พาณิชย์ชี้ปัญหามันสำปะหลังราคาตก เพราะถูกของเพื่อนบ้านเข้ามาตีตลาด เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจเข้มสกัดการลักลอบนำเข้า พร้อมจัดมาตรการดูแลเกษตรกรสนับสนุนการแปรรูป เพิ่มมูลค่าสินค้า เพื่อดึงราคามันสำปะหลังในประเทศให้สูงขึ้น
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำว่า ราคามันสำปะหลังที่อ่อนตัวลงเพราะมีการลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน จึงสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมการค้าต่างประเทศ กรมศุลกากร หน่วยงานความมั่นคงที่ดูแลในเรื่องของการลักลอบให้เข้มข้น รวมถึงควบคุมการนำเข้า นำหนักรถบรรทุกที่จุดตรวจฝั่งไทยเพิ่ม เพื่อให้รู้น้ำหนักนำเข้าที่แท้จริง และกระทรวง จะทำหนังสือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด และขอความร่วมมือกระทรวงมหาดไทยในการช่วยกำกับดูแลเรื่องดังกล่าว
“ปกติหัวมันสดมีการนำเข้าอยู่แล้วเพราะไทยผลิตได้ 31 ล้านตัน แต่มีความต้องการใช้ถึง 40 ล้านตันหรือมีการนำเข้าปีละ 9-10 ล้านตัน แต่ตอนนี้มีการลักลอบนำเข้า เช่น บรรทุกมันเกินจากปกติ ซึ่งรถบรรทุกของไทยบรรทุกได้ 21 ตัน หากเป็นรถพ่วงบรรทุกได้ 30 ตัน แต่ก็มีการลักลอบบรรทุกเกินกว่าที่กำหนด เพราะน้ำหนักรถบรรทุกของเพื่อนบ้านเฉลี่ยที่คันละ 50 ตัน ส่งผลกระทบต่อตลาดและราคามันสำปะหลังของไทยตอนนี้รวมถึงอาจส่งผลไปถึงเรื่องโรคพืชต่างๆ ด้วย สำหรับปีนี้มองว่าผลผลิตจะอยู่ที่ 28 ล้านตันหัวมันสด จากปัญหาภัยแล้ง คาดว่าราคาน่าจะดีขึ้น”
นอกจากนี้ยังได้หารือถึงการกำกับมาตรฐานการส่งออกมันสำปะหลังให้เข้มงวดขึ้น รวมถึงส่งเสริมขยายการผลิต ให้นำมันสำปะหลัง ไปแปรรูปมากขึ้นเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า เช่น แป้งมัน ขนม อาหารว่าง เชื่อว่าจะช่วยดึงราคามันสำปะหลังในประเทศได้
ขณะเดียวกันเกษตรกรต้องการให้กรมการค้าภายในกำกับดูแลการรับซื้อมันสำปะหลังตามเปอร์เซ็นต์แป้งให้เห็นผลมากขึ้น ซึ่งส่วนนี้มีประกาศของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ(กกร.) ควบคุมอยู่ และกระทรวงจะประสานงานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการช่วยเรื่องการผลิตมันสำปะหลังในระยะยาว เพื่อช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์แป้ง โดยราคามันสำปะหลังเชื้อแป้ง 25% ราคา 2.10 บาทต่อกก. หากเชื้อแป้งต่ำกว่า 25% ราคาก็จะลดลงมา ก่อนหน้าราคามันสำปะหลังเชื้อแป้ง 25% อยู่ที่ 2.25-2.40 บาทต่อกก. ต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 1.90 บาทต่อกก.
พร้อมกันนี้ยังหารือถึงรายละเอียดมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ภายหลังที่คณะรัฐมนตรีมีมติเพิ่มวงเงินสินเชื่อเพื่อชะลอการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง ในระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่ 1 มกราคม 2559-30 เมษายน 2559 โดยให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการกู้ได้ต่อรายไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 4% และมาตรการในการให้เงินกู้กับกลุ่มสหกรณ์ที่จะรับซื้อหัวมันสำปะหลังจากเกษตรกรและนำไปแปรรูป ซึ่งจะทำให้มีมูลค่าเพิ่มจาก กก.ละ 2 บาท เป็น กก.ละ 6.50 บาท ปริมาณ 500,000 ตัน โดยจะไปหารือกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์) เพื่อขออนุมัตินำเงินส่วนแรกมาใช้ ซึ่งจะเป็นอีกวิธีที่ผลักดันราคาให้สูงขึ้นเป็นการเสริมกับมาตรการให้กู้เพื่อให้เกษตรกรชะลอการขุดหัวมัน
นอกจากนี้ยังมีโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลังในระบบน้ำหยด เป้าหมายเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกมันสำปะหลัง 20,000 ราย วงเงินกู้รายละไม่เกิน 230,000 บาท เพื่อให้มีรายได้และมีผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น โดยได้ลงพื้นที่เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับเกษตรในการช่วยเหลือการเพาะปลูกมันสำปะหลังในปีการผลิต 2558/59
ด้านการส่งออกนั้นอยู่ระหว่างเตรียมแผนด้านการตลาดเพื่อการส่งออกแป้งมันสำปะหลังไปยังตลาดยุโรปและญี่ปุ่น รวมทั้งจะศึกษาและพัฒนาแปรรูปสินค้ามันสำปะหลัง เพื่อเจาะตลาดกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สินค้าที่จะพัฒนาที่ใช้มันสำปะหลังในการผลิตก็คือกลุ่มพลาสติก ส่วนมันเส้นยังมี จีน เป็นตลาดส่งออกสำคัญ ขณะที่แป้งมัน ตลาดส่งออกที่สำคัญคือ อินโดนีเซีย ไต้หวัน และจีน
ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้??>