ก.พาณิชย์สั่งตรวจเข้มมันฯ เขมรทะลักไทย ผงะ 5 เดือนนำเข้าผ่าน“ช่องจอม”กว่า 2 แสนตัน

ก.พาณิชย์สั่งตรวจเข้มมันฯ เขมรทะลักไทย ผงะ 5 เดือนนำเข้าผ่าน“ช่องจอม”กว่า 2 แสนตัน

11th Mar 2016 General Information

ก.พาณิชย์สั่งตรวจเข้มมันฯเขมรทะลักไทย ผงะ 5 เดือนนำเข้าผ่าน“ช่องจอม”กว่า 2 แสนตัน มันสำปะหลังทั้งมันเส้น และหัวมันสด จากกัมพูชาทะลักเข้าไทย ที่ด่านผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา ช่องจอม-โอร์เสม็ด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ แค่ 5 เดือนนำเข้ามากกว่า 2 แสนตัน วันนี้ (11 มี.ค.)

สุรินทร์- ก.พาณิชย์ สั่งทุกหน่วยงานชายแดนเพิ่มมาตรการตรวจเข้มมันสำปะหลังกัมพูชาทะลักเข้าไทย เผยแค่ 5 เดือนนำเข้าผ่านด่านช่องจอมอ.กาบเชิง สุรินทร์ มากกว่า 2 แสนตัน อักทั้งพบมีการลักลอกนำเข้าผิดกม. และส่งปลายทางจีนจำนวนมาก กระทบเกษตรกรและผู้ประกอบการไทยเดือดร้อน ยืนยันไม่กีดกันแต่ต้องตรวจสอบเข้มให้ได้ตามมาตรฐานสินค้าเกษตรของไทย

วันนี้ ( 11 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากรายงานข้อมูลพบว่าปริมาณการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศกัมพูชาของไทย ผ่านด่านถาวรช่องจอม-โอร์เสม็ด ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2558 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2559 รวม 5 เดือน มีการขออนุญาตนำเข้ามันสำปะหลังเส้น 758 ใบ เป็นจำนวน 198,629.925 ตัน มูลค่า 793.387 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31,816 ตัน มูลค่า 126.10 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 18.89

ส่วนมันสำปะหลังหัวมันสด ขออนุญาตนำเข้า จำนวน 79 ใบ เป็นจำนวน 18,807.300 ตัน มูลค่า 37.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,847.05 ตัน หรือร้อยละ 34.72 มูลค่าเพิ่มขึ้น 9.10 ล้านบาท หรือร้อยละ 32.14

จากกรณีดังกล่าวล่าสุด นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ ได้เดินทางลงพื้นที่ด่านผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา ช่องจอม-โอร์เสม็ด ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ พร้อมร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง นายณรงค์ รักร้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ,เจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะกิจที่ 2 กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ,ด่านตรวจคนเข้าเมืองกาบเชิง , ด่านศุลกากรช่องจอม ,พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ ,ตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ นายอำเภอกาบเชิง และ เจ้าหน้าที่หน่วยงานประจำพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ได้แจ้งแก่หน่วยงานต่างๆที่เข้าร่วมประชุม ขอความร่วมมือให้ร่วมกันตรวจสอบการนำเข้ามันสำปะหลังเส้นและมันสำปะหลังหัวมันสดจากประเทศกัมพูชา เพราะที่ผ่านมาทางรัฐบาลได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มผู้ประกอบการรับซื้อมันสำปะหลังในประเทศไทยว่า ที่ด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม-โอร์เสม็ด มีการลักลอบนำเข้ามันสำปะหลังเส้นตากแห้งและหัวมันสด สลับกับการนำเข้ามันสำปะหลังอย่างถูกต้องตามกฎหมายไทยจากประเทศกัมพูชาเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดผลกระทบกับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังของไทย และ ผู้ประกอบการรับซื้อมันสำปะหลังในประเทศไทย

จึงขอให้ทุกหน่วยประจำพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม-โอร์เสม็ด ได้เพิ่มมาตรการเข้มงวด ในการตรวจตราการนำเข้ามันสำปะหลังเส้นตากแห้ง และมันสำปะหลังสด โดยร่วมมือกับกรมวิชาการเกษตร , กระทรวงพาณิชย์ ,กรมการขนส่งทางบก ในการตรวจสอบคุณภาพของมันสำปะหลังนำเข้าจากประเทศกัมพูชา ทั้งเรื่องของโรคพืชที่ติดมาตามมันสำปะหลัง คุณภาพความแห้ง ความชื้น และการนำรถบรรทุกนำเข้ามาในประเทศไทย ต้องไม่บรรทุกเกินน้ำหนัก ของ กรมการขนส่งทางบก กำหนด

นายวินิจฉัย กล่าวอีกว่า มาตรการดังกล่าวที่จะนำมาตรวจสอบการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศกัมพูชา ไม่ใช่การกีดกันการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศกัมพูชา แต่เพื่อเป็นการวางมาตรการควบคุมสินค้าการเกษตรให้ได้มาตรฐานเช่นเดียวกันสินค้าการเกษตรของไทย ซึ่งเรามีหน่วยงานจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ กระทรวงพาณิชย์ คอยควบคุมอยู่แล้ว

ทั้งนี้ปัจจุบัน มันสำปะหลังที่นำเข้าจากประเทศกัมพูชาของไทย มีการนำเข้าผ่านด่านถาวรช่องจอม-โอร์เสม็ด อ.กาบเชิง มากที่สุด และมันสำปะหลังบางส่วนส่งผ่านลงเรือที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ส่งไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีนจำนวนมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องควบคุมมาตรฐานของมันสำปะหลังนำเข้าจากประเทศกัมพูชา ซึ่งมีการนำเข้าไทยเป็นจำนวนมาก

ที่มา : ผู้จัดการ Online

ทำกำไรงาม 2 เท่า!! นำมันสำปะหลังสับเป็นเส้น ตากแดดข้างทาง

ทำกำไรงาม 2 เท่า!! นำมันสำปะหลังสับเป็นเส้น ตากแดดข้างทาง

08th Mar 2016 General Information

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องจากสภาพอากาศที่แล้งและร้อน ทำให้เกษตรกรชาวสวนยางพาราที่ปลูกมันสำปะหลังแซมในสวนยาง พลิกวิกฤติเป็นโอกาส เก็บผลผลิตมันสำปะหลังที่ได้มาแปรรูปโดยการนำมันสำปะหลังสด นำมาสับมาทำเป็นมันเส้น หรือมันสำปะหลังตากแห้งตามข้างทาง เพิ่มมูลค่าสร้างรายได้ให้กับครอบครัว

นางศรี โพธิสาร อายุ 47 ปี เกษตรกรชาวสวนยางพาราบ้านบะยาวใต้ หมู่ที่ 10 ต.หนองยอง อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ เล่าให้ฟังว่า ในช่วงหน้าแล้งจะมีอากาศที่ร้อน ส่งผลให้เกษตรกรทั้งหมู่บ้านนำวิกฤติจากสภาพอากาศร้อน แดดจัด นำผลผลิตมันสำปะหลัง ที่ปลูกแซมภายในสวนยางพาราที่ปลูกใหม่กว่า 20 ไร่ นำมาสับทำเป็นมันเส้น

โดยใช้แรงงานในครัวเรือนแล้วนำมาตากแดดให้แห้งก่อนที่จะนำไปขาย การตากแดดใช้พื้นที่มากแต่ก็ไม่เป็นปัญหา อาศัยตากตามข้างทางหลวงทั้งสองฝั่งที่มีพื้นที่ว่าง ใช้เวลาตากประมาณ 5-7 วันขึ้นอยู่กับแดด แล้วก็นำไปจำหน่ายให้กับลานมันในพื้นที่ตกกิโลกรัมละ 4-5 บาทซึ่งแตกต่างจากการขายมันสดกิโลกรัมละ 1.40 สตางค์เท่านั้น ซึ่งการนำมันสำปะหลังมาสับแล้วตากแห้งก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถเพิ่มมูลค่าของผลผลิตจากมันสำปะหลัง สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวซึ่งในปีนี้ก็คาดว่าจะขายมันสำปะหลังตากแห้งได้ราว 40,000-60,000 บาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด

พาณิชย์เชื่อนโยบายข้าวโพดจีนไม่กระทบอุตฯ มันสำปะหลังไทย

พาณิชย์เชื่อนโยบายข้าวโพดจีนไม่กระทบอุตฯ มันสำปะหลังไทย

08th Mar 2016 General Information

นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีกระแสข่าวเกี่ยวกับนโยบายรับซื้อข้าวโพดของจีน ซึ่งมีผลกดดันราคามันสำปะหลังไทย เนื่องจากข้าวโพดเป็นธัญพืชทดแทนมันสำปะหลังในการผลิตแอลกอฮอล์นั้น เพื่อให้ทราบความชัดเจนถึงกระแสข่าวดังกล่าว จึงได้นำคณะผู้แทนประกอบด้วย นายอิทธิพงศ์ คุณากรบดินทร์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย เดินทางไปพบปะกับโรงงานผู้ผลิตแอลกอฮอล์รายใหญ่ของจีน คือ Cofco Bio-Chemical (Anhui) Co.,Ltd. และ Jiangsu Huating Bio-Technology Co.,Ltd. ระหว่างวันที่ 1-4 มีนาคม 2559

จากการพบปะหารือพบว่าพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดของจีนส่วนใหญ่ อยู่ในสี่มณฑลทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ มณฑลจี๋หลิน เหลียวหนิง เฮยหลงเจียง และมองโกเลียใน ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้มีนโยบายอุดหนุนเกษตรกรในมณฑลดังกล่าว โดยการรับซื้อข้าวโพดจากเกษตรกรส่งผลให้รัฐบาลจีนมีสต็อกข้าวโพดจำนวนมาก ซึ่งรัฐบาลจีนก็ได้ดำเนินการระบายออกอยู่เป็นระยะในราคาตลาดซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ สำหรับนโยบายรับซื้อข้าวโพดในปี 2558 รัฐบาลจีนรับซื้อข้าวโพดที่ราคา 2,000 หยวน/ตัน ซึ่งสูงกว่าราคาตลาด และในปี 2559 รัฐบาลจีนอยู่ระหว่างทบทวนความเหมาะสม ซึ่งคาดว่าจะทราบความชัดเจนภายในเดือนมีนาคมนี้ ว่ารัฐบาลจีนจะรับซื้อในราคาเท่าใดหรือมีนโยบายอุดหนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดด้านอื่นหรือไม่ ทั้งนี้ คาดว่ารัฐบาลจีนจะตั้งราคารับซื้อข้าวโพดในราคาที่ใกล้เคียงตลาดมากขึ้น และจะต้องไม่กระทบมากกับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดของจีนที่มีต้นทุนการเพาะปลูกสูงจากค่าแรงงาน และค่าเช่าที่ดิน

“เชื่อว่าในระยะสั้นรัฐบาลจีนคงไม่สามารถระบายข้าวโพดในสต็อกที่มีอยู่ปริมาณมาก ในราคาที่ต่ำได้ เนื่องจากจะกระทบต่อเสถียรภาพราคาข้าวโพดภายในประเทศ และต้องการรักษาปริมาณสต็อกภายในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศถึง 2 – 3 ปี เพื่อสำรองใช้ในภาวะฉุกเฉิน ขณะที่ในระยะยาวรัฐบาลจีนมีแนวโน้มที่จะลดการอุดหนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด และลดพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพด ซึ่งจะส่งผลให้ผลผลิตข้าวโพดโดยรวมลดลง ราคาข้าวโพดสูงขึ้น ทำให้โรงงานผู้ผลิตแอลกอฮอล์หันมาใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบมากขึ้น”

นายวินิจฉัย เปิดเผยเพิ่มเติมว่า นโยบายรับซื้อข้าวโพดของจีนนั้น ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อราคามันสำปะหลังของไทยมากนัก เนื่องจาก โรงงานผลิตแอลกอฮอล์ของจีนส่วนใหญ่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของกรุงปักกิ่ง ซึ่งไม่ใช่พื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดสำคัญของจีน นอกจากนี้ ปัจจุบันอยู่ในช่วงปลายฤดูกาลผลิตมันสำปะหลัง ผลผลิตมันสำปะหลังส่วนใหญ่ของประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้านได้ออกสู่ตลาดแล้ว อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยในระยะสั้นได้มอบหมายกรมการค้าต่างประเทศ และกรมการค้าภายใน จัดชุด Mobile Unit เดินทางลงพื้นที่สุ่มตรวจคุณภาพมาตรฐานมันเส้นที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้มงวดกวดขันน้ำหนักบรรทุก และการขนย้ายให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ในระยะยาวกระทรวงพาณิชย์ จะบูรณาการร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร เพิ่มผลผลิตต่อไร่ และหาช่องทางแปรรูปเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ไทยสามารถบริหารอุปสงค์ อุปทานได้แบบครบวงจร

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

เข็น 4 มาตรการอุ้มมันสำปะหลัง งัด‘สีคิ้วโมเดล’สู้-เร่งแสวงหาตลาดใหม่แนวหน้า

เข็น 4 มาตรการอุ้มมันสำปะหลัง งัด‘สีคิ้วโมเดล’สู้-เร่งแสวงหาตลาดใหม่แนวหน้า

07th Mar 2016 General Information

นายศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคารับซื้อหัวมันสำปะหลังสด ปีการผลิต 2558/59 จ.นครราชสีมา ได้เกิดปัญหามันสำปะหลังราคาลดลง และเกษตรกรยังไม่เข้าร่วมโครงการ เนื่องจากวงเงินสินเชื่อ 50,000 บาทต่อราย ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายในครัวเรือน คณะอนุกรรมการบริหารการผลิตกลุ่มสินค้ามันสำปะหลังและปาล์มน้ำมัน จึงหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการ ก่อนได้ข้อสรุปมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน 4 ด้าน ประกอบด้วย

1.ชะลอการนำเข้ามันสำปะหลังถึงเดือนเมษายน 2559 โดยเข้มงวดกฎระเบียบการนำเข้าทั้งการขอใบอนุญาตนำเข้า การขึ้นทะเบียนผู้นำเข้า ปริมาณที่ขอนำเข้า และน้ำหนักในการขนส่งอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งให้กรมวิชาการเกษตรเข้มงวดการตรวจสิ่งเจือปน ใบรับรองพืชและสิ่งต้องห้ามในการนำเข้า 2.ให้กรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตร จัดทำมาตรฐานท่อนพันธุ์
แปลงพันธุ์มันสำปะหลังที่ดี 3.เร่งประชาสัมพันธ์โครงการบริหารจัดการตลาดมันสำปะหลัง ปี 2558/59 ได้แก่ โครงการชะลอการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง โดยให้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เร่งพิจารณาขั้นตอนขอกู้ ขณะที่โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลังในระบบน้ำหยด ให้กรมส่งเสริมการเกษตรให้ความรู้เรื่องการให้น้ำหยดแก่เกษตรกร และธนาคารเพื่อการเกษตรฯ ดำเนินการให้สินเชื่อ 4.หาตลาดใหม่ในต่างประเทศ โดยไม่ผูกขาดเฉพาะในตลาดจีน

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังจะเร่งดำเนินการรวมกลุ่มคลัสเตอร์มันโคราช หรือ Korat Tapioca Cluster (KOTAC) ตามวิธีการ “สีคิ้วโมเดล” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้ได้ผลผลิตและผลตอบแทนเพิ่มขึ้นโดยบริหารจัดการแบบบูรณาการ ได้แก่ การแนะนำพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ จัดการดินด้วยการไถระเบิดดินดาน การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน จัดการน้ำหยด การอารักขาพืช และการใช้เครื่องจักรกลในการผลิต ซึ่งช่วยให้เกิดการลดต้นทุนการผลิต จากเดิมการผลิตต่อกิโลกรัมคิดเป็น 1.12-1.86 บาทต่อกิโลกรัม แต่เมื่อใช้เทคโนโลยีดังกล่าวทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง คิดเป็น 0.70-1.12 บาทต่อกิโลกรัม สามารถเพิ่มผลผลิตและทำรายได้เพิ่ม 7,800-8,600 บาทต่อไร่

“เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าว กระทรวงเกษตรฯ ได้จัดทำแปลงเรียนรู้และขยายผลไปยังสมาชิกของสหกรณ์การเกษตร 8 อำเภอ มีเกษตรกรในจังหวัดนครราชสีมาเข้าร่วมโครงการ 666 ราย โดยกรมวิชาการเกษตรได้แนะนำการใช้ปุ๋ยพร้อมทั้งให้สหกรณ์จำหน่ายปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินแก่สมาชิก การแนะนำลักษณะท่อนพันธุ์มันสำปะหลังคุณภาพดี วิธีปลูกมันสำปะหลังเพื่อผลผลิตสูงพร้อมทั้งร่วมกับเกษตรกรทำแปลงเรียนรู้สาธิตเทคโนโลยีการผลิตแปลงใหญ่ในฤดูฝน ปี 2559 ในพื้นที่ 400 ไร่” นายศักดิ์ชัย กล่าว

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

พณ. โชว์แผนรับมือสินค้าเกษตรตามฤดูกาล ป้องผลผลิตล้นตลาด-ราคาตก

พณ. โชว์แผนรับมือสินค้าเกษตรตามฤดูกาล ป้องผลผลิตล้นตลาด-ราคาตก

02nd Mar 2016 General Information

ก.พาณิชย์ ติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตรสำคัญตามฤดูกาล ทั้งมันสำปะหลัง หอมแดง กระเทียม และผลไม้ พร้อมโชว์แผนรับมือ ป้องกันปัญหาผลผลิตล้นตลาด-ราคาตกต่ำ พร้อมจับตาสินค้าที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น

เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 59 นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ ได้ติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตรสำคัญตามฤดูกาล โดยมอบหมายให้ นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการจัดทำแผนงานและจัดเตรียมมาตรการรับมือกับผลผลิตที่กำลังจะออกสู่ตลาด ร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบแล้ว เพื่อป้องกันปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำจนกระทบต่อรายได้ของเกษตรกร

ทั้งนี้ ในส่วนของมันสำปะหลัง ขณะนี้ผลผลิตปี 58/59 กำลังออกสู่ตลาด คาดว่าจะมีปริมาณ 31.81 ล้านตัน และแนวโน้มราคาอ่อนตัวลง ซึ่งรัฐบาลได้ช่วยเหลือโดยใช้มาตรชะลอการเก็บเกี่ยว เพื่อให้เกษตรกรทยอยขุดหัวมันจำหน่าย ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ ได้เร่งผลักดันการส่งออกมันเส้นไปจีน และได้กวดขันเรื่องการลักลอบการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน

สำหรับสินค้าพืชหัว คาดว่า หอมแดง จะมีผลผลิต 99,562 ตัน หอมหัวใหญ่ 44,598 ตัน และกระเทียม 73,638 ตัน โดยขณะนี้ หอมแดงหัวกลางมัดจุกแห้ง 7-15 วัน ราคา 20 บาทต่อกิโลกรัม หัวใหญ่มัดจุก ราคา 28.60 บาทต่อกิโลกรัม หอมหัวใหญ่ เบอร์ 1 ตัดจุก 14.58 บาทต่อกิโลกรัม กระเทียมสดคละ 35 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งในช่วงที่ผลผลิตออกมาก จะเข้มงวดตรวจสอบการลักลอบนำเข้าและการสำแดงราคาให้ตรงตามข้อเท็จจริง

ส่วนกลุ่มสินค้าผลไม้ คาดการณ์ผลผลิตปี 59 โดยทุเรียน จะมีผลผลิต 651,568 ตัน มังคุด 280,757 ตัน และเงาะ 326,260 ตัน โดยผลผลิตจะออกสู่ตลาดในช่วงเดือน เม.ย. 59 เป็นต้นไป ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ ได้เตรียมพร้อมในการบริหารจัดการ โดยได้เชื่อมโยงตลาด ผลักดันผลผลิตไปสู่ตลาดปลายทางในจังหวัดต่างๆ และขายผ่าน Farm Outlet ห้างสรรพสินค้า ห้างค้าส่งค้าปลีก รวมทั้งการระบายผลผลิตออกสู่ตลาดต่างประเทศ ทั้งการไปจัดแสดงและจำหน่ายผลไม้ไทย การนำคณะผู้ซื้อเข้ามาซื้อสินค้าไทย

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ ยังได้ติดตามสินค้าเกษตรที่ราคามีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เช่น พริก และสุกร โดยได้ขอให้เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ปัญหาได้ทันสถานการณ์หากมีปัญหาเกิดขึ้น และขอให้ติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาด ทั้งในและต่างประเทศที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าเกษตรสำคัญ เพื่อให้สามารถรักษาเสถียรภาพของราคา ไม่ให้เกิดความผันผวนมากจนเกิดความเดือดร้อนต่อเกษตรกรภายในประเทศด้วย

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

สระแก้วมึน! ราคามันตก ผลผลิตเพื่อนบ้านทะลัก

สระแก้วมึน! ราคามันตก ผลผลิตเพื่อนบ้านทะลัก

17th Feb 2016 General Information

ผู้ว่าฯสระแก้วมึนไร้ทางแก้มันสำปะหลังตกต่ำ เหตุขาดข้อมูลผลผลิตจริงและปริมาณที่ทะลักเข้ามาจากเพื่อนบ้าน ด้าน ธ.ก.ส.เผยมีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมโครงการชะลอเก็บเกี่ยวเพียง 15 ราย ขณะที่ชาวไร่เร่งขุดขายนำเงินไปทำทุน-ใช้หนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดสระแก้วว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้มีการประชุมคณะกรรมการติดตามกำกับดูแลการบริหารจัดการตลาดมันสำปะหลัง ระดับจังหวัด เพื่อหาข้อยุติ ในการบริหารจัดการผลผลิตจากมันสำปะหลังที่กำลังทยอยออกสู่ตลาด ในขณะที่ราคาตกลงอย่างต่อเนื่อง จนเกรงว่าเกษตรกรจะได้รับความเดือดร้อน

นอกจากนั้น ยังขาดข้อมูลปริมาณผลผลิตมันสำปะหลังของเกษตรกรที่ปลูกในที่ดินไม่มีเอกสาร สิทธิ ที่ไม่สามารถลงทะเบียนกับทางราชการได้ และที่สำคัญทางจังหวัดเองยังไม่มีข้อมูลที่ถูกต้องถึงปริมาณมันสำปะหลัง และผลิตภัณท์จากประเทศเพื่อนบ้านที่ทะลักเข้ามาในพื้นที่ จึงเป็นการยากที่จะบริหารจัดการมันสำปะหลังในฤดูการผลิต 2558/59 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า แนวทางการแก้ไข ตนเห็นว่า น่าจะให้ภาคเอกชนเข้าไปรับซื้อจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้งบประมาณของรัฐในรูปของสหกรณ์ โดยมีหน่วยงานราชการจะเป็นกระทรวงใดก็ได้รับผิดชอบโดยตรงแล้วนำมารวบรวมไว้ สำหรับแปรรูปหรือขายต่อไป เพื่อจะได้ทราบว่ามีปริมาณเท่าใด แต่ปัจจุบันยัง ไม่มีผู้ใดรู้ปริมาณของมันสำปะหลังที่เข้ามา และยังไม่มีหน่วยงานใดรับผิดชอบโดยตรง

นาย บุรฉัตร บุญประกอบ ผู้อำนวยการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า โครงการช่วยเหลือของรัฐบาลที่ให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังชะลอการเก็บ เกี่ยวและเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกด้วยระบบน้ำหยด โดยให้เงินกู้แก่เกษตรกรและรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ร้อยละ 3 นั้นไม่เป็นที่สนใจของเกษตรกรนัก เพราะเป็นการเปลี่ยนวงจรชีวิตของเกษตรกร และบางรายต้องการเอาดินไปปลูกพืชอย่างอื่นหลังเก็บเกี่ยว ที่ผ่านมามีเกษตรกรสนใจ เพียง 15 รายเท่านั้น

ด้านนายวัชระ จำปาเทศ ประธานสภาเกษตกรจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า โครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังของรัฐบาลที่ไม่ได้ผล เพราะเกษตรกรไม่สนใจ เนื่องจากเกษตรกรต้องรีบขุดออกขายเพื่อนำเงินไปทำทุนต่อหรือไปใช้หนี้ และที่สำคัญหากไม่รีบขุดออกขาย และปล่อยเวลาให้ยืดยาวออกไป เมื่อมีฝนตกลงมา จะทำให้หัวมันเน่า โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นดินทรายและแห้งแล้ง เช่น อำเภอโคกสูง อำเภอตาพระยา และความร้อนจะทำให้หัวมันสำปะหลังเน่าได้เช่นกัน รวมทั้งการปล่อยให้เวลายืดนานออกไป ปริมาณหรือเปอร์เซ็นต์แป้งในหัวมันสำปะหลังก็จะลดลงด้วย

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

พาณิชย์ ส่งจนท.คุมเข้มการลักลอบนำเข้าสินค้ามันสำปะหลังอย่างต่อเนื่อง

พาณิชย์ ส่งจนท.คุมเข้มการลักลอบนำเข้าสินค้ามันสำปะหลังอย่างต่อเนื่อง

15th Feb 2016 General Information

นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงพาณิชย์ได้รับการร้องเรียนจากสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ว่ามีการนำเข้ามันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้านแบบไม่ถูกต้องจำนวนมาก ส่งผลกระทบกับราคามันสำปะหลังในประเทศในเรื่องดังกล่าวนั้น

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ได้ลงพื้นที่จังหวัดสระแก้ว เพื่อตรวจสอบการนำเข้ามันสำปะหลังและซักซ้อมความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กรมการค้าภายใน กรมศุลกากร กรมวิชาการเกษตร และหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งทุกหน่วยงานได้บูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อลดปัญหาการลักลอบนำเข้า

อย่างไรก็ดี เพื่อให้การป้องกันและป้องปรามการนำเข้ามันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้านแบบไม่ถูกต้อง เป็นไปอย่างต่อเนื่อง กรมการค้าต่างประเทศได้จัดเจ้าหน้าที่มาตรฐานสินค้าลงพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ระหว่างวันที่ 9-11 กุมภาพันธ์ 2559 เพื่อสุ่มตรวจสอบคุณภาพมันสำปะหลังเส้นนำเข้าให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบ กำกับดูแล และเพิ่มความเข้มงวดการนำเข้ามันสำปะหลังเส้นจากประเทศเพื่อนบ้านให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการป้องกันและบรรเทาปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำให้กับผู้ประกอบการมันสำปะหลังและเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง นอกจากมีโครงการช่วยเหลือเกษตรกรในรูปแบบต่างๆ เช่น โครงการสินเชื่อชะลอการขุดหัวมันสด ซึ่งป้องกันไม่ให้ราคามันสำปะหลังตกต่ำจากการที่เกษตรกรจะขุดหัวมันออกมาพร้อมๆ กัน และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลังด้วยระบบน้ำหยด เป็นต้น กระทรวงพาณิชย์ยังได้เข้มงวดการนำเข้าและการขนย้าย มันสำปะหลังเส้นจากประเทศเพื่อนบ้านให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

ทั้งนี้ หากพบว่าผู้ประกอบการรายใดกระทำความผิดจะถูกลงโทษตามระเบียบอย่างเคร่งครัด จึงขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนช่วยแจ้งเบาะแสผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการนำเข้ามันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้านแบบไม่ถูกต้อง มายังสายด่วนกรมการค้าต่างประเทศ โทร. 1385

อนึ่ง ในปี 2557 ไทยส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ปริมาณ 11.19 ล้านตัน มูลค่า 3,556 ล้านเหรียญสหรัฐ และปี 2558 ไทยส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ปริมาณ 11.68 ล้านตัน มูลค่า 3,501 ล้านเหรียญสหรัฐ ปริมาณและมูลค่าเปลี่ยนแปลงจากปี 2557 ร้อยละ +4.38 และ -1.55 ตามลำดับ

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์

พาณิชย์ไล่คุมเข้ม"มัน-ข้าวสาลี" อุ้มชาวไร่หลังพบปัญหานำเข้าพุ่งทุบราคาร่วงหนัก

พาณิชย์ไล่คุมเข้ม"มัน-ข้าวสาลี" อุ้มชาวไร่หลังพบปัญหานำเข้าพุ่งทุบราคาร่วงหนัก

11th Feb 2016 General Information

ฝุ่นตลบ “กรมการค้าภายใน” ไล่บี้ออกมาตรการ “สินค้าเกษตรควบคุม” ทั้งข้าวสาลี-มันสำปะหลัง หลังนำเข้าพุ่งกระทบราคาภายในร่วง เอกชนเสียงแตกคุม-ไม่คุมข้าวสาลี

สถานการณ์ปัญหาราคาสินค้าเกษตรผันผวนปรับตัวลดลง ทำให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2559 มีมติให้สินค้าข้าวสาลี ลำไย มังคุด และทุเรียนเป็นสินค้าควบคุมร่วมกับสินค้าเดิม 38 รายการ เพื่อติดตามประเมินสถานการณ์ราคาทุกวัน หากตรวจสอบพบความผิดปกติสามารถกำหนดมาตรการกำกับดูแล ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ได้ทันที

นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรมเตรียมเสนอที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ที่มีนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน พิจารณาออกประกาศดูแลสินค้าข้าวสาลีนำเข้าเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรม โดยเบื้องต้นเตรียมกำหนดให้ผู้ประกอบการที่นำเข้าข้าวสาลีเพื่อผลิตอาหารสัตว์มาแจ้งปริมาณการขนย้าย และสถานที่จัดเก็บข้าวสาลีที่มีน้ำหนักบรรทุกตั้งแต่ 50 ตันขึ้นไปให้กรมการค้าภายในทราบ หลังจากนี้จะนำร่างประกาศนี้ฯ หารือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะสรุปเสนอ กกร.พิจารณา คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็ว ๆ นี้

ส่วนสินค้ามันสำปะหลังทางกรมได้เสนอคณะกรรมการ กกร.เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 พิจารณาออกประกาศกำหนดให้บุคคลที่ต้องการขนย้ายมันสำปะหลังสดและมันเส้นที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 10,000 กิโลกรัมขึ้นไป ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จ.บึงกาฬ จ.ศรีสะเกษ และ จ.ตราด ให้ขออนุญาตกับผู้ว่าราชการจังหวัด โดยกำหนดให้มีผลบังคับใช้ในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ เป็นการกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการลักลอบนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคามันสำปะหลังไทยที่กำลังออกสู่ตลาดปรับตัวลดลงต่ำกว่า กก.ละ 1.80 บาท

นายสมชาติ สร้อยทอง รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การดูแลการขนย้ายมันสำปะหลังกำหนดเฉพาะในบางอำเภอที่มีพื้นที่ติดชายแดน เช่น อ.เมือง จ.บึงกาฬ, อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ และ อ.คลองใหญ่และ อ.บ่อไร่ จ.ตราด ซึ่งที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ได้รับร้องเรียนปัญหาลักลอบนำเข้าเพิ่มขึ้น และมีการตรวจสอบ และดำเนินคดีกับผู้บรรทุกน้ำหนักเกินที่ประกาศอนุญาตของสำนักงานขนส่งที่กำหนด 31.25 ตัน เป็นจำนวนมาก

“ในพื้นที่ อ.เมือง จ.บึงกาฬ ติดต่อกับ สปป.ลาว มีแม่น้ำโขงกั้น มีการให้บริการแพขนานยนต์ขนาดใหญ่สำหรับขนส่งสินค้าไปมา มีการขนย้ายสินค้ามันสำปะหลังด้วย ทำให้จำนวนนำเข้าเพิ่มขึ้นเป็น 20,000 ตันในปีก่อน เช่นเดียวกับศรีสะเกษที่มีพรมแดนติดกับกัมพูชา มีการปลูกมันสำปะหลังจำนวนมาก จ.ตราดต่อเนื่องมาจาก จ.สระแก้ว”

นายสมชาติกล่าวว่า ในวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์นี้ นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ จะนำคณะผู้บริหารลงพื้นที่ จ.จันทบุรี เพื่อตรวจสอบ 3 จุดสำคัญ คือ ด่านถาวร อ.บ้านแหลม ด่านถาวร อ.ผักกาด และจุดผ่อนปรนซับตารี ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 จากก่อนหน้านี้ที่ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว หลังพบปัญหาการลักลอบนำเข้าเพิ่มขึ้น

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่จะออกมาตรการมากำกับดูแลสินค้าข้าวสาลี เพราะการดึงข้าวสาลีเป็นสินค้าควบคุมไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาราคาข้าวโพด เพราะในแต่ละปีไทยผลิตข้าวโพดน้อยกว่าความต้องการอยู่แล้ว โดยปลูกได้เพียง 4-5 ล้านตัน แต่ความต้องการใช้มีปริมาณ 7 ล้านตัน จึงต้องนำเข้ามาโดยตลอด และในปีที่ผ่านมาเช่นกัน ราคาข้าวโพดเพิ่มขึ้นไปถึง กก.ละ 9-10 บาท เอกชนต้องหาทางบริหารจัดการต้นทุน หากไม่นำเข้าข้าวสาลี ก็ต้องนำข้าวโพดจากประเทศเพื่อนบ้านมาทดแทน

เหตุผลที่เลือกนำเข้าข้าวสาลี เพราะรัฐบาลกำหนดมาตรการจำกัดการนำเข้าข้าวโพดปีละ 300,000 ตัน ให้องค์การคลังสินค้า (อสค.) เป็นผู้บริหารจัดการ และยังห้ามนำเข้าเดือนกุมภาพันธ์-สิงหาคม และเหตุที่ต้องใช้ข้าวสาลีปริมาณมากกว่าข้าวโพด เพราะสัดส่วนโปรตีนในข้าวสาลีต่ำกว่าข้าวโพด

ดังนั้น เป็นไปได้หรือไม่ หากรัฐบาลจะพิจารณาให้สามารถนำเข้าข้าวโพดจากเกษตรพันธสัญญาจากประเทศเพื่อนบ้านได้ตามปริมาณที่ขาดแคลนจริงซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนลงได้ เพราะบางช่วงราคาข้าวโพดขึ้นไปถึง 8.50 บาท แต่ราคาข้าวโพดประเทศเพื่อนบ้านแค่ 5-6 บาท หากเราซื้อข้าวโพดในประเทศราคาสูงก็มีผลให้ราคาวัตถุดิบซึ่งเป็นต้นทุนสูง และราคาเนื้อสัตว์ปลายทางสูงขึ้นด้วย แต่หากสามารถลดต้นทุนลงได้จะส่งผลดีกับราคาเนื้อสัตว์

ส่วนกรณีที่จะให้ผู้ประกอบการประกันราคารับซื้อข้าวโพดในประเทศ แลกกับการนำเข้าข้าวโพดเพื่อนบ้านในวิธีเดียวกับเมล็ดถั่วเหลือง คงทำได้ยาก เพราะข้าวโพดต้องนำเข้าปีละ 2 ล้านตันต่อปี แต่ถั่วเหลืองมีปริมาณแค่ 60,000 ตันต่อปี ดังนั้น ไม่ควรเซ็นสัญญาผูกมัดจะกระทบกับต้นทุนในอนาคต

นางสุรีย์ ยอดประจง นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลัง กล่าวว่า การออกมาตรการของกรมการค้าภายในถือเป็นการบรรเทาผลกระทบจากปัญหาการลักลอบนำเข้ามันสำปะหลังได้มาก เพราะขณะนี้มันสำปะหลังของประเทศเพื่อนบ้านยังเหลือที่ไม่ขุดอีก 60% ขณะที่ผลมันสำปะหลังไทยเหลืออีก 50% ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเกิดปัญหาหัวมันราคาตกต่ำลง กก.ละ 1.80 บาท

สำหรับการกำหนดมาตรการกำกับดูแลข้าวสาลีนำเข้าถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะที่ผ่านมาการนำเข้าข้าวสาลีส่งผลกระทบต่อราคากากมันสำปะหลัง โรงงานแป้งต้องการกากมันสดไปใช้ในโรงงานอาหารสัตว์ ราคาลดลงไป 100% จาก 4-5 บาท เหลือเพียง 1.70-1.80 บาท ซึ่งเป็นผลร้ายซ้ำเติมเอกชน เพราะก่อนหน้านี้ผู้ผลิตอาหารสัตว์ใช้กากมัน 1.5 ล้านตันต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปี แล้วจึงทยอยลดลงเหลือเพียง 400,000 ตันในปีที่ผ่านมา เพราะหันไปนำเข้าข้าวสาลีมากขึ้น

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

ครม.ไฟเขียว โครงการหนุนสินเชื่อ-สร้างมูลค่าเพิ่ม "มันสำปะหลัง" ปีการผลิต 2558/59

ครม.ไฟเขียว โครงการหนุนสินเชื่อ-สร้างมูลค่าเพิ่ม "มันสำปะหลัง" ปีการผลิต 2558/59

10th Feb 2016 General Information

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2559 เวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม. ว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการสนับสนุนสินเชื่อรวบรวม และสร้างมูลค่าเพิ่มมันสำปะหลังปี 2558/59 ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ

พล.ต.สรรเสริญ ชี้แจงว่า เดิมเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2558 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติแนวทางโครงการที่เกี่ยวกับมันสำปะหลัง 2 โครงการ คือ โครงการที่เกี่ยวกับการเพาะปลูกมันสำปะหลังในระบบน้ำหยด ซึ่งใช้เงินสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ปล่อยให้เกษตรกรรายย่อยประมาณ 2 หมื่นราย วงเงินกู้รายละไม่เกิน 230,000 บาท โดยรัฐชดเชยดอกเบี้ยให้ในอัตรา FDR+1 ในระยะเวลา 2 ปี

และอีกหนึ่งโครงการ คือ โครงการชะลอการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 1 แสนราย วงเงินกู้ 50,000 บาทต่อรายใช้เงินทุนจาก ธ.ก.ส.เช่นกัน โดยรัฐชดเชยดอกเบี้ยให้ในอัตรา FDR+1 เช่นกัน

โดยในวันเดียวกันนั้น ได้มีการเสนอเพิ่มขึ้นมาอีก 1 โครงการ คือ โครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อรวบรวมและสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งในวันนั้น ครม.มีมติให้คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง กลับไปทบทวนโครงการใหม่ และได้นำกลับมาเสนอ ครม.อีกครั้งในวันนี้ (9 ก.พ.) ครม.จึงมีมติเห็นชอบ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า เดิมโครงการนี้ กำหนดระยเวลาที่รัฐจะชดเชยดอกเบี้ยให้เป็นเวลา 6 เดือน แต่ครั้งนี้ให้ขยายเวลาชดเชยดอกเบี้ยเป็น 1 ปี เป้าหมายเดิมกำหนดเอาไว้ 5 แสนตัน ตอนนี้เพิ่มเป็น 1 ล้านตัน วงเงินที่ให้สินเชื่อเสนอไว้ 1,250 ล้านบาท วันนี้จึงเสนอใหม่เป็น 2,500 ล้านบาท เพราะฉะนั้นวงเงินชดเชยดอกเบี้ยที่รัฐบาลจะสนับสนุนให้ในอัตรา 3% หรือ 18.75 ล้านบาท เป็น 75 ล้านบาท โดยมีระยะเวลาสมัครตั้งเดือน ก.พ.-ก.ค.59 ระยะเวลาโครงการ คือ ก.พ.-ส.ค. 2560 นี้

โดยสาเหตุที่มีการจัดสรรโครงการสินเชื่อดังกล่าว เนื่องจากมีการประมาณการว่าผลผลิตปี 2558/59 อยู่ที่ 31 ล้านตันกว่าๆ ขณะที่ความต้องการใช้มีประมาณ 43 ล้านตัน และปัจจุบันผลผลิตออกสู่ตลาดแล้ว 32% จึงเชื่อว่าหากผลผลิตที่เหลือจะออกมาในช่วงเวลาที่เหลือดังกล่าว เกรงว่าราคาจะตกต่ำลงมา

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

คุมเข้มขนย้ายมันสำปะหลัง หวั่นลักลอบนำเข้า-ฉุดราคาตกต่ำ

คุมเข้มขนย้ายมันสำปะหลัง หวั่นลักลอบนำเข้า-ฉุดราคาตกต่ำ

09th Feb 2016 General Information

นายสมชาติ สร้อยทอง รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ซึ่ง รมว.พาณิชย์ ได้มอบหมายให้นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วย รมว.พาณิชย์ เป็นประธานการประชุมแทน ว่า ที่ประชุม กกร.มีมติให้เพิ่มจังหวัดที่ควบคุมการขนย้ายมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์อย่างเข้มงวดอีก 3 จังหวัด ประกอบด้วย บึงกาฬ ศรีสะเกษ ตราด

ทั้งนี้เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้ามันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์ ที่มาจากประเทศเพื่อนบ้านแบบไม่ถูกต้อง โดยไม่มีใบรับรองการขออนุญาต, ใบรับรองด้านโรคพืช และมาตรฐาน จากปัจจุบันที่ได้มีการคุมเข้มอยู่ตามด่านต่างๆ ในจังหวัดที่ติดกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เชียงราย, เลย, ตาก, จันทบุรี, สระแก้ว, สุรินทร์, นครพนม, มุกดาหาร, เลย, หนองคาย และอุบลราชธานี ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคง และด่านกักกันพืช ในการกำกับดูแลไม่ให้มีการลักลอบนำเข้า จนทำให้เกิดผลกระทบกับผลผลิตและราคาภายในประเทศ

“ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้มีการติดตามการนำเข้ามันสำปะหลังอย่างใกล้ชิด โดยติดตามข้อมูลของผู้ประกอบการนำเข้าทุกราย หากพบว่าผู้ประกอบการรายใดกระทำความผิด จะถูกลงโทษตามระเบียบอย่างเคร่งครัด”นายสมชาติ กล่าว

สำหรับราคาปัจจุบัน หัวมันสำปะหลังสด(เชื้อแป้ง 25%) กิโลกรัม (กก.) ละ 2 บาท เป็นราคาที่ลดลงจากเมื่อเดือนธันวาคม 2558 เฉลี่ย กก.ละ 2.25 บาท และกก.ละ 2.10 บาท ขณะที่ต้นทุนเกษตรกรอยู่ที่ กก.ละ 1.90 บาท

โดยแนวทางการตรวจสอบ นอกจากการคุมเข้มเพื่อสกัดการลักลอบนำเข้าแล้ว ยังมีการตรวจสอบรถบรรทุกที่มีขนาดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือคันละไม่เกิน 21 ตัน หรือรถพ่วงคันละไม่เกิน 30 ตัน ไม่ให้เข้ามาในประเทศ เพราะน้ำหนักรถบรรทุกของประเทศเพื่อนบ้านเฉลี่ยที่คันละ 50 ตัน มีผลทำให้ได้เปรียบในเรื่องต้นทุนการผลิต และมีผลทำให้ราคามันสำปะหลังไทยตกต่ำ ทั้งนี้ในปี 2559 คาดว่าผลผลิตมันสำปะหลังของไทยจะลดลงเหลือเพียง 28 ล้านตัน จากปัญหาภัย แล้ง ซึ่งปกติมีผลผลิต 31 ล้านตัน

ทั้งนี้รัฐบาลไทยได้พยายามแก้ไขปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำ กับผู้ประกอบการมันสำปะหลัง และเกษตรกร โดยออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรเพื่อชะลอการขุดหัวมันสด เพื่อป้องกันไม่ให้ราคามันสำปะหลังตกต่ำ จากที่เกษตรกรจะขุดหัวมันออกมาพร้อมๆ กัน โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ปล่อยสินเชื่อให้เกษตรกรรายละไม่เกิน 50,000 บาท โดยจะเป็นวงเงินกู้ใหม่ ไม่เกี่ยวกับเงินกู้เดิมที่มีสินเชื่อค้างอยู่ รวมทั้งมาตรการการให้เงินกู้กับกลุ่มสหกรณ์ที่
รับซื้อหัวมันสำปะหลังสดจากเกษตรกรด้วย โดยจะมีวงเงินรวม 5,000 ล้านบาท ปล่อยกู้ที่อัตราดอกเบี้ย 4%

ส่วนมาตรการอื่น ได้แก่ การบริหารจัดการตลาดมันสำปะหลัง ผ่านโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการ เพาะปลูกมันสำปะหลังในระบบน้ำหยด เป้าหมายเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกมันสำปะหลัง 20,000 ราย วงเงินกู้รายละไม่เกิน 230,000 บาท เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้และมีผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ลงพื้นที่เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับเกษตรในการช่วยเหลือการเพาะปลูกมันสำปะหลังในปีการผลิต 2558/59

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า