​“พาณิชย์” เอาจริง! จับกุมผู้ขนย้ายมันสำปะหลังเกินน้ำหนัก ส่งตำรวจดำเนินคดีทันที

​“พาณิชย์” เอาจริง! จับกุมผู้ขนย้ายมันสำปะหลังเกินน้ำหนัก ส่งตำรวจดำเนินคดีทันที

17th Dec 2021 General Information

กรมการค้าภายในผนึกกำลังตำรวจทางหลวง ตรวจสอบการขนย้ายมันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน พบขนย้ายเกินน้ำหนักที่ขออนุญาต จับส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีทันที พร้อมย้ำจะเดินหน้าตรวจสอบต่อ ป้องกันการลักลอบนำเข้า และกระทบราคาผลผลิตของพี่น้องเกษตรกร

ร.ต.จักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2564 ที่ผ่านมา สายตรวจกรมการค้าภายใน ได้สนธิกำลังร่วมกับตำรวจทางหลวง ดำเนินการตรวจสอบการขนย้ายมันสำปะหลังในพื้นที่ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ พบรถบรรทุกพ่วงจำนวน 1 คัน กำลังขนย้ายหัวมันสำปะหลังสด นำเข้ามาจากประเทศกัมพูชา เจ้าหน้าที่จึงเรียกตรวจสอบ และผู้ขับรถบรรทุกพ่วงได้แสดงใบอนุญาตขนย้ายมันสำปะหลังสดและมันเส้น โดยมีต้นทางจากด่านช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ปลายทาง อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา น้ำหนักที่ได้รับอนุญาตขนย้ายอยู่ที่จำนวน 31,250 กิโลกรัม

ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการชั่งพิสูจน์ พบว่า มีน้ำหนัก 56,570 กิโลกรัม เกินกว่าที่ได้รับอนุญาต 25,320 กิโลกรัม ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนประกาศ กกร. ฉบับที่ 25 พ.ศ.2564 เรื่องการควบคุมการขนย้ายหัวมันสำปะหลังสดและมันเส้น อันเป็นความผิดตามมาตรา 25 (7) และมีโทษตามมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เจ้าหน้าที่สายตรวจจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปราสาท เพื่อดำเนินคดีแล้ว

“กรมฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบการขนย้ายผลผลิตทางการเกษตรสำคัญที่ต้องมีการขออนุญาตขนย้าย เช่น มันสำปะหลัง ทั้งหัวมันสดและมันเส้น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ น้ำมันปาล์ม และกระเทียม เป็นต้น อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันมิให้มีการลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาผลผลิตของพี่น้องเกษตรกร และหากพบเห็นหรือทราบเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับการขนย้ายโดยไม่ได้รับอนุญาต สามารถแจ้งข้อมูลมาได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ” ร.ต.จักรากล่าว

ที่มา : Commerce News Agency

“ประกันรายได้มันสำปะหลัง” เช็คเงื่อนไขเกษตรกรผู้ได้รับสิทธิที่นี่

“ประกันรายได้มันสำปะหลัง” เช็คเงื่อนไขเกษตรกรผู้ได้รับสิทธิที่นี่

26th Oct 2021 General Information

เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังเฮ! รัฐฯเคาะประกันรายได้มันสำปะหลัง พร้อมให้เกษตรกรที่ยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการ 8.41 หมื่นครัวเรือนสมัครเข้ารับสิทธิได้ ตรวจสอบเงื่อนไขมาตรการเยียวยาทั้งหมดที่นี่

วันที่ 25 ตุลาคม 2564 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ไฟเขียวอนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรและมาตรการคู่ขนานรักษาเสถียรภาพราคา พืช 3 ชนิด ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปี 2564/65 วงเงินรวม 2.7 หมื่นล้านบาท ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ โดยจะดูแลเกษตรกรครอบคลุมกว่า 5.66 ล้านครัวเรือน

“ฐานเศรษฐกิจ” ได้รวบรวมรายข้อมูล โดยเฉพาะโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง สำหรับรายละเอียดโครงการ วงเงิน พร้อมทั้งการชดเชยส่วนต่างราคาและเงื่อนไขอื่นๆจะมีอะไรบ้างนั้น ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดที่นี่

โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2564/65

– วงเงิน 6,811 ล้านบาท
– ดูแลเกษตรกรได้ครอบคลุมกว่า 5.3 แสนครัวเรือน
– ประกันราคาหัวมันสำปะหลังสดเชื้อแป้ง 25% ราคากิโลกรัมละ 2.50 บาท
– ครัวเรือนละไม่เกิน 100 ตัน และไม่ซ้ำแปลง
– ต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนปลูกมันสำปะหลังกับกรมส่งเสริมการเกษตร ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2563 – 31 มีนาคม 2565
– ใช้เงินทุนจาก ธ.ก.ส. และรัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ย และค่าบริหารจัดการให้กับ ธ.ก.ส.
– ระยะเวลาโครงการเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 – 31 พฤษภาคม 2566

อนึ่งผลการดำเนินโครงการในปี 2563/64 ได้จ่ายเงินชดเชยส่วนต่างทั้งสิ้น 9 งวด โอนเงินชดเชยให้เกษตรกรแล้ว 436,817 ครัวเรือน รวม 3,057 ล้านบาท สิ้นสุดการจ่ายเงินงวดสุดท้ายพฤศจิกายนนี้

นอกจากนั้นแล้ว ที่ประชุมครม. ในวันนี้ยังเห็นชอบให้สิทธิเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังที่ยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการประกันรายได้ฯ ปี 2562/63 คือ กลุ่มที่แจ้งปลูกตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 – 31 มีนาคม 2563 จำนวน 8.41 หมื่นครัวเรือน ให้ได้สิทธิเข้าร่วมโครงการประกันรายได้ฯ ปี 2563/64

ทั้งนี้เนื่องจากการปลูกมันสำปะหลังจะต้องใช้เวลาประมาณ 8-12 เดือน ทำให้เกษตรกรบางส่วนที่เริ่มปลูกช้าและใช้เวลาปลูกนาน ไม่สามารถรับสิทธิโครงการได้ทัน โดยค่าใช้จ่ายในการชดเชยส่วนต่างกลุ่มดังกล่าวนี้ ยังคงภายใต้กรอบวงเงินโครงการเดิม ตามมติ ครม. (18 ส.ค.2563)

สำหรับมาตรการคู่ขนาน 4 โครงการ ประกอบด้วย

1. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลัง ปี 2564/65 วงเงินสินเชื่อ 690 ล้านบาท
วงเงินจ่ายขาดชดเชยดอกเบี้ย 41.40 ล้านบาท

2. โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปี 2564/65
วงเงิน 500 ล้านบาท

3. โครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต๊อกมันสำปะหลัง ปี 2564/65
วงเงินสินเชื่อ 15,000 ล้านบาท วงเงินจ่ายขาดชดเชยดอกเบี้ย 225 ล้านบาท

4. โครงการเพิ่มศักยภาพการแปรรูปมันสำปะหลัง ปี 2564/65
วงเงิน 10 ล้านบาท

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

ครม.อนุมัติ ประกันรายได้ ข้าว มัน ข้าวโพด ปี 3

ครม.อนุมัติ ประกันรายได้ ข้าว มัน ข้าวโพด ปี 3

26th Oct 2021 General Information

ข่าวดี ครม. เคาะประกันรายได้มันสำปะหลัง-ข้าวโพด ปี 3 บวกมาตรการคู่ขนาน พร้อมเร่งรัดประกันรายได้ข้าว สร้างความมั่นใจทั้งระบบ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ประกันรายได้ ปี 3 ได้ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไปแล้ววันนี้ (25 ตุลาคม) ทั้ง 3 ตัว ก็คือ 1. ข้าว โดยจะประกอบด้วย ข้าว 5 ชนิด วงเงิน 18,000 ล้านบาท 2. มันสำปะหลัง วงเงิน 7,100 ล้านบาท และ 3.ข้าวโพด วงเงิน 1,900 ล้าน รวมทั้งหมดที่ประชุมเห็นชอบอนุมัติไป 27,000 ล้านบาท ซึ่งหลักการเป็นไปอย่างเดียวกับประกันรายได้ข้าว มันสำปะหลัง และข้าวโพด แบบปีที่ 1 ปีที่ 2 ทุกประการ โดยปีนี้ถือเป็นปีที่ 3

สำหรับ มันสำปะหลัง และข้าวโพด ขณะนี้ถือว่ามีราคาดี และมีราคาเกินรายได้ที่ประกัน อย่างมันสำปะหลัง วานนี้ (24ตุลาคม) มีราคา กก.ละ 2.70 บาท ซึ่งประกันรายได้ที่ 2.50 บาท ถือว่ามีราคาสูงกว่ารายได้ที่ประกันไว้ ส่วนข้าวโพดประกันรายได้ กก.ละ 8.50 บาท ขณะนี้มีราคา 9-10 บาท ถือว่าราคาสูงกว่ารายได้ที่ประกัน ยกเว้นข้าวที่มีราคาหย่อนลงมา

เพราะอาจจะยังเกิดความไม่มั่นใจในเรื่องนโยบายว่าจะมีประกันรายได้หรือไม่ และจะมีมาตรการคู่ขนานที่จะมาช่วยสนับสนุนให้เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ สามารถที่จะรวบรวมข้าว และเก็บสต็อกข้าวไว้จะได้เงินช่วยเหลือตันละ 1,500 บาทหรือไม่ เพราะฉะนั้นวันนี้เมื่อที่ประชุมเห็นชอบชัดเจนแล้ว ก็สามารถเก็บรวมรวมข้าวได้และยังไม่จำเป็นต้องนำข้าวออกมาขายในยามที่ราคายังไม่ดี ซึ่งจะช่วยดึงราคาในตลาดให้สูงขึ้นได้

ขณะเดียวกันโรงสีที่ยังไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือดอกเบี้ยร้อยละ 3 หากรับซื้อข้าวเพื่อมาเก็บสต็อกไว้หรือไม่ วันนี้ก็ชัดเจนแล้ว และมีมติแล้ว เพราะฉะนั้นโรงสีก็จะได้รับความช่วยเหลือเรื่องภาระดอกเบี้ย 3% ทำให้สามารถรับซื้อจากเกษตรกรได้ในราคาที่ดีขึ้น และเก็บสต็อกไว้ได้ ซึ่งก็จะมีส่วนช่วยดึงราคาข้าวในตลาดให้ดีขึ้นจากมติ ครม.วันนี้ (25 ตุลาคม)

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

​“จุรินทร์” ประกาศยุทธศาสตร์มันปี 64-67 ดันไทยผู้นำการผลิตการค้าอันดับ 1 ของโลก

​“จุรินทร์” ประกาศยุทธศาสตร์มันปี 64-67 ดันไทยผู้นำการผลิตการค้าอันดับ 1 ของโลก

25th Oct 2021 General Information

“จุรินทร์” ประกาศยุทธศาสตร์มันสำปะหลังไทยปี 64-67 ดันไทยเป็นผู้นำด้านการผลิตและการค้ามันสำปะหลังคุณภาพอันดับ 1 ของโลก เล็งเพิ่มมูลค่าส่งออกอย่างน้อยปีละ 3% ดันราคาให้มีเสถียรภาพ ช่วยเกษตรกรเข้าถึงต้นพันธุ์ต้านโรค เชื้อแป้งสูง เพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร พร้อมวางมาตรการขับเคลื่อนด้านการผลิต การตลาดในประเทศ และต่างประเทศ เตรียมจัดงานมันสำปะหลังโลกไตรมาสแรกปี 65 วางแผนแก้ปัญหาส่งออกแป้งมันไปจีนล่วงหน้า

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับสมาคมที่เกี่ยวข้องกับมันสำปะหลัง ที่โรงแรม เดอะ กรีนเนอรี่ รีสอร์ท เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา (24 ต.ค. 64) ว่า ขณะนี้คณะกรรมการมันสำปะหลังแห่งชาติได้กำหนดยุทธศาสตร์มันสำปะหลังไทย และมีผลบังคับใช้ในช่วงเดือนส.ค.2564 โดยยุทธศาสตร์มันสำปะหลังไทย มีวิสัยทัศน์สำคัญ คือ ให้ประเทศไทยเป็นผู้นำทางด้านการผลิตและการค้ามันสำปะหลังคุณภาพอันดับหนึ่งของโลกอย่างต่อเนื่อง โดยมีอายุ 4 ปี ตั้งแต่ปี 2564-67 มีเป้าหมายสำคัญ คือ 1.สร้างมูลค่าการส่งออกให้เพิ่มขึ้นอย่างน้อยปีละ 3% ทุกปีต่อเนื่อง 2.จะดำเนินการให้ราคามันสำปะหลังของเกษตรกรในประเทศมีเสถียรภาพ และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย 3.จะดำเนินการให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงต้นพันธุ์ที่ต้านทานโรค เชื้อแป้งสูงและสามารถเพิ่มผลผลิตต่อไร่ในปี 2567 ไม่ต่ำกว่า 5 ตันต่อไร่

ทั้งนี้ การไปสู่เป้าหมาย มีมาตรการ 3 ด้านที่จะช่วยขับเคลื่อน ได้แก่ 1.ด้านการผลิต ประกอบด้วย 4 มาตรการ คือ 1.การพัฒนาพันธุ์ เพื่อนำไปสู่พันธุ์ต้านทานโรคใบด่าง เชื้อแป้งสูงและผลผลิตต่อไร่สูง 2.ลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตต่อไร่ จากปัจจุบันประมาณ 3.6 ตันต่อไร่ เป็นไม่ต่ำกว่า 5 ตันต่อไร่ในปี 2567 3.พัฒนาคุณภาพมันสำปะหลังไทยตามความต้องการของตลาดโดยใช้ “ตลาดนำการผลิต” 4.สร้างกลุ่มและรวมกลุ่ม เพื่อสร้างอำนาจต่อรองกับประเทศผู้ซื้อ

2.ด้านตลาดในประเทศ จะดำเนินการโดย 1.รักษาสมดุลด้านเสถียรภาพของราคาสำหรับตลาดในประเทศ 2.ส่งเสริมการขายมันสำปะหลัง หรือผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังผ่านช่องทางตลาดที่มีความหลากหลาย 3.ส่งเสริมการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม

3.ด้านตลาดต่างประเทศหรือการส่งออก จะดำเนินการ 1.ขยายตลาดการส่งออกมันสำปะหลังไทยไปหลากหลายประเทศมากขึ้น แทนที่จะพึ่งพาตลาดจีนเพียงอย่างเดียว 2.ส่งเสริมการส่งออกสินค้ามูลค่าเพิ่ม จากผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังด้วยการแปรรูปและใช้นวัตกรรมมากขึ้น 3.เพิ่มอำนาจต่อรองทางการค้า เช่น การรวมกลุ่มประเทศผู้ผลิต ผู้ส่งออกทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าด้วยกัน เพื่อเสริมอำนาจการต่อรองกับผู้ซื้อ เป็นต้น

นายจุรินทร์กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้ตกลงร่วมกันที่จะจัดงานมันสำปะหลังโลก หรือ World Tapioca Conference ที่ จ.นครราชสีมา ช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 แต่ติดขัดในเรื่องของงบประมาณ เพราะกรรมาธิการของสภาได้ตัดงบออก แต่กรมการค้าต่างประเทศรับที่จะไปดำเนินการประสานงานทุกวิถีทาง เพื่อให้จัดงานนี้ขึ้นมาให้ได้ เพราะ จ.นครราชสีมา ถือเป็นเมืองหลวงของมันสำปะหลังของประเทศ และเรามีประสบการณ์ในการจัดงานมันสำปะหลังโลกมาแล้ว ถึงไม่ควรปล่อยให้โควิด-19 เป็นอุปสรรค

ส่วนกรณีปัญหาทางการจีนอาจกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ส่งออกแป้งมันสำปะหลังไทย ต้องขึ้นทะเบียนก่อนในเดือนต.ค.2564 จึงจะสามารถส่งออกแป้งมันสำปะหลังไปยังจีนได้ ซึ่งข้อมูลยังขาดความชัดเจน แต่ข่าวที่ปรากฏเบื้องต้นผู้ประกอบการส่งออกแป้งมันจะต้องไปจดทะเบียน เพื่อป้องกันปัญหา จึงให้กรมการค้าต่างประเทศนำรายชื่อผู้ส่งออกแป้งมันไทยที่ขึ้นทะเบียนแล้ว 171 บริษัท โดยจะยื่นขอขึ้นทะเบียนไว้กับกรมวิชาการเกษตรไปพลางก่อน และให้ถือว่าภาคเอกชนได้ยื่นขอขึ้นทะเบียนแล้วเพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา

นอกจากนี้ สภาเกษตรกรแห่งชาติเสนอให้สามารถหาท่อนพันธุ์คุณภาพจากแหล่งต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อนำมาปลูกในฤดูการผลิตต่อไป โดยได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นตัวกลางนัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกษตรกรสามารถหาท่อนพันธุ์มาปลูกในฤดูกาลต่อไปได้

ส่วนประเด็นอื่น ๆ ได้ตกลงร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์ จ.นครราชสีมา และภาคเอกชน จัดงาน Virtual Inter Trade Fair นครชัยบุรินทร์ 4 จังหวัด ประกอบด้วยนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2565 เพื่อส่งเสริมการค้าและเศรษฐกิจของ 4 จังหวัดเป็นการเฉพาะ โดยกระทรวงพาณิชย์เป็นแม่งาน และจะร่วมกันจัดงาน Mini Expo วันที่ 15-19 ธ.ค.2564 เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจการค้าของ จ.นครราชสีมา

ที่มา : Commerce News Agency (CNA)

“พาณิชย์”เตือนผู้ประกอบการมันเข้มงวด กันโควิด-19 ปนเปื้อน ในกระบวนการส่งออก

“พาณิชย์”เตือนผู้ประกอบการมันเข้มงวด กันโควิด-19 ปนเปื้อน ในกระบวนการส่งออก

02nd Sep 2021 General Information

กรมการค้าต่างประเทศเตือนผู้ประกอบการมันสำปะหลัง ที่ส่งสินค้าไปจีน ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันการปนเปื้อนโควิด-19 ในกระบวนการส่งออก หลังได้รับแจ้งข้อกังวลจากภาคเอกชน หากไม่มีใบรับรองอาจถูกปฏิเสธให้เรือเทียบท่าได้

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ขอแจ้งเตือนผู้ประกอบการเดินเรือระหว่างประเทศที่ขนส่งมันสำปะหลังจากไทยไปจีน ควรมีมาตรการรองรับ เพื่อให้ประเทศปลายทางมั่นใจได้ว่าพนักงานบนเรือของตนปราศจากเชื้อโควิด-19 เพื่อให้การขนส่งสินค้าระหว่างกันเป็นไปอย่างราบรื่นและต่อเนื่อง หลังจากที่ได้รับแจ้งข้อกังวลของภาคเอกชนเกี่ยวกับการเพิ่มความเข้มงวดการปนเปื้อนเชื้อโควิด-19 ณ ท่าเรือปลายทางของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรือใหญ่เดินทะเลที่ขนส่งสินค้ามันสำปะหลังจากไทยไปจีน ที่ไม่มีใบรับรองการตรวจโควิด-19 อาจถูกปฏิเสธให้เรือเทียบท่าเพื่อขนถ่ายสินค้า ณ ท่าเรือปลายทางของจีนได้

ทั้งนี้ ในการป้องกันปัญหาดังกล่าว กรมฯ ได้ประสานภาคเอกชน หากพบการติดเชื้อของพนักงานที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่การผลิต ให้เร่งคัดแยกผู้ติดเชื้อออก และดำเนินการภายใต้มาตรการบับเบิลแอนด์ซีล (Bubble and Seal) โดยเคร่งครัด รวมทั้งให้พนักงานมีการตรวจสอบการติดเชื้อโดยวิธี ATK (Antigen Test Kit) เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเจ้าหน้าทีที่เกี่ยวข้องในกระบวนการส่งออกจะปลอดจากเชื้อโควิด-19 เพราะในภาวะวิกฤตเช่นนี้ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกสินค้าเกษตรต้องเพิ่มความเข้มงวดการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโควิด-19 ในทุกขั้นตอนของกระบวนการส่งออก

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเรือใหญ่เดินทะเลที่ลูกค้าปลายทางเป็นผู้จัดหามาเองนั้น กรมฯ แนะนำให้ผู้ประกอบการเดินเรือระหว่างประเทศมีมาตรการรองรับ เพื่อให้ประเทศปลายทางมั่นใจได้ว่าพนักงานบนเรือปราศจากการติดเชื้อโควิด-19 ในการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังทุกตลาดทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดจีน เพื่อป้องกันการถูกปฏิเสธการเทียบท่า ณ เมืองปลายทาง

ทั้งนี้ ในช่วง 7 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-ก.ค.) ไทยส่งออกสินค้ามันสำปะหลังรวม 6.361 ล้านตัน มูลค่า 2,330.66 ล้านเหรียญสหรัฐ ปริมาณและมูลค่าเพิ่มขึ้น 43% และ 48% ตามลำดับ เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีปริมาณส่งออกรวม 4.441 ล้านตัน มูลค่า 1,573.38 ล้านเหรียญสหรัฐ

ที่มา : Commerce News Agency

ครม. อนุมัติงบฯกว่า 1.3 พันลบ. เพิ่มประสิทธิภาพกำจัดโรคใบด่างมันสำปะหลังทุกพื้นที่

ครม. อนุมัติงบฯกว่า 1.3 พันลบ. เพิ่มประสิทธิภาพกำจัดโรคใบด่างมันสำปะหลังทุกพื้นที่

27th May 2021 General Information

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลังแบบครอบคลุมพื้นที่ วงเงิน 1,329.22 ล้านบาท ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ โครงการนี้ได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายครอบคลุมพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังทุกจังหวัด มีระยะเวลาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 – กันยายน 2564

โดยดำเนินการผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น

1) กำจัดต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรคใบด่าง และจ่ายค่าทำลายต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรคในอัตราไร่ละ 2,160 บาท

2) ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พันธุ์มันสำปะหลังสะอาด และทนทานโรคใบด่าง โดยการสนับสนุนท่อนพันธุ์ 500 ลำต่อไร่

3) ใช้มาตรการทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ.2507 ในกรณีเกษตรกรไม่ยินยอมให้ทำลายต้นมันสำปะหลังที่ติดโรค เพื่อกำจัดต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรคในทุกพื้นที่และตัดวงจรการระบาดของโรค

ในส่วนของงบประมาณโครงการจำนวน 1,329.22 ล้านบาท ให้กรมส่งเสริมการเกษตรเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 1,264.20 ล้านบาท แบ่งเป็น (1) ค่าชดเชยการทำลายต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรค (2,160 บาท/ไร่) จำนวน 864 ล้านบาท (2) ค่าส่งเสริมการปลูกมันสำปะหลังพันธุ์ที่ทนทานจำนวน 400 ล้านบาท (3) ค่าธรรมเนียมการโอนเงินของ ธ.ก.ส. (5 บาท/ราย) จำนวน 200,000 บาท ส่วนงบดำเนินงาน จำนวน 65.02 ล้านบาท เป็นค่าบริหารจัดการโครงการ เช่น การสำรวจต้นมันสำปะหลังเป็นโรค การสร้างการรับรู้โครงการ เป็นต้น ให้ปรับจากแผนการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ของกรมส่งเสริมการเกษตรกร

น.ส.รัชดา กล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดมาตรการบังคับใช้ตาม พ.ร.บ.กักพืช พ.ศ.2507 ควบคู่กับการดำเนินโครงการ เช่น กำหนดให้ท้องที่เป็นเขตควบคุมศัตรูพืช กำหนดสถานตรวจพืชเฉพาะถิ่นขึ้น ห้ามมิให้บุคคลใดนำพืช ศัตรูพืช พาหะ ออกไปนอกหรือนำเข้ามาในเขตควบคุมศัตรูพืช รวมถึงกำหนดหลักเกณฑ์ ขั้นตอน วิธีการ และเงื่อนไขการจ่ายเงินให้ถูกต้องครบถ้วน ก่อนขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณ

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

“คต. แนะเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ร่อนดินทรายก่อนจำหน่าย ลดข้ออ้าง กดราคารับซื้อ”

“คต. แนะเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ร่อนดินทรายก่อนจำหน่าย ลดข้ออ้าง กดราคารับซื้อ”

02nd Apr 2021 General Information

กรมการค้าต่างประเทศแนะเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังร่อนดินทรายก่อนจำหน่าย โดยเฉพาะช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากและเป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ ไม่ถูกใช้เป็นข้ออ้างกดราคารับซื้อ สร้างรายได้เพิ่มขึ้น

นายธัชชญาน์พล อภิมนต์เตชบุตร รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่ากรมฯ ได้ติดตามสถานการณ์การค้าและการผลิตมันสำปะหลังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเดือนมกราคม-มีนาคมของทุกปี เป็นช่วงที่ผลผลิตมันสำปะหลังจำนวนมากออกสู่ตลาดและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับมันสำปะหลังมีความต้องการสูง ลดปัญหาผู้ซื้อในต่างประเทศใช้เรื่องการเจือปนดินทรายเป็นข้ออ้างกดราคารับซื้อจากเกษตรกร จึงขอให้เกษตรกรร่อนดินทรายออกจากหัวมันฯ ก่อนที่จะจำหน่าย สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่ได้มาตรฐานคุณภาพสูง ตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อในอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) “รักษาตลาดเดิม ฟื้นฟูตลาดเก่า ขยายตลาดใหม่” ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 กรมฯ ได้จัดทำสื่อความรู้เผยแพร่คุณประโยชน์ของสินค้ามันสำปะหลังเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เป็นการขยายโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการ รวมถึงประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อสินค้ามันสำปะหลังไทย ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดคลิปวิดีโอผ่านเว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ www.dft.go.th (หัวข้อมัลติมีเดีย)

รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าวปิดท้ายว่า หากพบเห็นการนำเข้าส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่ไม่ได้คุณภาพมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด อาทิ ความชื้นสูง มีสิ่งปลอมปน สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1385 กรมการค้าต่างประเทศ เพื่อร่วมกันเป็นหูเป็นตาให้อุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยเติบโตอย่างมีเสถียรภาพต่อไป

ที่มา : กรมการค้าต่างประเทศ

ปริมาณการใช้มันสำปะหลังในการผลิตเอทานอล

ปริมาณการใช้มันสำปะหลังในการผลิตเอทานอล

21st Jan 2021 General Information

ปริมาณการใช้มันสำปะหลัง (มันสด) ในการผลิตเอทานอล ปี 2563 และ ปี 2564

During the meeting hosted by Department of Internal Trade, Ministry of Commerce on Jan 7, 2021 between 4 Tapioca Association and The Tapioca Ethanol Association who informed the meeting that this year, ethanol factories will use more tapioca to produce ethanol due to the shortage of molasses, from 3 million to 5 million tons of tapioca roots

แข่งตัดราคามันเส้นไปจีน กดหัวมันเหลือ1.90บาท/กก.

แข่งตัดราคามันเส้นไปจีน กดหัวมันเหลือ1.90บาท/กก.

18th Jan 2021 General Information

ออร์เดอร์มันเส้นไปจีนส่งมอบไตรมาสแรกปี 64 ทะลัก ลานมันเปิดศึกขายตัดราคาแย่งลูกค้า หวั่นชวดโอกาสทองดันราคาส่งออก กดหัวมันในประเทศวูบเหลือ 1.90-2.40 บาทต่อกก.

มันสำปะหลังหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญ รัฐบาลมีโครงการประกันรายได้มันสำปะหลังปีนี้เป็นปีที่ 2 วงเงินงบประมาณ 9,788 ล้านบาท มีเกษตรกรลงทะเบียนเข้าร่วม 5.24 แสนครัวเรือน โดยต้องเริ่มเพาะปลูกตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 ถึง31 มีนาคม 2564 ราคาประกันที่ 2.50 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) เวลานี้ราคาหัวมันสดที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยที่ 1.90-2.40 บาทต่อกก. (แล้วแต่พื้นที่) ซึ่งหมายถึงรัฐยังต้องแบกรับภาระชดเชยส่วนต่างราคาต่อไป ส่วนหนึ่งเป็นผลจากผู้ส่งออกขายตัดราคามันเส้นไปยังตลาดจีน นายบุญชัย ศรีชัยยงพานิช นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ขณะนี้มีคำสั่งซื้อมันเส้นจากจีนเพื่อนำไปผลิตเป็นแอลกอฮอล์ทดแทนข้าวโพดในจีนที่มีราคาสูงเพิ่มขึ้น โดยไตรมาสแรกปี 2564 มีคำสั่งซื้อเข้ามาเฉลี่ย 3 แสนตันต่อเดือน จากช่วงเดียวกันปีที่แล้วเฉลี่ย 8-9 หมื่นตันต่อเดือน แต่เวลานี้ราคาส่งออกเริ่มลดลงจากมีการขายตัดราคาของผู้ค้าในประเทศด้วยกันเอง เทียบราคาเมื่อเดือนธันวาคม 2563 ราคาส่งออกเอฟโอบีอยู่ที่ 270 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน ช่วงนี้เหลือ 240 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน (ลดลง 30 ดอลลาร์หรือประมาณ 900 บาทต่อตัน)

“เรื่องดังกล่าว 4 สมาคมที่เกี่ยวข้องกับการค้ามันฯ คงต้องมาหารือกันเพื่อกำหนดเพดาน หรือราคาขั้นตํ่าในการส่งออก จากที่เคยมีการกำหนดเพดานราคาเมื่อหลายปีก่อนเพื่อป้องกันผลกระทบต่อราคาหัวมันสดของเกษตรกร รวมถึงเสียโอกาสด้านราคาส่งออก อย่างไรก็ดีหากไม่มีอะไรผิดพลาดคาดปีนี้ไทยจะส่งออกมันเส้นได้ไม่ตํ่ากว่า 4-5 ล้านตัน จากปีที่แล้วส่งออกได้ประมาณ 3 ล้านตันจากขาดแคลนวัตถุดิบหัวมันสด ซึ่งเป็นผลกระทบจากภัยแล้งและโรคใบด่าง แต่ปีนี้สถานการณ์นํ้าท่าดีกว่าปีที่ผ่านมา คาดผลผลิตหัวมันสดน่าจะไม่ตํ่ากว่า 28 ล้านตันช่วยเพิ่มโอกาสในการส่งออก และคำสั่งซื้อน่าจะดีตลอดทั้งปี และน่าเป็นอีกหนึ่งปีทอง แต่ขออย่างเดียวผู้ค้าอย่าขายตัดราคากัน”

จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร ในปี 2562 ไทยมีการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังทุกชนิดปริมาณ 6.60 ล้านตัน มูลค่า 80,972 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการส่งออกมันเส้น 2.40 ล้านตัน มูลค่า 16,282 ล้านบาท แป้งมันสำปะหลัง 2.83 ล้านตัน มูลค่า 38,547 ล้านบาท ที่เหลือเป็นผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังอื่น ๆ

ส่วนช่วง 11 เดือนแรกปี 2563 ไทยส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังทุกชนิดปริมาณ 6.42 ล้านตัน มูลค่า 74,767 ล้านบาท (-1.5%) ในจำนวนนี้เป็นการส่งออกมันเส้น 2.72 ล้านตัน มูลค่า 18,711 ล้านบาท แป้งมันสำปะหลัง 2.51 ล้านตัน มุลค่า 32,604 ล้านบาท ที่เหลือเป็นผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังอื่นๆ โดยตลาดส่งออกหลัก 5 อันดับแรกได้แก่ จีน (สัดส่วน 60%) และญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา ตามลำดับ

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

​“พาณิชย์”เอาจริง จับลานมันเอาเปรียบเกษตรกร ไม่วัดเปอร์เซ็นต์แป้ง เครื่องชั่งหมดอายุ

​“พาณิชย์”เอาจริง จับลานมันเอาเปรียบเกษตรกร ไม่วัดเปอร์เซ็นต์แป้ง เครื่องชั่งหมดอายุ

03rd Dec 2020 General Information

กรมการค้าภายในส่งทีมตรวจสอบการรับซื้อหัวมันสดจากเกษตรกร ป้องกันลานมัน โรงแป้ง เอาเปรียบ พบลานมันที่สระแก้ว ไม่มีการวัดเปอร์เซ็นต์แป้งก่อนรับซื้อ สั่งเปรียบเทียบปรับและส่งดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว และพบเครื่องชั่งสิ้นอายุคำรับรองอีกรายที่สุรินทร์ สั่งปรับแล้วเช่นเดียวกัน ย้ำผู้ประกอบการต้องวัดเปอร์เซ็นต์แป้ง ติดป้ายราคาให้ชัด ส่วนเกษตรกรต้องเก็บเกี่ยวผลผลิตตามอายุ ตรวจสอบการจำหน่าย หากพบถูกเอาเปรียบ ให้รีบแจ้ง 1569

นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ ได้มอบหมายให้กองตรวจสอบและปฏิบัติการ ศูนย์และสำนักงานสาขาชั่งตวงวัด ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรวจสอบการรับซื้อหัวมันสำปะหลังในแหล่งผลิตสำคัญของผู้ประกอบการลานมัน และโรงงานแป้งมันจำนวน 150 แห่ง ใน 56 จังหวัด ตรวจสอบเครื่องชั่งรถยนต์ 165 เครื่อง และตรวจเครื่องวัดเปอร์เซ็นต์แป้งในหัวมันสำปะหลัง 119 เครื่อง เพื่อดูแลเกษตรกรที่นำผลผลิตมาจำหน่ายให้ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อขาย และไม่โดนเอารัดเอาเปรียบ

ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบ พบพฤติกรรมการรับซื้อของผู้ประกอบการลานมันในพื้นที่จังหวัดสระแก้วรายหนึ่ง ไม่มีการวัดเปอร์เซ็นต์แป้งก่อนการรับซื้อ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.มาตราชั่งตวงวัด ซึ่งได้มีการเปรียบเทียบปรับ และยังได้ดำเนินคดีกรณีไม่ปฏิบัติตามประกาศ กกร. มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และได้นำตัวผู้กระทำความผิด ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว
ส่วนผลการตรวจเครื่องชั่งรถยนต์ พบเครื่องชั่งที่สิ้นอายุคำรับรองไปแล้ว 1 ราย ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เจ้าหน้าที่ชั่งตวงวัดได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และการตรวจเครื่องวัดเปอร์เซ็นต์แป้งในหัวมันสำปะหลัง พบว่าเครื่องถูกต้องทั้งหมด

“ได้กำชับให้ผู้ประกอบการที่รับซื้อหัวมันจากเกษตรกร ให้มีการตรวจวัดเปอร์เซ็นต์แป้งและติดป้ายแสดงราคารับซื้ออย่างชัดเจน ส่วนเกษตรกรขอให้เก็บเกี่ยวผลผลิตตามอายุ โดยตัดเหง้า เอาดินออก เพื่อจะได้ไม่ถูกหักสิ่งเจือปน และควรจะตรวจสอบการจำหน่ายเพื่อรักษาสิทธิ์ของตัวเองด้วย หรือหากพบเห็นการเอาเปรียบ ให้รีบแจ้งสายด่วน 1569 หรือที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด”นายวัฒนศักย์กล่าว

สำหรับโครงการประกันรายได้มันสำปะหลังปีที่ 2 คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิง ได้เห็นชอบการกำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2563/64 งวดที่ 1 ซึ่งเป็นงวดแรก ราคากิโลกรัมละ 2.24 บาท มีส่วนต่างที่กับราคาหัวมันสำปะหลังสดที่รัฐบาลประกันไว้ที่ 2.50 บาท ทำให้มีส่วนต่างชดเชยอยู่ที่ 0.26 บาท ซึ่งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้โอนเงินให้เกษตรกรตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2563 ที่ผ่านมา หากเกษตรกรรายใด ยังไม่ได้รับเงินส่วนต่าง สามารถแจ้งที่ ธ.ก.ส. ใกล้บ้าน สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ หรือสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569

ชมภาพการตรวจสอบ

ที่มา : Commerce News Agency