คต. ยืนยันจีนยังต้องการนำเข้ามันสำปะหลังไทยอย่างต่อเนื่อง

คต. ยืนยันจีนยังต้องการนำเข้ามันสำปะหลังไทยอย่างต่อเนื่อง

11th Apr 2019 General Information

กรมการค้าต่างประเทศ ยืนยันไทยยังส่งออกมันสำปะหลังไปจีนได้ตามปกติ พร้อมแนะผู้ประกอบการมันสำปะหลังของไทย เร่งพัฒนาศักยภาพของตนรองรับมาตรการการค้ารูปแบบใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ จึงได้ประสานสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงปักกิ่งตรวจสอบข้อมูล/ข้อเท็จจริงหลังจากมีกระแสข่าวว่าประเทศจีนจะไม่ซื้อมันสำปะหลังไทย โดยพบว่าประเทศจีนยังคงมีความต้องการนำเข้ามันสำปะหลังเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง เช่น อุตสาหกรรมพลังงาน อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ เป็นต้น และปัจจุบันนโยบายการนำเข้ามันสำปะหลังของจีนยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ผู้ประกอบการไทยสามารถส่งออกมันสำปะหลังไปยังประเทศจีนได้ตามปกติ

สำหรับปี 2561 ราคามันสำปะหลังไทยสูงทั้งระบบ ผู้นำเข้าจีนจึงหันไปใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทดแทนมันสำปะหลังมากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณส่งออกของไทยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ดีพบว่าในปี 2561 ไทยส่งออกมันสำปะหลังไปจีนมูลค่ารวม 1,766.36 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้น 2.48% จากปี 2560 ซึ่งมีมูลค่าส่งออกรวม 1,723.69 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยจีนนำเข้ามันสำปะหลังเส้นปริมาณ 4.496 ล้านตัน ลดลง 36.74% จากปีก่อน และนำเข้าแป้งมันสำปะหลังปริมาณ 1.841 ล้านตัน ลดลง 11.91% จากปีก่อน โดยนำเข้าจากประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่ง ปริมาณ 3.934 ล้านตัน และ1.474 ล้านตันตามลำดับ

นายอดุลย์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลจีนได้ให้ความสำคัญกับนโยบายด้านความปลอดภัยและความมั่นคงทางอาหารเป็นลำดับต้นๆ ผู้ที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทานมันสำปะหลังของไทยจึงควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของตนตลอดห่วงโซ่อุปทาน เช่น ลดต้นทุนการผลิต ปรับเปลี่ยนกระบวนการแปรรูป การเก็บรักษา ตลอดจนความสะอาดในการขนส่งให้สอดคล้องกับมาตรฐานด้านสุขอนามัยพืช เพื่อไม่ให้ประเทศคู่ค้าใช้เป็นข้ออ้างในการกีดกันทางการค้าในอนาคต

ที่มา : กรมการค้าต่างประเทศ

พาณิชย์ เตรียมกำหนดด่านนำเข้ามันสำปะหลังภายในมี.ค.นี้ คุมเข้มป้องกันโรคไวรัสใบด่างระบาด

พาณิชย์ เตรียมกำหนดด่านนำเข้ามันสำปะหลังภายในมี.ค.นี้ คุมเข้มป้องกันโรคไวรัสใบด่างระบาด

22nd Mar 2019 General Information

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา เห็นชอบกำหนดด่านนำเข้ามันสำปะหลังตามข้อเสนอของคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) เพื่อป้องกันการระบาดของโรคไวรัสใบด่างมันสำปะหลัง ซึ่งกำลังระบาดเป็นวงกว้างในพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังของประเทศเพื่อนบ้าน

โดยผู้ประกอบการที่นำเข้ามันสำปะหลังตามแนวชายแดน จะต้องนำเข้าผ่านด่านที่กำหนด เช่น จุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดินและจุดผ่อนปรนการค้าบ้านตาพระยา จังหวัดสระแก้ว, จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด จังหวัดจันทบุรี, จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม จังหวัดสุรินทร์, จุดผ่านแดนถาวรช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี และจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำเหือง จังหวัดเลย เป็นต้น

“กรมฯ ขอให้ผู้นำเข้ามันสำปะหลังตามแนวชายแดนเตรียมความพร้อม ก่อนที่มาตรการกำหนดด่านนำเข้าจะมีผลบังคับใช้ภายในมีนาคม 2562” อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศระบุ

ทั้งนี้ การกำหนดด่านนำเข้ามันสำปะหลังดังกล่าว เป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องสุขอนามัยพืช (Plant life or health) ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ ด่านนำเข้า ควบคุมตรวจสอบมันสำปะหลังที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านได้เข้มงวดขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคไวรัสใบด่างมันสำปะหลังในประเทศไทย ป้องกันไม่ให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังไทยกว่า 5 แสนครัวเรือน ตลอดจนอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยที่มีมูลค่าส่งออกต่อปีกว่า 1 แสนล้านบาทได้รับผลกระทบ

“ไทยไม่ได้ปิดกั้นการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยยังคงต้องการนำเข้าอยู่ เพียงแต่ผู้นำเข้าจะต้องนำเข้าผ่านด่านที่กำหนด เพราะไทยจำเป็นต้องป้องกันไว้ดีกว่าแก้ หากประเทศเพื่อนบ้านสามารถควบคุมสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสใบด่างมันสำปะหลังได้ ก็จะพิจารณาเสนอให้ผ่อนคลายมาตรการกำหนดด่านนำเข้ามันสำปะหลังต่อไป” นายอดุลย์ระบุ

นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้เข้าพบเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรกัมพูชา และ สปป.ลาว ประจำประเทศไทย เพื่อชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการกำหนดด่านนำเข้า ซึ่งเอกอัครราชทูตของทั้ง 2 ประเทศมีความเข้าใจและยินดีให้ความร่วมมือ ตลอดจนพร้อมที่จะช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมความพร้อม

สำหรับโรคไวรัสใบด่างมันสำปะหลัง มีต้นกำเนิดมาจากประเทศในแถบแอฟริกา สามารถแพร่ระบาดได้โดยท่อนพันธุ์ เหง้า และแมลงหวี่ขาวยาสูบ โดยต้นมันสำปะหลังที่ติดเชื้อจะทำให้ผลผลิตต่อไร่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นได้สร้างความเสียหายต่อผลผลิตมันสำปะหลังในแถบแอฟริกามากถึง 80-100% เพราะมันสำปะหลังที่เป็นโรคดังกล่าวจะไม่เจริญเติบโต ที่สำคัญโรคนี้ไม่มียาหรือสารเคมีชนิดใดที่จะป้องกันกำจัดได้ จนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลากว่า 10 ปี แล้ว ประเทศในแถบแอฟริกายังไม่สามารถควบคุมการระบาดได้

อนึ่ง ในปี 2561 ไทยนำเข้ามันสำปะหลัง ปริมาณ 2.12 ล้านตัน มูลค่า 8,700 ล้านบาท ลดลงจากปี 2560 ที่นำเข้าปริมาณ 2.89 ล้านตัน มูลค่า 12,300 ล้านบาท คิดเป็น 27% และ 29% ตามลำดับ แหล่งนำเข้าที่สำคัญ คือ กัมพูชา 75% และลาว 25%

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ครม.ไฟเขียว 7 โครงการอุ้มมันฯ

ครม.ไฟเขียว 7 โครงการอุ้มมันฯ

11th Feb 2019 General Information

นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก. ร่วมกับสมาคมมันสำปะหลัง 4 สมาคม ประกอบด้วย สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย เพื่อติดตามสถานการณ์ มันสำปะหลัง ณ ประเทศกัมพูชา และเวียดนาม ระหว่างวันที่ 13-18 มกราคม 2562 ซึ่งทั้ง 2 ประเทศเป็นแหล่งผลิตมันสำปะหลังสำคัญ โดยไทยนำเข้ามันสำปะหลังสดและมันเส้นจากกัมพูชาเพื่อรวบรวมปรับปรุงคุณภาพ/แปรรูปส่งออกเป็นจำนวนมาก ขณะที่เวียดนามถือเป็นประเทศคู่แข่งสำคัญของไทย

จากการติดตามสถานการณ์การผลิตมันสำปะหลังที่กัมพูชา ใน 5 จังหวัด (เสียมราฐ, อุดรมีชัย, พระวิหาร, รัตนคีรี และ ตโบงฆมุม) และเวียดนาม 2 จังหวัด (ญาลาย และกว่างหงาย) คาดว่า ผลผลิตมันสำปะหลัง ปี 2561/62 ในพื้นที่ดังกล่าว จะเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากราคามันสำปะหลัง ปี 2560/61 ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรขยายพื้นที่ปลูก และดูแลเอาใจใส่ต้นมันสำปะหลังดีขึ้น อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ พบต้นมันสำปะหลังที่แสดงอาการคล้ายใบด่าง มันสำปะหลังในทุกจังหวัด แต่การแพร่ระบาดมีเพียง บางพื้นที่ จึงคาดว่าไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของผลผลิตมันสำปะหลังในพื้นที่ให้ลดลง

สำหรับสถานการณ์การผลิตมันสำปะหลังของไทย ปี 2561/62 (ตุลาคม 2561 ถึง กันยายน 2562) ข้อมูล ณ ธันวาคม 2561 คาดว่า มีเนื้อที่เก็บเกี่ยว 8.40 ล้านไร่ เมื่อเทียบกับปี 2560/61 เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.73 ผลผลิต 29.97 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.53 และผลผลิตต่อเนื้อที่เก็บเกี่ยว 3,566 ตัน/ไร่ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.65 เนื่องจากในปี 2561 ราคาหัวมันสำปะหลังที่เกษตรกรขายได้ปรับตัวสูงขึ้นมาก เฉลี่ย 2.25 บาท/กิโลกรัม สูงกว่าปี 2560 ซึ่งเฉลี่ยที่ราคา 1.52 บาท/กิโลกรัม จึงจูงใจให้เกษตรกรขยายพื้นที่ปลูก ทำให้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย ปริมาณน้ำฝนเหมาะแก่การเจริญเติบโตของต้นมันสำปะหลัง

ด้านราคามันสำปะหลังที่เกษตรกรขายได้ ณ ไร่นา เดือนมกราคม 2562 เฉลี่ยกิโลกรัมละ 2.27 บาท ลดลงจากเดือนธันวาคม 2561 ที่ราคากิโลกรัมละ 2.30 บาท หรือลดลงร้อยละ 1.30 เนื่องจากราคาส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง (มันเส้น และแป้งมันสำปะหลัง) มีแนวโน้มลดลง ทั้งนี้ ช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2562 เป็นช่วงที่ผลผลิตมันสำปะหลังออกสู่ตลาดมาก อาจทำให้ราคามันสำปะหลังปรับตัวลดลงได้

ทั้งนี้ ภาครัฐเตรียมแนวทางแก้ปัญหามันสำปะหลังทั้งระบบ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการมันสำปะหลัง ปี 2561/62 รวม 7 โครงการ เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2562 ประกอบด้วย
1) โครงการสนับสนุนเครื่องสับมันสำปะหลังขนาดเล็กเพื่อเพิ่มศักยภาพการแปรรูปมันสำปะหลัง
2)โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลังระบบน้ำหยด
3) โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและ สร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร
4)โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง
5) โครงการยกระดับคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด (มันเส้นสะอาด)
6) โครงการขยายโอกาสทางการค้าและพัฒนาศักยภาพผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และ
7) โครงการกำกับดูแลการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

รมว.พาณิชย์ มั่นใจราคามันสำปะหลังดีต่อเนื่อง เซ็น MOU 4 สมาคม หนุนเกษตรกรมัน

รมว.พาณิชย์ มั่นใจราคามันสำปะหลังดีต่อเนื่อง เซ็น MOU 4 สมาคม หนุนเกษตรกรมัน

18th Jan 2019 General Information

วันนี้ (17 มกราคม 2562) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินการภายใต้มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคามันสำปะหลัง และพบปะช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ณ สหกรณ์การเกษตรปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ได้ชี้แจงแนวทางและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังในปีการผลิต 2561/62 ซึ่งเป็นการบริหารจัดการโครงสร้าง มันสำปะหลังทั้งระบบตั้งแต่การผลิตและการตลาดเพื่อการช่วยเหลือเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคา มันสำปะหลังอย่างยั่งยืน ได้แก่

• ให้สินเชื่อสหกรณ์ ดอกเบี้ยต่ำ ร้อยละ 1 ต่อปี ระยะเวลา 12 เดือน วงเงินสินเชื่อ 1,500 ล้านบาท เพื่อรวบรวมรับซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกร ช่วยดูดซับผลผลิตให้เกษตรกร มีแหล่งจำหน่ายผลผลิตที่หลากหลาย

• ให้สินเชื่อเกษตรกร ดอกเบี้ยต่ำ ร้อยละ 0.5 ต่อเดือน รายละไม่เกิน 20,000 บาท เป้าหมายเกษตรกร 100,000 ราย วงเงินสินเชื่อ 2,000 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินในครัวเรือน เพื่อลดปัญหา การก่อหนี้นอกระบบของเกษตรกร

• สนับสนุนเงินทุนการเพาะปลูกระบบน้ำหยด เพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิต (Productivity) และคุณภาพของผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตมันสำปะหลัง รายละไม่เกิน 230,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 4 ต่อปี วงเงินสินเชื่อ 1,150 ล้านบาท

• สนับสนุนเครื่องสับมันขนาดเล็ก เพื่อให้กลุ่มเกษตรกร (วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร และกลุ่มกองทุนหมู่บ้าน) สามารถแปรรูปเป็นมันเส้นในการเพิ่มมูลค่าผลผลิต จำนวน 740 เครื่อง

• เชื่อมโยงตลาด ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายมันสำปะหลังทั้งในประเทศและต่างประเทศ

• ยกระดับคุณภาพมันสำปะหลัง ให้ตรงกับความต้องการของตลาด (มันเส้นสะอาด)

• กำกับดูแลการนำเข้ามันสำปะหลัง อย่างเข้มงวดเพื่อไม่ให้เกิดการลักลอบนำเข้า รวมทั้งการป้องกันโรคพืช อาทิ โรคไวรัสใบด่างที่อาจมีการแพร่ระบาดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน
โดยผลการดำเนินงานของรัฐบาลในปีที่ผ่านมา (ปี 2560/61) ได้มีการบริหารจัดการโครงสร้าง มันสำปะหลังทั้งระบบทั้งในด้านการผลิตและการตลาดเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกร ส่งผลให้
ในปีที่ผ่านมาราคามันสำปะหลังอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง (ราคาสูงสุด กก.ละ 3.04 บาท เมื่อเทียบกับปีก่อนราคาอยู่ที่ กก.ละ 1.81 บาท) และในปัจจุบันราคาเฉลี่ยมันสำปะหลัง เชื้อแป้ง 25% (ต.ค. 61 – ม.ค. 62) อยู่ที่ กก. ละ 2.81 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรมีความพึงพอใจ เนื่องจากต้นทุนการผลิตมันสำปะหลังของเกษตรกร อยู่ที่ประมาณ 1.90 บาท

ทั้งนี้ ในการลงพื้นที่ในวันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีลงนาม MOU จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่

• การรับซื้อมันสำปะหลังราคาที่เป็นธรรม ระหว่างเกษตรกรและโรงงานแป้งมันสำปะหลัง ด้วยการลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรที่จะสามารถจำหน่ายผลผลิตมันสำปะหลังได้ในราคาที่เป็นธรรม

• แนวทางการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังของไทย ระหว่างสมาคมการค้า มันสำปะหลังไทย สมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย และสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ร่วมกันแสดงเจตนารมณ์ที่ดีที่จะช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ด้วยการลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังให้ได้รับผลตอบแทนจากการจำหน่ายผลผลิตในราคาที่คุ้มค่ากับต้นทุนการผลิตและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลกอย่างแท้จริง โดยใช้กลไกของภาคเอกชน ในการแก้ไขปัญหาและยกระดับมาตรฐานการค้า ตลอดจนขีดความสามารถแก่อุตสาหกรรมมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลังทั้งระบบ

ที่มา : สยามรัฐออนไลน์

พาณิชย์ เล็งจ่ายชดเชยเกษตรกรไร่มันเจอผลกระทบโรคใบด่าง 3,000 บาท/ไร่

พาณิชย์ เล็งจ่ายชดเชยเกษตรกรไร่มันเจอผลกระทบโรคใบด่าง 3,000 บาท/ไร่

16th Nov 2018 General Information

พาณิชย์เผยมติจ่ายชดเชยเกษตรกรไร่มันได้รับผลกระทบโรคใบด่าง 3,000 บาท/ไร่ พร้อมเร่งสกัดโรคหวั่นลามไปวงกว้าง

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2561 ว่า ที่ประชุมได้มีมติแก้ไขปัญหาโรคใบด่างในไร่มันสำปะหลัง เน้นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย เช่น ปราจีนบุรี โดยของงบกลางเพื่อชดเชยให้กับเกษตรกรไร่ละ 3,000 บาท หรือ คิดเป็นราคาหัวมันสดประมาณกิโลกรัม (ก.ก.) ละ 1 บาท ส่วนใช้งบประมาณเท่าไหร่นั้นรอให้กรมวิชาการเกษตรกรตรวจสอบพื้นที่เสียหายก่อน นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงมาตรการดูแลเรื่องการนำเข้า ขนย้าย พร้อมจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เร็วๆ นี้

“สิ่งที่จะต้องเร่งดำเนินการ คือ การสกัดไม่ให้มีการลุกลามของโรคใบด่างไปยังพื้นที่อื่นๆ เพราะขณะนี้ยังมีการระบาดอยู่ในวงจำกัด สามารถดูแลได้ โดยกรมวิชาการเกษตรจะออกตรวจสอบพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังว่ามีที่ไหนอีกที่มีการระบาด หากพบก็ทำลายทันที และจะจ่ายชดเชยให้เกษตรกรไร่ละ 3,000 บาท โดยไม่ได้จำกัดจำนวนไร่ว่าจะต้องเท่าไร แต่จะจ่ายชดเชยตามจริง เพราะถ้าควบคุมไม่ได้ จะมีผลต่อราคามันสำปะหลังของไทยในอนาคต”

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังมีมติให้กำกับดูแลมันสำปะหลังที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชาและเวียดนาม โดยจะควบคุมดูแลการนำเข้าท่อนพันธุ์และหัวมันสำปะหลังที่ด่านนำเข้า ซึ่งจะมีการตรวจสอบโรคพืชอย่างละเอียด และนอกจากตรวจสอบที่ต้นทางนำเข้าแล้ว เมื่อขนส่งมันสำปะหลังไปถึงปลายทางจะมีการตรวจสอบโรคพืชอีกครั้ง รวมทั้งสั่งการให้กรมการค้าภายในเข้มงวดจังหวัดชายแดนที่นำเข้าท่อนพันธุ์และหัวมันสำปะหลัง โดยให้แจ้งการขนย้ายข้ามจังหวัด และขอความร่วมมือโรงงานแปรรูปมันสำปะหลัง ให้มีการทำลายเหง้าที่ติดหัวมันสำปะหลังทิ้งทุกครั้งที่แปรรูปเสร็จ เพื่อให้เป็นไปตามสุขอนามัยในการดูแลการระบาดของโรคพืชในประเทศ

ทั้งนี้ เชื่อว่าจากมาตรการทั้งหมดนี้ จะทำให้ไทยควบคุมสถานการณ์การระบาดของโรคใบด่างได้ และเป็นโอกาสที่ไทยจะเป็นการส่งออกมันสำปะหลังไปยังตลาดต่างประเทศ ทดแทนมันสำปะหลังของประเทศที่มีการระบาดของโรคดังกล่าวได้เพิ่มขึ้น

สำหรับราคามันสำปะหลังในปัจจุบันถือว่ามีราคาดี โดยมีราคาอยู่ที่กิโลกรัม (ก.ก.) ละ 2.75 ส่วนการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทยช่วง 9 เดือนของปี 2561 (ม.ค.-ก.ย.) มีปริมาณ 6.35 ล้านตัน ลดลง 22.6% และมูลค่า 2,315 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 14.4%

ที่มา : ข่าวสด

“สนธิรัตน์” เผยที่ประชุม นบมส.เห็นชอบให้ทุกหน่วยงานระดมหามาตรการแก้ไขโรคใบด่างในมันสำปะหลังก่อนกระจายทุกพื้นที่

“สนธิรัตน์” เผยที่ประชุม นบมส.เห็นชอบให้ทุกหน่วยงานระดมหามาตรการแก้ไขโรคใบด่างในมันสำปะหลังก่อนกระจายทุกพื้นที่

01st Nov 2018 General Information

“สนธิรัตน์” เผยที่ประชุม นบมส.เห็นชอบให้ทุกหน่วยงานระดมหามาตรการแก้ไขโรคใบด่างในมันสำปะหลังก่อนกระจายทุกพื้นที่ โดยเร่งสรุปให้ได้ภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อที่จะเสนอ ครม.เห็นชอบต่อไป พบตอนนี้มันสำปะหลังที่ปราจีน มีปัญหาหวั่นจะกระจายไปในพื้นที่อื่น จะสร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรได้

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ภาครัฐ ภาคเอกชนและเกษตรกร ร่วมกันหามาตรการในการแก้ไขปัญหาโรคใบด่างในมันสำปะหลัง พร้อมทั้งมาตาการช่วยเหลือสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ดี สำหรับมาตรการที่จะช่วยเหลือจะดำเนินการอย่างไรบ้างนั้น อาจจะต้องรอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสรุปในการหามาตรการที่เหมาะสม เพื่อที่จะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปได้ผ่านมา 2 สัปดาห์นี้

นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบในมาตรการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังในปีการผลิต 2561/62 ด้วย เช่น การส่งเสริมเครื่องซับมันให้กับเกษตรกรอีก 450 เครื่อง จากเดิมที่มีอยู่ 500 เครื่อง สนับสนุนโครงการน้ำหยดเพื่อเพิ่มผลผลิต ส่งเสริมการให้สินเชื้อในการรวบรวมมันสำปะหลัง ส่งเสริมการให้สินเชื้อฉุกเฉิน ยกระดับผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง รวมไปถึงการดูแลในเรื่องของมาตรการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย โดยมาตรการดังกล่าวนี้สามารถเดินหน้าส่งเสริมและช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูก โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะเร่งเดินหน้าต่อไป

“การเร่งหามาตรการแก้ไขโรคใบด่าง ในมันสำปะหลังมองว่าเป็นปัญหาที่เราต้องยกระดับขึ้นมาสู่ระดับนโยบาย เพื่อร่วมบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหา เพราะมีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้อง และจากการปัญหาที่พบมีบางพื้นที่ประสบปัญหาเรื่องนี้ ดังนั้น ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันหามาตรการที่เหมาะสมแก้ไขต่อไป พร้อมกันนี้ ยังพบว่าขณะนี้โรคดังกล่าวได้กระจายในเวียดนาม กัมพูชา และผลผลิตมันสำปะหลังได้รับความเสียหายจากโรคที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด สำหรับประเทศไทยกรมวิชาการเกษตรกร ก็เร่งแก้ไขปัญหานี้อยู่”

ด้านนางสุรีย์ ยอดประจง กรรมการและที่ปรึกษา สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย กล่าวว่า จากนี้ภาคเอกชนจะต้องเร่งประชุมหารือเพื่อหาข้อสรปุและมาตรการในการแก้ไขในเรื่องนี้ ซึ่งที่ผ่านมาภาคเอกชนร่วมมือกับกรมวิชาการเกษตรกรในการติดตามปัญหาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในบางพื้นที่ที่ประสบปัญหาได้รับการแก้ไขไปแล้ว เช่น ในพื้นที่ศรีสะเกษ และสุรินทร์ แต่ขณะนี้โรคได้กระจายไปในพื้นที่ปราจีนบุรี โดยภาคเอกชนและหน่วยงานรัฐก็เข้าไปแก้ไข แต่พบว่าเกษตรกร เจ้าของพื้นที่ในการเพราะปลูกยังขาดความเข้าใจและความร่วมมือ ซึ่งจากเดิมพบต้นมันสำปะหลังติดโรคเพียง 1-2 ต้น ตั้งแต่ตรวจพบปัญหาในเดือนกันยายน 2561 ที่ผ่านมา

แต่ในปัจจุบันโรคได้กระจายพื้นที่เพิ่มขึ้น 30% ของพื้น 850 ไร่ ที่มีปัญหาซึ่งก็มีความกังวลหากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว เชื่อว่าโรคอาจจะกระจายแพร่ไปในพื้นที่ใกล้เคียง โดยโรคใบด่างนี้ไม่มีวิธีการป้องกัน เมื่อติดโรคแล้ว มันสำปะหลังนั้นต้องทำลายทิ้งเพียงอย่างเดียว โดยจำเป็นต้องขุดฝั่งลึก 3 เมตร พร้อมฉีดยาพ่นเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค ซึ่งต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าช่วยเหลือ และชี้แจงกับเกษตรกรให้เกิดความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น

สำหรับราคามันสำปะหลังขณะนี้อยู่ที่ 2.00-2.80 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ต้นทุน 1.80-1.90 บาทต่อกิโลกรัม และคาดว่าผลผลิตมันสำปะหลังในปีการผลิต 2561/62 เฉลี่ยอยู่ที่ 29 ล้านตัน ลดลงจากปีที่ผ่านมา และในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2561 เป็นช่วงที่ผลผลิตกำลังทยอยออกสู่ตลาดด้วย

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

มกอช. ชี้แจงกฎเหล็กนำเข้าส่งออกมันสำปะหลังไปจีน

มกอช. ชี้แจงกฎเหล็กนำเข้าส่งออกมันสำปะหลังไปจีน

30th Oct 2018 General Information

มกอช. ชี้แจงกฎเหล็กนำเข้าส่งออก มันสำปะหลังไปจีน ให้ผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก ทราบแนวทางการปฏิบัติ เพื่อลดปัญหาและอุปสรรคในการส่งออก

สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เชิญผู้ประกอบการผลิตและส่งออกมันสำปะหลังไปจีน ร่วมสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับกรมวิชาการเกษตรและ มกอช. ในหัวข้อเรื่อง รู้เขา รู้เรา รู้เรื่องมัน (สำปะหลัง) รู้ทันกฎระเบียบจีน เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจ ชี้แจงกฎระเบียบข้อบังคับ หมายเลข 177 ว่าด้วยการกำกับดูแลตรวจสอบกักกันธัญพืช นำเข้าส่งออกของสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ ห้องบอลรูม A โรงแรมมารวยการ์เด้น

นางสาวจูอะดี พงศ์มณีรัตน์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า ในปี 2559 จีนได้บังคับใช้ระเบียบข้อบังคับ 177 ว่าด้วยการกำกับดูแลตรวจสอบประกันธัญพืชนำเข้า-ส่งออก โดยมีผลใช้บังคับกับทุกประเทศ กฎระเบียบนี้กำหนดให้โรงงานผลิตโรงงานแปรรูปและโรงงานเก็บรักษาธัญพืชส่งออกไปจีนต้องขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของจีน สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ในฐานะหน่วยงานกลางด้านมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารของไทย จึงร่วมกับกรมวิชาการเกษตร ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักด้านการควบคุม ตรวจสอบการกักกันพืชก่อนการส่งออก ได้ประสานงานและเจรจากับฝ่ายจีนมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อขอให้จีนขึ้นทะเบียนผู้ส่งออกของไทยก่อน แต่ช่วงต้นปี 2561 มีการปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานภายในของจีน ส่งผลให้หน่วยงานด้านการตรวจสอบและกักกันโรคการนำเข้า-ส่งออกเดิม AQSIQ ถูกย้าย ไปรวมกับกระทรวงการศุลกากร หรือ GACC ซึ่งเข้มงวดต่อการปฏิบัติตามกฎระเบียบดังกล่าว และได้แจ้งให้ฝ่ายไทยเร่งรัดดำเนินการตรวจประเมินโรงงานผลิต โรงงานแปรรูป โรงงานเก็บรักษาธัญพืช และยื่นรายชื่อผู้ผ่านการประเมินให้ฝ่ายจีนขึ้นทะเบียนตามระเบียบข้อบังคับ

ดังนั้น สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และกรมวิชาการเกษตร จึงจำเป็นต้องเตรียมการเพื่อดำเนินการตามข้อกำหนด จึงได้จัดการสัมมนา เรื่อง รู้เขา รู้เรา รู้เรื่องมัน (สำปะหลัง) รู้ทันกฎระเบียบจีน เพื่อเผยแพร่และชี้แจงระเบียบข้อบังคับ 177 ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการของไทยได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน และแจ้งให้ผู้ประกอบการของไทยทราบแนวทางในการดำเนินการของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบการนำเข้าดังกล่าวของจีน รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ประสบการณ์ ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคในการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังร่วมกัน เพื่อส่งเสริมและยกระดับมาตรฐานการผลิตและการค้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทย และป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมการค้ามันสำปะหลังของไทยในฐานะผู้ส่งออกหลักไปจีน

“กฎระเบียบนี้ จีน ใช้เป็นข้อกำหนด และบังคับให้ทุกประเทศที่นำเข้า-ส่งออกธัญพืช ต้องปฏิบัติตาม เพื่อกำกับดูแล ควบคุม และป้องกันความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของธัญพืชที่ส่งออก นำเข้า และนำผ่าน ไปยังจีน หากละเลยหรือไม่ปฏิบัติตามจะทำให้เสียโอกาสทางการแข่งขันทางการค้ากับจีน เนื่องปัจจุบันจีนให้ความสำคัญต่อระบบควบคุมคุณภาพและความปลอดภัย และการตรวจสอบย้อนกลับต่อสินค้าเกษตร ที่ผลิตในประเทศ นำเข้า และส่งออก โดยเริ่มดำเนินการอย่างต่อเนื่องกับสินค้าเกษตรและอาหารจาก ทุกประเทศที่ส่งไปยังจีน ดังนั้น จึงขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก มันเส้น และกากมัน ของไทย ศึกษาและดำเนินการตามกฎระเบียบดังกล่าวของจีน เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างไม่มีปัญหาและอุปสรรคในการส่งออก”

ปัจจุบัน สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นประเทศผู้นำเข้าและแปรรูปมันสำปะหลังรายใหญ่ที่สุด ด้วยปริมาณการนำเข้ากว่าครึ่งหนึ่งของตลาดโลกในแต่ละปี ซึ่งประเทศไทยสามารถขยายมูลค่าการส่งออก มันสำปะหลัง ไปยังจีนได้ ถึงปีละกว่า 40,000 ล้านบาท โดนเฉพาะ มันเส้นและกากมัน สามารถคลองตลาดจีนได้ถึงร้อยละ 80 ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมด เลขาธิการกล่าว…

ที่มา : RYT9.COM

เตือนไร่มันสำปะหลังเร่งสำรวจ สแกนหาโรคใบด่างฯ ช่วงปลายฝนก่อนระบาดหนัก

เตือนไร่มันสำปะหลังเร่งสำรวจ สแกนหาโรคใบด่างฯ ช่วงปลายฝนก่อนระบาดหนัก

25th Oct 2018 General Information

นายสำราญ สาราบรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า โรคใบด่างมันสำปะหลัง ซึ่งมีพื้นที่ระบาดอยู่ใกล้ชายแดนไทย ได้แก่ เวียดนาม และกัมพูชา มีสาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส Sri Lankan cassava mosaic virus ลักษณะอาการที่สังเกตได้คือ ต้นมันสำปะหลังจะแสดงอาการใบด่างเหลือง ใบเสียรูปทรง และมีขนาดเล็กลง ยอดที่แตกใหม่ จะด่างเหลือง ลำต้นแคระแกรน ซึ่งขณะนี้กรมส่งเสริม การเกษตร ร่วมกับ กรมวิชาการเกษตร เร่งสำรวจต้นที่แสดงอาการคล้ายโรคดังกล่าว เพื่อป้องกัน ไม่ให้เข้ามาระบาดในประเทศไทย ทั้งนี้ ขอแนะนำให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแปลง มันสำปะหลังอย่างละเอียด โดยเฉพาะที่มีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังบริเวณใกล้ชายแดนกัมพูชา หากพบมันสำปะหลังแสดงอาการใกล้เคียงโรคใบด่างให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร เจ้าหน้าที่เกษตรตำบล หรือสำนักงานเกษตรอำเภอ ใกล้บ้าน เพื่อเข้าไปสังเกตต้นมันสำปะหลังดังกล่าวทันที และเก็บตัวอย่างต้องสงสัยส่งให้กรมวิชาการเกษตรตรวจสอบ หากมีความเสี่ยงจะเร่งทำลายด้วยการฝังกลบใต้ดิน ลึกประมาณ 3 เมตร เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสไปยังมันสำปะหลังต้นอื่น นอกจากนี้ กรณีพบแมลงหวี่ขาวยาสูบอยู่ในบริเวณดังกล่าว เมื่อแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาฝังกลบต้น ที่แสดงอาการแล้ว ให้ฉีดพ่นสารเคมีกำจัดแมลงหวี่ขาวยาสูบเพื่อตัดวงจรพาหะนำโรค และสำรวจเพิ่มเติมในบริเวณ ที่ห่างจากจุดพบอาการต้องสงสัยออกไปในรัศมี 5 กิโลเมตร

รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า แมลงหวี่ขาวยาสูบ เป็นพาหะของโรคใบด่างมันสำปะหลัง มีลำหัวสีเหลืองอ่อน ปีกสีขาว ขนาดตัวเล็ก 1 มิลลิเมตร สามารถแพร่ขยายพันธุ์ได้ดีในช่วงปลายฝนต้นหนาว (ช่วงเดือน ตุลาคม – พฤศจิกายน) กรมส่งเสริมการเกษตรจึงขอเตือนให้เกษตรกรหมั่นสำรวจต้นมันสำปะหลังและแมลงหวี่ขาวยาสูบโดยเฉพาะในช่วงนี้ โดยแนะนำให้ทำความสะอาดแปลงปลูกมันสำปะหลังไม่ให้มีวัชพืชหรือพืชอาศัยที่อาจเป็นแหล่งหลบซ่อนของแมลงหวี่ขาวยาสูบ เช่น มันฝรั่ง กะเพรา โหระพา พริก และหลีกเลี่ยงการปลูกพืชอาศัยของไวรัส สาเหตุโรคใบด่างมันสำปะหลัง เช่น ละหุ่ง สบู่ดำ ยาสูบ ในพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังด้วย

นอกจากนี้ การฝังกลบต้นมันสำปะหลังที่แสดงอาการคล้ายโรคใบด่าง เป็นวิธีหยุดการแพร่กระจายของโรคที่มีประสิทธิภาพดีกว่าการเผาทำลาย เนื่องจากการเผาอาจหลงเหลือชิ้นส่วน ของต้นมันสำปะหลังที่ยังสดอยู่ทำให้แมลงหวี่ขาวยาสูบอาจเข้าดูดน้ำเลี้ยงจากส่วนนี้แล้วแพร่กระจายเชื้อไวรัสต่อไป ประกอบกับหากมีความชื้นเหมาะสม ท่อนพันธุ์มันสำปะหลังที่เผาทำลายไม่หมดอาจแตกเป็นต้นอ่อนที่แสดงอาการผิดปกติ ซึ่งเป็นแหล่งกระจายโรคต่อไปได้

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

Recent Posts