เริ่มแล้ว!! พันธุ์มันสำปะหลังต้านทานโรคใบด่าง กรมส่งเสริมการเกษตร เร่งเพาะขยายกล้า เป้า 2.4 แสนต้น ภายใน 3 เดือน

เริ่มแล้ว!! พันธุ์มันสำปะหลังต้านทานโรคใบด่าง กรมส่งเสริมการเกษตร เร่งเพาะขยายกล้า เป้า 2.4 แสนต้น ภายใน 3 เดือน

13th May 2024 General Information

นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับหน่วยงานภาคีในการขับเคลื่อนแก้ไขผลกระทบของเกษตรกรจากโรคใบด่างมันสำปะหลัง ซึ่งพบการแพร่ระบาดมาตั้งแต่ ปี 2561 โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้ให้ความรู้แก่เกษตรกรและแนะนำวิธีการป้องกันกำจัดตาม มาตรการป้องกัน กำจัด โรคใบด่างมันสำปะหลังมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้สนับสนุนท่อนพันธุ์มันสำปะหลังทนทานต่อโรคใบด่าง ได้แก่ เกษตรศาสตร์ 50 ห้วยบง 60 และระยอง 72 เพื่อลดความรุนแรงของโรคและผลกระทบต่อปริมาณของผลผลิตอันเป็นเหตุให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทนน้อยลงจากเดิม

ล่าสุด กรมส่งเสริมการเกษตรประสานงานและได้รับความร่วมมือจากมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (TTDI) สนับสนุนท่อนพันธุ์มันสำปะหลังต้านทานโรคใบด่าง ได้แก่ พันธุ์อิทธิ 1 อิทธิ 2 และอิทธิ 3 รวมจำนวน 15,000 ลำ ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรกำลังเร่งเดินหน้าผลิตขยายเป็นต้นกล้ามันสำปะหลังสะอาดพันธุ์ต้านทานโรคใบด่าง โดยมีแผนดำเนินการภายในระยะเวลา 3 เดือน เพื่อผลิตต้นกล้าให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ จำนวน 240,000 ต้น จากนั้นจะนำต้นกล้าไปปลูกเพื่อขยายพันธุ์ในพื้นที่ของศูนย์ขยายพันธุ์พืชทั้ง 8 ศูนย์ของกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นเวลา 10 เดือน เพื่อให้ได้ต้นพันธุ์ที่พร้อมเป็นพันธุ์ตั้งต้นสำหรับใช้เพิ่มปริมาณต้นกล้าในปี 2568 ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตร เตรียมแผนประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคี โดยเฉพาะหน่วยงานภาคการศึกษาที่มีเครื่องมือและพื้นที่ในการผลิตขยายพันธุ์มันสำปะหลังต้านทานโรคที่มีประสิทธิภาพ โดยจะร่วมกันผลิตท่อนพันธุ์มันสำปะหลังต้านทานโรคใบด่างตามเป้าหมาย 15 ล้านท่อนในปี 2569 เพื่อให้เพียงพอสำหรับสนับสนุนให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดกว่า 9 ล้านไร่

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมส่งเสริมการเกษตรแจ้งเตือนให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศ ใช้ท่อนพันธุ์สะอาด ปลอดโรค และทราบแหล่งที่มาของท่อนพันธุ์ ชัดเจน ไม่ควรปลูกพันธุ์อ่อนแอต่อโรคใบด่างมันสำปะหลัง ได้แก่ ระยอง 11 และ CMR 43-08-89 สำหรับเกษตรกรที่ปลูกพันธุ์อ่อนแอแนะนำให้ปรับเปลี่ยนมาใช้พันธุ์ทนทานต่อโรคใบด่าง ได้แก่ เกษตรศาสตร์ 50 ห้วยบง 60 และระยอง 72 เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดขของโรคใบด่างมันสำปะหลัง และเตรียมความพร้อมที่จะเข้าร่วมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลัง ที่หน่วยงานภาครัฐจะสนับสนุนท่อนพันธุ์มันสำปะหลังต้านทานโรคใบด่าง ตลอดจนสิทธิประโยชน์ในการส่งเสริมและช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะปลูกมันสำปะหลังที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรในรอบระยะเวลาที่ร่วมโครงการต่อไป ทั้งนี้ หากเกษตรกรต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน

ที่มา : ThaiPR.net

เริ่มแล้ว!! พันธุ์มันสำปะหลังต้านทานโรคใบด่าง กรมส่งเสริมการเกษตร เร่งเพาะขยายกล้า เป้า 2.4 แสนต้น ภายใน 3 เดือน

เริ่มแล้ว!! พันธุ์มันสำปะหลังต้านทานโรคใบด่าง กรมส่งเสริมการเกษตร เร่งเพาะขยายกล้า เป้า 2.4 แสนต้น ภายใน 3 เดือน

13th May 2024 General Information

นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับหน่วยงานภาคีในการขับเคลื่อนแก้ไขผลกระทบของเกษตรกรจากโรคใบด่างมันสำปะหลัง ซึ่งพบการแพร่ระบาดมาตั้งแต่ ปี 2561 โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้ให้ความรู้แก่เกษตรกรและแนะนำวิธีการป้องกันกำจัดตาม มาตรการป้องกัน กำจัด โรคใบด่างมันสำปะหลังมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้สนับสนุนท่อนพันธุ์มันสำปะหลังทนทานต่อโรคใบด่าง ได้แก่ เกษตรศาสตร์ 50 ห้วยบง 60 และระยอง 72 เพื่อลดความรุนแรงของโรคและผลกระทบต่อปริมาณของผลผลิตอันเป็นเหตุให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทนน้อยลงจากเดิม

ล่าสุด กรมส่งเสริมการเกษตร ประสานงานและได้รับความร่วมมือจากมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (TTDI) สนับสนุนท่อนพันธุ์มันสำปะหลังต้านทานโรคใบด่าง ได้แก่ พันธุ์อิทธิ 1 อิทธิ 2 และอิทธิ 3 รวมจำนวน 15,000 ลำ ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรกำลังเร่งเดินหน้าผลิตขยายเป็นต้นกล้ามันสำปะหลังสะอาดพันธุ์ต้านทานโรคใบด่าง โดยมีแผนดำเนินการภายในระยะเวลา 3 เดือน เพื่อผลิตต้นกล้าให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ จำนวน 240,000 ต้น จากนั้นจะนำต้นกล้าไปปลูกเพื่อขยายพันธุ์ในพื้นที่ของศูนย์ขยายพันธุ์พืชทั้ง 8 ศูนย์ของกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นเวลา 10 เดือน เพื่อให้ได้ต้นพันธุ์ที่พร้อมเป็นพันธุ์ตั้งต้นสำหรับใช้เพิ่มปริมาณต้นกล้าในปี 2568 ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตร เตรียมแผนประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคี โดยเฉพาะหน่วยงานภาคการศึกษาที่มีเครื่องมือและพื้นที่ในการผลิตขยายพันธุ์มันสำปะหลังต้านทานโรคที่มีประสิทธิภาพ โดยจะร่วมกันผลิตท่อนพันธุ์มันสำปะหลังต้านทานโรคใบด่างตามเป้าหมาย 15 ล้านท่อนในปี 2569 เพื่อให้เพียงพอสำหรับสนับสนุนให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดกว่า 9 ล้านไร่

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมส่งเสริมการเกษตรแจ้งเตือนให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศ ใช้ท่อนพันธุ์สะอาด ปลอดโรค และทราบแหล่งที่มาของท่อนพันธุ์ ชัดเจน ไม่ควรปลูกพันธุ์อ่อนแอต่อโรคใบด่างมันสำปะหลัง ได้แก่ ระยอง 11 และ CMR 43-08-89 สำหรับเกษตรกรที่ปลูกพันธุ์อ่อนแอแนะนำให้ปรับเปลี่ยนมาใช้พันธุ์ทนทานต่อโรคใบด่าง ได้แก่ เกษตรศาสตร์ 50 ห้วยบง 60 และระยอง 72 เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดขของโรคใบด่างมันสำปะหลัง และเตรียมความพร้อมที่จะเข้าร่วมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลัง ที่หน่วยงานภาครัฐจะสนับสนุนท่อนพันธุ์มันสำปะหลังต้านทานโรคใบด่าง ตลอดจนสิทธิประโยชน์ในการส่งเสริมและช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะปลูกมันสำปะหลังที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรในรอบระยะเวลาที่ร่วมโครงการต่อไป ทั้งนี้ หากเกษตรกรต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน

ที่มา : ThaiPR.net

อาลัย กีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เสียชีวิตในวัย 56 ปี

อาลัย กีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เสียชีวิตในวัย 56 ปี

19th Apr 2024 Uncategorized @en

ไว้อาลัยแด่กีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ จากไปอย่างสงบ ด้วยวัย 56 ปี เมื่อ 03.28 น. 19 เม.ย. 2567

วันที่ 19 เมษายน 2567 ประชาชาติธุรกิจ ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของนายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจากไปอย่างสงบ ในวันที่ 19 เม.ย. 2567 เวลา 03.28 น. ด้วยวัย 56 ปี

ประกาศแล้ว! พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ รับ 11,000 บาทต่อเดือน
บังคับใช้แล้ว! หลักเกณฑ์การดำเนินงาน 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว
กีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เสียชีวิต อายุ 56 ปี
หลังจากเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี จากที่มีอาการป่วยวูบและล้มที่บ้านพักในคืนวันที่ 10 เม.ย. 2567 ก่อนส่งตัวไปโรงพยาบาล

ล่าสุด ทางครอบครัวรัชโน แจ้งข้อความระบุว่า พ่อจั่น ได้จากไปแล้วอย่างสงบ ในวันที่ 19 เม.ย. 2567 เวลา 03.28 น.

ก่อนที่พ่อจั่นจะจากไป พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ได้เทศน์นำทางก่อนลมหายใจสุดท้ายผ่านทางโทรศัพท์

“ร่างกายเสมือนเป็นบ้าน บ้านของคุณกีรติตอนนี้กำลังจะผุพัง เราจึงไม่ควรไปห่วงหาอาลัยในบ้านที่กำลังจะพังทลายหลังนี้ เมื่อถึงเวลาที่บ้านพังลงมาแล้วก็ขอให้สละบ้านหลังนี้ เพื่อไปยังบ้านหลังใหม่ที่ดีกว่า บ้านที่สร้างจากคุณงามความดีตลอดชีวิตที่คุณกีรติได้สั่งสมมา“

”คุณกีรติไม่ต้องเป็นห่วงคนในครอบครัว ทั้งคุณแม่ ภรรยา และลูกทั้ง 2 คน ทุกคนจะสามารถอยู่ได้อย่างดีด้วยคุณงามความดีที่คุณกีรติได้ทำไว้ แม้ว่าคุณกีรติจะไม่อยู่แล้ว”

”ตอนนี้คุณกีรติกำลังจะต้องเดินทางไกล สัมภาระอะไรต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องเอาไป ความห่วงใยกังวลใจทั้งหลายก็ทิ้งเอาไว้ ขอให้เอาพระรัตนตรัยเป็นสิ่งนำทางในการเดินทางไกลครั้งนี้ สิ่งที่ติดตัวไปคือความดีและบุญกุศลที่สร้างสมมา“

พ่อจั่นได้อยู่ท่ามกลางครอบครัวอย่างใกล้ชิด
จนลมหายใจสุดท้าย และพ่อจั่นได้เดินทางไปสู่สุคติแล้ว

ส่วนกำหนดการงานศพจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

เปิดประวัติ “กีรติ รัชโน”
สำหรับประวัตินายกีรติ รัชโน เกิดเมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2510 ปัจจุบันอายุ 56 ปี มีชื่อเลนว่า “จั่น”

การศึกษา

จบชั้นประถม โรงเรียนเซนต์คาเบรียล จบชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จบปริญญาตรี คณะรัฐศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาสังคมวิทยา จบปริญญาโท คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สาขาการคลัง สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และจบระดับปริญญาเอก บริหารธุรกิจ ยูไนเต็ด สเตตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ยูนิเวอร์ซิตี้ สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ และการตลาดระหว่างประเทศ

ประสบการณ์การทำงาน
ปัจจุบัน-ปลัดกระทรวงพาณิชย์
พ.ศ. 2564-2565 รองปลัดกระทรวงพาณิชย์
พ.ศ. 2562-2563 อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ
พ.ศ. 2561-2562 ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์
พ.ศ. 2559-2562 รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
พ.ศ. 2556-2559 ผู้อำนวยการกองบริหารการค้าสินค้าทั่วไป กรมการค้าต่างประเทศ
พ.ศ. 2554-2556 ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสินค้าข้อตกลง กรมการค้าต่างประเทศ
พ.ศ. 2553-2554 ผู้อำนวยการกองนโยบายการค้าและพัฒนาระบบบริหาร

ผ่านการอบรม
หลักสูตรนักบริหารระดับสูง : ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และคุณธรรม (นบส.) รุ่น 79
หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการค้าและการพาณิชย์ (TEPCoT) รุ่นที่ 11
หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 63 (วปอ.63)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดที่ได้รับ
– มหาวชิรมงกุฎ
– ประถมาภรณ์ช้างเผือก

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

เตือน “พันธุ์มันสำปะหลังต้านโรคใบด่าง” ปลอมระบาดหนัก ระวังถูก “ย้อมแมว” ขาย

เตือน “พันธุ์มันสำปะหลังต้านโรคใบด่าง” ปลอมระบาดหนัก ระวังถูก “ย้อมแมว” ขาย

11th Apr 2024 General Information

มูลนิธิสถาบันฯ เตือนภัยเกษตรกร “พันธุ์มันสำปะหลังต้านโรคใบด่าง”ปลอมระบาดหนัก ระวังถูก “ย้อมแมว” ขาย ชี้ใครครอบครองพันธุ์เถื่อนให้ทำลายทันที ผวาทำลายอุตสาหกรรมพังทั้งระบบ

รองศาสตราจารย์ ดร.วิจารณ์ วิชชุกิจ กรรมการมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากที่มีสื่อสังคมออนไลน์ ประกาศขายต้นพันธุ์ต้านทานโรคใบด่างมันสำปะหลัง พันธุ์อิทธิ 2 จากเกษตรกรแถวหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งอ้างว่า ได้รับต้นพันธุ์มาจากมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย

มูลนิธิสถาบันฯ ขอแจ้งว่า ข้อความข้างต้นเป็นการหลอกลวง เนื่องจาก 1.มูลนิธิสถาบันฯ เพิ่งกระจายต้นกล้า X20 ของพันธุ์ต้านทานโรคใบด่างมันสำปะหลังให้เกษตรกรที่มีศักยภาพในการดูแลเป็นชุดแรก เมื่อเดือนธันวาคม 2566 โดยต้นกล้า X20 ที่ปลูกลงแปลงแล้วจะมีอายุจนถึงขณะนี้เพียง 4 เดือน ซึ่งตรงกันข้ามกับเกษตรกรหนองบุญมากที่ปลูกพันธุ์ต้านทานที่กล่าวอ้างมาถึง 2 รุ่นแล้ว

“มูลนิธิสถาบันฯ สันนิษฐานว่า ได้มีการลักลอบนำเข้าพันธุ์ต้านทานโรคใบด่างมันสำปะหลัง โดยไม่มีการขออนุญาตและควบคุมตรวจสอบจากกรมวิชาการเกษตร ซึ่งเป็นการละเมิด ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดพืช และพาหะแหล่งที่กำหนดเป็นสิ่งต้องห้าม ข้อยกเว้นและเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2550 ซึ่งกำหนดให้ส่วนหนึ่งส่วนใดของมันสำปะหลังจัดเป็นสิ่งต้องห้ามภายใต้พระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 ดังนั้น ทั้งผู้นำเข้าและผู้ครอบครองต้นพันธุ์ดังกล่าว อาจถูกดำเนินคดีอาญา

อย่างไรก็ดีทางมูลนิธิสถาบันฯ ใคร่ขอความร่วมมือเกษตรกร หรือผู้นำเข้า หรือผู้ครอบครองต้นพันธุ์ ต้านทานโรคใบด่างมันสำปะหลังให้หยุดการขาย และให้ดำเนินการทำลายต้นพันธุ์ดังกล่าวโดยด่วน เพื่อทำลายและกำจัดโรคแมลงศัตรูพืช ที่ติดมากับต้นพันธุ์ ซึ่งอาจทำให้เกิดมหันตภัยร้ายแรงแก่อุตสาหกรรมมันสำปะหลังของประเทศ

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

งานกาล่าดินเนอร์ฉลองการครบรอบ 60 ปีสมาคมฯ

งานกาล่าดินเนอร์ฉลองการครบรอบ 60 ปีสมาคมฯ

25th Mar 2024 Association News

เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีของการก่อตั้งสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมฯ ได้จัดงานกาล่าดินเนอร์ฉลองการครบรอบ 60 ปีสมาคมฯ ซึ่งได้รับเกียรติจากนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานและกล่าวแสดงความยินดี โดยมีนายกสมาคมฯ อดีตนายกสมาคมฯ ที่ปรึกษา คณะกรรมการบริหาร สมาชิกสมาคมฯ ผู้ประกอบค้ามันสำปะหลัง ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างๆ เข้าร่วมงานประมาณ 400 คน เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2567 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ

อุตฯ “มันสำปะหลัง” ระสํ่า คาดผลผลิตต่ำ 19 ล้านตัน จับตาส่งออกวูบหนัก

อุตฯ “มันสำปะหลัง” ระสํ่า คาดผลผลิตต่ำ 19 ล้านตัน จับตาส่งออกวูบหนัก

25th Mar 2024 General Information

มันสำปะหลังขาดตลาดหนัก ผลผลิตปี 67 คาดตํ่ากว่า 19 ล้านตัน ใช้ป้อนโรงแป้งอย่างเดียวยังไม่พอกว่า 1 ล้านตัน นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลัง ลุ้นนำเข้ามันเส้นจากกัมพูชาและลาวเติมส่วนที่ขาดส่งออกแทน ขณะคณะสำรวจมันฯ รายงาน ผลผลิต กัมพูชา-ลาว ไม่ต่างจากไทยของน้อย เสียหายภัยแล้ง
จากผลผลิตหัวมันสำปะหลัง ที่ใช้แปรรูปเพื่อส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทยทั้งมันเส้น มันอัดเม็ด และแป้งมันขาดตลาด ไม่เพียงพอกับความต้องการ ส่งผลให้โรงงานแปรรูปในหลายพื้นที่ประกาศขายกิจการในเวลานี้

นายสุรพงษ์ แสงศิริพงษ์พันธ์ นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงสถานการณ์ส่งออกมันเส้นและมันอัดเม็ดของไทย ในช่วง 2 เดือนแรกปี 2567 มียอดส่งออกรวม 4.3 แสนตัน ปรับลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่ส่งออกได้ กว่า 1.4 ล้านตัน เป็นผลกระทบจาก
1. เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตหัวมันก่อนกำหนด พอถึงฤดูเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค.ก็ไม่มีหัวมันแล้ว
2. ภัยแล้ง ทำให้เกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลังต้นปี 2566 ต้องยืนต้น ตาย และมีการปลูกซํ้าก็ยืนต้นตายเช่นกัน ทำให้ไม่สามารถปลูกได้เช่นทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากขาดนํ้าฝน


3. ปัญหาเรื่องโรคใบด่างมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นโรคพืช ที่รัฐบาลและเอกชนได้พยายามแก้ไขกันอยู่ แต่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ทันเวลา และขยายลุกลามเป็นวงกว้างทั่วประเทศ (ข้อมูลคณะอนุฯโรคใบด่างฯ พบการระบาด 32 จังหวัด มีพื้นที่กว่า 2 แสนไร่) ทำให้ผลผลิตตกตํ่า จากก่อนหน้าที่จะเกิดโรคระบาด ไทยมีผลผลิตเฉลี่ยมากกว่า 30 ล้านตันต่อปี แต่พอเกิดโรคระบาดส่งผลให้ปี 2566 มีผลผลิตน้อยกว่า 26 ล้านตัน และในปี 2567 คาดจะมีผลผลิตตํ่ากว่า 19 ล้านตัน โดยมีเหตุผลสนับสนุนจากที่กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งสถานการณ์เอลนีโญ หรือภัยแล้งจะมาก่อนเวลา

ขณะที่ด้านตลาดส่งออกมี 2 เรื่องที่เป็นปัจจัยสำคัญคือ 1.โรงงานอาหารสัตว์ในจีน ที่ซื้อวัตถุดิบมันสำปะหลังจากไทย ช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนใหม่ ๆ จีนได้หันมาซื้อจากไทยมากขึ้น พอถึงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2565 ปัญหาได้คลี่คลายลงจากที่รัสเซียและทางยุโรปได้มีการเจรจากัน ในการที่จะให้ธัญพืชจากยูเครนเข้าสู่ยุโรปได้และส่งออกไปต่างประเทศได้ ส่งผลให้จีนมีการนำเข้าสินค้าจากยูเครน และบัลแกเรียเข้าไปมากพอสมควร ขณะที่ข้าวโพดที่มีการปลูกในจีนมีการเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ถึงปัจจุบัน มีผลผลิตเก็บเกี่ยวได้ 288 ล้านตัน มากกว่าในหลายปีที่ผ่านมา จากปกติมีผลผลิตไม่ถึง 250 ล้านตัน ทำให้คาดว่าจะมีเพียงพอใช้ในประเทศ ทดแทนการใช้มันสำปะหลัง

“ความจริงปีนี้หากจีนมีความต้องการใช้มันสำปะหลังของไทย เราเองก็ไม่มีให้ อย่างปีนี้ผลผลิตไม่น่าเกิน 19 ล้านตัน โรงงานแป้งมัน มีความต้องการใช้ 20 ล้านตัน เรายังติดลบไม่พอใช้ 1 ล้านตัน ก็หวังว่าจะได้อานิสงส์จากกัมพูชาและลาว ส่งมันสำปะหลังเข้ามาในรูปมันเส้นเข้ามาเติมส่วนที่ขาดหายไป ในปีนี้ผมเชื่อว่า โรงงานแป้งมันคาดจะส่งออกได้ไม่เกิน 3 ล้านตัน ส่วนมันเส้นไม่น่าเกิน 1.8 ล้านตัน”

นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า อยากจะให้รัฐบาลเข้ามาดูแลใน 2 เรื่องเร่งด่วน คือ 1.แก้ไขเรื่องโรคใบด่างมันสำปะหลังให้ทันเวลา 2. เรื่องผลผลิตต่อไร่ตํ่าเกินไป ปัจจุบันผลผลิตมันสำปะหลังต่อไร่ของไทยเฉลี่ยที่ 3.3 ตันต่อไร่ แต่ปีนี้คาดจะลดลงเหลือ 2.9 ตันต่อไร่ เทียบกับประเทศเพื่อนบ้านผลผลิตต่อไร่สูงกว่าไทย เช่น สปป.ลาว ผลผลิต 4 ตันต่อไร่ , กัมพูชา 3.8 ตันต่อไร่ เวียดนาม 3.5 ตันต่อไร่ เป็นต้น จากผลกระทบในปัจจัยที่กล่าวมา ทำให้ไทยต้องสูญเสียตลาดต่างประเทศไปมาก โดยปี 2565 ไทยมีมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง 1.5 แสนล้านบาท ปี 2566 ลดลงเหลือ 1.2 แสนล้านบาท ในปี 2567 นี้ยังไม่แน่ใจว่าการส่งออกจะถึง 8 หมื่นล้านบาทหรือไม่ ดังนั้นหากไม่เร่งแก้ไขจะทำไทยเสียโอกาส

ด้านนายธำรงค์เดช อินทนิเวศน์ อุปนายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย หนึ่งในคณะสำรวจผลผลิตมันสำปะหลังของประเทศกัมพูชา และ สปป.ลาว (วันที่ 18-22 ก.พ.67) กล่าวว่า จากการออกไปสำรวจพบว่า “ประเทศกัมพูชา” คาดการณ์ฤดูการผลิตปี 2566/67 พื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังเท่าเดิม เนื่องจาก มีการปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่ว่างเปล่าเพิ่มขึ้น แต่บางพื้นที่เปลี่ยนไปปลูกข้าวโพดแทนมันสำปะหลัง ที่เสียหายจากกระทบแล้ง และปัจจุบันเกษตรกรได้ชะลอการขุดเพื่อเก็บต้นมันไว้ เพราะเกรงว่าจะขาดแคลนท่อนพันธุ์ไว้ปลูกต่อในช่วงฤดูฝน

“ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ลดลง สาเหตุจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งและการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง นอกจากนี้เกษตรกรขุดมันสำปะหลังก่อนครบอายุ(อายุมันฯ 5-7 เดือน) ออกมาขายส่งผลให้ในฤดูการผลิตปี 2566/67 จะปลูกและขุดมันสำปะหลัง ล่าช้าออกไป 2-3 เดือน เกษตรกรมีการเก็บท่อนพันธุ์มันสำปะหลังไว้ขาย 20% เนื่องจากราคาท่อนพันธุ์ดี อยู่ที่ 2.50-3.00 บาท (1 มัด= 20 ต้น)”

นอกจากนี้จากการลงสำรวจไร่ พบมีการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังทุกแปลง และพบโรคพุ่มแจ้ในบางแปลง ปัจจุบันลานมันรับซื้อหัวมันสด (มันรวม) 2.80-2.90 บาท/กิโลกรัม เปอร์เซ็นต์แป้งเฉลี่ย 23-25% ราคามันเส้น 7.50 – 7.80 บาท/กิโลกรัม ผลผลิตมันสำปะหลังของประเทศกัมพูชาปีนี้ เกษตรกรขายหัวมันสดมากกว่ามันเส้น เนื่องจากราคาดี การส่งออกมันสำปะหลังส่วนใหญ่จะส่งหัวมันสดออกไปยังประเทศเวียดนามมากกว่าประเทศไทย และมันเส้นก็จะส่งออกไปยังประเทศไทยมากกว่าประเทศเวียดนาม คาดการณ์ฤดูการผลิตปี 2567/68 เนื่องจากมันราคาดี เกษตรกรจะหันมาปลูกมันสำปะหลังเพิ่มขึ้น และปลูกเพิ่มขึ้นในพื้นที่ว่างเปล่า

ส่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) จากการสอบถามผู้ค้ามันสำปะหลัง ให้ข้อมูลว่าพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังเท่าเดิม เนื่องจากไม่สามารถขยายพื้นที่เพาะปลูกได้หรือหากต้องมีการขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นก็ยังขาดแคลนแรงงานในการเพาะปลูกมันสำปะหลัง นอกจากนี้สภาพอากาศที่แห้งแล้งยังเป็นอีกสาเหตุที่ส่งผลให้ปลูกมันสำปะหลังแล้วยืนต้นตาย ทำให้ขาดแคลนท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง จากการสำรวจไร่มันสำปะหลังยังพบโรคพุ่มแจ้ ไรแดงเป็นส่วนใหญ่ แต่พบว่าการระบาดของโรคใบด่างเพียง 50% ของทั้งประเทศ โดยเกษตรกรยังขาดความรู้ ความเข้าใจ ในการแก้ปัญหาเรื่องโรคระบาดศัตรูพืช ส่งผลให้ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ลดลงจากเดิม 30-40 ตัน/เฮกตาร์ ลดลงเหลือ 20-25 ตัน/เฮกตาร์ ส่วนราคารับซื้อหัวมันสด อยู่ที่ 2.50-2.70 บาท/กิโลกรัม ราคามันเส้น อยู่ที่ 6.70-6.90 บาท/กิโลกรัม โดยหัวมันสดส่งออกไปยังประเทศเวียดนามเป็นส่วนใหญ่

ข้อมูลเมืองปากเซ จากการสอบถามผู้ค้ามันสำปะหลัง ให้ข้อมูลว่า พื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นจากพื้นที่ว่างเปล่า แต่คาดว่าผลผลิตจะไม่เพิ่มขึ้น เนื่องจากขาดแคลนท่อนพันธุ์เพราะปีที่ผ่านมาอากาศแล้งจัด เกษตรกรปลูกมันสำปะหลังแล้วยืนต้นตาย ทั้งยังมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงาน คาดการณ์ฤดูการผลิต ปี 2567/68 หากมีฝนตกจะช่วยให้ผลผลิตรวมเพิ่มขึ้นราว 30% นอกจากนี้ลาวยังออกประกาศเพิ่มความเข้มงวดในการคุ้มครองการเก็บซื้อ การปรุงแต่ง และการส่งออกมันสำปะหลัง (หัวมัน) ซึ่งคาดว่าในอนาคตอาจจะเพิ่มความเข้มงวดในการส่งออกมันเส้นด้วยและจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมมันสำปะหลังระหว่างไทย-ลาวอย่างมาก

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

อุตฯ “มันสำปะหลัง” ระสํ่า คาดผลผลิตต่ำ 19 ล้านตัน จับตาส่งออกวูบหนัก

อุตฯ “มันสำปะหลัง” ระสํ่า คาดผลผลิตต่ำ 19 ล้านตัน จับตาส่งออกวูบหนัก

25th Mar 2024 General Information

มันสำปะหลังขาดตลาดหนัก ผลผลิตปี 67 คาดตํ่ากว่า 19 ล้านตัน ใช้ป้อนโรงแป้งอย่างเดียวยังไม่พอกว่า 1 ล้านตัน นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลัง ลุ้นนำเข้ามันเส้นจากกัมพูชาและลาวเติมส่วนที่ขาดส่งออกแทน ขณะคณะสำรวจมันฯ รายงาน ผลผลิต กัมพูชา-ลาว ไม่ต่างจากไทยของน้อย เสียหายภัยแล้ง
จากผลผลิตหัวมันสำปะหลัง ที่ใช้แปรรูปเพื่อส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทยทั้งมันเส้น มันอัดเม็ด และแป้งมันขาดตลาด ไม่เพียงพอกับความต้องการ ส่งผลให้โรงงานแปรรูปในหลายพื้นที่ประกาศขายกิจการในเวลานี้

นายสุรพงษ์ แสงศิริพงษ์พันธ์ นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงสถานการณ์ส่งออกมันเส้นและมันอัดเม็ดของไทย ในช่วง 2 เดือนแรกปี 2567 มียอดส่งออกรวม 4.3 แสนตัน ปรับลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่ส่งออกได้ กว่า 1.4 ล้านตัน เป็นผลกระทบจาก
1. เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตหัวมันก่อนกำหนด พอถึงฤดูเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค.ก็ไม่มีหัวมันแล้ว
2. ภัยแล้ง ทำให้เกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลังต้นปี 2566 ต้องยืนต้น ตาย และมีการปลูกซํ้าก็ยืนต้นตายเช่นกัน ทำให้ไม่สามารถปลูกได้เช่นทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากขาดนํ้าฝน


3. ปัญหาเรื่องโรคใบด่างมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นโรคพืช ที่รัฐบาลและเอกชนได้พยายามแก้ไขกันอยู่ แต่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ทันเวลา และขยายลุกลามเป็นวงกว้างทั่วประเทศ (ข้อมูลคณะอนุฯโรคใบด่างฯ พบการระบาด 32 จังหวัด มีพื้นที่กว่า 2 แสนไร่) ทำให้ผลผลิตตกตํ่า จากก่อนหน้าที่จะเกิดโรคระบาด ไทยมีผลผลิตเฉลี่ยมากกว่า 30 ล้านตันต่อปี แต่พอเกิดโรคระบาดส่งผลให้ปี 2566 มีผลผลิตน้อยกว่า 26 ล้านตัน และในปี 2567 คาดจะมีผลผลิตตํ่ากว่า 19 ล้านตัน โดยมีเหตุผลสนับสนุนจากที่กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งสถานการณ์เอลนีโญ หรือภัยแล้งจะมาก่อนเวลา

ขณะที่ด้านตลาดส่งออกมี 2 เรื่องที่เป็นปัจจัยสำคัญคือ 1.โรงงานอาหารสัตว์ในจีน ที่ซื้อวัตถุดิบมันสำปะหลังจากไทย ช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนใหม่ ๆ จีนได้หันมาซื้อจากไทยมากขึ้น พอถึงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2565 ปัญหาได้คลี่คลายลงจากที่รัสเซียและทางยุโรปได้มีการเจรจากัน ในการที่จะให้ธัญพืชจากยูเครนเข้าสู่ยุโรปได้และส่งออกไปต่างประเทศได้ ส่งผลให้จีนมีการนำเข้าสินค้าจากยูเครน และบัลแกเรียเข้าไปมากพอสมควร ขณะที่ข้าวโพดที่มีการปลูกในจีนมีการเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ถึงปัจจุบัน มีผลผลิตเก็บเกี่ยวได้ 288 ล้านตัน มากกว่าในหลายปีที่ผ่านมา จากปกติมีผลผลิตไม่ถึง 250 ล้านตัน ทำให้คาดว่าจะมีเพียงพอใช้ในประเทศ ทดแทนการใช้มันสำปะหลัง

“ความจริงปีนี้หากจีนมีความต้องการใช้มันสำปะหลังของไทย เราเองก็ไม่มีให้ อย่างปีนี้ผลผลิตไม่น่าเกิน 19 ล้านตัน โรงงานแป้งมัน มีความต้องการใช้ 20 ล้านตัน เรายังติดลบไม่พอใช้ 1 ล้านตัน ก็หวังว่าจะได้อานิสงส์จากกัมพูชาและลาว ส่งมันสำปะหลังเข้ามาในรูปมันเส้นเข้ามาเติมส่วนที่ขาดหายไป ในปีนี้ผมเชื่อว่า โรงงานแป้งมันคาดจะส่งออกได้ไม่เกิน 3 ล้านตัน ส่วนมันเส้นไม่น่าเกิน 1.8 ล้านตัน”

นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า อยากจะให้รัฐบาลเข้ามาดูแลใน 2 เรื่องเร่งด่วน คือ 1.แก้ไขเรื่องโรคใบด่างมันสำปะหลังให้ทันเวลา 2. เรื่องผลผลิตต่อไร่ตํ่าเกินไป ปัจจุบันผลผลิตมันสำปะหลังต่อไร่ของไทยเฉลี่ยที่ 3.3 ตันต่อไร่ แต่ปีนี้คาดจะลดลงเหลือ 2.9 ตันต่อไร่ เทียบกับประเทศเพื่อนบ้านผลผลิตต่อไร่สูงกว่าไทย เช่น สปป.ลาว ผลผลิต 4 ตันต่อไร่ , กัมพูชา 3.8 ตันต่อไร่ เวียดนาม 3.5 ตันต่อไร่ เป็นต้น จากผลกระทบในปัจจัยที่กล่าวมา ทำให้ไทยต้องสูญเสียตลาดต่างประเทศไปมาก โดยปี 2565 ไทยมีมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง 1.5 แสนล้านบาท ปี 2566 ลดลงเหลือ 1.2 แสนล้านบาท ในปี 2567 นี้ยังไม่แน่ใจว่าการส่งออกจะถึง 8 หมื่นล้านบาทหรือไม่ ดังนั้นหากไม่เร่งแก้ไขจะทำไทยเสียโอกาส

ด้านนายธำรงค์เดช อินทนิเวศน์ อุปนายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย หนึ่งในคณะสำรวจผลผลิตมันสำปะหลังของประเทศกัมพูชา และ สปป.ลาว (วันที่ 18-22 ก.พ.67) กล่าวว่า จากการออกไปสำรวจพบว่า “ประเทศกัมพูชา” คาดการณ์ฤดูการผลิตปี 2566/67 พื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังเท่าเดิม เนื่องจาก มีการปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่ว่างเปล่าเพิ่มขึ้น แต่บางพื้นที่เปลี่ยนไปปลูกข้าวโพดแทนมันสำปะหลัง ที่เสียหายจากกระทบแล้ง และปัจจุบันเกษตรกรได้ชะลอการขุดเพื่อเก็บต้นมันไว้ เพราะเกรงว่าจะขาดแคลนท่อนพันธุ์ไว้ปลูกต่อในช่วงฤดูฝน

“ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ลดลง สาเหตุจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งและการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง นอกจากนี้เกษตรกรขุดมันสำปะหลังก่อนครบอายุ(อายุมันฯ 5-7 เดือน) ออกมาขายส่งผลให้ในฤดูการผลิตปี 2566/67 จะปลูกและขุดมันสำปะหลัง ล่าช้าออกไป 2-3 เดือน เกษตรกรมีการเก็บท่อนพันธุ์มันสำปะหลังไว้ขาย 20% เนื่องจากราคาท่อนพันธุ์ดี อยู่ที่ 2.50-3.00 บาท (1 มัด= 20 ต้น)”

นอกจากนี้จากการลงสำรวจไร่ พบมีการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังทุกแปลง และพบโรคพุ่มแจ้ในบางแปลง ปัจจุบันลานมันรับซื้อหัวมันสด (มันรวม) 2.80-2.90 บาท/กิโลกรัม เปอร์เซ็นต์แป้งเฉลี่ย 23-25% ราคามันเส้น 7.50 – 7.80 บาท/กิโลกรัม ผลผลิตมันสำปะหลังของประเทศกัมพูชาปีนี้ เกษตรกรขายหัวมันสดมากกว่ามันเส้น เนื่องจากราคาดี การส่งออกมันสำปะหลังส่วนใหญ่จะส่งหัวมันสดออกไปยังประเทศเวียดนามมากกว่าประเทศไทย และมันเส้นก็จะส่งออกไปยังประเทศไทยมากกว่าประเทศเวียดนาม คาดการณ์ฤดูการผลิตปี 2567/68 เนื่องจากมันราคาดี เกษตรกรจะหันมาปลูกมันสำปะหลังเพิ่มขึ้น และปลูกเพิ่มขึ้นในพื้นที่ว่างเปล่า

ส่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) จากการสอบถามผู้ค้ามันสำปะหลัง ให้ข้อมูลว่าพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังเท่าเดิม เนื่องจากไม่สามารถขยายพื้นที่เพาะปลูกได้หรือหากต้องมีการขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นก็ยังขาดแคลนแรงงานในการเพาะปลูกมันสำปะหลัง นอกจากนี้สภาพอากาศที่แห้งแล้งยังเป็นอีกสาเหตุที่ส่งผลให้ปลูกมันสำปะหลังแล้วยืนต้นตาย ทำให้ขาดแคลนท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง จากการสำรวจไร่มันสำปะหลังยังพบโรคพุ่มแจ้ ไรแดงเป็นส่วนใหญ่ แต่พบว่าการระบาดของโรคใบด่างเพียง 50% ของทั้งประเทศ โดยเกษตรกรยังขาดความรู้ ความเข้าใจ ในการแก้ปัญหาเรื่องโรคระบาดศัตรูพืช ส่งผลให้ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ลดลงจากเดิม 30-40 ตัน/เฮกตาร์ ลดลงเหลือ 20-25 ตัน/เฮกตาร์ ส่วนราคารับซื้อหัวมันสด อยู่ที่ 2.50-2.70 บาท/กิโลกรัม ราคามันเส้น อยู่ที่ 6.70-6.90 บาท/กิโลกรัม โดยหัวมันสดส่งออกไปยังประเทศเวียดนามเป็นส่วนใหญ่

ข้อมูลเมืองปากเซ จากการสอบถามผู้ค้ามันสำปะหลัง ให้ข้อมูลว่า พื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นจากพื้นที่ว่างเปล่า แต่คาดว่าผลผลิตจะไม่เพิ่มขึ้น เนื่องจากขาดแคลนท่อนพันธุ์เพราะปีที่ผ่านมาอากาศแล้งจัด เกษตรกรปลูกมันสำปะหลังแล้วยืนต้นตาย ทั้งยังมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงาน คาดการณ์ฤดูการผลิต ปี 2567/68 หากมีฝนตกจะช่วยให้ผลผลิตรวมเพิ่มขึ้นราว 30% นอกจากนี้ลาวยังออกประกาศเพิ่มความเข้มงวดในการคุ้มครองการเก็บซื้อ การปรุงแต่ง และการส่งออกมันสำปะหลัง (หัวมัน) ซึ่งคาดว่าในอนาคตอาจจะเพิ่มความเข้มงวดในการส่งออกมันเส้นด้วยและจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมมันสำปะหลังระหว่างไทย-ลาวอย่างมาก

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

งานกาล่าดินเนอร์ฉลองการครบรอบ 60 ปีสมาคมฯ

งานกาล่าดินเนอร์ฉลองการครบรอบ 60 ปีสมาคมฯ

15th Dec 2023 Association News

เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีของการก่อตั้งสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมฯ ได้จัดงานกาล่าดินเนอร์ฉลองการครบรอบ 60 ปีสมาคมฯ ซึ่งได้รับเกียรติจากนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานและกล่าวแสดงความยินดี โดยมีนายกสมาคมฯ อดีตนายกสมาคมฯ ที่ปรึกษา คณะกรรมการบริหาร สมาชิกสมาคมฯ ผู้ประกอบค้ามันสำปะหลัง ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างๆ เข้าร่วมงานประมาณ 400 คน เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2567 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ

คณะผู้แทนการค้าสมาคมฯ เยือนจีน

คณะผู้แทนการค้าสมาคมฯ เยือนจีน

20th Nov 2023 Association News

สมาคมฯ ได้จัดคณะผู้แทนการค้าเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อติดตามสถานการณ์ตลาด และส่งเสริมการใช้มันสำปะหลัง โดยมีการประชุมหารือกับโรงงานผู้ผลิตแอลกอฮอล์จากมันสำปะหลัง และประชุมร่วมกับภาครัฐ ในระหว่างวันที่ 26 ตุลาคม – 4 พฤศจิกายน 2566

คณะผู้แทนการค้าสมาคมฯ เยือนจีน

คณะผู้แทนการค้าสมาคมฯ เยือนจีน

20th Nov 2023 Association News

สมาคมฯ ได้จัดคณะผู้แทนการค้าเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อติดตามสถานการณ์ตลาด และส่งเสริมการใช้มันสำปะหลัง โดยมีการประชุมหารือกับโรงงานผู้ผลิตแอลกอฮอล์จากมันสำปะหลัง และประชุมร่วมกับภาครัฐ ในระหว่างวันที่ 26 ตุลาคม – 4 พฤศจิกายน 2566

Recent Posts