“พิชัย” พร้อมหนุน 4 สมาคมมันสำปะหลังแก้วิกฤตโรคใบด่าง ช่วยเหลือชาวสวนมัน และอุตสาหกรรมการเกษตร

“พิชัย” พร้อมหนุน 4 สมาคมมันสำปะหลังแก้วิกฤตโรคใบด่าง ช่วยเหลือชาวสวนมัน และอุตสาหกรรมการเกษตร

27th Sep 2024 General Information

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนา “มหันตภัยโรคใบด่าง วิกฤตมันสำปะหลังไทย..ไม่มีทางรอด” ที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต วานนี้ (26 ก.ย.67) ซึ่งจัดโดยความร่วมมือระหว่างสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย สมาคมแป้งมันสำปะหลังไทยและสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของปัญหาโรคใบด่างที่กำลังระบาดในต้นมันสำปะหลังทั่วประเทศ

นายพิชัย กล่าวว่า ขอขอบคุณ 4 สมาคมมันสำปะหลังไทย ที่จัดให้มีการสัมมนาในวันนี้ ได้รับคำเชิญให้มาช่วยแก้ปัญหานี้ ตนอยู่กระทรวงพาณิชย์จะรับไปประสานกับรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเป็นวิกฤตที่กระทบต่อเศรษฐกิจการเกษตรของไทยอย่างรุนแรง โดยไทยเป็นผู้ส่งออกมันสำปะหลังรายใหญ่ของโลก การที่โรคใบด่างแพร่ระบาดไปทั่วพื้นที่ จะสร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรกระทบต่อรายได้

งานสัมมนาฯวันนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายสาขา อาทิ ด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านการเกษตรและการวิจัย มาช่วยให้ข้อมูลเสนอแนวทางแก้ไขที่เป็นประโยชน์ เพื่อร่วมกันหาทางป้องกันและแก้ไขวิกฤติได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นเวทีสำคัญในการนำไปสู่การแก้ไขปัญหาโรคใบด่างในมันสำปะหลังอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม

“กระทรวงพาณิชย์ และทุกหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง พร้อมให้การสนับสนุนในทุกด้านที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลังและการเพิ่มผลผลิตให้แก่เกษตรกร รวมถึงการวิจัยและพัฒนาตลอดจนการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ประเทศไทยของเราสามารถฝ่าวิกฤตนี้ไปได้อย่างเข้มแข็งต่อไป” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าว

ด้านนายสุรพงษ์ แสงศิริพงษ์พันธ์ นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย กล่าวว่า การจัดงานสัมมนาฯครั้งนี้ เพื่อตระหนักถึงปัญหาการระบาดของโรคใบด่างในมันสำปะหลังซึ่งขณะนี้ได้แพร่กระจายไปในพื้นที่เพาะปลูกทั่วประเทศจนเกินกว่าที่จะควบคุมได้ สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงให้กับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทย และเกษตรกรที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและเร่งด่วนจะทำให้ผลผลิตลดลงอย่างต่อเนื่อง และสำคัญอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าการส่งออกและเศรษฐกิจไทยในภาพรวม

งานนี้จึงเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนแลกเปลี่ยนวิเคราะห์สถานการณ์หาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาโลกใบด่างในมันสำปะหลัง ให้ไทยข้ามผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างเข้มแข็ง

ที่มา : กระทรวงพาณิชย์

จีนลุยพัฒนาข้าวโพด GMO เพิ่มผลผลิตในประเทศ สนค.แนะผู้ประกอบการเร่งปรับตัว

จีนลุยพัฒนาข้าวโพด GMO เพิ่มผลผลิตในประเทศ สนค.แนะผู้ประกอบการเร่งปรับตัว

02nd Jul 2024 General Information

สนค. ติดตามสถานการณ์ข้าวโพด GMO ของประเทศจีน เร่งเพิ่มผลผลิตในประเทศหนุนการปลูกในพื้นที่ 8 มณฑล และคาดการณ์ว่าปี 67 พท้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นเป็น 4.17 – 6.25 ล้านไร่ แนะผู้ประกอบการไทยเตรียมรับมือผลกระทบส่งออกมันสำปะหลังเร่งปรับตัวธุรกิจ

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ได้ติดตามสถานการณ์การวิจัยและพัฒนาข้าวโพด GMO ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งประสบความสำเร็จในด้านการวิจัยดังกล่าวครั้งแรกในปี 2540 โดยสามารถวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ข้าวโพดที่ต้านทานแมลงศัตรูพืชได้ และจีนได้ดำเนินการวิจัยด้านดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้เริ่มเปิดให้มีการนำเข้าข้าวโพด GMO มาตั้งแต่ธันวาคม 2563

ทั้งนี้ปี 2566 จีนเป็นประเทศผู้นำเข้าข้าวโพด อันดับ 1 ของโลก มีปริมาณ 27.14 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 9,017.99 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 26.99% จากปีก่อนหน้า โดยมีการนำเข้าจากประเทศบราซิลและสหรัฐอเมริกา ซึ่งทั้งสองประเทศเป็นผู้ผลิตข้าวโพดซึ่งใช้พันธุ์ข้าวโพด GMO ที่สำคัญของโลก และในปีเดียวกันจีนมีผลผลิตข้าวโพดในประเทศรวม 288.84 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 2.7% ส่วนปี 67-68 คาดว่าจีนจะมีปริมาณผลผลิตข้าวโพดอยู่ที่ 296 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 2.4%

จะเห็นว่าปริมาณผลผลิตข้าวโพดภายในประเทศของจีนยังไม่เพียงพอกับความต้องการ จีนยังต้องพึ่งพาการนำเข้าข้าวโพดเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ ทั้งการวิจัยและพัฒนาข้าวโพด GMO ของจีน เพื่อการต่อสู้กับโรคและศัตรูพืช และต้องการเพิ่มปริมาณข้าวโพดเพื่อความมั่งคงด้านอาหารและการส่งเสริมการพึ่งพาตนเองด้านธัญพืช ลดการใช้ยาฆ่าแมลง ช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการเพาะปลูก

ซึ่งเป็นไปตามทิศทางการพัฒนาด้านการเกษตรภายในประเทศที่สำคัญตามแผนพัฒนาระยะ 5 ปี ฉบับที่ 14 ของจีน และล่าสุดเมื่อเดือนมกราคม 2567 จีนได้ออกประกาศรายการข้าวโพด GMO 37 สายพันธุ์ จาก 24 บริษัทและหน่วยงานวิจัย ที่สามารถนำไปเพาะปลูกได้ใน 8 มณฑลของจีน ประกอบด้วย

  • มองโกเลียใน
  • กานซู
  • เหอเป่ย
  • จี๋หลิน
  • เหลียวหนิง
  • กว่างซี
  • เสฉวน
  • ยูนนาน

ซึ่งใน 4 มณฑลแรก สามารถทำการเพาะปลูกข้าวโพด GMO ได้ในทุกพื้นที่ จึงคาดว่าจีนจะมีพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพด GMO เพิ่มขึ้นเป็น 4.17 – 6.25 ล้านไร่ ในปี 67

และล่าสุด รัฐบาลจีนได้เอกสารแนวทางการพัฒนาชนบท และภาคการเกษตรของจีน โดยปี 2567 มีการกำหนดแนวนโยบายการพัฒนาเขตพื้นที่ชนบทอย่างครอบคลุม ที่มุ่งเน้นการยกระดับผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าวโพดและถั่วเหลือง บนพื้นฐานการวิจัยพัฒนา และการนำเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้ในการผลิตพืชอาหารที่สำคัญของประเทศ

แนวนโยบายดังกล่าวจึงเป็นการเน้นย้ำว่าจีนจะพัฒนาการใช้ข้าวโพด GMO เพื่อความมั่นคงทางอาหารและการยกระดับผลผลิตในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้าธัญพืช แม้ปัจจุบันพื้นที่การเพาะปลูกข้าวโพด GMO ของจีนจะมีไม่ถึง 1% ของพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดทั้งประเทศ ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 276.37 ล้านไร่ และคาดการณ์ว่าพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพด GMO ของจีนในช่วงปี 2568 – 2570 จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10 – 15% ต่อปี

“ถึงแม้ข้าวโพดจะไม่ใช่สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย แต่ข้าวโพดเป็นสินค้าทดแทนมันสำปะหลังที่สามารถนำไปใช้ในการผลิตอาหารสัตว์และเอทานอล ซึ่งไทยเป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นอันดับหนึ่งของโลก และจีนเองก็เป็นตลาดมันสำปะหลังที่สำคัญของไทย การที่จีนจะหันมาใช้ข้าวโพด GMO เพื่อการเพิ่มผลผลิตภายในประเทศให้เพียงพอกับความต้องการ อาจกระทบต่อความต้องการมันสำปะหลัง ดังนั้น จึงควรหาแนวทางเพื่อสอดรับกับสถานการณ์ดังกล่าวที่มีแนวโน้มอาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ลดการพึ่งพาตลาดส่งออกเพียงไม่กี่ตลาด ซึ่งไทยมีตลาดจีนเป็นตลาดส่งออกมันเส้นที่สำคัญมาอย่างต่อเนื่อง” นายพูนพงษ์กล่าว

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

เฝ้าระวังหนอนกระทู้หอม ระบาดกัดกินมันสำปะหลัง

เฝ้าระวังหนอนกระทู้หอม ระบาดกัดกินมันสำปะหลัง

25th Jun 2024 General Information

จากการที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้รับรายงานจากเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี พบการระบาดของหนอนกระทู้หอมกัดกินต้นมันสำปะหลัง ในพื้นที่ อ.พนมทวน, อ.ห้วยกระเจา และ อ.บ่อพลอย รวมพื้นที่การระบาด กว่า 7 พันไร่ เกษตรกรกว่า 600 ราย

นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร แนะวิธีปฏิบัติสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เมื่อพบตัวหนอนหรือกลุ่มไข่ในแปลงให้เก็บ และนำมาทำลาย พร้อมกำจัดวัชพืชที่อยู่ในแปลงและบริเวณรอบแปลง

สำหรับฉีดพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช ให้เลือกใช้สารชนิดใดชนิดหนึ่ง เช่น คลอฟีนาเพอร์ 10% SC (กลุ่ม 13) หรือ อินดอกซาคาร์บ 15% EC (กลุ่ม 22) หรือ อิมาเมกติน เบนโซเอต 1.92% W/V EC หรือ 5% WG (กลุ่ม 6) หรือ คลอแรนทรานิลิโพรล 5.17% (กลุ่ม 28)

“หลังจากพ่นสารเคมีแล้ว 1-2 วัน เกษตรกรต้องสำรวจแปลง หากยังพบการระบาดของหนอนกระทู้ให้พ่นสารเคมีซ้ำ และควรสลับกลุ่มสารเคมี เพื่อป้องกันการดื้อยา หากการระบาดของหนอนลดลง ให้ควบคุมด้วยชีวภัณฑ์ โดยฉีดพ่นเชื้อแบคทีเรีย บาซิลลัส ทูริงเยนซิส (Bt) อัตรา 80 มิลลิลิตรผสมน้ำ 20 ลิตร หรือไวรัส NPV ของหนอนกระทู้หอม อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 7-10 วัน หลังจากฉีดพ่นสารเคมีแล้ว 15 วัน”

สำหรับพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังที่ยังไม่พบการระบาด อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำวิธีการป้องกันกำจัดแบบผสมผสาน ด้วยการใช้วิธีเขตกรรม เช่น การไถตากดิน และการเก็บเศษซากพืชอาหาร เพื่อกำจัดดักแด้และลดแหล่งอาหารในการขยายพันธุ์ ร่วมกับวิธีกล โดยการเก็บกลุ่มไข่ และหนอนทำลาย พร้อมทั้งใช้แมลงศัตรูธรรมชาติ ที่พบเข้าทำลายหนอนกระทู้หอม ได้แก่ มวนพิฆาต แมลงหางหนีบ

ใช้สารสกัดสะเดา อัตรา 20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 3 วัน 3-4 ครั้งต่อเนื่อง ใช้เชื้อแบคทีเรีย บาซิลลัส ทูริงเยนซิส (Bt) อัตรา 100 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 3-5 วัน เมื่อพบการระบาด หากมีการระบาดรุนแรงให้พ่นติดต่อกัน 2 ครั้ง หลังจากนั้นพ่นทุก 5 วัน จนกระทั่งหนอนลดปริมาณการระบาด ใช้ไวรัส NPV ของหนอนกระทู้หอม อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 7-10 วัน ควรพ่นเมื่อหนอนมีขนาดเล็กจะให้ผลในการควบคุมได้รวดเร็ว กรณีหนอนระบาดรุนแรงให้พ่นวันเว้นวัน

ส่วนการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยเลือกสารชนิดใดชนิดหนึ่ง เช่น คลอฟีนาเพอร์ 10% SC (กลุ่ม 13) หรือ อินดอกซาคาร์บ 15% EC (กลุ่ม 22) หรือ อิมาเมกติน เบนโซเอต 1.92% W/V EC หรือ 5% WG (กลุ่ม 6) หรือ คลอแรนทรานิลิโพรล 5.17% SC (กลุ่ม 28).

ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์

คลอดแล้ว “มาตรการชะลอเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง” ปี 2566/67 เริ่มวันนี้

คลอดแล้ว “มาตรการชะลอเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง” ปี 2566/67 เริ่มวันนี้

15th May 2024 General Information

ครม. เห็นชอบ มาตรการชะลอการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง ปี 2566/67 เริ่มต้นโครงการแล้วตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 30 เมษายน 2568 ธ.ก.ส. พร้อมจัดสินเชื่อกับเกษตรกร ครัวเรือนละไม่เกิน 50,000 บาท

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบมาตรการชะลอการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง ปี 2566/67 วงเงินงบประมาณ 56.96 ล้านบาท ตามที่กระทรวงพาณิชย์ เสนอ เริ่มต้นโครงการแล้วตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 30 เมษายน 2568 โดย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะให้สินเชื่อกับเกษตรกร ครัวเรือนละไม่เกิน 50,000 บาท หรือ ไม่เกิน 20 ไร่/ครัวเรือน ไร่ละไม่เกิน 2,500 บาท

สำหรับมาตรการชะลอการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง ปี 2566/67 มีวัตถุประสงค์เพื่อดูแลเกษตรกรให้ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าต่อการเพาะปลูก โดยการชะลอการเก็บเกี่ยวผลผลิตให้ผ่านพ้นช่วงแล้ง ให้ได้รับฝนซึ่งจะทำให้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นและเปอร์เซ็นต์แป้งสูงขึ้น

รวมทั้งช่วยเหลือให้เกษตรกรมีเงินหมุนเวียนเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือนระหว่างรอการเก็บเกี่ยว โดยได้กำหนดกลุ่มเป้าหมาย คือ เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรและยังไม่ได้เก็บเกี่ยวผลผลิตฤดูการผลิตปี 2566/67 ประมาณ 65,100 ครัวเรือน

สำหรับมีวิธีดำเนินการตามมาตรการชะลอการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง ปี 2566/67 ธ.ก.ส. จะเปิดให้เกษตรกรสมัครเข้าร่วมโครงการ จากนั้น ธนาคารจะตรวจสอบพื้นที่เพาะปลูกประเมินพื้นที่ที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวและให้สินเชื่อแก่เกษตรกร ครัวเรือนละไม่เกิน 50,000 บาท โดยมีวงเงินสินเชื่อรวม 3,255 ล้านบาท

ระยะเวลาโครงการ
– เริ่มตั้งแต่วันที่ครม.มีมติอนุมัติ ถึง 30 เมษายน 2568 กำหนด

ระยะเวลาสมัครเข้าร่วมโครงการ
– ภายใน 30 มิถุนายน 2567

ระยะเวลาจ่ายสินเชื่อ
– เริ่มตั้งแต่วันที่ครม.มีมติอนุมัติ ถึง31 กรกฎาคม 2567

ระยะเวลาชดเชยดอกเบี้ย
– เป็นระยะเวลา 6 เดือน นับแต่วันรับสินเชื่อแต่ไม่เกิน 31 มกราคม 2568

นอกจากนี้ ครม. ยังเห็นชอบการรักษาเสถียรภาพราคาหัวมันสด ปี 2566/67 เพื่อให้การกำกับดูแลมันสำปะหลังเป็นประโยชน์แก่เกษตรกรและเกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย โดยมอบหมายคณะอนุกรรมการบริหารจัดการศัตรูมันสำปะหลังบริหารจัดการศัตรูมันสำปะหลังรับไปพิจารณาดำเนินการปรับแผนการขยายท่อนพันธุ์ให้ครอบคลุมพื้นที่ระบาดภายในปี 2569 ทั้งพันธุ์ต้านทานโรค (พันธุ์ที่มีภูมิคุ้มกัน ไม่ติดโรค) และพันธุ์ทนทานต่อโรค (พันธุ์ที่มีความแข็งแรง ติดโรคได้ยาก แต่ยังติดโรคได้)

รวมทั้งการส่งเสริมการเพาะปลูกด้วยระบบน้ำหยดเพื่อเพิ่มผลผลิตและรองรับการขยายท่อนพันธุ์ โดยจัดทำรายละเอียดโครงการ แผนดำเนินการกรอบวงเงินงบฯ และแหล่งเงินก่อนเสนอ คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) ต่อไป

ขณะเดียวกันยังมอบหมายกรมศุลกากร กำกับดูแลการนำเข้ามันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ทั้งการนำเข้าทางด่านถาวรและจุดผ่อนปรน ให้เป็นไปตามระเบียบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประสานความร่วมมือหน่วยงานด้านความมั่นคง ป้องกัน สกัดกั้น การลักลอบนำเข้าทางช่องทางธรรมชาติอย่างเข้มงวด และให้กรมการค้าต่างประเทศ เข้มงวดตรวจสอบมาตรฐานมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่นำเข้าและส่งออกให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

สำหรับสถานการณ์การผลิตและการตลาดมันสำปะหลังปี 2566/67 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ประเมินว่า ณ เดือนมีนาคม 2567 โดยมีผลผลิตทั้งประเทศ 26.88 ล้านตัน ลดลง 3.74 ล้านตัน เนื่องจากขาดแคลนท่อนพันธุ์ สภาวะอากาศร้อน/แล้ง รวมทั้งเสี่ยงต่อการเกิดโรคใบด่าง เพลี้ยไฟ และเพลี้ยแป้ง โดยผลผลิตกระจุกตัวช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม 2567 ปัจจุบันเก็บเกี่ยวแล้ว 23.50 ล้านตัน

ส่วนราคาในประเทศ ณ วันที่ 3 พฤษภาคม 2567 มันสำปะหลัง เชื้อแป้ง 25% มีราคาอยู่ที่ 3.20 บาทต่อกิโลกรัม, มันเส้น มีราคาอยู่ที่ 7.43 และแป้งมัน มีราคาอยู่ที่ 18.85 บาทต่อกิโลกรัม โดยราคามีแนวโน้มลดลงเนื่องจากเกษตรกรบางส่วนเร่งขุดผลผลิตที่ไม่ครบอายุออกจำหน่าย ประกอบกับสภาวะอากาศร้อนจัดส่งผลให้ผลผลิตต่อไร่ลดลงและมีเปอร์เซ็นต์เชื้อแป้งต่ำ สำหรับราคาส่งออกมันเส้นอยู่ที่ 8.50 บาทต่อกิโลกรัม และแป้งมันอยู่ที่ 20.59 บาทต่อกิโลกรัม

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

เริ่มแล้ว!! พันธุ์มันสำปะหลังต้านทานโรคใบด่าง กรมส่งเสริมการเกษตร เร่งเพาะขยายกล้า เป้า 2.4 แสนต้น ภายใน 3 เดือน

เริ่มแล้ว!! พันธุ์มันสำปะหลังต้านทานโรคใบด่าง กรมส่งเสริมการเกษตร เร่งเพาะขยายกล้า เป้า 2.4 แสนต้น ภายใน 3 เดือน

13th May 2024 General Information

นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับหน่วยงานภาคีในการขับเคลื่อนแก้ไขผลกระทบของเกษตรกรจากโรคใบด่างมันสำปะหลัง ซึ่งพบการแพร่ระบาดมาตั้งแต่ ปี 2561 โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้ให้ความรู้แก่เกษตรกรและแนะนำวิธีการป้องกันกำจัดตาม มาตรการป้องกัน กำจัด โรคใบด่างมันสำปะหลังมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้สนับสนุนท่อนพันธุ์มันสำปะหลังทนทานต่อโรคใบด่าง ได้แก่ เกษตรศาสตร์ 50 ห้วยบง 60 และระยอง 72 เพื่อลดความรุนแรงของโรคและผลกระทบต่อปริมาณของผลผลิตอันเป็นเหตุให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทนน้อยลงจากเดิม

ล่าสุด กรมส่งเสริมการเกษตรประสานงานและได้รับความร่วมมือจากมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (TTDI) สนับสนุนท่อนพันธุ์มันสำปะหลังต้านทานโรคใบด่าง ได้แก่ พันธุ์อิทธิ 1 อิทธิ 2 และอิทธิ 3 รวมจำนวน 15,000 ลำ ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรกำลังเร่งเดินหน้าผลิตขยายเป็นต้นกล้ามันสำปะหลังสะอาดพันธุ์ต้านทานโรคใบด่าง โดยมีแผนดำเนินการภายในระยะเวลา 3 เดือน เพื่อผลิตต้นกล้าให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ จำนวน 240,000 ต้น จากนั้นจะนำต้นกล้าไปปลูกเพื่อขยายพันธุ์ในพื้นที่ของศูนย์ขยายพันธุ์พืชทั้ง 8 ศูนย์ของกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นเวลา 10 เดือน เพื่อให้ได้ต้นพันธุ์ที่พร้อมเป็นพันธุ์ตั้งต้นสำหรับใช้เพิ่มปริมาณต้นกล้าในปี 2568 ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตร เตรียมแผนประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคี โดยเฉพาะหน่วยงานภาคการศึกษาที่มีเครื่องมือและพื้นที่ในการผลิตขยายพันธุ์มันสำปะหลังต้านทานโรคที่มีประสิทธิภาพ โดยจะร่วมกันผลิตท่อนพันธุ์มันสำปะหลังต้านทานโรคใบด่างตามเป้าหมาย 15 ล้านท่อนในปี 2569 เพื่อให้เพียงพอสำหรับสนับสนุนให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดกว่า 9 ล้านไร่

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมส่งเสริมการเกษตรแจ้งเตือนให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศ ใช้ท่อนพันธุ์สะอาด ปลอดโรค และทราบแหล่งที่มาของท่อนพันธุ์ ชัดเจน ไม่ควรปลูกพันธุ์อ่อนแอต่อโรคใบด่างมันสำปะหลัง ได้แก่ ระยอง 11 และ CMR 43-08-89 สำหรับเกษตรกรที่ปลูกพันธุ์อ่อนแอแนะนำให้ปรับเปลี่ยนมาใช้พันธุ์ทนทานต่อโรคใบด่าง ได้แก่ เกษตรศาสตร์ 50 ห้วยบง 60 และระยอง 72 เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดขของโรคใบด่างมันสำปะหลัง และเตรียมความพร้อมที่จะเข้าร่วมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลัง ที่หน่วยงานภาครัฐจะสนับสนุนท่อนพันธุ์มันสำปะหลังต้านทานโรคใบด่าง ตลอดจนสิทธิประโยชน์ในการส่งเสริมและช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะปลูกมันสำปะหลังที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรในรอบระยะเวลาที่ร่วมโครงการต่อไป ทั้งนี้ หากเกษตรกรต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน

ที่มา : ThaiPR.net

เตือน “พันธุ์มันสำปะหลังต้านโรคใบด่าง” ปลอมระบาดหนัก ระวังถูก “ย้อมแมว” ขาย

เตือน “พันธุ์มันสำปะหลังต้านโรคใบด่าง” ปลอมระบาดหนัก ระวังถูก “ย้อมแมว” ขาย

11th Apr 2024 General Information

มูลนิธิสถาบันฯ เตือนภัยเกษตรกร “พันธุ์มันสำปะหลังต้านโรคใบด่าง”ปลอมระบาดหนัก ระวังถูก “ย้อมแมว” ขาย ชี้ใครครอบครองพันธุ์เถื่อนให้ทำลายทันที ผวาทำลายอุตสาหกรรมพังทั้งระบบ

รองศาสตราจารย์ ดร.วิจารณ์ วิชชุกิจ กรรมการมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากที่มีสื่อสังคมออนไลน์ ประกาศขายต้นพันธุ์ต้านทานโรคใบด่างมันสำปะหลัง พันธุ์อิทธิ 2 จากเกษตรกรแถวหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งอ้างว่า ได้รับต้นพันธุ์มาจากมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย

มูลนิธิสถาบันฯ ขอแจ้งว่า ข้อความข้างต้นเป็นการหลอกลวง เนื่องจาก 1.มูลนิธิสถาบันฯ เพิ่งกระจายต้นกล้า X20 ของพันธุ์ต้านทานโรคใบด่างมันสำปะหลังให้เกษตรกรที่มีศักยภาพในการดูแลเป็นชุดแรก เมื่อเดือนธันวาคม 2566 โดยต้นกล้า X20 ที่ปลูกลงแปลงแล้วจะมีอายุจนถึงขณะนี้เพียง 4 เดือน ซึ่งตรงกันข้ามกับเกษตรกรหนองบุญมากที่ปลูกพันธุ์ต้านทานที่กล่าวอ้างมาถึง 2 รุ่นแล้ว

“มูลนิธิสถาบันฯ สันนิษฐานว่า ได้มีการลักลอบนำเข้าพันธุ์ต้านทานโรคใบด่างมันสำปะหลัง โดยไม่มีการขออนุญาตและควบคุมตรวจสอบจากกรมวิชาการเกษตร ซึ่งเป็นการละเมิด ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดพืช และพาหะแหล่งที่กำหนดเป็นสิ่งต้องห้าม ข้อยกเว้นและเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2550 ซึ่งกำหนดให้ส่วนหนึ่งส่วนใดของมันสำปะหลังจัดเป็นสิ่งต้องห้ามภายใต้พระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 ดังนั้น ทั้งผู้นำเข้าและผู้ครอบครองต้นพันธุ์ดังกล่าว อาจถูกดำเนินคดีอาญา

อย่างไรก็ดีทางมูลนิธิสถาบันฯ ใคร่ขอความร่วมมือเกษตรกร หรือผู้นำเข้า หรือผู้ครอบครองต้นพันธุ์ ต้านทานโรคใบด่างมันสำปะหลังให้หยุดการขาย และให้ดำเนินการทำลายต้นพันธุ์ดังกล่าวโดยด่วน เพื่อทำลายและกำจัดโรคแมลงศัตรูพืช ที่ติดมากับต้นพันธุ์ ซึ่งอาจทำให้เกิดมหันตภัยร้ายแรงแก่อุตสาหกรรมมันสำปะหลังของประเทศ

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

อุตฯ “มันสำปะหลัง” ระสํ่า คาดผลผลิตต่ำ 19 ล้านตัน จับตาส่งออกวูบหนัก

อุตฯ “มันสำปะหลัง” ระสํ่า คาดผลผลิตต่ำ 19 ล้านตัน จับตาส่งออกวูบหนัก

25th Mar 2024 General Information

มันสำปะหลังขาดตลาดหนัก ผลผลิตปี 67 คาดตํ่ากว่า 19 ล้านตัน ใช้ป้อนโรงแป้งอย่างเดียวยังไม่พอกว่า 1 ล้านตัน นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลัง ลุ้นนำเข้ามันเส้นจากกัมพูชาและลาวเติมส่วนที่ขาดส่งออกแทน ขณะคณะสำรวจมันฯ รายงาน ผลผลิต กัมพูชา-ลาว ไม่ต่างจากไทยของน้อย เสียหายภัยแล้ง
จากผลผลิตหัวมันสำปะหลัง ที่ใช้แปรรูปเพื่อส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทยทั้งมันเส้น มันอัดเม็ด และแป้งมันขาดตลาด ไม่เพียงพอกับความต้องการ ส่งผลให้โรงงานแปรรูปในหลายพื้นที่ประกาศขายกิจการในเวลานี้

นายสุรพงษ์ แสงศิริพงษ์พันธ์ นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงสถานการณ์ส่งออกมันเส้นและมันอัดเม็ดของไทย ในช่วง 2 เดือนแรกปี 2567 มียอดส่งออกรวม 4.3 แสนตัน ปรับลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่ส่งออกได้ กว่า 1.4 ล้านตัน เป็นผลกระทบจาก
1. เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตหัวมันก่อนกำหนด พอถึงฤดูเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค.ก็ไม่มีหัวมันแล้ว
2. ภัยแล้ง ทำให้เกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลังต้นปี 2566 ต้องยืนต้น ตาย และมีการปลูกซํ้าก็ยืนต้นตายเช่นกัน ทำให้ไม่สามารถปลูกได้เช่นทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากขาดนํ้าฝน


3. ปัญหาเรื่องโรคใบด่างมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นโรคพืช ที่รัฐบาลและเอกชนได้พยายามแก้ไขกันอยู่ แต่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ทันเวลา และขยายลุกลามเป็นวงกว้างทั่วประเทศ (ข้อมูลคณะอนุฯโรคใบด่างฯ พบการระบาด 32 จังหวัด มีพื้นที่กว่า 2 แสนไร่) ทำให้ผลผลิตตกตํ่า จากก่อนหน้าที่จะเกิดโรคระบาด ไทยมีผลผลิตเฉลี่ยมากกว่า 30 ล้านตันต่อปี แต่พอเกิดโรคระบาดส่งผลให้ปี 2566 มีผลผลิตน้อยกว่า 26 ล้านตัน และในปี 2567 คาดจะมีผลผลิตตํ่ากว่า 19 ล้านตัน โดยมีเหตุผลสนับสนุนจากที่กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งสถานการณ์เอลนีโญ หรือภัยแล้งจะมาก่อนเวลา

ขณะที่ด้านตลาดส่งออกมี 2 เรื่องที่เป็นปัจจัยสำคัญคือ 1.โรงงานอาหารสัตว์ในจีน ที่ซื้อวัตถุดิบมันสำปะหลังจากไทย ช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนใหม่ ๆ จีนได้หันมาซื้อจากไทยมากขึ้น พอถึงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2565 ปัญหาได้คลี่คลายลงจากที่รัสเซียและทางยุโรปได้มีการเจรจากัน ในการที่จะให้ธัญพืชจากยูเครนเข้าสู่ยุโรปได้และส่งออกไปต่างประเทศได้ ส่งผลให้จีนมีการนำเข้าสินค้าจากยูเครน และบัลแกเรียเข้าไปมากพอสมควร ขณะที่ข้าวโพดที่มีการปลูกในจีนมีการเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ถึงปัจจุบัน มีผลผลิตเก็บเกี่ยวได้ 288 ล้านตัน มากกว่าในหลายปีที่ผ่านมา จากปกติมีผลผลิตไม่ถึง 250 ล้านตัน ทำให้คาดว่าจะมีเพียงพอใช้ในประเทศ ทดแทนการใช้มันสำปะหลัง

“ความจริงปีนี้หากจีนมีความต้องการใช้มันสำปะหลังของไทย เราเองก็ไม่มีให้ อย่างปีนี้ผลผลิตไม่น่าเกิน 19 ล้านตัน โรงงานแป้งมัน มีความต้องการใช้ 20 ล้านตัน เรายังติดลบไม่พอใช้ 1 ล้านตัน ก็หวังว่าจะได้อานิสงส์จากกัมพูชาและลาว ส่งมันสำปะหลังเข้ามาในรูปมันเส้นเข้ามาเติมส่วนที่ขาดหายไป ในปีนี้ผมเชื่อว่า โรงงานแป้งมันคาดจะส่งออกได้ไม่เกิน 3 ล้านตัน ส่วนมันเส้นไม่น่าเกิน 1.8 ล้านตัน”

นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า อยากจะให้รัฐบาลเข้ามาดูแลใน 2 เรื่องเร่งด่วน คือ 1.แก้ไขเรื่องโรคใบด่างมันสำปะหลังให้ทันเวลา 2. เรื่องผลผลิตต่อไร่ตํ่าเกินไป ปัจจุบันผลผลิตมันสำปะหลังต่อไร่ของไทยเฉลี่ยที่ 3.3 ตันต่อไร่ แต่ปีนี้คาดจะลดลงเหลือ 2.9 ตันต่อไร่ เทียบกับประเทศเพื่อนบ้านผลผลิตต่อไร่สูงกว่าไทย เช่น สปป.ลาว ผลผลิต 4 ตันต่อไร่ , กัมพูชา 3.8 ตันต่อไร่ เวียดนาม 3.5 ตันต่อไร่ เป็นต้น จากผลกระทบในปัจจัยที่กล่าวมา ทำให้ไทยต้องสูญเสียตลาดต่างประเทศไปมาก โดยปี 2565 ไทยมีมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง 1.5 แสนล้านบาท ปี 2566 ลดลงเหลือ 1.2 แสนล้านบาท ในปี 2567 นี้ยังไม่แน่ใจว่าการส่งออกจะถึง 8 หมื่นล้านบาทหรือไม่ ดังนั้นหากไม่เร่งแก้ไขจะทำไทยเสียโอกาส

ด้านนายธำรงค์เดช อินทนิเวศน์ อุปนายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย หนึ่งในคณะสำรวจผลผลิตมันสำปะหลังของประเทศกัมพูชา และ สปป.ลาว (วันที่ 18-22 ก.พ.67) กล่าวว่า จากการออกไปสำรวจพบว่า “ประเทศกัมพูชา” คาดการณ์ฤดูการผลิตปี 2566/67 พื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังเท่าเดิม เนื่องจาก มีการปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่ว่างเปล่าเพิ่มขึ้น แต่บางพื้นที่เปลี่ยนไปปลูกข้าวโพดแทนมันสำปะหลัง ที่เสียหายจากกระทบแล้ง และปัจจุบันเกษตรกรได้ชะลอการขุดเพื่อเก็บต้นมันไว้ เพราะเกรงว่าจะขาดแคลนท่อนพันธุ์ไว้ปลูกต่อในช่วงฤดูฝน

“ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ลดลง สาเหตุจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งและการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง นอกจากนี้เกษตรกรขุดมันสำปะหลังก่อนครบอายุ(อายุมันฯ 5-7 เดือน) ออกมาขายส่งผลให้ในฤดูการผลิตปี 2566/67 จะปลูกและขุดมันสำปะหลัง ล่าช้าออกไป 2-3 เดือน เกษตรกรมีการเก็บท่อนพันธุ์มันสำปะหลังไว้ขาย 20% เนื่องจากราคาท่อนพันธุ์ดี อยู่ที่ 2.50-3.00 บาท (1 มัด= 20 ต้น)”

นอกจากนี้จากการลงสำรวจไร่ พบมีการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังทุกแปลง และพบโรคพุ่มแจ้ในบางแปลง ปัจจุบันลานมันรับซื้อหัวมันสด (มันรวม) 2.80-2.90 บาท/กิโลกรัม เปอร์เซ็นต์แป้งเฉลี่ย 23-25% ราคามันเส้น 7.50 – 7.80 บาท/กิโลกรัม ผลผลิตมันสำปะหลังของประเทศกัมพูชาปีนี้ เกษตรกรขายหัวมันสดมากกว่ามันเส้น เนื่องจากราคาดี การส่งออกมันสำปะหลังส่วนใหญ่จะส่งหัวมันสดออกไปยังประเทศเวียดนามมากกว่าประเทศไทย และมันเส้นก็จะส่งออกไปยังประเทศไทยมากกว่าประเทศเวียดนาม คาดการณ์ฤดูการผลิตปี 2567/68 เนื่องจากมันราคาดี เกษตรกรจะหันมาปลูกมันสำปะหลังเพิ่มขึ้น และปลูกเพิ่มขึ้นในพื้นที่ว่างเปล่า

ส่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) จากการสอบถามผู้ค้ามันสำปะหลัง ให้ข้อมูลว่าพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังเท่าเดิม เนื่องจากไม่สามารถขยายพื้นที่เพาะปลูกได้หรือหากต้องมีการขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นก็ยังขาดแคลนแรงงานในการเพาะปลูกมันสำปะหลัง นอกจากนี้สภาพอากาศที่แห้งแล้งยังเป็นอีกสาเหตุที่ส่งผลให้ปลูกมันสำปะหลังแล้วยืนต้นตาย ทำให้ขาดแคลนท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง จากการสำรวจไร่มันสำปะหลังยังพบโรคพุ่มแจ้ ไรแดงเป็นส่วนใหญ่ แต่พบว่าการระบาดของโรคใบด่างเพียง 50% ของทั้งประเทศ โดยเกษตรกรยังขาดความรู้ ความเข้าใจ ในการแก้ปัญหาเรื่องโรคระบาดศัตรูพืช ส่งผลให้ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ลดลงจากเดิม 30-40 ตัน/เฮกตาร์ ลดลงเหลือ 20-25 ตัน/เฮกตาร์ ส่วนราคารับซื้อหัวมันสด อยู่ที่ 2.50-2.70 บาท/กิโลกรัม ราคามันเส้น อยู่ที่ 6.70-6.90 บาท/กิโลกรัม โดยหัวมันสดส่งออกไปยังประเทศเวียดนามเป็นส่วนใหญ่

ข้อมูลเมืองปากเซ จากการสอบถามผู้ค้ามันสำปะหลัง ให้ข้อมูลว่า พื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นจากพื้นที่ว่างเปล่า แต่คาดว่าผลผลิตจะไม่เพิ่มขึ้น เนื่องจากขาดแคลนท่อนพันธุ์เพราะปีที่ผ่านมาอากาศแล้งจัด เกษตรกรปลูกมันสำปะหลังแล้วยืนต้นตาย ทั้งยังมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงาน คาดการณ์ฤดูการผลิต ปี 2567/68 หากมีฝนตกจะช่วยให้ผลผลิตรวมเพิ่มขึ้นราว 30% นอกจากนี้ลาวยังออกประกาศเพิ่มความเข้มงวดในการคุ้มครองการเก็บซื้อ การปรุงแต่ง และการส่งออกมันสำปะหลัง (หัวมัน) ซึ่งคาดว่าในอนาคตอาจจะเพิ่มความเข้มงวดในการส่งออกมันเส้นด้วยและจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมมันสำปะหลังระหว่างไทย-ลาวอย่างมาก

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

ป้องส่งออกมันสำปะหลังแสนล้านไปต่อ ดัน 3 พันธุ์ใหม่ กู้วิกฤตโรคใบด่างระบาด

ป้องส่งออกมันสำปะหลังแสนล้านไปต่อ ดัน 3 พันธุ์ใหม่ กู้วิกฤตโรคใบด่างระบาด

13th Nov 2023 General Information

สถาบันพัฒนามันสำปะหลัง เปิดตัว 3 สายพันธุ์ใหม่ ต้านไวรัสใบด่าง เล็งชงรัฐบาลใช้งบปีละ 300 ล้าน ติดต่อกัน 7 ปี กำจัดโรคให้สิ้นซาก เอกชน เฮ เชียร์ปลูกทั่วประเทศ รับดีมานด์จีนโตแรง หวังทดแทนนำเข้าวัตถุดิบปีละ 10 ล้านตัน เสริมความมั่นคงอาชีพเกษตรกร ป้องอุตฯ แสนล้านไปต่อ

“โรคใบด่างมันสำปะหลัง” ที่พบครั้งแรกในไทยตั้งแต่ปี 2561 ยังคงแพร่ระบาดต่อเนื่อง จากท่อนพันธุ์ที่มีโรคและแมลงหวี่ขาวยาสูบเป็นพาหะไม่มียาป้องกันหรือรักษาโดยตรง ซึ่งหากเป็นแล้วจะมีผลทำให้ผลผลิตหัวมันสดลดลง 40-80% พบมีการระบาดในประเทศแล้วมากกว่า 3 ล้านไร่ เป็นที่มาของมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทยได้ตระหนักถึงถึงความเสียหายรุนแรงของโรคใบด่างต่อห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมมันสำปะหลังของประเทศในแต่ละปี และได้เร่งหาทางหยุดยั้ง

นายจเร จุฑารัตนกุล กรรมการ เหรัญญิก และเลขานุการและผู้อำนวยการใหญ่ มูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า นับตั้งแต่เกิดโรคใบด่างฯ ทางมูลนิธิฯ ได้ริเริ่มโครงการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากองค์การนานาชาติมาสำรวจให้คำปรึกษาและจัดประชุมเพื่อถ่ายทอดวิชาการตั้งแต่ปี 2560 และในปี 2561 ได้หารือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อร่วมจัดทำโครงการปรับปรุงพันธุ์ต้านทานและใช้วิธีการควบคุมโรคพืช เพื่อควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลัง เริ่มดำเนินงานในปี 2562 โดยได้รับความอนุเคราะห์จากสถาบันเกษตรเขตร้อนนานาชาติ หรือ IITA จากประเทศไนจีเรีย จำนวน 5 พันธุ์ เพื่อนำมาทดสอบ และขยายพันธุ์

ทั้งนี้ได้ผ่านการตรวจสอบและควบคุมจากสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร จนได้พันธุ์ที่มีความต้านทานต่อโรคใบด่างระดับสูง จำนวน 3 สายพันธุ์ ได้แก่ 1. TME B419 มีชื่อเล่นว่า “อิทธิ 1” 2. IITA-TMS-IBA980581 เรียกว่า “ อิทธิ 2” และ 3. IITA-TMS-IBA920057 เรียกว่า “อิทธิ 3” โดยทั้ง 3 พันธุ์นี้จะได้ขอพระราชทานชื่ออันเป็นมงคลนามจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อไป

ในส่วนของการให้ผลผลิตและเชื้อแป้งของมันสำปะหลังทั้ง 3 สายพันธุ์ แม้จะไม่สูงเท่ากับพันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 แต่ทั้ง 3 พันธุ์ มีความเป็นไปได้สูงสำหรับการผลิตเชิงพาณิชย์ในประเทศ ไทยเพื่อนำไปปลูกทดแทนในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคอย่างรุนแรง จากการดำเนินโครงการมา 5 ปีได้ประสบความสำเร็จ ได้พันธุ์มาขยายพันธุ์แล้วกว่า 17,000 ต้น

ขณะที่เวลานี้อยู่ในขั้นตอนที่ 2 คือมูลนิธิฯได้รับท่อนพันธุ์จากคณะวิจัยพันธุ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นำมาลงแปลงนี้ ตั้งแต่เดือนเมษายนจนถึงปัจจุบัน จาก 17,000 ต้น ได้มาลงแปลงขยายปลูกเป็น 95,000 ต้น โดยใช้กรรมวิธีต่างๆ เพื่อไปสู่การขยายต้นพันธุ์ให้เร็วที่สุด คาดในปีหน้าจะสามารถเพิ่มเป็น 7 แสนต้นหรือเพิ่มขึ้น 40 เท่าตัว

“ต้นพันธุ์ที่จะกระจายออกไปอาจเป็นต้นทุนของเกษตรกร สมัยก่อนต้นพันธุ์ ราคาอยู่ที่ 1.50 บาทต่อต้น แต่ตอนนี้ราคาพันธุ์ต้นละ 3-5 บาท เมื่อทุกคนตระหนักแล้วว่าจำเป็นที่จะต้องเอาพันธุ์ใหม่ไปให้ถึงโดยเร็วที่สุด โดยวิธีการแจกฟรี หรือขายในราคาตํ่า ก็จะมีกำลังมาป้อน เพียงรัฐอุดหนุนปีละ 30 บาทต่อไร่ 10 ล้านไร่ ก็เท่ากับปีละ 300 ล้านบาท สามารถแก้ปัญหาได้เลย อย่างน้อยจะได้พันธุ์มาขยาย 15 ล้านต้นต่อปี”

ทั้งนี้หากนโยบายเดินหน้าต่อเนื่องยาว 7 ปี จะแก้ปัญหาโรคใบด่างฯได้สำเร็จ ใช้เงินไม่มาก โดยการได้พันธุ์ใหม่มาเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ จะสำเร็จได้เมื่อพันธุ์มันสำปะหลังใหม่ได้ไปอยู่แปลงเกษตรกรทั่วประเทศ และจะเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมที่โรงงานสามารถนำไปแปรรูปส่งออกต่อได้ โดยขณะนี้ความต้องการของตลาดจีนยังมีสูงดังนั้นทางมูลนิธิฯ จึงได้ประกาศความสำเร็จในเบื้องต้น

นายธีระ เอื้ออภิธร นายกสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า อุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยวันนี้ค่อนข้างวิกฤตในแง่ผลผลิตจากผลกระทบโรคใบด่าง ซึ่งมันฯ 3 พันธุ์ใหม่ต้านไวรัสใบด่างถือเป็นอีกหนึ่งทางรอด ดังนั้นจะต้องนำพันธุ์เหล่านี้ไปแจกจ่ายให้กับเกษตรกรเร็วที่สุด และฝากทางรัฐบาล รวมทั้งนักวิจัยได้หาพันธุ์ใหม่ๆ ที่ต้านทานโรคและมีเชื้อแป้งสูงเพิ่มเติมด้วย

นายสุรพงษ์ แสงศิริพงษ์พันธ์ นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย กล่าวว่า ทิศทางข้างหน้าชาวไร่มีความเสี่ยงต้องเผชิญปัญหาภัยแล้งที่อาจถาโถมเข้ามาอย่างหนักหน่วงในช่วง 1-2 ปี นับจากนี้ ขณะที่มีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น หากใช้ท่อนพันธุ์จากสถาบันฯที่ได้สายพันธุ์มาจากทวีปแอฟริกา ที่ทนต่อภัยแล้งก็จะช่วยลดความเสี่ยงผลผลิตเสียหายและยังต้านทานโรคใบด่างได้ด้วย

ด้านนายดนัยธนิต พิศาลบุตร กรรมการมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลายปีที่ผ่านมาผลผลิตมันสำปะหลังของไทยไม่เพียงพอต่อความต้องการ จากปกติใช้ประมาณ 40 ล้านตันต่อปี ผลิตได้ประมาณ 30 ล้านตัน ต้องนำเข้าราว 10 ล้านตันต่อปี ขณะที่ในปีนี้คาดผลผลิตในประเทศจะลดลงเหลือประมาณ 24 ล้านต้น หรือน้อยกว่า ถือเป็นสัญญาณอันตราย ซึ่งวงการกำลังจับตามอง หากได้พันธุ์ใหม่มาปลูก ทันต่อความต้องการเกษตรกรก็จะลืมตาอ้าปากได้

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

กระทุ้ง! รัฐ กู้วิกฤต “โรคใบด่างมันสำปะหลัง” ผวาผลผลิตเสียหาย 1.1 แสนล้าน

กระทุ้ง! รัฐ กู้วิกฤต “โรคใบด่างมันสำปะหลัง” ผวาผลผลิตเสียหาย 1.1 แสนล้าน

16th Aug 2023 General Information

เอกชน เร่งรัฐ กู้วิกฤต “โรคใบด่างมันสำปะหลัง” เผย 10 ปีนับจากนี้หากยังเอาไม่อยู่ ผลผลิตเสียหายกว่า 1.19 แสนล้าน ยังไม่รวมความเสียหายต่อเนื่องในอุตสาหกรรมกลางนํ้า ปลายนํ้า ขณะวงในเผยเร็วสุด 4 ปี มีมันพันธุ์ใหม่ต้านทานไวรัส

“โรคใบด่างมันสำปะหลัง” เป็นโรคอุบัติใหม่ในประเทศไทย พบครั้งแรกในเดือนสิงหาคม ปี 2561 แพร่ระบาดโดยท่อนพันธุ์ที่มีโรคและแมลงหวี่ขาวยาสูบเป็นพาหะไม่มียาป้องกันหรือรักษาโดยตรง เป็นแล้วจะมีผลทำให้ผลผลิตหัวมันสดลดลง 40-80%

นายบุญชัย ศรีชัยยงพานิช ประธานคณะสำรวจติดตามภาวะการผลิตมันสำปะหลังฤดูการผลิตปี 2566/67 ของ 4 สมาคม (สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย สมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย และ สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากการลงพื้นที่สำรวจผลผลิตมันสำหลังเมื่อเร็วๆ นี้ พบเกือบทุกพื้นที่มีการระบาดของโรคใบด่าง คาดจะส่งผลทำให้ผลผลิตมันสำปะหลังในฤดูการผลิตใหม่ จะมีเพียงประมาณ 20 กว่าล้านตันหัวมันสดเท่านั้น จากที่เคยได้ 30 กว่าล้านตันต่อปี และในฤดูกาลต่อ ๆ ไป หากหน่วยงานรัฐยังคงนโยบายควบคุมแบบเดิม ๆ ผลผลิตหัวมันจะตํ่ากว่า 20 ล้านตันแน่นอน

ขณะที่ความต้องการของตลาดมีสูงกว่า 40 ล้านตัน ประเทศไทยจะต้องสูญเสียรายได้เข้าประเทศนับแสนล้านบาทในอนาคตอันใกล้ โดยคาดมูลค่าความเสียหายจากโรคใบด่างฯ ช่วงปี 2564-2575 ณ อัตราคิดลด 6% ของมูลค่าปัจจุบันจะมีความเสียหายรวม 119,400 ล้านบาท ยังไม่รวมผลกระทบความเสียหายในอุตสาหกรรมกลางนํ้า และปลายนํ้าในห่วงโซ่อุปทาน หากยังไม่รีบกำจัดโรคใบด่างมันสำปะหลัง อนาคตอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยจะลำบากแน่นอน ซึ่งเป็นผลจากข้อมูลของภาครัฐที่ประเมินการระบาดของโรคตํ่ากว่าข้อเท็จจริงในพื้นที่มาก

แหล่งข่าวคณะกรรมการบริหารจัดการโรคใบด่างมันสำปะหลังที่มีนายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานอนุกรรมการ เผยว่า ขณะนี้มีพันธุ์มันสำปะหลังต้านทานไวรัสใบด่างของมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลัง ซึ่งจะออกมาประมาณปี 2570 โดยได้พันธุ์มาจากสถาบันเกษตรเขตร้อนนานาชาติ IITA จากประเทศไนจีเรีย โดยขอมา 5 พันธุ์ แต่ผลผลิตจะไม่เทียบเท่ากับพันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 ส่วนพันธุ์มันสำปะหลังต้านทานไวรัสของกรมวิชาการเกษตร คาดจะได้ประมาณปี 2572

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

มันสำปะหลัง แสนล้านป่วน จีนเบรกออเดอร์ โรคใบด่างระบาดหนัก

มันสำปะหลัง แสนล้านป่วน จีนเบรกออเดอร์ โรคใบด่างระบาดหนัก

18th Jul 2023 General Information

ส่งออกมันสำปะหลังแสนล้านสะเทือน จีนชะลอออเดอร์ โรคใบด่างฯ ทุบซ้ำ ทำท่อนพันธุ์ขาดตลาด ราคาพุ่ง 5 บาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะนายกสมาคมชาวไร่มันฯ เตรียมขอรัฐบาลใหม่อัดฉีด 420 ล้าน แก้ตลอดห่วงโซ่ โรงงานอีสานประกาศแบนไม่รับซื้อหัวมันพันธุ์ CMR 43-08-89

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ รายงานภาวะการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทยช่วง 5 เดือนแรก ปี 2566 มีมูลค่า 59,638.4 ล้านบาท ลดลง 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลงต่อเนื่อง 2 เดือนติดต่อกันในตลาดจีน ไต้หวัน สหรัฐฯ เกาหลีใต้ และอินโดนีเซีย เกิดอะไรขึ้น และส่งผลกระทบต่อภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในประเทศอย่างไรบ้างนั้น

นายบุญชัย ศรีชัยยงพานิช กรรมการและที่ปรึกษาสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทยที่ลดลง มีปัจจัยสำคัญจากความต้องการของตลาดจีนที่เป็นตลาดหลัก (สัดส่วนมากกว่า 60%) หดตัวลง สาเหตุมาจากราคาธัญพืชในประเทศจีนตกตํ่า ทำให้ผู้นำเข้าชะลอการสั่งซื้อชั่วคราว แต่คาดจะเป็นเพียงระยะสั้นๆ เท่านั้น

นายเติมศักดิ์ บุญชื่น ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ราคาหัวมันสำปะหลังในประเทศในเวลานี้ถืออยู่ระดับที่ดี จากเป็นช่วงปลายฤดูการเก็บเกี่ยว โดยราคาหัวมันสด (10 ก.ค. 66) ณ โรงแป้ง เชื้อแป้ง 25% เฉลี่ย 3.05-3.50 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) ซึ่งผลจากราคาที่ดี ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่เร่งเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังก่อนครบอายุ และเร่งการเพาะปลูกจนมองข้ามความสำคัญในการรักษาท่อนพันธุ์ที่ดีไว้ ประกอบกับภาวะภัยแล้งยาวนานทำให้ท่อนพันธุ์ที่เตรียมไว้เพาะปลูกเสียหาย เกิดภาวะขาดแคลนท่อนพันธุ์ที่ดีและปลอดโรค จากราคาที่เคยซื้อท่อนพันธุ์ละ 2-3 บาท ขณะนี้ราคาขึ้นไปท่อนพันธุ์ละ 5 บาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์

“ทางคณะอนุกรรมการบริหารจัดการโรคใบด่างมันสำปะหลัง ที่มีนายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน ได้มีการประเมินความเสียหายจากภาวะแล้งจัด ในช่วงต้นปี 2566 คาดมันสำปะหลังจะได้รับความเสียหายประมาณ 50% ของที่ปลูกไว้ ขณะที่ในหลายพื้นที่เริ่มปลูกใหม่ที่ช่วงเดือนพฤษภาคมหลังจากมีฝนตก คาดจะมีผลทำให้เลื่อนการเก็บเกี่ยวผลผลิตในฤดูการผลิตใหม่ออกไปอีกประมาณ 2-3 เดือนจากภาวะปกติ”

นายเติมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันยังมีโรคใบด่างมันสำปะะหลังระบาดในพื้นที่ 17 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร พิจิตร อุทัยธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ อำนาจเจริญ ชัยนาท ฉะเชิงเทราชลบุรี ปราจีนบุรี ระยอง สระแก้ว เพชรบุรี และกาญจนบุรี จำนวน 44,125 ไร่ จากสาเหตุดังกล่าวจะส่งผลให้ผลผลิตมันสำปะหลังในปีการผลิต 2566/67 จะมีปริมาณลดลงเป็นอย่างมาก ไม่เพียงพอต่อความต้องการ และจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปอีกหลายปี

ด้านนายธีระ เอื้ออภิธร นายกสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า แม้ทางโรงงานจะช่วยส่งเสริมท่อนพันธุ์มันสำปะหลังให้เกษตรกรไปปลูก แต่ปัจจุบันท่อนพันธุ์ขาดตลาด และราคาแพงมาก ตรงนี้เป็นปัญหาที่ภาคอุตสาหกรรมค่อนข้างกังวล โดยบางโรงงานพยายามรวบรวมกลุ่มเกษตรกรแล้วสนับสนุนให้ปลูกท่อนพันธุ์สะอาด (ท่อนพันธุ์จากแปลงผลิตพันธุ์ที่มีการป้องกันและกำจัดสาเหตุที่อาจทำให้เกิดโรคตั้งแต่ปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว) แต่ก็ทำได้แบบจำกัด หากได้รัฐบาลใหม่แล้วจะนำเสนอในเรื่องนี้เพื่อให้ภาครัฐช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกท่อนพันธุ์ที่สะอาดปราศจากโรคเพิ่มขึ้น

“ปัจจุบันผลผลิตมันฯไม่เพียงพอต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งได้มีการส่งสัญญาณมาหลายปีแล้ว ดังนั้นการเพิ่มผลผลิตต่อไร่เป็นเรื่องใหญ่ที่กระทรวงเกษตรฯ ควรให้ความสำคัญ จากค่าเฉลี่ยผลผลิต ณ ปัจจุบัน 3.4-3.5 ตันต่อไร่ ยังตํ่าเกินไป ต้องเพิ่มผลผลิตต่อไร่เป็น 5 ตัน ดังนั้นควรเพิ่มองค์ความรู้ให้เกษตรกร โดยเฉพาะในภาคอีสานที่ส่วนใหญ่ดินเป็นกรด ทำให้พืชดูดซึมธาตุอาหารได้น้อย ได้ผลผลิตต่อไร่ตํ่า รวมทั้งปัญหาแหล่งนํ้า ที่กรมอุตุฯ พยากรณ์ว่าอาจจะแล้งยาวไปถึง 2 ปี ภาครัฐควรจะวางแผนการบริหารใช้นํ้า เพื่อให้เกษตรกรใช้นํ้าอย่างมีคุณค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด”

นายธีระ กล่าวว่อีกว่า ปัจจุบันโรงงานมันสำปะหลังภาคอีสาน 23 โรง ไม่รับซื้อมันสำปะหลังพันธุ์ 89 หรือมีชื่อเป็นทางการ พันธุ์ CMR 43 -08-89 แม้ว่าจะให้ผลผลิตสูง แต่มีเปอร์เซ็นต์เชื้อแป้งค่อนข้างตํ่า เวลาโรงงานนำมาใช้ผลิตเป็นแป้ง หรือมันเส้นจะได้ตํ่ามาก และที่สำคัญเป็นพันธุ์ที่อ่อนแอต่อโรค พอมีเรื่องโรคใบด่างฯ ส่วนใหญ่จะพบการระบาดทั้งแปลง และจะเป็นแหล่งรวมโรคอื่นอีกด้วย

สอดคล้องกับนายรังษี ไผ่สอาด นายกสมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ทางสมาคมฯได้เตรียมการหากได้รัฐบาลชุดใหม่แล้ว จะนำเสนอขอจัดสรรงบประมาณสนับสนุน 420 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังกว่า 5.24 แสนครัวเรือน ใน 3 เรื่องคือ 1.ขอสนับสนุนระบบนํ้าหยด 30,000 ไร่ๆ ละ 5,000 บาทเป็นเงิน 150 ล้านบาท 2.ขอสนับสนุนงบจัดซื้อท่อนพันธุ์มันสำปะหลังสะอาด 50 ล้านลำ เป็นเงิน 150 ล้านบาท และ 3.ของบสนับสนุนการขยายพันธุ์มันสำปะหลังชนิดต้านทานโรคไวรัสใบด่าง 120 ล้านบาท เพื่อขยายพันธุ์ให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ