพืช พืชตระกูลถั่ว พืชน้ำมันและพืชหัว รวมถึงผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2559 เป็นต้นไป

กฎระเบียบใหม่ดังกล่าว กำหนดให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมวิชาการเกษตรรวบรวมและจัดส่งรายชื่อโกดังเก็บรักษาผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังให้ AQSIQ พิจารณาขึ้นทะเบียน โดยจะประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนผ่านเว็บไซต์ AQSIQ หากโกดังใดไม่มีรายชื่อจะไม่สามารถส่งออกไปยังจีนได้ ถ้ามีความจำเป็นจีนอาจจัดส่งคณะผู้เชี่ยวชาญมาตรวจประเมินสถานประกอบการและระบบการตรวจรับรองของประเทศผู้ส่งออก และยังกำหนดให้ผู้ประกอบการส่งออกต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ มาตรฐาน ที่เกี่ยวข้องกับจีน เช่น การห้ามมีแมลงศัตรูพืชกักกัน รวมทั้งจัดทำระบบการตรวจสอบย้อนกลับด้านความปลอดภัยและคุณภาพสินค้าที่ส่งออกไปจีน

“ขณะนี้กรมวิชาการเกษตรซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบออกใบรับรองปลอดศัตรูพืช อยู่ระหว่างการดำเนินการเร่งขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการโกดังเก็บรักษาผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังในขอบเขตที่อยู่ภายใต้ระเบียบใหม่ฉบับนี้ เพื่อส่งให้จีนขึ้นทะเบียนต่อไป เบื้องต้นไทยได้ขอหารือจีน เพื่อผ่อนปรนระยะเวลาดำเนินการ เนื่องจากยังไม่สามารถดำเนินการได้ทันกำหนด แต่ได้เร่งรัดดำเนินการเป็นการด่วน ดังนั้น เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการส่งออก ผู้ประกอบการโกดังเก็บรักษาผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่จะส่งออกไปจีน ควรรีบมาแจ้งขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร” เลขาธิการ มกอช.กล่าว

กฎระเบียบฉบับนี้ มีผลบังคับใช้กับผู้ประกอบการทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศที่ส่งออกสินค้ามายังจีน โดยครอบคลุมเฉพาะผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการแปรรูปต่อเท่านั้น เช่น มันเส้น ซึ่งนำมาใช้แปรรูปในอุตสาหกรรมอาหาร เช่น สุรา หรืออุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น สี เอทานอล เป็นต้น ไม่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังสำเร็จรูปที่ใช้เพื่อการบริโภคได้เลย เช่น แป้งมัน รวมถึงกากมันสำปะหลังซึ่งใช้ทำอาหารสัตว์

เลขาธิการ มกอช. ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า จีนได้ทยอยออกระเบียบภายใต้กฎหมายความปลอดภัยอาหารฉบับใหม่ของจีน โดยกำหนดขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการที่สามารถดำเนินการได้ตามมาตรฐานเป็นรายการสินค้า ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้ดำเนินการกับสินค้าเกษตรและอาหารรายการอื่นๆ เช่น ข้าว เป็นต้น

ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังรายสำคัญของโลก โดยส่งออกในรูปมันเส้น แป้งมัน มันสำปะหลังอัดเม็ด สำหรับมันเส้นที่ผลิตได้ส่วนใหญ่ส่งออกไปยังจีน ซึ่งปี 2558 ไทยมีปริมาณการส่งออกไปจีนสูงกว่า 7 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 50,000 ล้านบาท ขณะที่จีนนำเข้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังจากไทย เวียดนาม กัมพูชา เพื่อนำไปเป็นอาหารสัตว์ อาหารมนุษย์เพื่อบริโภค หรือเอาไปแปรรูปต่อในอุตสาหกรรม ทั้งเพื่อเป็นอาหารและไม่ใช่อาหาร

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

กรมหมอดินพร้อมต้อนรับฤดูกาลผลิตใหม่

กรมหมอดินพร้อมต้อนรับฤดูกาลผลิตใหม่

30th Jun 2016 General Information

เมื่อฤดูฝนมาเยือน เป็นการส่งสัญญาณว่า ฤดูแห่งการเพาะปลูกได้เริ่มต้นแล้ว ดังนั้น เพื่อเป็นการต้อนรับฤดูกาลผลิตใหม่ ปี 2559 พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้มีการขับเคลื่อนโครงการดีๆ อย่าง โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field day) และบริการการเกษตร โดยสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดร่วมกันให้บริการและช่วยเหลือเกษตรกร โดยใช้ศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร จำนวน 882 แห่งทั่วประเทศ ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรทำการผลิตที่สามารถลดต้นทุน พร้อมกับเพิ่มผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพด้วย

นายสุรเดช เตียวตระกูล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ขณะนี้กรมพัฒนาที่ดินได้เตรียมความพร้อมที่จะให้ความรู้แก่เกษตรกรในหลายด้านผ่านศูนย์เรียนรู้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น การให้ความรู้เกษตรกรเกี่ยวกับเขตความเหมาะสมของดินในแต่ละภูมิภาค ความเหมาะสมต่อการเพาะปลูกพืช การวิเคราะห์ดินเพื่อเตรียมพื้นที่ ตลอดจนการปรับปรุงบำรุงดินตามความเหมาะสมของสภาพดิน เป็นต้น

โดยล่าสุด ได้มีการเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field day) การพัฒนาเพื่อเพิ่มผลผลิตพืชพลังงาน (มันสำปะหลัง) และการบริการการเกษตรเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ปี 2559 ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอเขาฉกรรจ์ หมู่ที่ 6 ตำบลหนองหว้า อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ในเรื่องของการปลูกมันสำปะหลังแบบครบวงจร ให้เกษตรกรในพื้นที่นำข้อมูลไปวางแผนในการเพาะปลูกเพื่อเตรียมเข้าสู่ฤดูกาลใหม่นี้อย่างถูกต้อง

นอกจากนี้ ศูนย์เรียนรู้ดังกล่าว ยังเป็นแหล่งศึกษาดูงานในพื้นที่ ที่เกษตรกรจะสามารถเรียนรู้และเข้าใจถึงปัจจัยการผลิต เพื่อลดความเสี่ยง และสร้างความเข้มแข็ง ตลอดจนกระตุ้นให้เกษตรกรนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสมไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่การเกษตรของตนเอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

“อย่างไรก็ตามเชื่อมั่นว่า หากเกษตรกรมีการวางแผนในการเพาะปลูกที่ดี ใช้พื้นที่อย่างเหมาะสม มีการวิเคราะห์ดินและปรับปรุงบำรุงดินตามความเหมาะสมของสภาพดินและความต้องการของพันธุ์พืชที่จะปลูกแล้ว จะสามารถช่วยลดต้นทุนได้ร้อยละ 20 เลยทีเดียว” อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าว

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า