น้ำหยด..มันสำปะหลัง ระวังโรคที่ไม่คาดฝัน

น้ำหยด..มันสำปะหลัง ระวังโรคที่ไม่คาดฝัน

27th Apr 2016 General Information

ไม่มีอะไรดีไปหมดหรือเลวไปหมด ทุกอย่างมีทั้งข้อดีข้อเสียด้วยกันทั้งนั้น เป็นสัจธรรมคู่โลกใบนี้…ส่วนใครจะนำข้อดีไปใช้ได้มากกว่ากัน ขึ้นอยู่กับความสามารถในการรู้เท่าทันแค่ไหน

ระบบน้ำหยดที่กำลังได้รับความนิยมตาม ไร่มันสำปะหลังก็เช่นกัน น่าจะมีแต่ดี…ไม่มีข้อเสีย

“ภาวะภัยแล้งปีนี้ สิ่งที่เราพบในหลายพื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง ระบบน้ำหยดทำให้ โรครากเน่าหัวเน่า และ โรครากปม ระบาดมากขึ้น ทั้งที่โรคนี้จะพบการระบาดเฉพาะในหน้าฝน ฤดูแล้งไม่เคยเกิดการระบาดเลย”

ดร.จรรยา มณีโชติ หัวหน้าโครงการวิจัยการ บริหารจัดการศัตรูพืชแบบบูรณาการในมันสำปะหลัง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เผยถึงปรากฏการณ์ใหม่ที่มากับน้ำหยด

แต่ไม่ได้หมาย ความว่า ระบบน้ำหยดไม่ดี ใช้ไม่ได้ เพียงแต่ระบบน้ำหยดทำให้ เชื้อราไฟท็อปทอร่า ต้นตอของโรครากเน่าหัวเน่า และ ไส้เดือนฝอยชนิดไม่ดี ต้นตอก่อให้เกิดโรครากปม ที่ฝังตัวอยู่ในดินยามหน้าแล้ง เมื่อเจอน้ำหยดเข้าไปมันจะแหวกว่ายเข้ามาขยายพันธุ์ แพร่เชื้อร้ายทำลายต้นมันฯได้ดีกว่าไม่มีน้ำ ส่งผลให้มันสำปะหลังไม่ให้หัวมาขุดขาย

ดังนั้น สิ่งที่เกษตรกรควรรู้ให้เท่าทัน ถ้าใช้ระบบน้ำหยด ต้องรู้จักเลือกพันธุ์ที่ทนต่อ 2 โรคนี้…จากการวิจัย ดร.จรรยา พบว่า พันธุ์ระยอง 72 เหมาะสมที่สุด

แต่พันธุ์ระยอง 72 มีข้อด้อย…อ่อนแอ ต่อเพลี้ยแป้งสีชมพู ต้องแก้ปัญหาด้วยการนำท่อนพันธุ์แช่น้ำยาป้องกันเพลี้ยแป้งสีชมพูก่อนปลูกก่อนเท่านั้นเอง

ส่วนพันธุ์ระยอง 7 กับ ระยอง 11 ถ้าใช้น้ำหยดไม่ควรปลูก

P590427-02

น้ำหยดไม่เพียงแต่ทำให้ 2 โรคดังว่าระบาดได้ผิดธรรมชาติเท่านั้น…ยังทำให้เมล็ดพันธุ์ เหง้า หัว วัชพืชงอกได้ดีอีกด้วย น้ำหยดตรงไหน วัชพืชงอกตรงนั้น

งอกตรงโคนต้นจะใช้จอบถากถางต้นมันฯ ท่อน้ำหยดเสี่ยงถูกจอบทำลาย จะใช้มือถอนคงไม่ไหว จะใช้ยาฉีดพ่น ต้นมันฯ พลอยตาย…ถ้าไม่ป้องกันกำจัดวัชพืชเติบโตได้เร็วกว่า จะแย่งกินอาหารและน้ำหยดจากต้นมันสำปะหลังไปหมดสิ้น แถมวัชพืชยังเป็นแหล่งพักพิงให้แมลงศัตรูพืชมาทำลายต้นมันฯได้ง่ายมากขึ้นอีกด้วย

ปลูกมันสำปะหลังจะใช้น้ำหยด ต้องป้องกันวัชพืชตั้งแต่เริ่มปลูก ลงท่อนพันธุ์เสร็จให้พ่นยาคุ้มวัชพืชทับลงไปทันที…แต่วัชพืชที่ขึ้นได้ในแปลงปลูกมันฯ มีทั้งวัชพืชใบแคบและใบกว้าง ดร.จรรยาแนะให้ฉีดพ่นสารกำจัดวัชพืชทั้ง 2 ชนิดไปพร้อมกันทีเดียว เพื่อประหยัดค่าแรง…นำน้ำยา 2 ชนิดมาผสมรวมกัน

แต่ต้องทำเป็นขั้นตอน ให้นำฟูลมิอ๊อกซาซิน 20 กรัม (คุมวัชพืชใบกว้าง) ผสมกับน้ำ 80 ลิตร คนให้ละลายเข้ากันดี จากนั้นถึงนำอะลาคลอร์ 500 ซีซี (คุมวัชพืชใบแคบ) ผสมเติมลงไป คนให้เข้ากันอีกที…ถึงจะนำไปฉีดพ่นคุมวัชพืชได้

ฉีดพ่นทับไปเฉพาะบนร่องแถวปลูกมันฯ ส่วนตรงร่องทางดินไม่ต้อง ไปฉีดให้เปลืองเงิน …เพราะตรงนั้นน้ำไม่มีหยด วัชพืชไม่งอก.

ชาติชาย ศิริพัฒน์

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ชี้แผนปฏิรูปธัญพืชจีน ไม่กระทบราคามันสำปะหลังไทย

ชี้แผนปฏิรูปธัญพืชจีน ไม่กระทบราคามันสำปะหลังไทย

25th Apr 2016 General Information

พาณิชย์ ตามติดนโยบายปฏิรูปนโยบายบริหารจัดการธัญพืชครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 10 ปี มั่นใจไม่กระทบต่อราคามันสำปะหลังไทย

นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับนโยบายรับซื้อและระบายข้าวโพดในสต็อกของรัฐบาลจีน ซึ่งผู้ส่งออกมันสำปะหลังของไทยมีความกังวลว่าจะส่งผลกดดันให้ราคามันสำปะหลังที่นำเข้าจากไทยตกต่ำลง เนื่องจากข้าวโพดเป็นธัญพืชทดแทนมันสำปะหลังในการผลิตแอลกอฮอล์ว่า กรมการค้าต่างประเทศมองว่านโยบายนี้ไม่กระทบต่อราคามันสำปะหลังในไทย เนื่องจากจีนเพาะปลูกข้าวโพดมากทางตอนเหนือของประเทศ ขณะที่โรงงานแอลกอฮอล์ซึ่งนำเข้ามันเส้นจำนวนมากไปเป็นวัตถุดิบตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจีน ซึ่งมีระยะทางที่ห่างไกลกันมาก อีกทั้งนโยบายอุดหนุนเกษตรกรให้ลดพื้นที่เพาะปลูกและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวโพดของรัฐบาลจีนจะส่งผลกระทบต่อการนำเข้าข้าวโพดและธัญพืชทดแทนข้าวโพด เช่น ข้าวฟ่าง ข้าวบาร์เล่ย์ ที่นำเข้าจากสหรัฐอเมริกาและนิวซีแลนด์มากกว่า

“กรมการค้าต่างประเทศจะติดตามมาตรการข้าวโพดของจีนอย่างใกล้ชิด โดยจีนเป็นตลาดส่งออกมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังอันดับ 1 ของไทย ในปี 58 ไทยส่งออกไปจีนปริมาณ 7.287 ล้านตันคิดเป็นสัดส่วน 99.57% ของปริมาณที่ส่งออกไปทั่วโลก เพิ่มขึ้นจากปี 57 ปริมาณ 7.5%”

สำหรับแนวทางการปฏิรูปนโยบายบริหารจัดการธัญพืชครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 10 ปีของจีนครั้งนี้ ได้มีการยกเลิกนโยบายรับซื้อและระบายข้าวโพดในสต็อก หันมาทำการอุดหนุนเกษตรกรให้ลดพื้นที่เพาะปลูกและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตแทน ขณะเดียวกันส่งเสริมให้ผู้ซื้อรับซื้อข้าวโพดจากเกษตรกรโดยตรงในราคาตลาด ส่วนการระบายสต๊อกข้าวโพด จะมีนโยบายชัดเจนเดือนเม.ย.นี้

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

เกษตรกรเฮ! ปุ๋ยสำหรับปลูก “ข้าว-ปาล์ม-ยาง-ข้าวโพด-มัน” รวม 11 สูตร ลดราคาลง 5-15%

เกษตรกรเฮ! ปุ๋ยสำหรับปลูก “ข้าว-ปาล์ม-ยาง-ข้าวโพด-มัน” รวม 11 สูตร ลดราคาลง 5-15%

20th Apr 2016 General Information

“พาณิชย์” เผยผู้ผลิตปุ๋ยเคมียอมปรับลดราคาปุ๋ย 11 สูตรใช้สำหรับปลูกข้าว ปาล์ม ยาง ข้าวโพดและมันสำปะหลังลง 5-15% มีผลทันทีถึงสิ้นเดือน ธ.ค. 59 โดยปรับลดกระสอบละ 10-30 บาท คาดช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกร

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการหารือกับสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทยว่า สมาคมฯ ซึ่งมีสมาชิก 44 บริษัท ครอบคลุมผู้ค้าปุ๋ยเคมีประมาณ 70% ของทั้งประเทศ ได้ยินดีให้ความร่วมมือปรับลดราคาปุ๋ยเคมี (กระสอบละ 50 กิโลกรัม) ที่ใช้สำหรับการเพาะปลูกพืชเกษตรจำนวน 11 สูตร ถือเป็นการปรับลดราคาลงเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งรับลดราคาตั้งแต่ 5-15% มีผลตั้งแต่บัดนี้ จนถึงสิ้นเดือน ธ.ค.2559 โดยราคาที่ปรับลดเป็นราคาในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่หากเป็นจังหวัดที่ห่างไกลออกไป ต้องบวกเพิ่มค่าขนส่งตามระยะทาง ไม่เกินกระสอบละ 10-30 บาท

“การลดราคาครั้งนี้เป็นการปรับลดครั้งที่ 3 หลังจากที่ปรับลดมาแล้ว 2 ครั้งในปี 2558 ที่ผ่านมา โดยครั้งนี้ลดลงเฉลี่ยอีกกระสอบ ละ 10-30 บาท หากรวม 2 ครั้งก่อนหน้านี้ จะลดลงถึงกระสอบละ 45-100 บาท ซึ่งถือเป็นการช่วยลดต้นทุนให้กับเกษตรกรตามนโยบายของรัฐบาล”

สำหรับปุ๋ยเคมีทั้ง 11 ชนิด เป็นปุ๋ยที่ใช้ในนาข้าว 4 สูตร ได้แก่ สูตร 46-0-0 ปรับลด 30 บาทต่อกระสอบ (50 กิโลกรัม) หรือลดลง 15.03% เหลือกระสอบละ 565 บาท สูตร 16-20-0 ลดลง 10 บาท ต่อกระสอบ หรือลด 8.63% เหลือกระสอบละ 635 บาท สูตร 16-16-8 ลดลง 10 บาท หรือลด 9.52% เหลือกระสอบละ 665 บาท สูตร 16-8-8 ลดลง 10 บาท หรือลดลง 11.57% เหลือกระสอบละ 535 บาท

ปุ๋ยยางพารา 3 สูตร ได้แก่ สูตร 18-4-5 ลดลงกระสอบละ 10 บาท หรือลดลง 7.89-10.08% เหลือกระสอบละ 525-535 บาท สูตร 14-4-9 ลดลง 10 บาท หรือลด 7.89-10.34% เหลือกระสอบละ 520-525 บาท สูตร 15-7-18 ลดลง 10 บาท หรือลด 7.53-7-89% เหลือกระสอบละ 675-700 บาท

ปุ๋ยปาล์ม 2 สูตร ได้แก่ สูตร 21-0-0 ลดลงกระสอบละ 10 บาท หรือลด 12.20-12.50% เหลือกระสอบละ 350-360 บาท สูตร 0-0-60 ลด 15 บาท หรือลด 8.02-8.39% เหลือกระสอบละ 655-745 บาท

ปุ๋ยที่ใช้กับพืชชนิดอื่นๆ ได้แก่ ข้าวโพดและมันสำปะหลัง จำนวน 2 สูตร ได้แก่ สูตร 15-15-15 ลด 10 บาท หรือลด 5.05-6.10% เหลือ กระสอบละ 770-940 บาท และสูตร 18-8-8 ลด 10 บาท หรือลด 8.06% เหลือกระสอบละ 570 บาท

นายเปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช นายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการพร้อมที่จะร่วมมือกับภาครัฐในการปรับลดราคาปุ๋ยเคมีลงมาตามต้นทุนที่ลดลง เพื่อช่วยเหลือด้านต้นทุนให้กับเกษตรกร และหวังว่าเกษตรกรจะเพาะปลูกให้มีผลผลิตดีขึ้นตามต้นทุนที่ลดลง

ส่วนปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นทำให้ยอดขายปุ๋ยเคมีปรับลดลงแล้ว 30% จากเดิมมีการนำเข้าเฉลี่ย 5 ล้านตันต่อปี มูลค่า 7 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันอยู่ที่ 4.5 ล้านตันต่อปี มีมูลค่า 5.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งสาเหตุที่มูลค่านำเข้าลดลงมาจากราคาต้นทุนที่ลดลงจากผลกระทบราคาน้ำมัน โดยเชื่อว่าหลังการปรับลดราคา จะทำให้ยอดขายดีขึ้น แต่ต้องขึ้นกับสภาพดินฟ้าอากาศประกอบด้วย เพราะหากยังมีปัญหาภัยแล้งรุนแรง เชื่อว่าความต้องการใช้ปุ๋ยจะยังคงลดลง

ที่มา : ผู้จัดการ Online

พาณิชย์ล้อมรั้ว ป้องกันผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่ไม่ได้คุณภาพเข้าสู่ประเทศ

พาณิชย์ล้อมรั้ว ป้องกันผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่ไม่ได้คุณภาพเข้าสู่ประเทศ

04th Apr 2016 General Information

นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา สื่อมวลชนของประเทศกัมพูชาได้เผยแพร่ภาพข่าวเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชาตรวจพบการปลอมปนทรายในผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่จะส่งออกมายังไทย ณ ลานมันแห่งหนึ่ง ในจังหวัดพระตระบอง ประเทศกัมพูชา ทั้งนี้ ตามข่าวได้ระบุว่าลานมันดังกล่าวมีคนไทยเป็นผู้ถือหุ้นร่วมกับคนกัมพูชาด้วย อย่างไรก็ดี ไม่ได้มีการระบุชื่อเจ้าของกิจการหรือบริษัทแต่อย่างใด

“สำหรับกรณีการปลอมปนมันสำปะหลังเส้นดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้กำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจเข้มคุณภาพผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่นำเข้า โดยหากพบว่าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้มาตรฐาน จะดำเนินการลงโทษขั้นเด็ดขาดภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายระบุไว้ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้กระทบกับความเชื่อมั่นด้านคุณภาพมาตรฐานของผู้ซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศ และในขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าต่างประเทศ ได้เร่งประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับมาตรฐานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของกัมพูชา (The Cambodia Import Export Inspection and Fraud Repression Directorate-General หรือ CAMCONTROL) เพื่อประชุมหารือในการสร้างความร่วมมือด้านวิชาการ และความร่วมมือในการกำกับดูแลและพัฒนาคุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังระหว่างไทย-กัมพูชา ต่อไป”

ในปี 2558 ที่ผ่านมา ไทยมีการนำเข้ามันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังจากกัมพูชา ปริมาณ 1,487,933 ตัน คิดเป็นร้อยละ 87.34 ของการนำเข้าทั้งหมด อนึ่ง กระทรวงพาณิชย์ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนในการแจ้งเบาะแสผู้กระทำผิดเกี่ยวกับ การนำเข้าส่งออกมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ได้ที่สายด่วนกรมการค้าต่างประเทศ โทร. 1385 หรือผ่านทางเว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ www.dft.go.th

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

ชาวไร่มันฯ ต้องเปลี่ยน ใช้น้ำหยดได้ไร่ละ 8 ตัน

ชาวไร่มันฯ ต้องเปลี่ยน ใช้น้ำหยดได้ไร่ละ 8 ตัน

31st Mar 2016 General Information

สภาพอากาศแห้งแล้ง เกษตรกรหลายพื้นที่ไม่พร้อมปรับเปลี่ยนปลูกพืชใช้น้ำน้อย โดยเฉพาะชาวไร่มันสำปะหลังที่กำลังวิตกกังวล ลงท่อนพันธุ์ไปแล้วรอดจากอาการแห้งตายคาท้องร่องได้หรือไม่ นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร แนะการทำเกษตรในช่วงวิกฤตินี้ จะให้ได้ผลดี เกษตรกรต้องทำเกษตรแบบประณีต ดูแลตัวพืช สภาพดิน และใช้เทคโนโลยีที่ให้ผลตอบแทนดี ไม่ใช่ยึดการทำเกษตรแบบดั้งเดิม การทำไร่มันสำปะหลัง หากต้องการให้ได้ผลผลิตต่อไร่สูง ควรเริ่มตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์

แม้แต่ไร่มันฯ ยังแห้งตาย “นาอิน อุตรดิตถ์” แล้งจัดจริง

แม้แต่ไร่มันฯ ยังแห้งตาย “นาอิน อุตรดิตถ์” แล้งจัดจริง

21st Mar 2016 General Information

อุตรดิตถ์ – นายอำเภอพิชัย นายอำเภอพิชัย เมืองอุตรดิตถ์ ยอมรับ 2 ตำบลแล้งสาหัส “นายาง” แหล่งน้ำทำประปาไส้เดือนปนจนคนไม่อยากใช้ ขณะที่ไร่มันสำปะหลัง “นาอิน” ยังแห้งตาย

ก.พาณิชย์สั่งตรวจเข้มมันฯ เขมรทะลักไทย ผงะ 5 เดือนนำเข้าผ่าน“ช่องจอม”กว่า 2 แสนตัน

ก.พาณิชย์สั่งตรวจเข้มมันฯ เขมรทะลักไทย ผงะ 5 เดือนนำเข้าผ่าน“ช่องจอม”กว่า 2 แสนตัน

11th Mar 2016 General Information

ก.พาณิชย์สั่งตรวจเข้มมันฯเขมรทะลักไทย ผงะ 5 เดือนนำเข้าผ่าน“ช่องจอม”กว่า 2 แสนตัน มันสำปะหลังทั้งมันเส้น และหัวมันสด จากกัมพูชาทะลักเข้าไทย ที่ด่านผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา ช่องจอม-โอร์เสม็ด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ แค่ 5 เดือนนำเข้ามากกว่า 2 แสนตัน วันนี้ (11 มี.ค.)

สุรินทร์- ก.พาณิชย์ สั่งทุกหน่วยงานชายแดนเพิ่มมาตรการตรวจเข้มมันสำปะหลังกัมพูชาทะลักเข้าไทย เผยแค่ 5 เดือนนำเข้าผ่านด่านช่องจอมอ.กาบเชิง สุรินทร์ มากกว่า 2 แสนตัน อักทั้งพบมีการลักลอกนำเข้าผิดกม. และส่งปลายทางจีนจำนวนมาก กระทบเกษตรกรและผู้ประกอบการไทยเดือดร้อน ยืนยันไม่กีดกันแต่ต้องตรวจสอบเข้มให้ได้ตามมาตรฐานสินค้าเกษตรของไทย

วันนี้ ( 11 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากรายงานข้อมูลพบว่าปริมาณการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศกัมพูชาของไทย ผ่านด่านถาวรช่องจอม-โอร์เสม็ด ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2558 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2559 รวม 5 เดือน มีการขออนุญาตนำเข้ามันสำปะหลังเส้น 758 ใบ เป็นจำนวน 198,629.925 ตัน มูลค่า 793.387 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31,816 ตัน มูลค่า 126.10 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 18.89

ส่วนมันสำปะหลังหัวมันสด ขออนุญาตนำเข้า จำนวน 79 ใบ เป็นจำนวน 18,807.300 ตัน มูลค่า 37.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,847.05 ตัน หรือร้อยละ 34.72 มูลค่าเพิ่มขึ้น 9.10 ล้านบาท หรือร้อยละ 32.14

จากกรณีดังกล่าวล่าสุด นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ ได้เดินทางลงพื้นที่ด่านผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา ช่องจอม-โอร์เสม็ด ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ พร้อมร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง นายณรงค์ รักร้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ,เจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะกิจที่ 2 กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ,ด่านตรวจคนเข้าเมืองกาบเชิง , ด่านศุลกากรช่องจอม ,พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ ,ตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ นายอำเภอกาบเชิง และ เจ้าหน้าที่หน่วยงานประจำพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ได้แจ้งแก่หน่วยงานต่างๆที่เข้าร่วมประชุม ขอความร่วมมือให้ร่วมกันตรวจสอบการนำเข้ามันสำปะหลังเส้นและมันสำปะหลังหัวมันสดจากประเทศกัมพูชา เพราะที่ผ่านมาทางรัฐบาลได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มผู้ประกอบการรับซื้อมันสำปะหลังในประเทศไทยว่า ที่ด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม-โอร์เสม็ด มีการลักลอบนำเข้ามันสำปะหลังเส้นตากแห้งและหัวมันสด สลับกับการนำเข้ามันสำปะหลังอย่างถูกต้องตามกฎหมายไทยจากประเทศกัมพูชาเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดผลกระทบกับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังของไทย และ ผู้ประกอบการรับซื้อมันสำปะหลังในประเทศไทย

จึงขอให้ทุกหน่วยประจำพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม-โอร์เสม็ด ได้เพิ่มมาตรการเข้มงวด ในการตรวจตราการนำเข้ามันสำปะหลังเส้นตากแห้ง และมันสำปะหลังสด โดยร่วมมือกับกรมวิชาการเกษตร , กระทรวงพาณิชย์ ,กรมการขนส่งทางบก ในการตรวจสอบคุณภาพของมันสำปะหลังนำเข้าจากประเทศกัมพูชา ทั้งเรื่องของโรคพืชที่ติดมาตามมันสำปะหลัง คุณภาพความแห้ง ความชื้น และการนำรถบรรทุกนำเข้ามาในประเทศไทย ต้องไม่บรรทุกเกินน้ำหนัก ของ กรมการขนส่งทางบก กำหนด

นายวินิจฉัย กล่าวอีกว่า มาตรการดังกล่าวที่จะนำมาตรวจสอบการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศกัมพูชา ไม่ใช่การกีดกันการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศกัมพูชา แต่เพื่อเป็นการวางมาตรการควบคุมสินค้าการเกษตรให้ได้มาตรฐานเช่นเดียวกันสินค้าการเกษตรของไทย ซึ่งเรามีหน่วยงานจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ กระทรวงพาณิชย์ คอยควบคุมอยู่แล้ว

ทั้งนี้ปัจจุบัน มันสำปะหลังที่นำเข้าจากประเทศกัมพูชาของไทย มีการนำเข้าผ่านด่านถาวรช่องจอม-โอร์เสม็ด อ.กาบเชิง มากที่สุด และมันสำปะหลังบางส่วนส่งผ่านลงเรือที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ส่งไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีนจำนวนมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องควบคุมมาตรฐานของมันสำปะหลังนำเข้าจากประเทศกัมพูชา ซึ่งมีการนำเข้าไทยเป็นจำนวนมาก

ที่มา : ผู้จัดการ Online

ทำกำไรงาม 2 เท่า!! นำมันสำปะหลังสับเป็นเส้น ตากแดดข้างทาง

ทำกำไรงาม 2 เท่า!! นำมันสำปะหลังสับเป็นเส้น ตากแดดข้างทาง

08th Mar 2016 General Information

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องจากสภาพอากาศที่แล้งและร้อน ทำให้เกษตรกรชาวสวนยางพาราที่ปลูกมันสำปะหลังแซมในสวนยาง พลิกวิกฤติเป็นโอกาส เก็บผลผลิตมันสำปะหลังที่ได้มาแปรรูปโดยการนำมันสำปะหลังสด นำมาสับมาทำเป็นมันเส้น หรือมันสำปะหลังตากแห้งตามข้างทาง เพิ่มมูลค่าสร้างรายได้ให้กับครอบครัว

นางศรี โพธิสาร อายุ 47 ปี เกษตรกรชาวสวนยางพาราบ้านบะยาวใต้ หมู่ที่ 10 ต.หนองยอง อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ เล่าให้ฟังว่า ในช่วงหน้าแล้งจะมีอากาศที่ร้อน ส่งผลให้เกษตรกรทั้งหมู่บ้านนำวิกฤติจากสภาพอากาศร้อน แดดจัด นำผลผลิตมันสำปะหลัง ที่ปลูกแซมภายในสวนยางพาราที่ปลูกใหม่กว่า 20 ไร่ นำมาสับทำเป็นมันเส้น

โดยใช้แรงงานในครัวเรือนแล้วนำมาตากแดดให้แห้งก่อนที่จะนำไปขาย การตากแดดใช้พื้นที่มากแต่ก็ไม่เป็นปัญหา อาศัยตากตามข้างทางหลวงทั้งสองฝั่งที่มีพื้นที่ว่าง ใช้เวลาตากประมาณ 5-7 วันขึ้นอยู่กับแดด แล้วก็นำไปจำหน่ายให้กับลานมันในพื้นที่ตกกิโลกรัมละ 4-5 บาทซึ่งแตกต่างจากการขายมันสดกิโลกรัมละ 1.40 สตางค์เท่านั้น ซึ่งการนำมันสำปะหลังมาสับแล้วตากแห้งก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถเพิ่มมูลค่าของผลผลิตจากมันสำปะหลัง สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวซึ่งในปีนี้ก็คาดว่าจะขายมันสำปะหลังตากแห้งได้ราว 40,000-60,000 บาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด

พาณิชย์เชื่อนโยบายข้าวโพดจีนไม่กระทบอุตฯ มันสำปะหลังไทย

พาณิชย์เชื่อนโยบายข้าวโพดจีนไม่กระทบอุตฯ มันสำปะหลังไทย

08th Mar 2016 General Information

นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีกระแสข่าวเกี่ยวกับนโยบายรับซื้อข้าวโพดของจีน ซึ่งมีผลกดดันราคามันสำปะหลังไทย เนื่องจากข้าวโพดเป็นธัญพืชทดแทนมันสำปะหลังในการผลิตแอลกอฮอล์นั้น เพื่อให้ทราบความชัดเจนถึงกระแสข่าวดังกล่าว จึงได้นำคณะผู้แทนประกอบด้วย นายอิทธิพงศ์ คุณากรบดินทร์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย เดินทางไปพบปะกับโรงงานผู้ผลิตแอลกอฮอล์รายใหญ่ของจีน คือ Cofco Bio-Chemical (Anhui) Co.,Ltd. และ Jiangsu Huating Bio-Technology Co.,Ltd. ระหว่างวันที่ 1-4 มีนาคม 2559

จากการพบปะหารือพบว่าพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดของจีนส่วนใหญ่ อยู่ในสี่มณฑลทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ มณฑลจี๋หลิน เหลียวหนิง เฮยหลงเจียง และมองโกเลียใน ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้มีนโยบายอุดหนุนเกษตรกรในมณฑลดังกล่าว โดยการรับซื้อข้าวโพดจากเกษตรกรส่งผลให้รัฐบาลจีนมีสต็อกข้าวโพดจำนวนมาก ซึ่งรัฐบาลจีนก็ได้ดำเนินการระบายออกอยู่เป็นระยะในราคาตลาดซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ สำหรับนโยบายรับซื้อข้าวโพดในปี 2558 รัฐบาลจีนรับซื้อข้าวโพดที่ราคา 2,000 หยวน/ตัน ซึ่งสูงกว่าราคาตลาด และในปี 2559 รัฐบาลจีนอยู่ระหว่างทบทวนความเหมาะสม ซึ่งคาดว่าจะทราบความชัดเจนภายในเดือนมีนาคมนี้ ว่ารัฐบาลจีนจะรับซื้อในราคาเท่าใดหรือมีนโยบายอุดหนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดด้านอื่นหรือไม่ ทั้งนี้ คาดว่ารัฐบาลจีนจะตั้งราคารับซื้อข้าวโพดในราคาที่ใกล้เคียงตลาดมากขึ้น และจะต้องไม่กระทบมากกับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดของจีนที่มีต้นทุนการเพาะปลูกสูงจากค่าแรงงาน และค่าเช่าที่ดิน

“เชื่อว่าในระยะสั้นรัฐบาลจีนคงไม่สามารถระบายข้าวโพดในสต็อกที่มีอยู่ปริมาณมาก ในราคาที่ต่ำได้ เนื่องจากจะกระทบต่อเสถียรภาพราคาข้าวโพดภายในประเทศ และต้องการรักษาปริมาณสต็อกภายในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศถึง 2 – 3 ปี เพื่อสำรองใช้ในภาวะฉุกเฉิน ขณะที่ในระยะยาวรัฐบาลจีนมีแนวโน้มที่จะลดการอุดหนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด และลดพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพด ซึ่งจะส่งผลให้ผลผลิตข้าวโพดโดยรวมลดลง ราคาข้าวโพดสูงขึ้น ทำให้โรงงานผู้ผลิตแอลกอฮอล์หันมาใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบมากขึ้น”

นายวินิจฉัย เปิดเผยเพิ่มเติมว่า นโยบายรับซื้อข้าวโพดของจีนนั้น ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อราคามันสำปะหลังของไทยมากนัก เนื่องจาก โรงงานผลิตแอลกอฮอล์ของจีนส่วนใหญ่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของกรุงปักกิ่ง ซึ่งไม่ใช่พื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดสำคัญของจีน นอกจากนี้ ปัจจุบันอยู่ในช่วงปลายฤดูกาลผลิตมันสำปะหลัง ผลผลิตมันสำปะหลังส่วนใหญ่ของประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้านได้ออกสู่ตลาดแล้ว อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยในระยะสั้นได้มอบหมายกรมการค้าต่างประเทศ และกรมการค้าภายใน จัดชุด Mobile Unit เดินทางลงพื้นที่สุ่มตรวจคุณภาพมาตรฐานมันเส้นที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้มงวดกวดขันน้ำหนักบรรทุก และการขนย้ายให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ในระยะยาวกระทรวงพาณิชย์ จะบูรณาการร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร เพิ่มผลผลิตต่อไร่ และหาช่องทางแปรรูปเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ไทยสามารถบริหารอุปสงค์ อุปทานได้แบบครบวงจร

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

เข็น 4 มาตรการอุ้มมันสำปะหลัง งัด‘สีคิ้วโมเดล’สู้-เร่งแสวงหาตลาดใหม่แนวหน้า

เข็น 4 มาตรการอุ้มมันสำปะหลัง งัด‘สีคิ้วโมเดล’สู้-เร่งแสวงหาตลาดใหม่แนวหน้า

07th Mar 2016 General Information

นายศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคารับซื้อหัวมันสำปะหลังสด ปีการผลิต 2558/59 จ.นครราชสีมา ได้เกิดปัญหามันสำปะหลังราคาลดลง และเกษตรกรยังไม่เข้าร่วมโครงการ เนื่องจากวงเงินสินเชื่อ 50,000 บาทต่อราย ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายในครัวเรือน คณะอนุกรรมการบริหารการผลิตกลุ่มสินค้ามันสำปะหลังและปาล์มน้ำมัน จึงหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการ ก่อนได้ข้อสรุปมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน 4 ด้าน ประกอบด้วย

1.ชะลอการนำเข้ามันสำปะหลังถึงเดือนเมษายน 2559 โดยเข้มงวดกฎระเบียบการนำเข้าทั้งการขอใบอนุญาตนำเข้า การขึ้นทะเบียนผู้นำเข้า ปริมาณที่ขอนำเข้า และน้ำหนักในการขนส่งอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งให้กรมวิชาการเกษตรเข้มงวดการตรวจสิ่งเจือปน ใบรับรองพืชและสิ่งต้องห้ามในการนำเข้า 2.ให้กรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตร จัดทำมาตรฐานท่อนพันธุ์
แปลงพันธุ์มันสำปะหลังที่ดี 3.เร่งประชาสัมพันธ์โครงการบริหารจัดการตลาดมันสำปะหลัง ปี 2558/59 ได้แก่ โครงการชะลอการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง โดยให้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เร่งพิจารณาขั้นตอนขอกู้ ขณะที่โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลังในระบบน้ำหยด ให้กรมส่งเสริมการเกษตรให้ความรู้เรื่องการให้น้ำหยดแก่เกษตรกร และธนาคารเพื่อการเกษตรฯ ดำเนินการให้สินเชื่อ 4.หาตลาดใหม่ในต่างประเทศ โดยไม่ผูกขาดเฉพาะในตลาดจีน

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังจะเร่งดำเนินการรวมกลุ่มคลัสเตอร์มันโคราช หรือ Korat Tapioca Cluster (KOTAC) ตามวิธีการ “สีคิ้วโมเดล” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้ได้ผลผลิตและผลตอบแทนเพิ่มขึ้นโดยบริหารจัดการแบบบูรณาการ ได้แก่ การแนะนำพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ จัดการดินด้วยการไถระเบิดดินดาน การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน จัดการน้ำหยด การอารักขาพืช และการใช้เครื่องจักรกลในการผลิต ซึ่งช่วยให้เกิดการลดต้นทุนการผลิต จากเดิมการผลิตต่อกิโลกรัมคิดเป็น 1.12-1.86 บาทต่อกิโลกรัม แต่เมื่อใช้เทคโนโลยีดังกล่าวทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง คิดเป็น 0.70-1.12 บาทต่อกิโลกรัม สามารถเพิ่มผลผลิตและทำรายได้เพิ่ม 7,800-8,600 บาทต่อไร่

“เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าว กระทรวงเกษตรฯ ได้จัดทำแปลงเรียนรู้และขยายผลไปยังสมาชิกของสหกรณ์การเกษตร 8 อำเภอ มีเกษตรกรในจังหวัดนครราชสีมาเข้าร่วมโครงการ 666 ราย โดยกรมวิชาการเกษตรได้แนะนำการใช้ปุ๋ยพร้อมทั้งให้สหกรณ์จำหน่ายปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินแก่สมาชิก การแนะนำลักษณะท่อนพันธุ์มันสำปะหลังคุณภาพดี วิธีปลูกมันสำปะหลังเพื่อผลผลิตสูงพร้อมทั้งร่วมกับเกษตรกรทำแปลงเรียนรู้สาธิตเทคโนโลยีการผลิตแปลงใหญ่ในฤดูฝน ปี 2559 ในพื้นที่ 400 ไร่” นายศักดิ์ชัย กล่าว

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า